- หน้าแรก
- ยอดรักวันสิ้นโลก ครองเสบียงหมื่นล้านพร้อมเปิดโหมดสังหาร
- บทที่ 18 ใครจะทนไหวล่ะเนี่ย?
บทที่ 18 ใครจะทนไหวล่ะเนี่ย?
บทที่ 18 ใครจะทนไหวล่ะเนี่ย?
บทที่ 18 ใครจะทนไหวล่ะเนี่ย?
เซี่ยกุยกุยจำได้ว่าในหนังสือ พระจันทร์ในคืนวันสิ้นโลกเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด ประหนึ่งต้องการแผดเผาโลกทั้งใบให้เป็นจุล
ไม่นานหลังจากนั้น พระจันทร์ก็หายไป และโลกก็ถูกพายุโหมกระหน่ำเข้าใส่
พายุนี้เริ่มต้นค่อนข้างปกติ แต่เมื่อใกล้รุ่งสาง มันจะกลายเป็นฝนสีดำ
แม้จะเรียกว่าฝนสีดำ แต่มันก็ไม่ได้เป็นสีดำจริงๆ หรอก มันแค่มีอนุภาคสีดำเล็กๆ ปะปนอยู่ด้วย และเมื่อฝนตกลงมา วันสิ้นโลกก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
หนังสือระบุไว้ว่า ฝนสีดำนี้มีพลังงานที่ทำให้หลายคนกลายเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ และยังมอบความสามารถพิเศษให้กับสมบัติบางอย่าง เช่น แหวนแซฟไฟร์
ทว่า หนังสือไม่ได้บอกว่าผู้คนที่ถูกฝนสีดำสาดกระเซ็นใส่ จะกลายร่างเป็นซอมบี้น่าเกลียดน่ากลัว
จินซ่างผู้ชาญฉลาดเป็นกรด เข้าใจความหมายของเธอในทันที ดวงตาจิ้งจอกเรียวยาวของเขาทอประกายเจ้าเล่ห์ "งั้นคืนนี้เราก็ทำอะไรตามใจชอบได้เลยน่ะสิ?"
เซี่ยกุยกุยรู้สึกว่าเขาพูดมีเหตุผลสุดๆ ความตื่นเต้นฉายชัดบนใบหน้าของเธอ
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เธอตกลงพักที่โรงแรมกับจินซ่าง
แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเบี่ยงเบนไปบ้าง แต่ทิศทางหลักก็ยังคงเดิม ยังคงวนเวียนอยู่กับพระเอกนางเอก
ในชาติก่อน เจ้าของร่างเดิมไม่ได้ไปฮันนีมูนต่างประเทศตามที่วางแผนไว้หลังจากแต่งงานกับพระเอก แต่เธอกลับมาเช็กอินที่โรงแรมแกรนด์ไห่เฉิงแทน
จากจุดนี้ จะเห็นได้ถึงดวงอันแข็งแกร่งของพระเอก มิฉะนั้น ในต่างประเทศที่ไร้เส้นสายหรือเสบียง แม้แต่พระเอกก็คงต้องจบชีวิตลงก่อนเวลาอันควรแน่ๆ
ดังนั้น ตามเนื้อเรื่องเดิม จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่ฉีหยวนและหวังเหว่ยหยาจะเข้าพักที่โรงแรมนี้ด้วย
ในฐานะตัวประกอบหญิงระดับล่าง เธอจะพลาดการปรากฏตัวได้ยังไงล่ะ จริงไหม?
เซี่ยกุยกุยกลับมาที่ห้อง และสิ่งแรกที่เธอทำคือโทรหาเซี่ยต้งเหลียง "พ่อคะ วันสิ้นโลกมาเร็วขึ้นหนึ่งวันค่ะ คืนนี้ทุกคนกลับบ้านนะคะ จำไว้ว่าห้ามตากฝนเด็ดขาด! อ้อ แล้วก็... หนูอาจจะไม่ได้กลับบ้านสักสองสามวันนะคะ น่าจะ... อย่างช้าหนึ่งสัปดาห์หนูจะกลับค่ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูเลยนะคะ... หนูอยู่กับจินซ่าง แล้วเขาก็มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอยู่ตั้งยี่สิบคน ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ!" เธอแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อให้พวกเขาคลายความกังวล
จริงๆ แล้ว เธอคิดว่าอย่างช้าน่าจะกลับบ้านภายในสามวัน แต่หลังจากวันสิ้นโลก ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้น? เธอเลยเผื่อเวลาไว้หลายๆ วันกันเหนียว
จินซ่างผู้รู้ความจริงถึงกับพูดไม่ออก: "..."
เขาเกือบจะสงสัยแล้วว่ายัยเด็กนี่มีพลังวิเศษเหนือธรรมชาติหรือเปล่า
เซี่ยต้งเหลียงไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ไม่อาจต้านทานความเด็ดเดี่ยวของเธอได้ "พ่อคะ พ่อ พี่ใหญ่ แล้วก็พี่สาม ต้องดูแลตัวเองให้ดีอยู่ที่บ้านและรอหนูกลับไปนะคะ!"
เธอยังโทรหาพี่ใหญ่ พี่สาม และเซียวเซียวด้วย แล้วก็ส่งข้อความหาพี่รอง ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับหรือเปล่า
จินซ่างโทรออกสองสามสาย ก่อนจะเดินออกมาถามว่า "เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้ว เธออยากจะทำอะไรล่ะ?"
เซี่ยกุยกุยอยากไปที่โกดังและเก็บเสบียงทั้งหมด
อีกหลายวันหลังจากนี้ เธอคงไม่มีเวลาไปโกดังแน่ๆ และเธอก็กังวลว่าคนที่รู้เรื่องเสบียงในโกดังจะมาด้อมๆ มองๆ
จินซ่างไม่ขัดข้อง และทั้งสองก็ขับรถไปที่โกดังของตระกูลเซี่ย
ด้านนอก ลมพัดกรรโชกแรง และเม็ดฝนก็ทำท่าจะตกลงมา "รอฉันอยู่ในรถนะ เดี๋ยวฉันมา!"
จินซ่างพยักหน้า ไม่ได้สงสัยเลยสักนิดว่าเธอจะไปทำอะไรในโกดังว่างๆ
ของที่ซื้อมาคืนนี้เพิ่งส่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้เอง
เพื่ออำนวยความสะดวกให้เซี่ยกุยกุยในการเก็บเสบียงตอนกลางคืน เซี่ยต้งเหลียงได้จัดการให้พนักงานรับของกลับไปหลังจากตรวจรับสินค้าเสร็จเรียบร้อย
เธอเดินไปเปิดประตูอย่างชำนาญ และกวาดเสบียงทั้งหมดเข้าไปในมิติของเธอโดยไม่เหลือทิ้งไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
จินซ่างที่รออยู่ข้างนอก เห็นระลอกคลื่นพลังงานใกล้ๆ โกดัง รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก "ยัยเด็กโง่ หางเธอโผล่ตลอดเลยนะ ไม่มีความระแวดระวังตัวเอาซะเลย!"
ทันทีที่เธอเก็บเสบียงเสร็จและขึ้นมานั่งบนรถ ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา
กว่าพวกเขาจะกลับถึงโรงแรม ก็เลยตีหนึ่งไปแล้ว และรถก็จอดอยู่ในโรงจอดรถใต้ดินเลย
ลิฟต์ขึ้นตรงไปยังชั้นบนสุด ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินออกจากลิฟต์ พวกเขาก็เห็นประตูห้องที่ปลายระเบียงอีกฝั่งค่อยๆ เปิดออก และมีคนแอบเดินออกมาอย่างเงียบเชียบ
ไอ้เลวฉีหยวน ทำตามเนื้อเรื่องจริงๆ ด้วย!
เซี่ยกุยกุยรู้ดีว่าไม่ว่าเนื้อเรื่องจะเบี่ยงเบนไปแค่ไหน แต่โครงเรื่องหลักของพระเอกนางเอกก็ยังคงสั่นคลอนไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าฉีหยวนไม่คาดคิดว่าจะเจอเซี่ยกุยกุยที่นี่
เธอมาโรงแรมกับผู้ชายงั้นเหรอ?
ใช่แล้ว ยัยนี่มันก็แค่ผู้หญิงสำส่อนคนหนึ่งเท่านั้นแหละ!
ตอนนั้น เพื่อตามตื๊อเขา นางไม่ได้หลอกล่อเขามาที่โรงแรมบ่อยๆ หรอกหรือ?
ถ้าไม่ใช่เพราะความหนักแน่นของเขา ป่านนี้เขาคงถูกนางกลืนกินไปทั้งตัวแล้ว
จินซ่างย่อมไม่คาดคิดว่าจะมาเจอหมอนี่ที่นี่ เขาแกล้งเอาแขนโอบไหล่เซี่ยกุยกุยอย่างเป็นธรรมชาติ และทั้งสองก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่ปรายตามองฉีหยวนอีกเลย
พอเข้าห้องปุ๊บ เซี่ยกุยกุยก็สะบัดจินซ่างออก และแนบหูฟังที่ประตูทันที
ดวงตาจิ้งจอกของจินซ่างเย็นเยียบลงเล็กน้อย "เธอยังห่วงใยหมอนั่นอยู่อีกเหรอ?"
เซี่ยกุยกุยเมินเขา
"สร้อยคอแซฟไฟร์ของเธอใช้ตรวจจับสิ่งรอบตัวไม่ได้เหรอ?"
อ้อ จริงด้วย!
เซี่ยกุยกุยรีบใช้สร้อยคอแซฟไฟร์แผ่พลังจิตออกไปข้างนอกทันที
ฉีหยวนจ้องมองทางเดินที่ว่างเปล่าอยู่นานถึงห้านาที ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลั่วซีรอเขาอยู่ข้างล่าง
การลงลิฟต์เสี่ยงต่อการถูกจับได้เกินไป เขาจึงเลือกใช้บันไดแทน
"แอบมาหาชู้ในวันแต่งงาน นี่มันข่าวช็อกโลกชัดๆ!" เซี่ยกุยกุยหยิบโทรศัพท์ออกมา หมายจะถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย
มีหลักฐานมัดตัวแบบนี้ ต่อให้เป็นพระเอกผู้ยิ่งใหญ่หรืออะไรก็ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องแหลกคามือฉันแน่ๆ!
จินซ่างผลักประตูปิดลง แล้วต้อนเธอให้จนมุมติดกำแพง "เรื่องพรรค์นี้ไม่ต้องลงมือเองหรอก!" ขืนนางทำ เขาคงต้องไปล้างตาแน่ๆ
ฟีโรโมนอันเป็นเอกลักษณ์ของเพศชายห่อหุ้มตัวเธอในพริบตา ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
คุณพระช่วย ใครจะไปทนออร่าแบบนี้ได้ล่ะ!?
จินซ่างยังคงท่าเดิมไว้ มือข้างหนึ่งกดส่งข้อความ จากนั้น ขนตายาวงอนของเขาก็ขยับขึ้น และดวงตาจิ้งจอกคู่สวยก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของเซี่ยกุยกุยที่ไร้ซึ่งการป้องกัน
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก... สิ่งเดียวที่เซี่ยกุยกุยได้ยินในตอนนั้นคือเสียงหัวใจของตัวเอง
เธอสงสัยว่าหัวใจมันคงจะกระดอนทะลุอกออกมาแล้วล่ะ
บรรยากาศเริ่มคลุมเครือจนอากาศแทบจะเบาบางลง ทันใดนั้น ประตูห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทที่ปลายระเบียงอีกฝั่งก็ถูกเคาะ
ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องชาวบ้านพัดพาความคลุมเครือให้มลายหายไปในทันที และทั้งคู่ก็พร้อมใจกันแผ่พลังจิตออกไปดูลาดเลาข้างนอก
ท่าทางชวนสยิวจนหน้าแดงเมื่อครู่ ตอนนี้ก็เป็นแค่ท่าทางเท่านั้นแหละ
การเคาะประตูตอนกลางดึกแบบนี้ มันต้องมีซัมติงแน่ๆ!
"ผู้หญิงคนนั้นนี่นา คนที่ถูกส่งมาให้เธอคืนนั้นแล้วโดนหลอกเอาสร้อยคอแซฟไฟร์ไป..." จินซ่างแอบงงกับความสัมพันธ์ของคนพวกนี้นิดหน่อย
เขากระซิบประโยคนั้นที่ข้างหูเธอ
เซี่ยกุยกุยที่ตอนแรกกำลังจดจ่ออยู่กับการเผือกเรื่องชาวบ้าน ถึงกับแตกพ่ายในทันที
เธอรู้สึกว่าขืนยังอยู่ในท่านี้ต่อไป เธอต้องเผลอทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ลงไปแน่ๆ!
เธอผลักเขาออกอย่างไม่เต็มใจนัก พลางรักษาระยะห่าง "นางต่างหากล่ะที่เป็นคนพยายามจะหลอกฉันก่อน..."
จินซ่างยอมถอยตามแรงผลักของเธอ แล้วเอนตัวพิงกำแพง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มขี้เล่น "ทำไมล่ะ กลัวคนอื่นจะหาว่าเธอเป็นคนไม่ดีเหมือนกันเหรอ?"
"ฉันไม่ดีก็ไม่เห็นจะเป็นไร..." คำพูดของเซี่ยกุยกุยถูกขัดจังหวะเมื่อจินซ่างก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วเอามือปิดปากเธอไว้
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน พร้อมกับเสียงคำรามแทบจะคลุ้มคลั่งของหวังเหว่ยหยา "แกกำลังจะบอกว่าสามีฉันแอบย่องออกไปหาผู้หญิงคนอื่นในคืนวันแต่งงานของเรางั้นเหรอ?"
ทันใดนั้น ประตูห้องของเซี่ยกุยกุยกับจินซ่างก็ถูกเคาะรัวๆ ปัง ปัง ปัง... "เปิดประตู... เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะพังเข้าไป..."