- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิตวันสิ้นโลก ปฏิบัติการกักตุนเสบียงและเขี่ยคนทรยศทิ้ง
- บทที่ 4: เหตุไม่คาดฝันระลอกสอง
บทที่ 4: เหตุไม่คาดฝันระลอกสอง
บทที่ 4: เหตุไม่คาดฝันระลอกสอง
ในชีวิตก่อน เรือยางจู่โจมสองลำในร้านขายอุปกรณ์กีฬากลางแจ้งไม่ได้ถูกขายออกไป ทว่าคราวนี้ เมื่อมีเธอเป็นตัวแปรที่ไม่คาดคิด จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นเกิดขึ้นอีกงั้นหรือ?
"ใช่แล้วครับ พวกเขาบอกว่าจะไปเที่ยวทะเล เลยมาร้านเราเพื่อซื้อเรือยางจู่โจมเตรียมไว้ล่วงหน้า"
พนักงานร้านไม่ได้กลัวเลยว่าแท้จริงแล้วสองคนนี้อาจจะเป็นแฟนกันแล้วจะมาขอคืนเงินหากซื้อซ้ำซ้อน เพราะอีกฝ่ายเล่นเหมาทั้งเรือยางจู่โจมหนึ่งลำและเรือยางธรรมดาอีกสองลำรวดเดียว จ่ายเงินสดโดยไม่ต่อราคาสักคำ ดูยังไงก็เป็นคนกระเป๋าหนักชัดๆ
เขาชี้มือไปทางประตูอีกครั้ง "เขาเพิ่งเดินออกไปไม่กี่นาทีก่อนที่คุณจะมาถึงนี่เองครับ"
ด้านนอกร้านอุปกรณ์กีฬาคือสี่แยก ซืออี้หลานมองไปตามทิศทางที่พนักงานชี้ เห็นเพียงรถราวิ่งขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต
การซื้อเรือยางจู่โจมจากเมืองที่อยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินเตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วถ่อไปไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อเล่นน้ำทะเลเนี่ยนะ... ใครที่ทำแบบนั้นจริงๆ คงเป็นพวกสมองกลวงแน่ๆ ใช่ไหมล่ะ?
ตัวเธอกำลังโกหก แล้วคนคนนั้นล่ะ?
เพราะคำพูดลอยๆ ของพนักงานร้าน ซืออี้หลานจึงจมอยู่ในความคิดจนกระทั่งขึ้นรถ ความรู้สึกถึงอันตรายบางอย่างปะทุขึ้นในใจทันที เดิมทีเธออยากจะตะล่อมถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพนักงาน ทว่าผู้ชายคนนั้นก็เป็นลูกค้าหน้าใหม่เหมือนกับเธอ เธอจึงทำได้เพียงตัดใจอย่างเสียดาย
เมื่อเธอกลับมาถึงตลาดค้าส่งวัสดุก่อสร้าง รถบรรทุกของเถ้าแก่ตลาดค้าส่งก็มาถึงพอดี
หลังจากจ่ายเงินก้อนนี้ไป ซืออี้หลานก็เหลือบมองยอดเงินคงเหลือแล้วก็ต้องชะงักงันอีกรอบ... เงินเธอหมดเกลี้ยงอีกแล้ว!
บางทีอาจจะเป็นเพราะความอดอยากในชีวิตก่อนทำให้เธอขยาดจนขึ้นใจ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จึงหมดไปกับอาหาร แค่ผลไม้ อาหารทะเล และเนื้อสัตว์อย่างไก่ วัว แกะ และหมู ก็ปาเข้าไปกว่าสามแสนหยวนแล้ว ไหนจะแผงโซลาร์เซลล์ ชุดดำน้ำ และอุปกรณ์กันหนาวสำหรับรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วอีกหนึ่งแสนหกหมื่นหยวน
เงินกว่าห้าแสนหยวน มลายหายไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน!
เมื่อเงินหมด เธอก็หมดแรงเช่นกัน หลังจากตระเวนไปหลายที่อย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่นาทีเดียว
หลังจากจอดรถ เธอเพียงแค่คิดก็แวบเข้ามาในมิติเพื่อชื่นชมคลังสมบัติของตนเอง
ห้องทั้งสามที่เคยว่างเปล่าไร้เฟอร์นิเจอร์ บัดนี้อัดแน่นไปด้วยเสบียงจนแทบไม่มีทางเดิน มีชั้นวางของกว่าสิบชั้นถูกติดตั้งไว้ ลังกระดาษถูกจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ตามหมวดหมู่ สูงขึ้นไปจนจรดเพดาน ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วอย่างคุ้มค่าที่สุด
เธอซื้อชั้นเหล็กเหล่านี้มาจากร้านข้างๆ ที่กำลังจะเซ้งกิจการตอนที่ไปซื้อผลไม้ หากไม่มีชั้นวาง พื้นที่ด้านบนของห้องคงถูกทิ้งร้างและเปลืองพื้นที่วางบนพื้นมากขึ้น และคงจะลามไปถึงห้องนั่งเล่นแน่ๆ ห้องนั่งเล่นและห้องอาหารนั้นเชื่อมต่อกันและเป็นบริเวณที่กว้างที่สุด ซึ่งเธอจงใจเว้นว่างไว้เพื่อวางสิ่งของชิ้นใหญ่ชิ้นอื่น
เธอซื้อของกิน ของใช้ และเสื้อผ้ามามากพอสมควร หากเธอและพ่อใช้ชีวิตอย่างประหยัด ของพวกนี้คงอยู่ได้นานกว่ายี่สิบปี
ในชีวิตก่อน เธอมีชีวิตรอดอยู่ได้ไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ ใครจะรู้ล่ะว่าในอนาคตจะมีภัยธรรมชาติรุนแรงมาทำลายล้างโลกและกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์จนหมดสิ้นอีกหรือไม่?
หากอาหารไม่พอ เธอยังสามารถนำเสบียงอื่นๆ ที่กักตุนไว้ไปแลกเปลี่ยนเป็นของกินได้อีก
ซืออี้หลานออกจากมิติด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
ก่อนสตาร์ทรถกลับบ้าน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 17:40 น. แล้ว
ความวุ่นวายทั้งหมดนี้กินเวลาไปเกือบหกชั่วโมงเต็ม
ทันทีที่ปลดล็อกหน้าจอ ข้อความวีแชตจากพ่อของเธอก็เด้งขึ้นมา ข้อความถูกส่งมาตอนบ่ายสามโมง ซึ่งเป็นตอนที่เธอยังคงง่วนอยู่กับการขนย้ายสินค้าในตลาดการเกษตร พ่อบอกว่าซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วและกำลังรีบไปที่สถานีรถไฟความเร็วสูง คาดว่าจะถึงตอนหกโมงเย็น จากสถานีมาถึงบ้านน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ตรงกับเวลาอาหารเย็นพอดี พ่อจึงบอกให้เธอรอทานมื้อค่ำพร้อมกัน
พอพูดถึงเรื่องกิน ซืออี้หลานก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...
เธอและโก่วตั้นยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย!
แถมอาหารของเจ้าโก่วตั้นก็ยังไม่ได้ซื้อตุนไว้ด้วย!
ราวกับรู้จังหวะ ท้องของเธอก็ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาสองครั้ง
ขนาดยังเธอหิวโซขนาดนี้ แล้วโก่วตั้นที่เฝ้าบ้านอยู่จะน้อยอกน้อยใจขนาดไหนกัน
ซืออี้หลานลูบท้องตัวเองเบาๆ สาเหตุหลักเป็นเพราะเธอจู่ๆ ก็ย้อนเวลากลับมาก่อนวันสิ้นโลกเพียงสองวัน เวลาจึงกระชั้นชิดแถมเธอยังตื่นเต้นเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากดิ้นรนเอาชีวิตรอดในยุควันสิ้นโลกมานานหลายปี ความหิวโหยก็กลายเป็นเพื่อนคุ้นเคย เธอชินชากับการกินอาหารเพียงวันละมื้อไปเสียแล้ว
ขณะที่สตาร์ทรถเตรียมบึ่งกลับบ้านไปให้อาหารเจ้าตูบที่กำลังหิวโหย เธอก็เปิดแอปพลิเคชันกล้องวงจรปิดเพื่อจะส่งเสียงปลอบใจมันไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมส่งข้อความวีแชตไปบอกพ่อว่าไม่ต้องกลับบ้านหลังจากลงรถไฟแล้ว เดี๋ยวสองพ่อลูกจะออกไปทานข้าวที่ร้านอาหาร จากนั้นค่อยไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนและแวะซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อตุนอาหารสุนัข โดยมีคุณพ่อเป็นตู้เอทีเอ็มส่วนตัว
ก็แน่ล่ะสิ ตอนนี้เธอเป็นแค่ยาจกที่มีเงินติดบัญชีแค่ 596.4 หยวนนี่นา
หลังจากหน้าจอกล้องวงจรปิดกะพริบและกลับมาเป็นปกติ รอยยิ้มอ่อนโยนที่ซืออี้หลานเพิ่งจะปั้นแต่งขึ้นมาได้ก็ต้องแข็งค้างอยู่บนมุมปาก พร้อมกับที่เธอเหยียบเบรกดังเอี๊ยด
หญิงสาวหรี่ตาแคบลง กัดฟันกรอด และเค้นคำพูดสามคำลอดไรฟันออกมาอย่างแรง "ซือ! โก่ว! ตั้น! คราวนี้แกทำเรื่องดีงามอะไรไว้อีก!!!"
พื้นห้องนั่งเล่นที่เคยสะอาดเงางาม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยจุดสีดำกระจายอยู่เกลื่อนกลาด โก่วตั้นนอนหงายท้องแผ่หลาอยู่ตรงกลาง เผยให้เห็นฟันสีขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ผ่านหน้าจอกล้องวงจรปิด จะเห็นได้ถึงความพึงพอใจ ความสุข และความสบายใจของมันอย่างชัดเจน
ทันทีที่มันได้ยินเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธของซืออี้หลาน มันก็รีบพลิกตัวและพุ่งปรู๊ดไปหลบใต้โต๊ะกินข้าวอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงภาพติดตาบนหน้าจอ
ซืออี้หลานโกรธจนเลือดขึ้นหน้า!
แม้จะซูมหน้าจอเข้าไปใกล้แค่ไหน เธอก็มองไม่ออกว่าจุดสีดำบนกระเบื้องห้องนั่งเล่นคืออะไร แต่เธอก็ตาไวพอที่จะเห็นมุมของถุงอาหารสุนัขโผล่ออกมาจากใต้โซฟา
ที่แท้มันก็พึ่งพาตัวเอง ดิ้นรนหาของกินประทังชีวิต และจัดบุฟเฟต์ชุดใหญ่ให้ตัวเองงั้นสิ?
โก่วตั้นแอบชะโงกหน้าออกมาครึ่งหนึ่งจากใต้โต๊ะกินข้าว หูลู่ตกลง หรี่ตาและแลบลิ้นใส่กล้องวงจรปิดด้วยท่าทางประจบประแจงปนซุกซน พร้อมกับหอนเสียงยาว "บรู๊ววว": แม่ก็รู้ว่าหนูจากแม่มาตั้งแต่เด็ก... ซืออี้หลานอดหัวเราะไม่ได้ "เก่งนักนะ ถ้าเก่งจริงก็กินอาหารหมาบนพื้นให้หมดก่อนฉันกลับไปก็แล้วกัน"
ดวงตาของโก่วตั้นกลอกไปมา: ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ
เมื่อรู้ว่ามันไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองหิวโซ ซืออี้หลานก็เบาใจลง เธอไม่ต้องรีบบึ่งกลับบ้านไปให้อาหารสุนัขแล้ว จึงขับรถตรงไปยังศูนย์อาหารเพื่อหาอะไรใส่ท้องตัวเองก่อน จากนั้นค่อยหาร้านอาหารเพื่อรอคุณพ่อซือ
ในฤดูร้อนฟ้าจะมืดช้า แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยจากการตั้งร้านได้ เธอซื้อเนื้อแกะย่างถ่านและปลาหมึกย่างมาสองสามไม้ ยืนจ้องเตาย่างของพ่อค้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เธอต้องซื้อถ่านหินและถังแก๊สหุงต้มเพิ่มด้วย
มิติของเธอมีกระแสไฟฟ้าให้ใช้ ในชีวิตก่อน เธอต้องพึ่งพาฟืนที่เก็บมาได้และไฟฟ้าในมิติเพื่อทำอาหาร แต่ในตอนนั้น เสบียงมีจำกัดและไฟฟ้าในมิติก็ถูกใช้งานไม่บ่อยนัก ซืออี้หลานไม่แน่ใจว่าน้ำและไฟในมิติจะใช้ได้นานแค่ไหน หรือมีขีดจำกัดหรือไม่
พูดง่ายๆ ก็คือ ความเข้าใจและการพัฒนาพื้นที่มิติของเธอในชีวิตก่อนนั้นยังมีไม่มากพอ ดังนั้น หากสถานการณ์เอื้ออำนวย การเตรียมเสบียงให้พร้อมสรรพล่วงหน้าย่อมดีกว่า!
เสบียงอื่นๆ ที่ยังขาดอยู่ก็คือน้ำมันเบนซินสำหรับเรือยางจู่โจมและรถยนต์ ยาสามัญประจำบ้าน และน้ำยาฆ่าเชื้อ นอกเหนือจากปัญหาเรื่องเงินแล้ว ของพวกนี้ยังไม่สามารถกว้านซื้อในปริมาณมากๆ ได้ เธอจึงต้องหาวิธีอื่นแทน
ในขณะเดียวกัน ซืออี้หลานก็กำลังขบคิดคำถามหนึ่งอยู่ในใจ: เธอควรจะบอกพ่อเรื่องภัยธรรมชาติและมิติลับทันทีเลยดีหรือไม่?
"คนสวย คิดอะไรอยู่หรือจ๊ะ ถึงได้เหม่อขนาดนี้?"
ซืออี้หลานเงยหน้าขึ้นและพบกับชายร่างสูงใหญ่หน้าตาคมเข้มคนหนึ่งกำลังส่งยิ้มให้เธอ