เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - ข้อความในคัมภีร์สวรรค์

บทที่ 43 - ข้อความในคัมภีร์สวรรค์

บทที่ 43 - ข้อความในคัมภีร์สวรรค์


บทที่ 43 - ข้อความในคัมภีร์สวรรค์

ในใจของเหมิงเถียนและฝูซูมีทั้งความยินดีและความกังวล

เซียน ปรากฏขึ้นครั้งแรกในยุคของหวงตี้

ในสมัยโบราณมีผู้วิเศษ สามารถถอดจิตออกจากร่าง นั่งสมาธิอยู่ในห้อง แต่จิตวิญญาณกลับล่องลอยไปทั่วทุกสารทิศ

ความไร้พันธนาการเช่นนี้แหละที่เรียกว่าเซียน

นี่คือความหมายที่แท้จริงของเซียน การบำเพ็ญจิต ร่างกายไม่ใช่ตัวช่วย แต่กลับเป็นสิ่งจองจำ

การบำเพ็ญเป็นเซียนก็คือการหาวิธีสลัดทิ้งร่างกายเนื้อ ส่วนจิตวิญญาณนั้นเป็นอมตะ ได้รับอิสระอย่างแท้จริง

ซึ่งก็คือการมีชีวิตเป็นอมตะนั่นเอง

เมื่อไม่มีร่างกายเนื้อ เหลือเพียงจิตวิญญาณ อาวุธธรรมดาย่อมไม่อาจทำร้ายได้ ไม่ต้องกินก็ไม่ตาย

ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นมีน้อยนัก ไม่เคยได้ยินว่ามีความพิเศษอันใด คนโบราณยังมองว่านี่เป็นวิชามารเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งจวงจื่อปรากฏตัว ลัทธิเต๋าเจริญรุ่งเรือง จึงค่อยๆ ได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คน

ส่วนเทพสวรรค์นั้น แตกต่างจากเซียน

เทพสวรรค์ คือเส้นทางการบำเพ็ญเพียรที่ถูกต้อง และเป็นสายเลือดที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล

เทพเจ้าในสมัยโบราณอย่างเช่นหนี่ว์วา ถือเป็นเทพ หากมีโชคชะตาและบุญบารมีติดตัว ก็จะเป็นปราชญ์

รองจากเทพก็คือเทพสวรรค์

เทพสวรรค์ มีอิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือ ร่างกายแข็งแกร่ง

ดังเช่นที่ในคัมภีร์เลี่ยจื่อมีบันทึกไว้ว่า ทางตอนเหนือของภูเขามีชายชราชื่ออวีกง อาศัยอยู่ตรงข้ามกับภูเขาหวังอูและไท่หาง ภูเขาหวังอูและไท่หางนั้น กว้างเจ็ดร้อยลี้ สูงหมื่นเริ่น

อวีกงรู้สึกลำบากที่ต้องเดินทางเข้าออก จึงรวบรวมคนในครอบครัวมาปรึกษากันว่า "ข้าจะร่วมมือกับพวกเจ้าปรับพื้นที่ขรุขระให้ราบเรียบ แม้ข้าจะแก่ชรา พละกำลังถดถอย เกรงว่าจะไม่อาจทำลายภูเขาสองลูกนี้ได้แม้แต่เส้นขน ทว่าเมื่อข้าตายไป ก็ยังมีลูก ลูกก็มีหลาน หลานก็มีลูก ลูกก็มีลูก หลานก็มีหลาน ลูกหลานสืบต่อกันไปไม่มีวันสิ้นสุด"

"ในเมื่อภูเขาไม่สูงขึ้น แล้วเหตุใดจึงจะราบเรียบไม่ได้"

เทพแห่งงูได้ยินคำพูดนี้ จึงนำไปทูลต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงประทับใจในความตั้งใจของเขา จึงรับสั่งให้บุตรชายสองคนของเทพควาเอ๋อแบกภูเขาสองลูกนั้นไปย้ายไว้ที่อื่น

เทพควาเอ๋อก็คือเทพ ส่วนบุตรชายทั้งสองของเขาก็คือเทพสวรรค์

คนสองคนสามารถแบกภูเขาที่กว้างเจ็ดร้อยลี้ สูงหมื่นเริ่นไปได้ แม้จะมีเหตุผลที่ว่าเทพควาเอ๋อเป็นเทพแห่งพละกำลังอยู่แล้ว ทว่าจากตรงนี้ก็เห็นได้ว่า อิทธิฤทธิ์ของเทพสวรรค์นั้น ไกลเกินกว่าที่เซียนจะเทียบได้

การย้ายเตาหลอมน้ำหนักล้านชั่ง ก็ง่ายดายราวกับการพลิกฝ่ามือ

ทว่า...

ดูเหมือนเทพสวรรค์จะไม่เชี่ยวชาญเรื่องการหลอมยาอันเป็นวิถีเล็กๆ

"ช่างเถอะ"

จู่ๆ ฝูซูก็หัวเราะออกมาเบาๆ เขาส่ายหน้า

"การที่พวกเรามาเดาความสามารถของเทพสวรรค์อยู่ที่นี่ ก็เหมือนกับแมลงฤดูร้อนที่พูดถึงน้ำแข็งนั่นแหละ"

เหมิงเถียนชะงักไปเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมาอย่างปลงตก

อย่างที่ฝูซูพูด ความเข้าใจของพวกเขาทั้งสองคนที่มีต่อเทพสวรรค์หรือเทพเซียน ล้วนมาจากตำราโบราณหรือข่าวลือในหมู่ชาวบ้านทั้งสิ้น

ทั้งสองคนไม่เคยเห็นเทพสวรรค์หรือเทพเซียนตัวจริงเลย การมาถกเถียงกันว่าเทพสวรรค์มีอิทธิฤทธิ์อะไรบ้าง จะมีประโยชน์อะไร

และตอนนี้เทพสวรรค์ก็จากไปแล้ว เอาเตาหลอมยาไปด้วย แต่ทิ้งกระท่อมของตัวเองไว้

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากไม่เข้าไปดู จะสบายใจได้อย่างไร

กระท่อมอยู่ข้างต้นสน ดูเหมือนจะสร้างขึ้นจากหญ้าแห้งที่หาได้ทั่วไปบนภูเขา เล็กกะทัดรัด มีกลิ่นอายความเก่าแก่ แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ราวกับว่ามองแวบเดียว ก็ล่องลอยราวกับเป็นเซียนแล้ว

ส่วนประตูของกระท่อมนั้น ทำจากไม้ท่อนบนภูเขา เปลือกไม้ยังลอกออกไม่หมด ยังมีใบอ่อนงอกออกมาจากรอยแตก ปลิวไสวไปตามสายลมบนภูเขา เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

เหมิงเถียนสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินนำหน้าไปยืนอยู่หน้าประตู

"พวกเราเข้าไปแบบนี้ จะเป็นการลบหลู่หรือไม่"

"ทำความเคารพก่อนแล้วค่อยเข้าไป"

เมื่อสิ้นเสียง ประตูไม้ก็เปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด ราวกับเป็นการต้อนรับ

ทั้งสองคนมีสีหน้าประหลาดใจ สบตากัน

หรือว่า เทพสวรรค์จะรู้ล่วงหน้าว่าพวกเราจะเข้ามา

อิทธิฤทธิ์ของเทพสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะหยั่งรู้ได้จริงๆ

ในกระท่อมสะอาดมาก สะอาดจนไม่เหมือนอยู่ในโลกมนุษย์

สิ่งที่มองเห็น คือเตียงเตี้ยๆ เตียงเตี้ยนั้นเรียบกริบ ไม่มีหญ้าปูรอง ไม่มีเครื่องนอน ไม่มีฝุ่นเกาะ และไม่มีร่องรอยว่าเคยมีคนนอนมาก่อน

นอกจากเตียงเตี้ยแล้ว ในกระท่อมก็ไม่มีเครื่องเรือนอื่นใดอีก แม้แต่ภาชนะใส่อาหารก็ไม่มี

ยังมีครกบดยาอยู่อีกหนึ่งใบ ข้างในมีกากยาที่ไม่รู้จักชื่อหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรอบอวล

ครกบดยาไม่กล้าหยิบไป เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นที่พำนักของเทพสวรรค์ เหมิงเถียนจึงดึงเสื้อคลุมด้านหลังออก ขูดกากยาที่เหลืออยู่ในครกออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วห่อด้วยเสื้อคลุม

ขณะที่เหมิงเถียนกำลังยุ่ง ฝูซูก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ

สายตาของเขาตกลงไปที่เตียงเตี้ย บนนั้นมีของหน้าตาประหลาดวางอยู่

เขาหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ของสิ่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเท่าฝ่ามือ เปลือกนอกดูเหมือนทำจากหนัง ส่วนด้านในเป็นแผ่นสีขาวบางๆ หลายแผ่นที่ทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก บนนั้นเหมือนมีร่องรอยอยู่

"นี่อาจจะเป็นคัมภีร์สวรรค์"

เสียงร้องด้วยความดีใจดังขึ้น เป็นเสียงของเหมิงเถียนนั่นเอง

ตอนนี้เขาห่อกากยาในครกเสร็จแล้ว กำลังจ้องมองของในมือของฝูซูตาเป็นประกาย สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ

ส่วนในดวงตาของฝูซูก็เต็มไปด้วยความยินดีเช่นกัน เขาลูบคลำของในมืออย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ถึงความหนาและมีกลิ่นหอมประหลาดโชยเข้าจมูก

"กลิ่นนี้คล้ายกลิ่นน้ำหมึก แต่ในโลกนี้ไม่มีทางมีหมึกที่หอมขนาดนี้หรอก" ฝูซูพลิกดูเบาๆ รู้สึกทึ่งเล็กน้อย

หมึกมีมาตั้งแต่สมัยซีโจวแล้ว แม้แต่พู่กันก็ถือกำเนิดขึ้นแล้วเช่นกัน ผู้ที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นคนแรกก็คือเหมิงเถียน ในยุคนี้แม้จะใช้การสลักตัวอักษรลงบนซีกไผ่ แต่ภาพวาดบนฝาผนังหรือเครื่องปั้นดินเผาก็ใช้หมึกวาดกันแล้ว

"มีตัวอักษรอยู่ข้างบน"

เหมิงเถียนตาไว มองปราดเดียวก็เห็นว่าข้างในเหมือนจะมีตัวอักษรอยู่

ฝูซูก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาเห็นด้วยกับความคิดของเหมิงเถียน

นี่ต้องเป็นคัมภีร์สวรรค์แน่ๆ

ตัวอักษรในคัมภีร์ อาจจะเป็นตัวอักษรของเทพ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นสิ่งที่เทพสวรรค์ท่านนั้นทิ้งไว้

และคัมภีร์สวรรค์น่าจะเปิดเผยความลับของโลกใบนี้

เขาพลิกกลับไปหน้าที่เคยเห็นก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็เบิกตากว้างพร้อมกัน

ในคัมภีร์สวรรค์มีตัวอักษรอยู่จริงๆ แถมยังมีไม่น้อยด้วย

หน้าที่ทั้งสองคนเปิดเจอตอนนี้ มีตัวอักษรอยู่หลายบรรทัด

เพียงแต่ทั้งสองคนอ่านไม่ออก

ตัวอักษรจีนตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา เริ่มจากอักษรบนเครื่องปั้นดินเผา ต่อมาก็เป็นอักษรบนเครื่องสำริด จากนั้นก็เป็นอักษรบนกระดูกสัตว์ หรือก็คือเจี๋ยกู่เหวิน

มาถึงยุคราชวงศ์โจว อักษรจ้วนก็เป็นที่นิยมไปทั่วแผ่นดิน จนถึงยุคราชวงศ์ฉิน อักษรลี่ซูก็เริ่มรุ่งเรือง

ส่วนตัวอักษรที่อยู่ตรงหน้าทั้งสองคนนี้ ไม่ใช่อักษรบนเครื่องสำริดและไม่อักษรบนกระดูกสัตว์ มีกลิ่นอายของอักษรจ้วน ทว่าก็แตกต่างจากอักษรลี่ซูในยุคราชวงศ์ฉินที่สืบทอดมาจากอักษรจ้วนมาก

"ตัวอักษรนี้ เหมือนจะเขียนด้วยแท่งถ่าน"

เหมิงเถียนพิจารณาตัวอักษรในคัมภีร์สวรรค์อย่างละเอียด ผู้ที่สามารถประดิษฐ์พู่กันขึ้นมาได้ ย่อมต้องมีความรู้ในหัวไม่น้อย

ฝูซูยิ่งมีความรู้มากกว่า เขาขมวดคิ้วแน่น นิ้วมือขีดเขียนไปมาในอากาศโดยไม่รู้ตัว

ส่วนเหมิงเถียนก็ไม่ได้เร่งเร้าเขา

อย่างไรเสีย นี่ก็คือคัมภีร์สวรรค์

แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าของสิ่งนี้ไม่ใช่ของธรรมดา ข้างในไม่รู้ว่าบันทึกความลับอะไรเอาไว้บ้าง

เหมิงเถียนนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ได้เห็นเทพสวรรค์ท่านนั้นเป็นครั้งแรก คำพูดทุกคำของเทพสวรรค์ เขายังจำได้ขึ้นใจ

วันนั้น บนลานประตูสวรรค์ เทพสวรรค์เคยพูดไว้ว่า แผ่นดินจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เรื่องนี้กดทับอยู่ในใจของเหมิงเถียนมาตลอด

ตระกูลของเขาเป็นแม่ทัพแคว้นฉินมาหลายชั่วอายุคน จงรักภักดีต่อจิ๋นซีฮ่องเต้ และห่วงใยแผ่นดินต้าฉินที่ตนบุกเบิกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย

บางที ในคัมภีร์สวรรค์เล่มนี้ อาจจะมีบอกไว้ว่าแผ่นดินจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เขายืนรออยู่อย่างเงียบๆ ด้านข้าง ผ่านไปเต็มๆ หนึ่งเค่อ ในที่สุดบนใบหน้าของฝูซูก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความเข้าใจ

"ข้ารู้แล้ว"

เขายิ้มอย่างภาคภูมิใจ ยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากอย่างระมัดระวัง

"ข้าอ้างอิงจากอักษรจ้วน และนำอักษรลี่ซูมาประกอบ..."

"ในคัมภีร์สวรรค์เขียนไว้ว่าอย่างไรบ้าง" เหมิงเถียนพูดแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนรน

ส่วนฝูซูก็ไม่ได้ถือสา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ สวดภาวนาต่อสวรรค์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"พวกข้าควรจะอาบน้ำชำระกายและกินเจเพื่อสวดภาวนาเสียก่อน ทว่าสถานการณ์เร่งด่วนจึงต้องทำตามความเหมาะสม หวังว่าสวรรค์จะไม่ถือสา หลังจากลงเขาไปแล้ว ข้าจะกินเจและสวดภาวนาเป็นเวลาสามเดือน"

"ข้าก็จะกินเจและสวดภาวนาสามเดือนเช่นกัน" เหมิงเถียนกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม

เมื่อสวดภาวนาต่อสวรรค์เสร็จแล้ว ฝูซูก็มองกลับไปที่คัมภีร์สวรรค์อีกครั้ง แววตาเป็นประกาย ราวกับมองเห็นความลับของฟ้าดิน แม้กระทั่งมือที่ถือคัมภีร์อยู่ยังสั่นเทาเล็กน้อย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - ข้อความในคัมภีร์สวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว