- หน้าแรก
- ยอดรักวันสิ้นโลก ครองเสบียงหมื่นล้านพร้อมเปิดโหมดสังหาร
- บทที่ 19 ใครกันที่อยากให้คุณตายขนาดนี้?
บทที่ 19 ใครกันที่อยากให้คุณตายขนาดนี้?
บทที่ 19 ใครกันที่อยากให้คุณตายขนาดนี้?
บทที่ 19 ใครกันที่อยากให้คุณตายขนาดนี้?
เซี่ยกุยกุยไม่เคยคิดเลยว่าถงซูเหยาและหวังเวยหยาจะมาเคาะถึงหน้าประตูห้อง
หรือว่าในชีวิตก่อน ห้องที่พระนางแอบมาพลอดรักกันในคืนวันแต่งงานก็คือห้องนี้?
เธอกะพริบตากลมโต มองผู้ชายที่อยู่ใกล้เธอซะขนาดนี้
ไม่ใช่ว่าเธอออกไปไม่ได้นะ แค่รู้สึกว่า... ถึงจะมาจับชู้ ก็ควรจะไปหาคนที่ต้องหาไหม ทำไมต้องเจาะจงมาหาพวกเขาด้วยล่ะ?!
ขณะที่จินซ่างละมือออกจากใบหน้าของเธอ เขาก็ดีดจมูกโด่งรั้นของเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "เธอเข้าไปข้างในเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการพวกนั้นเอง!"
เซี่ยกุยกุยรู้สึกเหมือนตัวเองป่วยหนักระยะสุดท้าย ไม่งั้นหัวใจคงไม่เต้นแรงขนาดนี้ เธอเดินกลับเข้าห้องนอนไปอย่างคนไร้ทิศทาง
เมื่อจินซ่างเปิดประตู แววตาของเขาก็เย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนที่กำลังลนลานอยู่หน้าประตูถึงกับเงียบกริบด้วยความกลัว "นายน้อย... นายน้อย... นายน้อย..."
ทั้งสองคนไม่คิดเลยว่าเขาจะอยู่ที่นี่
โดยเฉพาะถงซูเหยา หน้าของเธอซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว รู้สึกว่าถ้าขืนอ้าปากพูดตอนนี้ มีหวังได้จบชีวิตในไม่กี่นาทีแน่
ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ลูกรักของนักเขียนอย่างเธอไม่มีข้อได้เปรียบอะไรเลยสักนิด
"ผู้ชายของพวกเธอเพิ่งลงไปข้างล่างเมื่อกี้เอง!" จินซ่างที่อารมณ์ดีผิดปกติ ถึงขั้นชี้มือลงไปชั้นล่างให้ด้วย
แต่แววตาที่เย็นเยียบของเขาก็ยังทำให้หญิงสาวทั้งสองต้องหวาดหวั่นและกลัวเกรง
"ขอประทานโทษด้วยค่ะ!" หวังเวยหยาพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่ไม่ได้ทำให้พญายมหน้าบูดคนนี้โกรธ
เธอรีบวิ่งหนีไปทางบันได
เมื่อเห็นดังนั้น ถงซูเหยาก็ฝืนยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุดให้กับจินซ่างก่อนจะวิ่งตามไป
"ตึกนี้คึกคักกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ!" จินซ่างพิงประตูด้วยท่าทีสนใจ
เซี่ยกุยกุย: "..." คึกคักเกินไปแล้วต่างหาก!
ในหนังสือ ถงซูเหยา นางรองของเรื่อง ไม่ได้ปรากฏตัวในโรงแรมช่วงต้นของวันสิ้นโลกนะ
เห็นได้ชัดว่านางรองแอ๊บแบ๊วคนนี้รู้ทิศทางของเนื้อเรื่อง แต่... เธอไม่รู้ว่าหล่อนทำแบบนี้เพื่อจุดประสงค์อะไร?
ไม่ถึงสองนาที เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินอีกครั้ง
ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอย่างที่จินตนาการไว้ ดูเหมือนจะค่อนข้างกลมเกลียวกันดี และไม่นานโถงทางเดินก็กลับมาเงียบสงบ
"แค่นี้เองเหรอ?" เซี่ยกุยกุยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
นางรองถงซูเหยาคนนี้ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย อุตส่าห์เดินตามเนื้อเรื่องมาจับชู้ถึงที่ แต่กลับไม่เป็นชิ้นเป็นอันอะไรเลย
จินซ่างก้มหน้ามองโทรศัพท์พลางไอสองครั้ง ใบหน้าของเขากลับมาซีดเซียวอีกแล้ว
ราวกับเคยชิน เขาหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟา "ไม่ต้องผิดหวังไปหรอก ฉันมีของเด็ดกว่านั้นอีก เดี๋ยวจะส่งให้เธอดูก่อน แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเปิดนะ ฉันไม่อยากให้สายตาเธอต้องมาแปดเปื้อน!"
ลูกน้องของเขาถ่ายคลิปฉีหยวนกับผู้หญิงกำลังพลอดรักกันส่งมาให้เขาเรียบร้อยแล้ว
คู่รักน่ารังเกียจนั่นเพิ่งจะเริ่มบรรเลงเพลงรัก ก็มีอันต้องวงแตกกระเจิงซะก่อน
ใบหน้าหวานของเซี่ยกุยกุยหม่นหมองลงทันที "คุณดื่มน้ำที่ฉันให้ไปแล้ว พิษยังไม่ถูกขับออกหมดอีกเหรอ?" เธอไม่ได้สนใจวิดีโอนั่นเลยสักนิด
"มันผ่านมาหลายปีแล้ว พิษมันซึมลึกเข้าไปถึงอวัยวะภายในแล้วล่ะ แต่ตั้งแต่ดื่มน้ำของเธอ อาการก็ดีขึ้นมากเลยนะ!"
"ใครกันนะที่อยากให้คุณตายขนาดนี้?" เซี่ยกุยกุยจินตนาการไม่ออกจริงๆ
ดูเหมือนว่ายาพิษชนิดนี้จะไม่ใช่แบบที่กินปุ๊บตายปั๊บ แต่เป็นแบบที่สะสมมานานหลายปี
ริมฝีปากของจินซ่างโค้งเป็นรอยยิ้ม แต่แววตาของเขากลับเย็นชา "พ่อแท้ๆ กับพี่ชายแท้ๆ ของฉันไงล่ะ!?" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประชดประชัน
เซี่ยกุยกุย: "..."
"ช่างเถอะ วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงแล้ว ถึงเวลาชำระแค้นและเอาคืนแล้วล่ะ!" เธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอน และเมื่อเดินออกมา ในมือก็ถือขวดน้ำสองขวด
เธอยื่นให้เขาหนึ่งขวด ส่วนอีกขวดก็เปิดดื่มเอง "ฟ้าสางเมื่อไหร่ คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูอีกเยอะเลย!"
จินซ่างกระดกน้ำรวดเดียวหมดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง แม้แต่อาการปวดแปลบที่หน้าอกก็หายไปด้วย
ทั้งสองคนขดตัวอยู่บนโซฟา งีบหลับไปพักหนึ่งจนกระทั่งรุ่งสาง
เมื่อรุ่งสางมาเยือน ท้องถนนที่เคยเงียบเหงาก็เริ่มพลุกพล่าน
แน่นอนว่าความพลุกพล่านนี้ไม่ใช่ฝูงชนที่จอแจอย่างเคย แต่มันคือเสียงแห่งความสิ้นหวังและความทุกข์ทรมาน
"วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว!" เนื่องจากประสาทสัมผัสของพวกเขาดีกว่าคนปกติ เซี่ยกุยกุยและจินซ่างจึงตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงกรีดร้องแรกแล้ว
ช่วงนี้จินซ่างคงได้ยินคำว่า "วันสิ้นโลก" จากเธอมาบ่อยสุดแล้ว แต่... พอมาเห็นภาพคนทำร้ายกันตามท้องถนน เขาก็ยังอดช็อกไม่ได้อยู่ดี
เขาไม่ได้ช็อกกับวันสิ้นโลกที่มีคนกินคนหรอกนะ แต่ช็อกที่เธอสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ต่างหาก
ฝนยังไม่หยุดตก ปรอยปรายลงมากดทับโลกใบนี้ไว้
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด โรงแรมคงจะถูกปิดล้อม ห้ามเข้าออกเด็ดขาด เหมือนกับในชีวิตก่อนหน้านี้
ทุกคนที่เข้าพักในโรงแรมถูกกักบริเวณไว้ข้างใน และพอถึงเวลาอาหารเช้า ทุกคนก็จะมารวมตัวกันที่ห้องอาหาร
เธอกำลังรอเวลานี้อยู่พอดี
ฉากนี้ในหนังสือบรรยายไว้ค่อนข้างละเอียด เพราะมันคือการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกของนางเอก
ในชีวิตก่อน เจ้าของร่างเดิมไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉีหยวนและลั่วซีเลย คิดแค่ว่าพวกเขาเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกที่นี่
เพราะฉีหยวน เจ้าของร่างเดิมกับลั่วซีก็เลยสนิทสนมกันไปช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาเพราะเสียโฉม เจ้าของร่างเดิมก็ไม่อยากจะสุงสิงกับใครอีก และค่อยๆ ถูกลืมเลือนไป
แถมสถานที่ที่ติงหมิ่นรุ่ย เพื่อนรักของเธอจบชีวิตลง ก็คือที่นี่ด้วย
งานสนุกๆ แบบนี้ เธอจะพลาดได้ยังไงล่ะ!?
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ประมาณเก้าโมงเช้า ทั้งสองคนก็ลงไปที่ห้องอาหารพร้อมกัน
ห้องอาหารมีคนอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ละคนมีสีหน้าตึงเครียด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
อาหารบนโต๊ะแทบจะไม่มีใครแตะเลย
จิ๊ๆๆ... เซี่ยกุยกุยรู้สึกว่าคนพวกนี้ทิ้งขว้างของกินเกินไปแล้ว
อีกแค่สามวัน คงไม่มีใครมานั่งเครียดจนกินอะไรไม่ลงแบบนี้อีกแล้วล่ะ
อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟต์ เซี่ยกุยกุยบอกให้จินซ่างนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ส่วนเธอจะไปตักอาหารให้เอง
ก่อนที่อาหารแต่ละอย่างจะลงไปอยู่ในจาน เธอจะใช้มิติของเธอสแกนดูอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ได้ถูกวางยาพิษก่อนจะวางลงในจาน
ตามติดผู้มีอำนาจก็ดีไปหมดทุกอย่าง ยกเว้นแต่ต้องคอยระแวงว่าจะมีกบฏคิดลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้นี่แหละ
เธอกลับมาพร้อมกับจานอาหารใบใหญ่สองใบ วางจานหนึ่งลงตรงหน้าจินซ่างแล้วก้มหน้ากระซิบ "กินได้เลย ไม่มียาพิษแน่นอน!"
ริมฝีปากของจินซ่างโค้งขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและคมคายยิ่งขึ้น "เธอเป็นห่วงฉันเหรอ?"
ท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของเธอเมื่อกี้ คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น และกล้องวงจรปิดก็จับภาพไม่ได้ แต่เขาสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่าง
เซี่ยกุยกุยกลอกตา "ฉันกลัวว่าถ้าคุณโดนยาพิษตาย คนพวกนั้นจะมาฆ่าปิดปากฉันต่างหากล่ะ!"
จินซ่างคีบซาลาเปาลูกเล็กขึ้นมา
ตอนนั้นเอง ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน นำโดยชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีมากคนหนึ่ง
รูปร่างของเขากำยำ ท่าทางหยิ่งยโสราวกับเป็นใหญ่เหนือใคร
คนข้างหลังเดินตามเขามาเป็นพรวนราวกับดาวล้อมเดือน
แวบแรก เซี่ยกุยกุยรู้สึกว่าคนๆ นี้คุ้นหน้าคุ้นตาแปลกๆ?
เธอมองจินซ่างด้วยความประหลาดใจ
ซาลาเปาลูกเล็กของเขาถูกตะเกียบคีบจนแบนแต๊ดแต๋ น้ำซุปไหลทะลักออกมา
พอมองสีหน้าของเขาอีกครั้ง ท่าทีสบายๆ หยอกล้อที่เคยมีให้เธอก็หายไป ตอนนี้เขาดูเหมือนยมทูตจากขุมนรกที่พร้อมจะปลิดชีวิตคนได้ในพริบตา
เซี่ยกุยกุยรู้สึกเหมือนอาหารติดคอกลืนไม่ลง
ตอนนั้นเอง ลู่หรานยังไม่ทันสังเกตเห็นจินซ่าง และกำลังหาที่นั่งที่คนไม่พลุกพล่าน
"พี่... ชายของคุณเหรอ?" เซี่ยกุยกุยรู้สึกว่าข้อสันนิษฐานของเธอต้องถูกต้องเกือบ 100% แน่ๆ
สองคนนี้มีบุคลิกและรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน
"พี่ชายต่างแม่น่ะ!" จินซ่างตอบเสียงเรียบ กลับมาทำท่าทีไม่แยแสเหมือนเดิม
ขณะเดียวกัน ลู่หรานที่เพิ่งจะนั่งลงก็เหลือบไปเห็นจินซ่างเข้าพอดี
เมื่อกี้เขายังดูหยิ่งยโสและน่าเกรงขามราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์อยู่เลย แต่ม่านตาของเขากลับสั่นไหวในพริบตา