เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: นางรองทะลุมิติ

บทที่ 9: นางรองทะลุมิติ

บทที่ 9: นางรองทะลุมิติ


บทที่ 9: นางรองทะลุมิติ

ที่แท้เซี่ยต้งเฉินต้องการจัดหาอาวุธสงครามมาตุนไว้ และบังเอิญได้ยินมาว่าจินซ่างมีเส้นสายในเรื่องนี้ จึงเชิญเขามากินอาหารมื้อเรียบง่ายที่บ้าน "ถ้าคุณจินไม่รังเกียจ คืนนี้พักที่บ้านผมเถอะครับ พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า"

"ต้องรบกวนแล้ว!"

เซี่ยกุยกุย: "???"

ไปพักห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทในโรงแรมหรูไม่ดีกว่าหรือไง?

ระหว่างอยู่ที่โต๊ะอาหาร จินซ่างมักจะลอบมองเซี่ยกุยกุยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ

เธอรู้สึกว่าถ้าเขายังมองอยู่แบบนี้ อาหารคงไม่ย่อยแน่ๆ

"คุณชายจิน ฉันคืนแหวนไพลินวงนี้ให้คุณดีกว่าไหมคะ?" เซี่ยกุยกุยพูดกับจินซ่างตอนที่พี่ชายของเธอเดินออกไปรับโทรศัพท์ พร้อมกับยื่นมือข้างที่สวมแหวนออกไป

แน่นอนว่าการเก็บของราคาแพงของคนอื่นไว้กับตัวทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ

ไม่อย่างนั้น คนระดับเขาจะมาที่บ้านของเธอทำไมกัน?

"ถ้าคุณไม่ต้องการ ก็โยนทิ้งไปสิ!"

"เอาล่ะ ตามใจคุณแล้วกัน!" กุยกุยลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

ในเมื่อเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาทวงแหวนคืน เธอก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก

เซี่ยต้งเฉินร้องทักน้องสาวขณะที่เธอกำลังจะไปเรียน "วันนี้คลาสเรียนต่อสู้ยกเลิกนะ จู่ๆ ชวีหยางก็มีธุระด่วน แล้วเขาก็บอกด้วยว่าไม่มีอะไรจะสอนน้องอีกแล้ว ที่เหลือก็แค่น้องต้องหมั่นฝึกซ้อมบ่อยๆ เท่านั้นแหละ!"

หรือว่าน้องสาวของเขาจะเป็นอัจฉริยะ?

เวลาผ่านไปแค่สิบกว่าวัน เธอกลับเรียนรู้ทักษะทั้งหมดของชวีหยางไปจนหมดสิ้น

"อ้อ!" เซี่ยกุยกุยหันกลับไปมองจินซ่าง เมื่อตระหนักได้ว่าท่าทีของตัวเองดูแปลกประหลาดไปนิด จึงรีบหันหลังเดินขึ้นชั้นบนไป

พอกลับถึงห้อง เธอก็เข้าไปในมิติเพื่อจัดการกับเสบียงล็อตใหม่ที่เพิ่งได้มา

ในขณะเดียวกัน จินซ่างที่นั่งอยู่ตรงห้องนั่งเล่นก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาด

มันมาจากชั้นบน

มุมปากของเขาหยักขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาเรียวยาวดุจสุนัขจิ้งจอกตวัดมองขึ้นไปยังชั้นสอง

ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงการกุศล เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวเธอแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ

ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!

เซี่ยกุยกุยง่วนอยู่กับการจัดการของในมิติแทบจะทั้งวัน ทว่าเมื่อออกมาโลกภายนอก เวลาเพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

อัตราส่วนเวลาระหว่างมิติกับโลกภายนอกคือสิบต่อหนึ่ง เวลาสิบชั่วโมงในมิติเท่ากับเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในโลกภายนอก

ซึ่งนั่นทำให้เธอมีเวลาเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ทันทีที่เธอออกมา เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น

เธอประหลาดใจเล็กน้อย ฟ้ามืดป่านนี้แล้ว ใครกันที่มาหา?

เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง

ป้าหลิวลางานและจะกลับมาในเช้าวันพรุ่งนี้

ตามหลักแล้ว พี่ใหญ่ของเธอควรจะอยู่ข้างล่างสิ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตัดสินใจเปิดประตูห้อง

ร่างสูงโปร่งของจินซ่างทิ้งตัวพิงโซฟาอยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นเธอ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเคยชิน

ดูเหมือนว่าเสียงกริ่งประตูจะไม่ได้รบกวนเขาเลยแม้แต่น้อย

ทว่าสำหรับเซี่ยกุยกุย ความรู้สึกนั้นช่างแตกต่างออกไป "พี่ใหญ่ของฉันไปไหนคะ?"

"เขาออกไปทำธุระข้างนอกน่ะ!"

เซี่ยกุยกุย: "..."

พี่ใหญ่ของเธอชะล่าใจเกินไปหรือเปล่า?

ทิ้งบุคคลอันตรายแบบนี้ให้อยู่กับเธอตามลำพังในบ้านเนี่ยนะ? แล้วแบบนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพี่ชายที่รักน้องสาวอีกเหรอ?

ด้านนอกประตูเป็นหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองปี รูปร่างบอบบาง เล็กและดูอ่อนแอ

เมื่อประกอบกับสีหน้าที่ดูน่าสงสารของเธอแล้ว คงยากที่จะมีผู้ชายคนไหนต้านทานได้ พวกเขาย่อมเกิดความรู้สึกอยากปกป้องดูแลเธอขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ

"คุณมาหาใครคะ?" แน่นอนว่าเซี่ยกุยกุยไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้

อย่างไรก็ตาม รูปลักษณ์ของหญิงสาวคนนี้กลับทำให้เธอนึกถึงนางรองในนิยาย... ถงซูเหยา

ตอนที่บรรยายถึงรูปลักษณ์ของเธอในหนังสือนิยาย มักจะใช้คำว่า 'บอบบางน่าทนุถนอม' อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกดอกบัวขาวผู้สมบูรณ์แบบที่คอยทำเรื่องน่าสะอิดสะเอียนใส่นางเอกอยู่ตลอดเวลา

หากเจ้าของร่างเดิมคืออุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้พระเอกและนางเอกได้ครองรักกัน ดอกบัวขาวคนนี้ก็คงเป็นเหมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนเนื้อเรื่องให้เดินหน้าไป

เธอสวมหน้ากากเป็นดอกไม้ดอกน้อยที่ดูบอบบาง ทว่ากลับเชี่ยวชาญเรื่องการทำร้ายผู้คน ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดตัวฉกาจของตัวร้ายหลักเลยก็ว่าได้

"ฉันชื่อถงซูเหยาค่ะ ที่นี่คือบ้านของคุณเซี่ยกุยกุยใช่ไหมคะ?" น้ำเสียงของถงซูเหยาก็อ่อนหวานและนุ่มนวลราวกับสายน้ำ

เมื่อได้ยินชื่อนี้ เซี่ยกุยกุยก็คล้ายกับจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาในทันที

ถงซูเหยาคนนี้รู้เรื่องสร้อยข้อมือมิติ!

ไม่อย่างนั้น คนที่ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย และไม่เคยมีบทสนทนาร่วมกันในหนังสือ จะมาตามหาเธอทำไม?

ยิ่งไปกว่านั้น เธอคนนี้ยังยืนกดกริ่งอยู่ตั้งห้านาที แสดงว่าต้องมั่นใจมากว่าที่นี่คือบ้านของตระกูลเซี่ย

"ฉันคือเซี่ยกุยกุยค่ะ แต่ฉันไม่รู้จักคุณนะ?" มารยาแม่ดอกบัวขาวเหรอ เธอเองก็เล่นเป็นเหมือนกันนั่นแหละ

ก่อนที่จะจับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหมดได้ ก็มาดูกันว่าใครจะตีบทแตกกว่ากัน

"คุณช่วยเปิดประตูให้ฉันเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ?" ถงซูเหยาส่งยิ้มที่ดูเป็นมิตรและอ่อนโยนผ่านกล้องวงจรปิด

เซี่ยกุยกุยยอมเปิดประตูให้โดยดี

ถงซูเหยาตัวเล็กมากจริงๆ เมื่อมายืนเทียบกันแล้ว ส่วนสูงของเธอยังไม่ถึงติ่งหูของกุยกุยด้วยซ้ำ ดูน่าจะสูงแค่ร้อยห้าสิบกว่าเซนติเมตรเท่านั้น

"ฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของฉีหยวน คู่หมั้นของคุณค่ะ! สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ!"

"พรืด!" เซี่ยกุยกุยกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่จนหลุดหัวเราะออกมา

ปฏิกิริยานี้ทำเอาถงซูเหยาถึงกับงุนงงไปเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง เธอสังเกตเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น และความรู้สึกหวาดกลัวก็แล่นปราดเข้ามาในใจทันที

มันเป็นความหวาดกลัวอย่างแท้จริงที่ไม่อาจควบคุมได้

ทว่าชายคนนั้นกลับไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางใดๆ เป็นพิเศษ

"คุณอาจจะยังไม่รู้นะคะ แต่ฉันกับฉีหยวนถอนหมั้นกันไปแล้ว!" เซี่ยกุยกุยผู้ล่วงรู้พล็อตเรื่องอยู่ก่อนแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะใช้สถานะนี้เพื่อเข้าหาเธอ

"อะไรนะคะ?" ดวงตาที่เคยสุกสกาวของถงซูเหยาเบิกกว้างและสั่นไหวด้วยความตกตะลึง

เนื้อเรื่องมันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ?

ในหนังสือระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทั้งสองคนกำลังจะแต่งงานกันในอีกสามวันข้างหน้านี้นี่นา

"ก็หมายความว่า ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของคุณแล้วยังไงล่ะคะ!" เซี่ยกุยกุยแสร้งเล่นไปตามน้ำอย่างเงียบๆ

จู่ๆ ผู้หญิงตรงหน้าก็เหลือบมองไปที่ข้อมือของเธอ

เซี่ยกุยกุยมองตามสายตาของหล่อนไปที่ข้อมือของตัวเองโดยจิตใต้สำนึก

"สร้อยข้อมือของคุณสวยจังเลยค่ะ!" มันเป็นประโยคที่จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เซี่ยกุยกุยฟันธงได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นคนที่กลับชาติมาเกิดใหม่ ไม่ก็ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้อย่างแน่นอน

หล่อนกำลังจ้องตระครุบสร้อยข้อมือของเธออยู่นี่เอง

"ขอดูหน่อยได้ไหมคะ?" ช่างเป็นคำขอที่ไร้สาระสิ้นดี แถมพฤติกรรมยังไร้สมองสุดๆ... หล่อนยื่นมือออกมาฉวยสร้อยข้อมือไปดื้อๆ

ในระหว่างที่ยื้อแย่งกันไปมา ตะขอของสร้อยข้อมือทองคำก็หลุดออกจนสร้อยขาด

เซี่ยกุยกุยมองสร้อยข้อมือด้วยความตกใจ ก่อนจะตวัดสายตาไปมองถงซูเหยา

"ขอโทษค่ะ ขอโทษที... เป็นเพราะมันสวยมากจริงๆ ฉันก็เลยแค่อยากขอดูชัดๆ..."

ใบหน้าของเซี่ยกุยกุยทะมึนทึน "คุณไม่คิดว่าการกระทำของคุณมันแปลกเกินไปหน่อยเหรอ?"

"มันเป็นเพราะสร้อยข้อมือวงนี้สวยมากจริงๆ ค่ะ เอาอย่างนี้ไหมคะ ฉันจะชดใช้ให้ หรือไม่ก็เอาไปซ่อมแล้วส่งคืนให้คุณทีหลัง ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ฉันจ่ายเงินมัดจำให้เป็นสองเท่าก่อนก็ได้ พอซ่อมเสร็จแล้วเอามาคืน คุณค่อยคืนเงินให้ฉัน ดีไหมคะ?"

เซี่ยกุยกุย: "..."

บ้าเอ๊ย ถ้าเธอไม่ได้ทะลุมิติมาและรู้พล็อตเรื่องล่วงหน้าล่ะก็ คงถูกผู้หญิงคนนี้ปั่นหัวจนหัวหมุนไปแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม... "เรื่องเงินไม่ต้องหรอก คุณทิ้งสร้อยคอของคุณไว้ที่นี่ ซ่อมสร้อยข้อมือให้ฉันเสร็จเมื่อไหร่ พวกเราค่อยเอามาแลกคืนกัน" เซี่ยกุยกุยชี้ไปที่สร้อยคอทองคำขาวพร้อมจี้ไพลินที่สวมอยู่บนคอของอีกฝ่าย

ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ามันดูคล้ายคลึงกับแหวนไพลินที่เธอเพิ่งได้รับมาไม่มีผิด

ถงซูเหยาตอบตกลงแทบจะในทันที "ได้เลยค่ะ!"

สร้อยคอเส้นนี้เป็นของขวัญจากรักแรกของเธอ แม้ราคาจะไม่ได้ถูกๆ แต่วันสิ้นโลกก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เงินทองย่อมมีประโยชน์มากกว่าของพรรค์นี้ตั้งเยอะ

"งั้นก็อย่าลืมรีบซ่อมแล้วเอามาคืนฉันไวๆ ล่ะ สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของตกทอดประจำตระกูลของฉันเลยนะ!" เซี่ยกุยกุยเตือนความจำอีกฝ่าย

จินซ่างซึ่งนั่งมองเหตุการณ์จากบนโซฟามาโดยตลอด บังเอิญเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือเส้นนั้นเข้า เขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปคว้าสร้อยข้อมือมาจากมือของถงซูเหยาอย่างรวดเร็ว

ถงซูเหยาตกใจกลัวจนพูดไม่ออก แต่เธอต้องการสร้อยข้อมือเส้นนี้อย่างแท้จริง จึงทำได้เพียงช้อนตามองจินซ่างด้วยความหวาดหวั่น

หลังจากถือมันไว้ในมือได้เพียงไม่กี่วินาที เขาก็โยนมันกลับคืนใส่มือถงซูเหยาราวกับเป็นแค่เศษขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินอย่างสง่างามกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม

ราวกับว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยลุกจากที่นั่งเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 9: นางรองทะลุมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว