เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 ปลาไฟหยางสุ่ย โอกาสที่ขยายได้

บทที่ 39 ปลาไฟหยางสุ่ย โอกาสที่ขยายได้

บทที่ 39 ปลาไฟหยางสุ่ย โอกาสที่ขยายได้ 


"จริงด้วย..."

เมื่อเห็นว่าแผนได้ผล เล่ยจวินก็เหมือนถือคันเบ็ด เขายกไม้ไผ่ทองคำขึ้นและค่อยๆ ถอยหลังไป

ทั้งคู่เหมือนถูกเชื่อมต่อด้วยสายเบ็ดที่มองไม่เห็น

ปลาที่ว่ายในเปลวไฟนั้นสะบัดตัวดิ้นรนพยายามหนี

เล่ยจวินเห็นดังนั้นเขาก็หยิบพู่กันจูเฟิงออกมา

ตอนนี้เขาไม่ได้ใช้พู่กันเพื่อสร้างยันต์แต่เพียงแค่โบกในอากาศ

ทันใดนั้นก็เหมือนมีสายเบ็ดเส้นที่สองมาจับปลาตัวนั้นไว้

ครั้งนี้เล่ยจวินดึงอีกครั้ง ปลานั้นก็ถูกดึงออกมาจากทะเลเพลิงอย่างไม่เต็มใจ

เมื่อแสงสีทองอยู่ตรงหน้าเล่ยจวินจึงเก็บพู่กันจูเฟิงแล้วหยิบยันต์ดูดกลืนพลังวิญญาณออกมาเพื่อเตรียมเก็บแสงสีทองนั้น

แต่ไม่ทันคาดคิดเขารู้สึกว่าฝ่ามือร้อนผ่าว

เล่ยจวินรีบสะบัดมือยันต์ดูดกลืนพลังวิญญาณถูกเผาไหม้กลางอากาศกลายเป็นเถ้าถ่าน

ปลาทองที่คล้ายกับแสงทองนั้นพยายามจะหนีกลับไปในทะเลเพลิงอีกครั้ง

เล่ยจวินรีบฟาดไม่ไผ่ทองคำที่ถืออยู่ในมือ

การเคลื่อนไหวของแสงทองช้าลงทันที ราวกับว่าถูกติดอยู่กับไม่ไผ่ทองคำ

ตอนนี้เล่ยจวินจึงมีโอกาสพิจารณาแสงทองนี้อย่างใกล้ชิด

แสงทองนั้นไม่ใช่ปลาแท้ๆและไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ

แต่เป็นกระแสแสงที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณคล้ายกับว่ามีชีวิตและความคิดของมันเอง

เมื่อแสงนั้นติดอยู่กับไม่ไผ่ทองคำมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากการเป็นพลังงานที่ไม่จับต้องได้ไปสู่การมีตัวตนเป็นรูปเป็นร่างราวกับเป็นหยกวิญญาณที่กึ่งโปร่งใส

หยกนี้ใสบริสุทธิ์เป็นสีแดงเหมือนไฟตรงกลางดูเหมือนมีของเหลวหยกไหลเวียนและเปล่งประกายสีทอง

เมื่อมองโดยรวมแล้ว มันคล้ายกับปลายินหยางของสัญลักษณ์ไท่จี๋ ครึ่งหนึ่งของปลานั้นแผ่พลังหยางบริสุทธิ์และร้อนแรงออกมา

[ปลาไฟหยางสุ่ย]

ในหัวของเล่ยจวินเกิดความเข้าใจขึ้นในทันที

นี่แหละคือโอกาสระดับสี่ที่เซียมซีระดับสูงสุดกล่าวถึง

เมื่อมองไม้ไผ่ทองคำที่ยึดปลาไฟหยางสุ่ยไว้ เล่ยจวินก็นึกขึ้นมาว่าเพียงแค่มีโอกาสยังไม่พอต้องสามารถจับมันมาได้จริงๆถึงจะเป็นของตัวเอง

ครั้งนี้ต้องขอบคุณอาจารย์หยวนโม่ไป๋

ที่วันนี้เขาสามารถ "ตก" ปลาไฟหยางสุ่ยตัวนี้ได้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอาจารย์หยวนโม่ไป๋ได้เตรียมบางอย่างไว้ตั้งแต่การมาเปิดถ้ำสวรรค์เสวียนหยาง

ทั้งไม้ไผ่ทองคำและพู่กันจูเฟิงล้วนมาจากอาจารย์หยวนโม่ไป๋

ด้วยความช่วยเหลือของสมบัติเหล่านี้ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปลาไฟหยางสุ่ยโดยกำเนิดเล่ยจวินจึงสามารถจับสิ่งนี้มาได้

แน่นอนหากครั้งนี้เขาไม่เลือกมาที่สำนักแยกหยางซาน แต่กลับอยู่เฉยๆที่สำนักอาจจะไม่มีโอกาสได้รับสิ่งนี้เลยก็เป็นได้

"ตอนนี้ปัญหาคือการเก็บรักษา"

เล่ยจวินใช้พลังของตัวเองเรียกพลังวิญญาณของไม้ไผ่ทองคำออกมา

ไม้ไผ่ทองคำที่ดูมืดหม่นก่อนหน้านี้ เริ่มส่องแสงวิญญาณสีทองอ่อนๆที่ไม่หายไปเหมือนครั้งแรกแต่กลับส่องแสงอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้พลังวิญญาณของไม้ไผ่ทองคำ ปลาไฟหยางสุ่ยกลับกลายเป็นแสงวิญญาณสีทองอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่หนีไปไหนแต่ค่อยๆถูกห่อหุ้มไว้ในไม้ไผ่ทองคำ

เล่ยจวินค่อยๆใช้พลังของตัวเองเพื่อรักษาสภาพนี้ไว้จนสามารถเก็บปลาไฟหยางสุ่ยได้สำเร็จ

ขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับสิ่งนี้ ฉวี่หย่งที่หมดสติอยู่ข้างๆก็ฟื้นขึ้นมา

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? เอ๊ะ…เหมือนมีคนลอบทำร้ายข้า...”

ฉวี่หย่งที่เพิ่งฟื้นขึ้นมายังคงสับสน แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกขนลุกทั้งศีรษะและรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอยอีกครั้ง

"ป้าบ!"

ก่อนที่เขาจะทันได้ลืมตาชัดเจน เขาก็รู้สึกว่าท้ายทอยของเขาโดนฟาดซ้ำอีกครั้ง เหมือนกับคราวที่แล้ว!

"ใครกันแน่ที่ทำร้ายข้า?!"

ฉวี่หย่งนอนหมอบอยู่กับพื้น ตาพร่ามัวและพยายามจะลุกขึ้น

“ป้าบ!”

ท้ายทอยของเขาถูกฟาดอีกครั้ง

“อื้อ...” ฉวี่หย่งล้มลงไปหมดสติอีกครั้ง

เบื้องหลังของเขา เล่ยจวินวางไม้เท้าลงด้วยมือซ้าย แล้วกลับไปสนใจที่ไม้ไผ่ทองคำในมือขวาของเขา

หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเล่ยจวินก็สามารถเก็บปลาไฟหยางสุ่ยด้วยไม้ไผ่ทองคำได้สำเร็จ

ปลาไฟหยางสุ่ยสามารถเปลี่ยนระหว่างสถานะจริงและพลังงานวิญญาณได้

ตอนนี้มันได้กลายเป็นพลังหยางบริสุทธิ์และซึมเข้าไปในไม้ไผ่ทองคำ

เมื่อเล่ยจวินต้องการใช้งานเขาก็สามารถดึงปลาไฟหยางสุ่ยออกมาจากไม้ไผ่ทองคำอีกครั้ง

สภาพแวดล้อมภายนอกยังไม่แน่นอน เล่ยจวินจึงไม่รีบกลั่นพลังของปลาไฟหยางสุ่ยและจะรอจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง

“จำได้ว่าเฉินอี้ได้รับสมบัติจากศิษย์พี่ใหญ่ ซึ่งก็มาจากถ้ำสวรรค์เสวียนหยางและชื่อว่าไฟหยางสุ่ยหรือไม่?”

เล่ยจวินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไฟหยางสุ่ย…ปลาไฟหยางสุ่ย...”

ถ้าเฉินอี้มาที่สำนักแยกหยางซานและเข้าไปในถ้ำสวรรค์เสวียนหยางพร้อมกันทั้งคู่ "ตกปลา" ด้วยกันคงต้องมาดูกันว่าใครมีเบ็ดและเหยื่อที่ดีกว่า

มองในแง่นี้โอกาสระดับสี่ที่เซียมซีระดับสูงสุดพูดถึงในครั้งนี้ เฉินอี้ก็คงมีโอกาสดีเช่นกัน

แต่เพราะเฉินอี้เลือกจะเข้าไปพัวพันกับการเมืองภายในสำนักเทียนซือแทนที่จะวางตัวเป็นกลางเหมือนเล่ยจวิน สุดท้ายเขาจึงพลาดโอกาสนี้ไป

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจพูดได้ว่าเฉินอี้ตัดสินใจผิดเพราะเขาก็ได้รับประโยชน์จากการวางตัวในหลายฝ่ายก่อนจะพลาดครั้งนี้

แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เล่ยจวินคิดว่าเฉินอี้อาจมีความสามารถพิเศษในการตรวจจับสถานการณ์หรือข้อมูลในทันที แทนที่จะมีความสามารถในการทำนายล่วงหน้า

ยกเว้นแต่ว่าการที่เฉินอี้ถูกกักตัวโดยผู้อาวุโสเหยาหยางในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขาเอง

เล่ยจวินสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป

เขาเก็บไม่ไผ่ทองคำและกำจัดไม้เท้าที่ได้มาจากศิษย์ลัทธิอสูรเหลืองฟ้า จากนั้นอุ้มฉวี่หย่งที่หมดสติไปที่ทางเข้าถ้ำ

ทางเข้าถ้ำยังคงถูกปิดกั้นโดยเปลวไฟใต้ดินซึ่งแยกภายในออกจากภายนอก

เล่ยจวินไม่รีบร้อน เขาวางฉวี่หย่งลงและติดยันต์ป้องกันเพิ่มให้ตัวเองก่อนจะนั่งสมาธิฝึกฝน

ไม่นานนักฉวี่หย่งก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

เขายังไม่รู้สึกตัวเต็มที่แต่ร่างกายก็ยกมือขึ้นจับที่หัวทันที

"ศิษย์พี่ฉวี่?"

เมื่อได้ยินเสียงเรียก ฉวี่หย่งก็ตกใจและค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาทีละน้อยก่อนจะหันไปเห็นเล่ยจวินที่ดูอ่อนแรงอยู่ในแสงไฟ

"ศิษย์น้อง...เล่ยจวิน?" ฉวี่หย่งพูดขณะที่กำลังกุมศีรษะเขามองไปรอบๆแล้วรีบจับที่ท้ายทอยด้วยความเจ็บปวด

เล่ยจวินพูดขึ้น

“ศิษย์พี่ฉวี่ อย่าเพิ่งขยับมาก ท้ายทอยของท่านบาดเจ็บข้าไม่มียาสำหรับรักษาที่เหมาะสม จึงได้ทำแผลให้ชั่วคราว”

ฉวี่หย่งกุมศีรษะพลางพูด

“ใช่...ข้าถูกลอบทำร้าย! มีคนฟาดข้าที่หัว!”

เล่ยจวินสีหน้าไม่เปลี่ยน

“ตอนที่ข้ามาถึง ศิษย์พี่ฉวี่นอนหมดสติอยู่แล้วมีศิษย์ลัทธิอสูรเหลืองฟ้าสองคนยืนอยู่ด้านหลังโชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไร”

“สองคน...ใช่ พวกมันสองคนลอบโจมตีข้า มิฉะนั้นข้าคงไม่พลาดข้าตั้งใจเตรียมยันต์ทองคำไว้แล้ว!”

ฉวี่หย่งลูบศีรษะตัวเองที่มีรอยบวมสามจุด

สามจุดเหมือนรอยตี...มันช่างไร้สาระสิ้นดี!

เมื่อคิดถึงศิษย์ลัทธิอสูรเหลืองฟ้าคนนั้นที่ถือไม้เท้า ฉวี่หย่งก็ระบุตัวผู้ร้ายได้ทันที และรู้สึกโกรธจนแทบระเบิด

“พวกมันยังคิดจะทำร้ายท่านต่อ ข้าจึงต้องรีบเข้าขวาง”

เล่ยจวินพูดต่อ

“แต่ข้าสู้กับพวกมันสองคนพร้อมกันไม่ไหว โชคดีที่อาศัยเปลวไฟใต้ดินในถ้ำสวรรค์เสวียนหยางจัดการพวกมันได้”

ฉวี่หย่งถอนหายใจด้วยความโล่งอกจากนั้นก็เหลียวมองไปรอบๆ

“ข้าหมดสติไปเจ้าพาข้ามาที่นี่หรือ?”

เล่ยจวินพยักหน้า

“บริเวณนี้เปลวไฟอ่อนกว่า ข้าจะได้ดูแลท่านสะดวก”

ฉวี่หย่งรู้สึกอายเล็กน้อย

“ขอบคุณศิษย์น้องเล่ย ถ้าไม่มีเจ้าข้าคงถูกพวกนั้นฆ่าหรือไม่ก็ถูกไฟเผาตายไปแล้ว”

เล่ยจวินตอบ “ศิษย์พี่อย่าได้กล่าวเช่นนั้นพวกเราเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน”

ขณะที่ทั้งสองคุยกันเปลวไฟในถ้ำสวรรค์ก็เริ่มเปลี่ยนไป

เมื่อเปลวไฟที่ปิดทางเข้าถ้ำสวรรค์เริ่มลดลงในที่สุดก็มีคนอื่นเข้ามาในถ้ำได้

เล่ยจวินและฉวี่หย่งมองไปที่ผู้มาใหม่ พบว่าเป็นศิษย์จากสำนักเทียนซือไม่ใช่ศัตรูจากลัทธิอสูรเหลืองฟ้า

"พวกท่านไม่เป็นอะไรนะ?"

ผู้ที่เดินนำหน้ามาสวมชุดผู้บำเพ็ญสีแดงเข้ม ท่าทางเคร่งขรึมและจริงจัง เขาคือหลี่เซวียนบุตรชายคนโตของผู้อาวุโสจื่อหยางหนึ่งในศิษย์ชั้นสูงของสำนักเทียนซือ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 39 ปลาไฟหยางสุ่ย โอกาสที่ขยายได้

คัดลอกลิงก์แล้ว