- หน้าแรก
- ชั้นคือผู้ช่วงชิงในโลกวันพีซ
- บทที่ 12 การประหารลูฟี่?
บทที่ 12 การประหารลูฟี่?
บทที่ 12 การประหารลูฟี่?
บทที่ 12 การประหารลูฟี่?
ในสายตาของเหล่าทหารเรือ แม้แต่นาวาเอกสโมคเกอร์...ซึ่งเพิ่งต่อสู้ได้เพียงชั่วครู่...ก็ยังถูกโจรสลัดในชุดขาวผู้นี้ไล่ต้อนจนมุม จนไม่สามารถตอบโต้กลับได้เลย
เหล่าทหารเรือที่อยู่เบื้องหลังเขาเฝ้ามองด้วยความหวาดผวา โจรสลัดผู้มีรอยยิ้มคนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าสโมคเกอร์เสียอีก พลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้จะต้องเป็นของคนที่มีค่าหัวเกินกว่า 100 ล้านเบรีอย่างแน่นอน
ด้วยความคุ้นชินกับชีวิตอันเงียบสงบในทะเลอีสต์บลู เหล่าทหารเรือจึงเริ่มคิดที่จะถอยทัพ ทหารเรือคนหนึ่งที่ถือดาบด้วยความสั่นเทาเอ่ยขึ้น:
“นาวาเอกครับ พวกเราควรถอยกลับไปที่ฐานก่อนแล้วรายงานไปยังศูนย์ใหญ่ พวกเขาจะได้ส่งกำลังเสริมมาได้ครับ”
สโมคเกอร์หันกลับมา สายตาของเขาเย็นเยียบ
“พวกแกอยากให้ชั้นถอยงั้นเหรอ?”
ทหารเรือคนนั้นพูดตะกุกตะกัก ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตา น้ำเสียงของสโมคเกอร์ทุ้มต่ำแต่เด็ดเดี่ยว:
“ชั้นเคยหนีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ถ้าแกกลัวจริง ๆ ก็ไสหัวไปซะ...แต่ก็อย่ามาหวังความปรานีจากชั้นก็แล้วกัน”
ความหวาดกลัวของทหารเรือคนนั้นชะงักงัน แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่กับที่
ชิโรไก ยามิคุโระ ฉีกยิ้ม
“ในเมื่อนายเห็นช่องว่างขนาดนี้แล้ว... นายก็ยังไม่ยอมถอยอีกงั้นเหรอ?”
สโมคเกอร์กระชับจุตเตะขนาดใหญ่ในมือแน่น
“ชั้นยืนหยัดเพื่อความสงบสุขของโลคทาวน์ การมาเยือนของแกคุกคามสิ่งนั้น ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ชั้นก็จะไม่ยอมปล่อยให้ตัวอันตรายอย่างแกลอยนวลไปได้หรอก”
รอยยิ้มของชิโรไกกว้างขึ้น
“จุดยืนของนายน่านับถือนะ... แต่มันก็ช่างไร้เดียงสา นายมันอ่อนแอเกินไป สโมคเกอร์ ความอ่อนแอคือบาปมหันต์ในสนามรบ นายไม่สามารถปกป้องคนอื่นได้...หรือแม้กระทั่งตัวนายเองก็เถอะ ให้ชั้นได้ทำลายความเชื่อของนาย บดขยี้ความหยิ่งยโสของนาย และทำให้นายได้เข้าใจถึงความสิ้นหวังที่แท้จริงเสียเถอะ มีเพียงจากก้นบึ้งของมันเท่านั้นแหละ ที่ความยุติธรรมที่แท้จริงจะก่อกำเนิดขึ้นมาได้”
เมื่อพูดจบ ชิโรไกก็กลายสภาพเป็นกลุ่มควันสีดำอีกครั้ง คราวนี้ความมืดมิดแผ่ขยายขึ้นสู่ท้องฟ้า...กลืนกินหมู่เมฆและบดบังท่าเรือโลคทาวน์จนมิดภายในเวลาไม่กี่นาที
เหล่าทหารเรือหอบหายใจเฮือก ความตื่นตระหนกเริ่มก่อตัวขึ้น สโมคเกอร์ซึ่งเปลวไฟจากซิการ์ของเขาสว่างวาบตัดกับความมืดมิด ได้เปลี่ยนร่างเป็นควันสีขาวและลอยขึ้นไปเหนือศีรษะ
“นี่สินะ... ขีดสุดที่แท้จริงของพลังผลโมคุ โมคุ”
บนพื้นดิน ชาวเมืองต่างแหงนมองท้องฟ้าด้วยความสับสน ไม่มีลมพัด...ทว่าความมืดมิดกลับเข้าปกคลุม ในร้านขายอาวุธที่อยู่ใกล้เคียง อิปปงมัตสึสบถด่าความมืดมิดที่เข้าปกคลุมท้องฟ้าอย่างกะทันหัน
เบื้องบนที่ห่างไกลออกไป เสียงของชิโรไกดังกึกก้องราวกับอสนีบาต:
“สโมคเกอร์! นายยังมีเจตจำนงที่จะท้าทายชั้นอยู่อีกงั้นเหรอ? แสดงความยุติธรรมของนายให้ชั้นเห็นสิ!”
ฝ่ามือควันสีดำขนาดยักษ์ ฝ่ามือมารพรหมมินทร์ ได้ก่อตัวขึ้นและร่วงหล่นลงมายังควันสีขาวที่ล่องลอยอยู่ของสโมคเกอร์
“ความยุติธรรมไม่มีวันถอยหนี!”
สโมคเกอร์ประกาศกร้าว พุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือนั้น ทว่าชิโรไกได้เคลือบมันไว้ด้วยฮาคิเกราะ
“แม้แต่ควันก็ยังสามารถเคลือบด้วยฮาคิเกราะได้สินะ”
ชิโรไกสังเกตการณ์อย่างขบขัน
สโมคเกอร์เสริมพลังให้จุตเตะของเขาด้วยฮาคิเกราะและฟาดฟันเข้าใส่...แต่พละกำลังของเขายังไม่เพียงพอ ฝ่ามือนั้นปัดมันทิ้งไปราวกับปัดแมลงรำคาญ เขาพ่นควันสีขาว พุ่งตัวไปมา โจมตีทั้งจากด้านบนและด้านล่าง...แต่มันก็เปล่าประโยชน์
(ไม่แน่ใจว่าสโมคเกอร์มีฮาคิเกราะหรือเปล่า แต่ยังไงมันก็เป็นฮาคิประเภทเริ่มต้นอยู่ดี)
ท้ายที่สุด สโมคเกอร์ก็ต้องหันมาปกป้องเหล่าทหารเรือของเขาด้วยจุตเตะที่เสริมพลังด้วยฮาคิ...แต่มันก็เหมือนกับแมลงเม่าที่ริอ่านจะสั่นคลอนขุนเขา
เสียงในใจของเขาเดือดพล่านไปด้วยความเสียใจ: ถ้าชั้นไม่ได้ไล่ตามโจรสลัดคนนี้... ลูกน้องของพวกเราก็คงไม่ต้องมาทนทุกข์แบบนี้
ขณะที่ฝ่ามือขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือทหารเรือที่ติดกับ...หลายคนในตอนนี้ถูกกักขังและไร้หนทางสู้...การโจมตีกำลังจะปะทะเข้าใส่... จนกระทั่งชิโรไกดึงมันกลับไป ความมืดมิดก็ค่อย ๆ หดหายไป
“ชั้นแสดงให้นายเห็นแล้วนะว่าผลโมคุ โมคุ ทำอะไรได้บ้าง”
ชิโรไกเอ่ยออกมาจากหมู่เมฆที่กำลังสลายตัว
“คราวหน้าที่เราพบกัน ชั้นหวังว่านายจะแข็งแกร่งพอที่จะผดุงความยุติธรรมของนายได้...แข็งแกร่งพอที่จะทะลวงผ่านศัตรูของนายไปได้นะ”
แสงสว่างกลับคืนมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ชิโรไกก็ได้เคลื่อนย้ายลังไม้ทั้งหมดจากท่าเรือขึ้นไปบนเรือโกอิ้งเมอร์รี่แล้ว ควันสีดำสายหนึ่งล่องลอยมุ่งหน้าไปยังลานประหาร
ลานประหาร
ลูฟี่ถูกมัดอยู่บนยอดแท่นประหาร ท่ามกลางความโกลาหลในลานกว้างที่มืดสลัว หากปราศจากแสงจากคบเพลิง ผู้คนเบื้องล่างก็ไม่อาจมองเห็นได้ บากี้ยืนเตรียมพร้อม ชูดาบขึ้นสูง จมูกสีแดงของเขาดูโดดเด่น
“หมวกฟาง แกต้องตายที่นี่!”
เขาหัวเราะเสียงแหลม...จนกระทั่งเขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว โซโรและซันจิพุ่งทะลวงผ่านลูกน้องของบากี้เข้ามา
โซโรฟันศัตรูกระเด็นออกไปด้านข้าง สายตาจับจ้องไปที่ลูฟี่
ซันจิเตะพวกกลุ่มโจรสลัดอัลบีด้าให้พ้นทาง สายตาจับจ้องไปที่แท่นประหาร
ลูฟี่มองไปที่โซโรและซันจิ ความตระหนักรู้ผุดขึ้นมาในใจ: ความตายกำลังรอเขาอยู่ จากนั้นเขาก็ฉีกยิ้มกว้าง
“โซโร ซันจิ อุซป นามิ ชิโรไก...ขอโทษทีนะ ชั้นกำลังจะตายแล้วล่ะ”
บากี้เงื้อดาบขึ้น เตรียมพร้อมที่จะสับลงมา
“ตายซะเถอะ เจ้าหมวกฟาง!”
ทว่าประกายสายฟ้าก็แลบแปลบแหวกท้องฟ้า รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดนั้น ควันสีดำทิ้งตัวลงมา ก่อตัวรวมกันบนแท่นประหาร
ชิโรไกใช้มือซ้ายคว้าใบดาบของบากี้เอาไว้ ฮาคิเกราะไหลเวียนไปทั่วร่าง บดขยี้มันจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บากี้ทรุดฮวบลงด้วยความตกตะลึง
[ นายท่านสังเกตเห็น: ผู้ใช้พลัง ผลบาระ บาระ ความสามารถในการแยกส่วนร่างกายของตัวเองได้ดั่งใจ ]
ชิโรไกหงายหน้าขึ้น มองดูสายฟ้าฟาดฟัน มือขวาของเขาชักดาบซันได คิเท็ตสึออกจากฝัก ซึ่งถูกห่อหุ้มไว้ด้วยฮาคิเกราะ
“วิชาดาบเดียว ฟันอสนีบาต!”
ออร่าดาบสีดำฟาดฟันเข้าใส่สายฟ้าฟาดนั้น...ผ่าครึ่งมันกลางอากาศ มันไม่ได้สลายไป แต่กลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ม่านความมืดมิดเบื้องบน แหวกเส้นทางแห่งแสงสว่างออกมา
เสี้ยวหนึ่งของท้องฟ้าปรากฏขึ้น แสงสว่างอาบชโลมร่างชิโรไก มอบกลิ่นอายที่แทบจะดูราวกับเทพเจ้าให้กับเขา ฝูงชนหอบหายใจเฮือก
“พวกเราจะช่วยกัปตันด้วยตัวเองนี่แหละ”
เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═