เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - พิธีถ่ายทอดอาคม

บทที่ 18 - พิธีถ่ายทอดอาคม

บทที่ 18 - พิธีถ่ายทอดอาคม


บทที่ 18 - พิธีถ่ายทอดอาคม

การได้กลับมายังสำนักเหมาซานอีกครั้งหลังจากจากไปนาน ทำให้เจียงเฉินรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเดินทางมาถึงยุคราชวงศ์ถัง เขาก็ถูกศิษย์พี่ใหญ่หลี่หานกวงพาขึ้นมาบนเขาเหมาซานทันที สำนักเหมาซานจึงเปรียบเสมือนจุดยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นสถานที่ที่เขาคุ้นเคยและผูกพันมากที่สุดในยุคนี้

"ศิษย์พี่"

"ท่านอาจารย์อา"

"ศิษย์น้องเล็ก"

ตลอดทาง มีผู้คนมากมายหยุดยืนประสานมือคารวะพวกเขาทั้งสอง

ในตอนนั้นเอง ร่างอันสูงสง่าน่าเกรงขามก็มายืนขวางหน้าพวกเขาไว้

เซวียซีชางที่เมื่อครู่ยังมีท่าทางร่าเริงสดใส พลันหน้าซีดเผือดราวกับมะเขือม่วงโดนน้ำค้างแข็ง

"ศิษย์พี่ใหญ่"

เจียงเฉินเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหลี่หานกวงก็รีบเอ่ยทักทายตาม

"ศิษย์พี่ใหญ่"

หลี่หานกวงจ้องมองเซวียซีชางด้วยสายตาดุดัน

"ทำอะไรไร้สาระ"

เซวียซีชางหดคอวูบด้วยความหวาดหวั่น

เจียงเฉินเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่เป้าหมายไม่ใช่เขา

ศิษย์พี่สาม ท่านก็ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ

"ใกล้จะถึงวันทำพิธีถ่ายทอดอาคมของศิษย์น้องเล็กอยู่แล้ว เจ้ายังกล้าพาเขาลงเขาไปอีก หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมา เจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม"

เซวียซีชางรู้ตัวว่าผิดจึงตอบกลับเสียงอ่อย

"ข้ารู้ลิมิตตัวเองน่าศิษย์พี่ใหญ่ อีกอย่าง ศิษย์พี่รองเป็นคนสั่งให้ข้าพาศิษย์น้องเล็กลงเขาไปเองนะขอรับ"

เยี่ยฝ่าซ่านที่บังเอิญเดินผ่านมาและพยายามทำตัวให้กลมกลืนไร้ตัวตนถึงกับอ้าปากค้าง

หลี่หานกวงยังคงโกรธเกรี้ยวไม่เลิก

"ยุคนี้คือยุคแห่งการแก่งแย่ง ภูตผีปีศาจโผล่มาไม่เว้นแต่ละวัน แม้แต่ปีศาจจตุรทิศก็ยังมีทีท่าว่าจะปรากฏตัว พวกเจ้าควรจะตั้งใจบำเพ็ญเพียรให้มากกว่านี้ อย่าได้เกียจคร้านเป็นอันขาด"

เจียงเฉิน เซวียซีชาง รวมถึงเยี่ยฝ่าซ่านที่เพิ่งเดินผ่านมาต่างขานรับพร้อมเพรียงกัน

"ขอรับ"

หลี่หานกวงถึงได้หันมามองเจียงเฉิน ท่าทีดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนทันที

"ศิษย์น้องเล็ก ตามข้ามา ท่านอาจารย์ต้องการพบเจ้า"

เจียงเฉินได้ยินว่าท่านอาจารย์ต้องการพบก็เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที

เจ้าสำนักเหมาซาน ซือหม่าเฉิงเจิน ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชครูแห่งราชวงศ์ถัง

เหตุผลที่ท่านได้รับการยกย่องถึงเพียงนี้ ก็เพราะความแข็งแกร่งของท่านนั้นอยู่ในจุดสูงสุดของวิถีเต๋า บรรลุถึงระดับจิตวิญญาณแล้ว

ในระดับนี้ ผู้ฝึกฝนจะสามารถมองเห็นสัจธรรมของโลกและล่วงรู้ถึงเหตุและผลของสรรพสิ่ง

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่ระบุไว้ในตำรา ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนเจียงเฉินเองก็ไม่แน่ใจ

แต่เจียงเฉินก็ยังคงหวาดกลัวว่าที่มาที่ไปของตนเองจะถูกท่านอาจารย์มองทะลุปรุโปร่ง

เขาเดินตามหลังหลี่หานกวงเข้าไปในตำหนักรองที่เคยมาเมื่อครั้งก่อน

ในตอนนี้ มีคนผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง หันหน้าเข้าหารูปปั้นของเทพซานชิง

คนผู้นั้นสวมชุดนักพรตลายเมฆ มงกุฎดอกบัวบนศีรษะทอประกายระยิบระยับล้อแสงเทียน

เมื่อหลี่หานกวงเห็นว่าซือหม่าเฉิงเจินออกจากค่ายกลบำเพ็ญเพียรแล้วก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง เขารีบประสานมือคารวะ

"ขอแสดงความยินดีกับท่านอาจารย์ด้วยขอรับ ที่วิถีลืมรูปสละนามของท่านก้าวหน้าไปอีกขั้น"

นักพรตที่หันหลังให้เจียงเฉินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงล่องลอย

"มรรคาแห่งระดับจิตวิญญาณนั้นลึกล้ำสุดหยั่งคาด แม้แต่ข้าเองก็ไม่อาจเข้าใจถ่องแท้ได้ทั้งหมด จึงต้องใช้วิธีพลิกแพลง ช่วงชิงเคล็ดลับแห่งหยินหยาง พลิกผันประตูแห่งความเป็นความตาย ใช้เวลาถึงสามสิบกว่าปี ในที่สุดข้าก็ฝึกฝนวิถีลืมรูปสละนามขั้นที่สองสำเร็จเสียที"

เจียงเฉินฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด จึงได้แต่ยืนนิ่งเป็นท่อนไม้

"เจียงเฉิน"

เมื่อได้ยินซือหม่าเฉิงเจินเรียกชื่อของตน เจียงเฉินก็รู้สึกเกร็งไปทั้งตัว เขารีบประสานมือคารวะ

"ศิษย์อยู่นี่ขอรับ"

"การที่ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าคงจะมีความสงสัยอยู่เต็มอกสินะ แต่อันที่จริงเจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก ข้าก็แค่นึกอยากจะรับศิษย์ขึ้นมาอย่างกะทันหันก็เท่านั้น"

ซือหม่าเฉิงเจินอธิบายให้เจียงเฉินฟังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเจียงเฉินทั้งงุนงงและประหลาดใจ

"ข้าได้คำนวณดูแล้ว อีกสามวันจะเป็นฤกษ์งามยามดี ข้าจะตั้งศาลทำพิธีถ่ายทอดอาคมและรับยันต์วิเศษให้แก่เจ้า"

เจียงเฉินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ในที่สุดเขาก็รอจนถึงวันนี้เสียที

แม้ว่าการไม่เข้าพิธีรับยันต์วิเศษจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียรของเขา แต่ก็มียันต์และคาถาอีกมากมายที่เขาไม่สามารถใช้งานได้

ซึ่งนั่นถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาความแข็งแกร่งของเขา

แต่ในประโยคต่อมา ซือหม่าเฉิงเจินก็กล่าวเตือนขึ้นว่า

"การรับยันต์ของเจ้ามีสองทางเลือก หนึ่งคือรับยันต์จากข้า สองคือเจ้าต้องใช้สัมผัสรับรู้กลิ่นอายของปรมาจารย์ในอดีตเพื่อรับยันต์ด้วยตัวเอง"

"หากเจ้ารับยันต์จากข้า ข้าจะมอบคัมภีร์ยันต์ไท่ซ่างซานอู่ตูโกงให้แก่เจ้า ซึ่งนี่เป็นยันต์มาตรฐานสำหรับศิษย์ที่เพิ่งเข้าสู่วิถีเต๋า"

"แต่หากเจ้าเลือกที่จะสัมผัสกลิ่นอายของปรมาจารย์เพื่อรับยันต์ด้วยตัวเอง ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าเจ้าจะได้รับยันต์ระดับใด เจ้าจะเลือกทางไหน"

หลี่หานกวงได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก

"ท่านอาจารย์"

หากเลือกวิธีสัมผัสกลิ่นอายของปรมาจารย์ด้วยตัวเอง โอกาสที่จะไม่ได้รับยันต์อะไรเลยนั้นมีสูงมาก ซ้ำยังอาจทำให้เหล่าปรมาจารย์ไม่พอใจ และหมดวาสนาในวิถีเต๋าไปตลอดกาล

ตอนที่หลี่หานกวงรับยันต์ เขาก็เริ่มต้นจากคัมภีร์ยันต์ไท่ซ่างซานอู่ตูโกง แล้วค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมา

ในเมื่อตอนนี้ท่านอาจารย์ให้เจียงเฉินเป็นคนเลือก ก็แสดงว่าท่านอยากให้ศิษย์น้องเล็กเลือกวิธีที่สองอย่างแน่นอน

หลี่หานกวงไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมท่านอาจารย์ที่เพิ่งออกจากค่ายกลบำเพ็ญเพียรมาหมาดๆ ถึงได้เลอะเลือนไปเสียแล้ว

ซือหม่าเฉิงเจินยังไม่ทันได้พูดอะไร เจียงเฉินก็ชิงตัดบทหลี่หานกวงเสียก่อน

"ศิษย์พี่ ไม่ต้องพูดแล้วขอรับ ในเมื่อท่านอาจารย์ให้ข้าเป็นคนเลือก ย่อมต้องมีเหตุผลแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน"

แม้เจียงเฉินจะไม่รู้ว่าความล้มเหลวจากการรับยันต์จะมีผลตามมาอย่างไร แต่ดูจากสีหน้าของหลี่หานกวงแล้ว เขาก็พอจะเดาได้ว่าวิธีที่สองนั้นต้องมีความเสี่ยงมากแน่ๆ

แต่ในขณะเดียวกัน วิธีที่สองก็ฟังดูเหมือนจะมีความเสี่ยงสูงแต่ก็แลกมาด้วยผลตอบแทนที่สูงลิ่วเช่นกัน

ใช้สัมผัสรับรู้กลิ่นอายของปรมาจารย์เพื่อรับยันต์อย่างนั้นหรือ

ถ้าเขาสัมผัสกลิ่นอายของเทพซานชิงได้ล่ะ มันจะสุดยอดขนาดไหน

แต่เจียงเฉินก็แค่คิดเผื่อไว้เท่านั้น ในเมื่อซือหม่าเฉิงเจินเสนอทางเลือกมาให้สองทาง ก็แปลว่าท่านคาดหวังให้เขาเลือกวิธีที่สอง

เจียงเฉินไม่อยากทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังตั้งแต่การพบกันครั้งแรก เขาจึงตอบกลับอย่างหนักแน่น

"ท่านอาจารย์ ข้าขอเลือกวิธีที่สอง ข้าอยากจะลองสัมผัสรับรู้กลิ่นอายของเหล่าปรมาจารย์ด้วยตัวเองขอรับ"

หลี่หานกวงทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก

"ศิษย์น้องเล็ก ท่านอาจารย์เลอะเลือน ทำไมเจ้าถึงได้เลอะเลือนตามท่านไปด้วยล่ะเนี่ย"

ซือหม่าเฉิงเจินไม่ได้สนใจหลี่หานกวง ท่านมองเจียงเฉินด้วยแววตาพึงพอใจแล้วเอ่ยว่า

"ดีมาก"

สามวันต่อมา ณ ตำหนักแท่นบูชาซ่างชิง ซึ่งปกติแล้วหากไม่ใช่การทำพิธีให้ศิษย์สายตรง ตำหนักแห่งนี้จะไม่ถูกเปิดใช้งานเลย

แต่วันนี้ ประตูตำหนักกลับเปิดกว้าง ด้านบนสุดของตำหนักคือรูปปั้นทองคำของเทพซานชิง ถัดลงมาคือเทพซื่ออวี้

และด้านล่างสุดคือป้ายวิญญาณของอดีตปรมาจารย์แห่งนิกายซ่างชิงที่ตั้งเรียงรายกันอย่างหนาแน่น

นอกจากนี้ยังมีม้วนยันต์มากมายแขวนประดับอยู่รอบๆ ซึ่งเจียงเฉินแทบจะไม่รู้จักเลยสักชิ้น

พิธีรับยันต์ในครั้งนี้ไม่ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่ใหญ่โต และไม่ได้เชิญผู้ฝึกฝนจากสำนักอื่นมาร่วมเป็นสักขีพยาน ไม่ได้มีการกระจายข่าวออกไปแต่อย่างใด

ทว่าความผิดปกตินี้กลับยิ่งดึงดูดความสนใจจากราชสำนักและสำนักอื่นๆ

เพราะการที่สำนักเหมาซานทำตัวผิดสังเกต ย่อมแสดงว่ามีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ภายนอกตำหนักแท่นบูชาซ่างชิงในวันนี้ มีผู้มาร่วมงานไม่มากนัก

มีเพียงผู้อาวุโสบางส่วนของนิกายซ่างชิงและศิษย์อีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น

เนื่องจากการรับยันต์ในครั้งนี้เป็นการให้เจียงเฉินสัมผัสรับรู้กลิ่นอายของปรมาจารย์ด้วยตัวเอง ซือหม่าเฉิงเจินจึงทำหน้าที่เป็นทั้งปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดอาคมและผู้คุ้มครองแท่นบูชาไปพร้อมๆ กัน

พิธีกรรมเบื้องต้นนั้นไม่ได้เรียบง่ายเลย แต่นิกายซ่างชิงเลือกที่จะรวบรัดขั้นตอน ทำให้พิธีเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงครึ่งวัน

และในที่สุดก็ถึงเวลาที่เจียงเฉินจะต้องเข้าพิธีรับยันต์

ซือหม่าเฉิงเจินสวมชุดนักพรตสีม่วงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางตำหนัก เบื้องหน้าคือกระถางธูปที่ควันลอยกรุ่น

ท่านสั่นกระดิ่งเทวะ จุดเทียนหอม ถวายฎีกาและยันต์ ก่อนจะเริ่มสวดมนต์

ตามจังหวะการสวดของซือหม่าเฉิงเจิน ตัวอักษรเมฆาเร้นลับก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นม้วนฎีกาเพื่อถวายแด่ปรมาจารย์

"ขอให้แท่นบูชาซ่างชิงจงเป็นพยาน ขอบอกกล่าวแด่อดีตปรมาจารย์แห่งสำนักเหมาซาน วันนี้เจียงเฉินชาวอำเภอเจวี๋ยหรง ได้จุดธูปบูชาเทพซานชิง ทวยเทพทั้งสิบทิศ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้..."

ซือหม่าเฉิงเจินเอ่ยนามของทวยเทพในวิถีเต๋าอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่น

"ขอปวารณาตนบำเพ็ญเพียร เพื่อตอบแทนพระคุณของทวยเทพ"

"ศิษย์ซือหม่าเฉิงเจิน ผู้ได้รับคัมภีร์ยันต์ซ่างชิงต้าต้ง ผู้ดำรงตำแหน่งจิ่วเทียนจินเชวี่ยลิ่งพ่านไท่เสวียนตูเสิ่งเจี้ยนซูจีเน่ยไว่ไถซื่อ..."

"ขอเป็นผู้ถ่ายทอดคำสาบานให้แก่เจียงเฉินชาวอำเภอเจวี๋ยหรง ขอให้ยันต์และคาถาทั้งหลายของนิกายซ่างชิง จงเปิดทางสะดวกให้แก่เจียงเฉินด้วยเถิด"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - พิธีถ่ายทอดอาคม

คัดลอกลิงก์แล้ว