เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - คลื่นลมก่อตัวอีกครา

บทที่ 17 - คลื่นลมก่อตัวอีกครา

บทที่ 17 - คลื่นลมก่อตัวอีกครา


บทที่ 17 - คลื่นลมก่อตัวอีกครา

★★★★★

วันรุ่งขึ้น แสงอรุณเพิ่งจะสาดส่อง เกาเสี่ยวชวนก็ตื่นขึ้นตามธรรมชาติหลังจากหลับสนิทมาทั้งคืน

เขายืดเส้นยืดสาย รู้สึกสดชื่นแจ่มใสไปทั้งตัว แม้แต่มองต้นไม้แก่ที่โค้งงอนอกหน้าต่างก็ยังรู้สึกว่ามันดูดีขึ้นมานิดหน่อย กระแสความอบอุ่นจากคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นที่ทำงานอัตโนมัติไหลเวียนไปตามแขนขาและกระดูกอย่างช้าๆ ช่วยปัดเป่าความหนาวเย็นหยดสุดท้ายของยามเช้าออกไป

"เป็นอีกวันที่สามารถอู้งานได้อย่างสงบสุข!" เขาคิดอย่างมีความสุข

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็เดินทอดน่องไปที่ร้านขายอาหารเช้าปากซอย ไอน้ำร้อนๆ ลอยฟุ้งผสมกับกลิ่นหอมของแป้ง ชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาทันที

"ป้าจาง อรุณสวัสดิ์! วันนี้จับจีบซาลาเปาซะสวยเชียว ฝีมือเกือบจะสู้ลูกสาวป้าได้แล้วนะเนี่ย!" เกาเสี่ยวชวนทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับยื่นเงินให้

ป้าจางยิ้มจนตาหยี รีบคีบซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตสองลูก แถมยังยัดไข่ต้มใบชาให้มาอีกฟอง "ก็มีแต่เสี่ยวชวนนี่แหละที่ปากหวาน เอ้า นี่ ป้าแถมไข่ให้ฟองนึง พวกเจ้าทำงานเหนื่อยๆ ต้องบำรุงเยอะๆ หน่อย!"

"แหม เกรงใจจังเลยครับ!" ปากบอกเกรงใจ แต่มือของเกาเสี่ยวชวนกลับรับมาอย่างรวดเร็ว เขากัดเข้าไปคำโต น้ำมันหมูเยิ้มเต็มปาก พูดงึมงำว่า "อื้ม... อร่อย! ฝีมือป้านี่เป็นที่หนึ่งในย่านนี้เลย!"

เดินลัดเลาะผ่านตลาดที่เริ่มคึกคัก ลุงหนิวที่กำลังแบกเนื้อหมูครึ่งซีกกำลังร้องเสียงหลงขนของลงมา

"ลุงหนิว อรุณสวัสดิ์! โอ้โห หมูตัวนี้น่าจะหนักสักสามร้อยชั่งได้มั้ง ร่างกายลุงนี่ยังแข็งแรงสุดยอดไปเลย!" เกาเสี่ยวชวนยกนิ้วโป้งให้ ทำหน้าตาชื่นชมอย่างพอดี

ลุงหนิวปาดเหงื่อ หัวเราะลั่น "ไอ้หนูเสี่ยวชวน เลิกประจบได้แล้ว! วันไหนว่างๆ ก็แวะมาที่บ้านสิ เดี๋ยวให้ป้าเขาต้มกระดูกหมูชิ้นโตๆ ให้แทะ!"

"ได้เลยครับ! ผมจำไว้แล้วนะ!"

ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งสะพายกระเป๋าหนังสือ ก้มหน้าก้มตา ทำท่าจะแอบย่องผ่านไป

"เฮ้ย! เสี่ยวอันจื่อ! จะมุดไปไหนเนี่ย" เกาเสี่ยวชวนตาไว คว้าคอเสื้อเด็กน้อยไว้ได้ทัน "แดดส่องก้นแล้วยังไม่ไปโรงเรียนอีก ระวังอาจารย์จะสั่งให้คัดหนังสือสิบจบนะ!"

เสี่ยวอันจื่อทำหน้ามุ่ย อ้อนวอนว่า "พี่เสี่ยวชวน ถือซะว่าไม่เห็นผมได้ไหม ผม... ผมจะเลี้ยงพุทราเคลือบน้ำตาลพี่เอง!"

"ไม่ต้องมาลูกไม้เลย! รีบไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้!" เกาเสี่ยวชวนตบหลังหัวเด็กน้อยเบาๆ พร้อมกับหัวเราะด่า "ตั้งใจเรียนล่ะ เลิกเรียนแล้วค่อยมาหาพี่ เดี๋ยวพี่จะสอนท่าไม้ตายให้สองท่า!"

พอเสี่ยวอันจื่อได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาว ร้อง "เย้" ออกมาดังๆ แล้วสับตีนแตกวิ่งไปทางโรงเรียนทันที

ตลอดทางเกาเสี่ยวชวนก็ทักทายผู้คนไปทั่ว ยิ่งเดินอารมณ์ก็ยิ่งเบิกบาน ความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวบ้านและได้รับความปรารถนาดีจากผู้คนแบบนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในป่าคอนกรีตของชาติก่อนเลย

ก้าวเข้าสู่ศูนย์บัญชาการกองปราบเหนือ หลังจากเช็คอินเข้างานตามปกติที่ขาดไม่ได้ เกาเสี่ยวชวนก็กลับมาที่ห้องเวรยามส่วนตัว เตรียมพร้อมเริ่มแผน 'อู้งาน' ของวันนี้

ทว่า ต้นไม้คอยจะนิ่งแต่ลมกลับไม่หยุดพัด

ดูเหมือนเขาจะประเมินคลื่นลูกใหญ่ที่ 'สมุดรายชื่อพรรคมาร' สร้างขึ้นในเมืองหลวงตอนนี้ต่ำเกินไป และประเมินความบ้าคลั่งในการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของศัตรูต่ำเกินไปด้วย

บรรยากาศภายในศูนย์บัญชาการตึงเครียดและกดดันยิ่งกว่าเมื่อหลายวันก่อน มีการส่งเอกสารกันวุ่นวาย เสียงฝีเท้าเร่งรีบ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสงครามที่มองไม่เห็น ห้องเวรยามเล็กๆ ของเขาก็ไม่อาจเป็นเกาะหลบภัยจากพายุลูกนี้ได้

มีภารกิจเข้ามาไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เป็นการกวาดล้างพวกปลาซิวปลาสร้อยของพรรคมารและแหล่งกบดานที่ไม่ค่อยสำคัญนักตามที่ระบุไว้ในสมุดรายชื่อ ถึงแม้งานจะไม่ได้อันตรายมาก แต่มันจุกจิกน่ารำคาญสุดๆ และเบียดเบียนเวลาอู้งานของเกาเสี่ยวชวนไปจนหมด เขาจำต้องพาลูกน้องผู้คุมระดับล่าง 'ทุ่มเท' ให้กับปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ช่วงหลายวันมานี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงราวกับกลายเป็นกระดานหมากรุกขนาดยักษ์ โดยมีหน่วยองครักษ์เสื้อแพรและตงฉ่างเป็นผู้เล่นมือฉมัง พวกเขาเดินหมากอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยอ้างอิงจากสมุดรายชื่อที่เกาเสี่ยวชวนส่งมอบให้ สร้างจิตสังหารอันเย็นเยียบไปทั่ว

มีข่าวคราวรายงานมาไม่หยุด ลุงหวังที่ขายลั่วปิงอยู่ตลาดตะวันตกมาหลายปี ช่างไม้หลิวผู้มีฝีมือประณีตแห่งเมืองฝั่งตะวันออก หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่คุมเอกสารตัวเล็กๆ ในกรมพระคลัง... บุคคลที่ดูเหมือนคนธรรมดาสามัญเหล่านี้ กลับถูกบุกพังประตูในยามดึกสงัดหรือเช้าตรู่ และหายตัวเข้าไปในส่วนลึกของคุกหลวงอย่างเงียบเชียบ ผู้คนมากมายถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องจนน่าตกใจ ว่ากันว่าแม้แต่ท่านผู้บัญชาการที่ปกติเก็บตัวเงียบ ก็ยังต้องออกหน้ามาจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับขุนนางระดับล่างในราชสำนักด้วยตัวเอง

ผลงานชิ้นโบแดงของการส่งมอบสมุดรายชื่อของเกาเสี่ยวชวน ถูกเบื้องบนจงใจปิดข่าวให้เงียบที่สุด ซึ่งก็เข้าทางเขาสุดๆ เงินรางวัลที่จับต้องได้กับบันทึกความดีความชอบภายในหน่วย มีประโยชน์กว่าชื่อเสียงจอมปลอมพวกนั้นเยอะ เขาไม่ขี้เหนียวเลยสักนิด แบ่งเงินรางวัลส่วนหนึ่งไปเลี้ยงฉลองให้พี่น้องผู้คุมได้กินดื่มกันอย่างเต็มอิ่ม ในขณะที่กำลังกรึ่มๆ ได้ที่ หวังหู่ เสี่ยวหลี่ และคนอื่นๆ ก็ยิ่งถวายหัวให้ รู้สึกว่าการได้ติดตามลูกพี่ที่ไม่ถือตัว มีรางวัลให้ แถมยังดูเหมือนจะ... พึ่งพาได้ในยามคับขันอย่างพี่ชวนคนนี้ อนาคตช่างสดใสเหลือเกิน

การต้องทำตัวตึงเครียดและ 'กระตือรือร้น' ติดต่อกันหลายวัน ทำเอาเกาเสี่ยวชวนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เมื่อเห็นว่าคลื่นลมเริ่มสงบลง ปฏิบัติการกวาดล้างก็ใกล้จะสิ้นสุด เขาก็กำลังจะกลับไปสานต่อเส้นทางการอู้งาน เพื่อพักผ่อนหย่อนใจเสียหน่อย

แต่สิ่งที่ควรจะเกิด ในที่สุดมันก็ต้องเกิด!

กองกำลังของพรรคมารในเมืองหลวงถูกทำลายล้างจนแทบสิ้นซาก พวกเศษสวะที่รอดตายมาได้ ก็เหมือนกับงูพิษที่ถูกตัดหาง พวกมันเอาความแค้นและความบ้าคลั่งทั้งหมด ไปลงกับ 'ตัวการ' ที่ทำให้สมุดรายชื่อถูกเปิดโปง นั่นก็คือเกาเสี่ยวชวน!

วันหนึ่ง เกาเสี่ยวชวนกำลังนำทีมที่มีหวังหู่ เสี่ยวหลี่ และผู้คุมระดับล่างคนอื่นๆ ออกลาดตระเวนตามปกติบนถนนที่ค่อนข้างพลุกพล่าน แดดกำลังดี บนถนนผู้คนขวักไขว่ เสียงร้องขายของดังไม่ขาดสาย ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่สงบสุข

แต่สายป่านในใจของเกาเสี่ยวชวนยังไม่คลายลงทั้งหมด ในตอนที่เขาเดินผ่านตึกสองชั้นที่แขวนป้าย 'หอสุราเยว่ไหล' ความผิดปกติก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!

"ฟิ้ว——!"

เสียงกลไกทำงานแผ่วเบาดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงจอแจของชาวบ้าน เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน!

แต่คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของเกาเสี่ยวชวนเพิ่งจะเริ่มเข้าที่ ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาเฉียบคมกว่าคนปกติมาก บวกกับการที่เขายังคงระแวดระวังตัวอยู่เสมอ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอันตรายถึงชีวิตนี้ได้ทัน!

หนังหัวของเขาชาหนึบขึ้นมาทันที ไม่ต้องคิดอะไรเลย ร่างกายของเขากระทำไปตามสัญชาตญาณ พยายามจะเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านหลังเยื้องไปด้านข้าง!

ทว่า มีเงาร่างหนึ่งเร็วกว่าเขา!

"พี่ชวนระวัง!"

แทบจะพร้อมๆ กับเสียงที่ตะโกนขึ้นมา หวังหู่ที่อยู่ข้างๆ ก็ร้องตะโกนเสียงหลง ร่างกายกำยำพุ่งเข้าชนเต็มแรง! พลังมหาศาลผลักเกาเสี่ยวชวนกระเด็นไปด้านข้างอย่างแรง!

"ฉึก!"

แสงสีดำอมม่วงพุ่งเฉียดคอของเกาเสี่ยวชวนไปนิดเดียว ความเย็นยะเยือกทำให้ขนอ่อนบริเวณต้นคอลุกซ่าน! ลูกดอกหน้าไม้ที่อาบยาพิษยังคงพุ่งทะยานต่อไปอย่างไม่ลดละ "ปัก" เข้าไปลึกในแผ่นประตูของร้านค้าด้านหลัง! หางลูกดอกสั่นรัวอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกมหาศาล ส่งเสียง "หึ่งๆ" ชวนให้เสียวฟัน

ตรงหัวลูกดอกมีแสงสีน้ำเงินเข้มสะท้อนออกมาชวนให้ขนลุก

เกาเสี่ยวชวนเซถลาไปหลายก้าวกว่า จะทรงตัวอยู่ได้ หัวใจเต้นรัวราวกับตีกลอง แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบในพริบตา เกือบไปแล้ว! แค่นิดเดียวเท่านั้น เขาก็ต้องบอกลาโลกอันแสนงดงามใบนี้เสียแล้ว!

"มีนักฆ่า!"

"อยู่ข้างบน!"

เสี่ยวหลี่ตอบสนองเร็วมาก ชักดาบออกจากฝักในพริบตา ชี้ตรงไปยังหน้าต่างชั้นสองของหอสุรา ผู้คุมคนอื่นๆ ก็ตื่นตัวทันที เสียงชักดาบดังระงมไปทั่ว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

หวังหู่ยืนขวางหน้าเกาเสี่ยวชวนไว้ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปทางหอสุรา หอบหายใจแรงๆ เหตุการณ์เมื่อกี้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเหมือนกัน

ใบหน้าของเกาเสี่ยวชวนมืดครึ้มลง สายตากวาดมองลูกดอกอาบยาพิษที่ปักลึกอยู่ในแผ่นไม้ สลับกับหน้าต่างของหอสุราที่สั่นไหวเล็กน้อย ความโชคดีเฮือกสุดท้ายในใจดับวูบลง ถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวอันเย็นเยียบที่ไม่อาจเก็บกดไว้ได้

"หวังหู่ พากำลังไปล้อมหน้าหลังหอสุราไว้! เสี่ยวหลี่ เจ้าพากำลังอีกทีมขึ้นไปค้น! จำไว้ ระวังโดนลอบกัด!" เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและเฉียบขาด

"รับทราบ!" ทุกคนรับคำสั่ง แล้วรีบพุ่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่ทันทีราวกับสายลม

ทว่า ผลการค้นหากลับน่าผิดหวัง ในห้องส่วนตัวชั้นสองของหอสุรา พบเพียงหน้าไม้ขนาดเล็กที่ติดกลไกไว้ตรงขอบหน้าต่าง และมีเชือกเส้นเล็กๆ สำหรับดึงไกจากระยะไกล นักฆ่าคงอาศัยความคุ้นเคยกับสถานที่ พอปล่อยลูกดอกเสร็จก็โรยตัวลงทางหน้าต่างอีกฝั่งที่เตรียมเชือกไว้ล่วงหน้า แล้วปะปนไปกับฝูงชนในตรอกด้านหลัง หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

"พี่ชวน... จับตัวคนร้ายไม่ได้ครับ" หวังหู่กลับมารายงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความโกรธ

เกาเสี่ยวชวนเดินไปที่ลูกดอกอาบยาพิษแล้วพพิจารณาอย่างละเอียด ลูกดอกมีรูปร่างประหลาด ไม่ใช่ของมาตรฐานในกองทัพ แสงสีน้ำเงินเข้มตรงหัวลูกดอกดูน่ากลัว เห็นได้ชัดว่าเคลือบด้วยยาพิษร้ายแรงที่แค่โดนเลือดก็ตายทันที

"พี่น้องคนอื่นเป็นอะไรกันไหม" เขาพยายามกดความโกรธที่พลุ่งพล่านเอาไว้ แล้วถามเสียงต่ำ

"ไม่มีครับ พี่น้องทุกคนปลอดภัยดี" เสี่ยวหลี่รีบตอบ ก่อนจะมองเกาเสี่ยวชวนด้วยความเป็นห่วง "พี่ชวน พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม ลูกดอกนั่น..."

"ข้าไม่เป็นไร" เกาเสี่ยวชวนตบไหล่หนาๆ ของหวังหู่ พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "วันนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก เสี่ยวหู่ บุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ ข้าจะจดจำไว้"

ใบหน้าดำขำของหวังหู่แดงก่ำ รีบโบกมือปฏิเสธ "พี่ชวน พี่พูดแบบนี้ก็ห่างเหินไปแล้ว! พวกเราเป็นพี่น้องกันนะ!"

"ใช่ พวกเราเป็นพี่น้องกัน!" เสี่ยวหลี่ก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น

มองดูเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกลุ่มนี้ เกาเสี่ยวชวนก็คิดในใจว่า โบราณว่าไว้ ถ้าอยากเป็นเพื่อนตายกัน ไม่ไปเที่ยวซ่องด้วยกัน ก็ต้องเคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสามคนเป็นอย่างหลัง แต่โอกาสที่จะได้ทำอย่างแรกในอนาคตก็คงมีแน่ เกาเสี่ยวชวนรู้สึกอบอุ่นในใจ แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความรับผิดชอบอันหนักอึ้งและความโหดเหี้ยมที่ถูกต้อนให้จนมุม

เขาสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการระวังภัย ทุกคนต้องไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างน้อยสองคน ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด

สามวันหลังจากนั้น ทุกอย่างสงบเงียบ ราวกับว่าการลอบสังหารกลางถนนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา แต่เกาเสี่ยวชวนรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะเข้า ศัตรูกำลังซุ่มรออย่างอดทนในมุมมืด รอคอยจังหวะที่เขาจะเผลอ

ความรู้สึกที่รู้ว่ามีงูพิษจ้องมองอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันจะโผล่มากัดเมื่อไหร่ เป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนเป็นบ้าได้เลยทีเดียว

ยามดึกสงัด เกาเสี่ยวชวนยืนอยู่ใต้ชายคาบ้านพักของตัวเองเพียงลำพัง มองดูท้องฟ้าอันมืดมิดด้วยสายตาเย็นชาดุจเหล็กกล้า

"จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว..." เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "มีแต่เป็นโจรพันวัน ไม่มีใครระวังโจรได้พันวันหรอก ไอ้พวกสวะที่ตามรังควานไม่เลิกพวกนี้ ต้องจัดการให้สิ้นซาก!"

การตั้งรับเป็นฝ่ายถูกกระทำ ไม่เคยเป็นสไตล์ของเขา ในฐานะโปรแกรมเมอร์ในชาติก่อน เวลาเจอบั๊กที่แก้ยาก คติประจำใจของเขาคือต้องค้นหาต้นตอและกำจัดมันให้สิ้นซาก ไม่ใช่รอให้มันโผล่มาป่วนในจังหวะสำคัญ

เปลวไฟแห่งความโกรธ ความอึดอัด และจิตสังหารลุกโชนขึ้นในใจของเขา เขาเริ่มคิดหาวิธีอย่างรวดเร็ว ว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่และพลังของระบบ วางกับดักเพื่อกวาดล้างไอ้พวกหนูสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดให้หมดสิ้นไปได้อย่างไร!

ในจังหวะที่เขากำลังคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว และจิตสังหารกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นนั้นเอง——

[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตายอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นภารกิจเสริมฉุกเฉิน: 'กำจัดภัยคุกคาม'!]

[เป้าหมายภารกิจ: ทำลายล้างหรือขับไล่กองกำลังพรรคมารที่เหลืออยู่ซึ่งพุ่งเป้ามาที่โฮสต์ให้สิ้นซาก โดยโฮสต์ต้องเป็นผู้นำในการจัดการ กำจัดหรือจับกุมสมาชิกหลักให้ได้ จึงจะถือว่าภารกิจสำเร็จ]

[รางวัลภารกิจ: แต้มทักษะ +1 ไอเทมพิเศษแบบสุ่ม x1]

[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ระบบจะสุ่มระงับฟังก์ชันบางส่วน (การใช้ทักษะ/รางวัลจากการเช็คอิน) เป็นเวลา 30 วัน]

เสียงเครื่องจักรที่ดังขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน ทำเอาเกาเสี่ยวชวนชะงักไปครู่หนึ่ง

จากนั้น มุมปากของเขาก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาและแหลมคม ราวกับหมาป่าโดดเดี่ยวที่ถูกยั่วโมโหจนถึงขีดสุดและพร้อมจะเผยเขี้ยวเล็บออกมา

ขนาดระบบยังทนดูไม่ได้เลยงั้นเหรอ

ก็ดีเหมือนกัน

บัญชีแค้นทั้งเก่าและใหม่ ถึงเวลาต้องสะสางรวบยอดแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - คลื่นลมก่อตัวอีกครา

คัดลอกลิงก์แล้ว