เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ว่ามาสิ

ตอนที่ 5 ว่ามาสิ

ตอนที่ 5 ว่ามาสิ


ตอนที่ 5 ว่ามาสิ

เนื่องจากโทจิไปรีดไถสิ่งที่เรียกว่าค่าทำขวัญเยียวยาจิตใจแถมยังใช้กำลังไปนิดหน่อย ตอนนี้ทุกคนในตระกูลเซนอิงเลยเอาแต่นินทาเรื่องของโทจิกับมุยูกันให้แซด

ทัศนคติและมุมมองที่ทุกคนมีต่อทั้งสองคนนั้นไปในทิศทางเดียวกันอย่างน่าประหลาด ทว่าก็มีความซับซ้อนซ่อนอยู่

พวกเขาอยากจะตะเพิดโทจิกับมุยูออกไปให้พ้นๆ แต่โทจินั้นแข็งแกร่งเกินไป ถ้าเกิดไล่พวกเขาออกไปจริงๆ ตระกูลอื่นคงได้เอาไปนินทากันสนุกปากแน่

เซนอิง นาโอบิโตะ ประกาศกร้าวเลยว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ไล่สองพี่น้องคู่นี้ออกเด็ดขาด

ปล่อยให้พวกมันเห่าไปเถอะ โทจิไม่ได้ใส่ใจ และมุยูยิ่งไม่สนเข้าไปใหญ่ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตอนนี้สองพี่น้องกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสุดๆ ต่างหาก

มุยูใช้มือลูบพุงตัวเองอย่างพอใจ "อ่า~ มื้อนี้อร่อยสุดๆ ไปเลย ไม่ได้กินอิ่มแปล้ขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย"

เมื่อเห็นรอยยิ้มอย่างมีความสุขของมุยู มุมปากของโทจิก็โค้งขึ้นเช่นกัน "แกนี่มันหน้าหนาใช้ได้เลยนะ ไอ้หนู"

"ป่านนี้คนทั้งตระกูลคงกำลังจับกลุ่มนินทาพวกเรากันสนุกปากแล้วมั้ง"

มุยูปัดมือไปมาด้วยท่าทีที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย "ช่างประไร ยังไงพวกเราก็ไม่ได้ยินอยู่แล้ว"

"อีกอย่าง ถ้าฉันได้ยินฉันก็จะด่าสวนกลับไป พวกมันไม่ได้มีปากอยู่ฝ่ายเดียวสักหน่อย"

"ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดนะ ฉันจะเดินเข้าไปตบเรียงตัวให้หน้าหันเลยคอยดู"

พรืด

โทจิหลุดขำกับคำพูดของมุยู "แกนี่ทำตัวไม่เหมือนเด็กหกขวบเลยสักนิด"

"ฉันล่ะไม่แน่ใจเลยจริงๆ ว่าตระกูลนี้บีบให้แกโตเกินวัย หรือแกเกิดมาพร้อมกับสมองที่ฉลาดแกมโกงกันแน่"

มุยูเคาะหัวตัวเองแล้วฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "นี่แหละที่เขาเรียกว่าอัจฉริยะไงล่ะ!"

โทจิเปลี่ยนเรื่อง "กินอิ่มแล้ว อยากไปสวนสนุกไหมล่ะ? ฉันเห็นเด็กคนอื่นๆ ชอบไปที่แบบนั้นกันนะ"

มุยูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลึกๆ เขาก็แอบหวั่นไหวกับความคิดที่จะได้ไปวิ่งเล่นอย่างมีความสุขที่สวนสนุกกับโทจิเหมือนกัน แต่พอมาคิดดู โทจิคงไม่ค่อยสนุกกับมันเท่าไหร่ และตัวเขาเองก็ไม่ได้อินกับอะไรพวกนี้ขนาดนั้นด้วย

"ชิ นั่นมันที่สำหรับเด็กเล็กต่างหาก"

โทจิปรายตามองมุยู "แล้วแกไม่ใช่เด็กหรือไง?"

จู่ๆ มุยูก็โพล่งขึ้นมา "เราไปดูแข่งเรือกันดีไหม?"

"ยังไงตอนนี้เราก็มีเงินแล้ว เอาไปเสี่ยงโชคสักหน่อยจะเป็นไรไป"

โทจิมองมุยูด้วยสีหน้าประหลาดใจ "เด็กอย่างแกไปรู้เรื่องแข่งเรือมาจากไหน?"

ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นของเขาก็ฟ้องความต้องการของตัวเองไปหมดแล้ว

มุยูพูดอย่างซุกซน "อย่าบอกนะว่าพี่ไม่อยากไปน่ะ?"

โทจิเคาะหัวมุยูไปทีหนึ่ง "อย่าพยายามมาเดาใจฉันให้ยากเลย แกไม่เข้าใจจิตใจของผู้ใหญ่หรอก"

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง "แต่ถือซะว่าฉันจะพาแกไปเปิดหูเปิดตากับโลกของผู้ใหญ่ก็แล้วกัน"

มุยูกุมหัวตัวเอง "อย่าเอาแต่เขกหัวฉันสิ เกิดฉันตัวเตี้ยลง หรือพี่ทำสมองฉันพังขึ้นมาจะทำยังไง?"

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความทรงจำที่มุยูเอาอิฐทุบหัวตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ก็แวบเข้ามาในหัวของโทจิ ตอนที่เขาถาม ไอ้เด็กนี่ก็อ้างว่ากำลังฝึกวิชาหัวเหล็กไหล...

โทจิมีความตระหนักรู้ในตัวเองมากพอที่จะรู้ว่าเถียงกับมุยูไปก็ไม่มีวันชนะ เขาจึงลุกขึ้นและเดินออกไป "แกนี่มันพูดมากจริงๆ"

มุยูแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แล้วรีบวิ่งตามโทจิไปติดๆ

ณ สนามแข่งเรือ

หลังจากที่โทจิอธิบายกฎกติกาให้มุยูฟังคร่าวๆ เขาก็พูดขึ้นว่า "วันนี้เหลือการแข่งอีกสองรอบ ฉันจะให้เงินแกหนึ่งแสนเยน เอาไปแทงตามใจชอบเลย"

"รอบนี้มีตัวเต็งอยู่สองลำ คือเบอร์ 7 กับเบอร์ 8"

"จากการวิเคราะห์ของฉัน ฉันขอแทงเบอร์ 8"

มุยูรีบยกมือขึ้นทันที "งั้นฉันแทงเบอร์ 7"

โทจิขมวดคิ้ว "อย่าเอาเงินมาละลายเล่นสิ ฉันอุตส่าห์เหนื่อยยากกว่าจะได้เงินก้อนนี้มานะ"

มุยูมองโทจิด้วยสายตาไร้เดียงสา สีหน้าของเขาบ่งบอกว่า: 'นี่พี่กำลังหลอกเด็กอยู่รึไง?'

โทจิถอนหายใจอย่างจำยอม "เออๆ ถือซะว่าซื้อประสบการณ์ก็แล้วกัน เงินแค่นี้เอง"

เขาพามุยูเดินไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว โทจิเป็นคนพูดก่อน "หนึ่งแสนเยน แทงเบอร์ 8"

พนักงานพูดว่า "นี่ตั๋วของคุณครับ โปรดเก็บไว้ให้ดี อัตราต่อรองตอนนี้คือ 1:1.44 ครับ"

หลังจากโทจิได้ตั๋วมาแล้ว มุยูก็ก้าวออกไปข้างหน้า "ฉันอยากซื้อเบอร์ 7 หนึ่งแสนเยน"

โทจิเอ่ยเตือน "ฉันให้แกแค่แสนเดียวนะ ถ้าแกทุ่มหมดตัวรอบนี้แล้วเสีย รอบหน้าแกก็จะอดเล่นแล้วนะ ฉันไม่ให้เพิ่มแล้วด้วย"

มุยูหันไปมองพนักงานแล้วพูดว่า "หนึ่งแสนเยน แทงเบอร์ 7"

พนักงานหันไปมองโทจิ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า พนักงานจึงพิมพ์ตั๋วออกมาแล้วส่งให้มุยู

"นี่ตั๋วของคุณครับ โปรดเก็บไว้ให้ดี อัตราต่อรองของคุณคือ 1:2 ครับ"

เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของมุยู โทจิก็ไม่พูดอะไรอีก รอให้ผลออกมาก่อนเถอะ อยากจะเห็นหน้าจ๋อยๆ ของไอ้เด็กนี่จะแย่อยู่แล้ว

ทั้งสองเดินไปที่อัฒจันทร์ และการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงปืนปล่อยตัว

การแข่งขันจบลงท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงถอนหายใจ

มุยูกำตั๋วในมือแน่นแล้วเอาไปอวดโทจิด้วยท่าทีโอ้อวด "อ่าฮ่าฮ่าฮ่า เห็นไหมล่ะ พี่ชายผู้โง่เขลาของฉัน?"

โทจิเบ้ปากด้วยความรำคาญ "แกก็แค่ดวงดีเพราะวันนี้เป็นวันเกิดแกเท่านั้นแหละ ไอ้หนู"

มุยูหัวเราะคิกคัก "พี่ชาย ถ้างั้นการแข่งรอบหน้า พี่ก็แทงให้น้อยลงหน่อย แล้วเอาเงินที่เหลือมาให้ฉันแทงสิ"

โทจิเลิกคิ้ว "แน่ใจนะ?"

"ถ้าเราเสียกันทั้งคู่ เราต้องเดินกลับบ้านนะเว้ย"

มุยูพยักหน้ารัวๆ "เชื่อใจฉันสิ ก็อย่างที่พี่บอก วันนี้วันเกิดฉัน ฉันรู้สึกว่าดวงตัวเองกำลังพุ่งปรี๊ดเลยล่ะ"

"อย่างแย่สุด เราก็แค่เดินกลับแค่นั้นเอง"

โทจิมองมุยูด้วยสายตาเหยียดๆ "แกปากดีบอกว่าจะเดินกลับ แต่ทุกทีฉันก็ต้องเป็นคนแบกแกเพราะแกงอแงไม่ยอมเดินไม่ใช่รึไง"

มุยูหัวเราะแห้งๆ "ตอนนั้นฉันยังเด็กนี่นา ตอนนี้ฉันฝึกฝนร่างกายแล้ว เดินแค่นี้จิ๊บๆ น่า"

พักเรื่องคุยไว้ก่อน ทั้งสองเดินไปที่ช่องรับเงิน หลังจากมุยูนำตั๋วไปขึ้นเงินมาได้สองแสน เขาก็ส่งเงินให้โทจิ

โทจิวิเคราะห์การแข่งรอบต่อไป "ตัวเต็งรอบนี้คือเบอร์ 1 กับเบอร์ 3"

"ส่วนตัวฉันชอบเบอร์ 1 นะ เบอร์ 1 ค่อนข้างแข็งแกร่ง ฉันจะแทงเบอร์ 1"

มุยูมองดูเงิน 520,000 เยนในมือของโทจิแล้วพูดว่า "พี่ แทงเบอร์ 1 ไปแค่สองหมื่นพอเป็นพิธีก็พอ"

"เงินที่เหลือเอามาให้ฉัน ฉันจะแทงเบอร์ 3 ห้าแสน"

มุยูสบตาโทจิอย่างจริงจังแล้วพูดว่า "การทุ่มหมดตัวก็ถือเป็นความชาญฉลาดอย่างหนึ่งนะ"

โทจิเป็นพวกผีพนันเข้าสิงอยู่แล้ว พอเห็นมุยูเป็นแบบนี้ก็เหมือนเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง มุมปากของเขาโค้งขึ้น "ถ้างั้นก็ทุ่มหมดตัวไปเลย!"

ครั้งนี้ อัตราต่อรองของเบอร์ 3 พุ่งสูงถึง 1:3

ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงโอดครวญ การแข่งขันรอบสุดท้ายก็จบลง

มุยูกำตั๋วไว้แน่นแล้วตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น "วะฮ่าฮ่าฮ่า!"

"พี่ ฉันเดาถูกด้วย!"

โทจิขยี้แก้มมุยูอย่างหมั่นเขี้ยว "แกนี่มันมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ ว่ะไอ้หนู"

มุยูหัวเราะคิกคักเหมือนคนบ้า "หนึ่งล้านห้าแสนเยน! ล้านห้าเลยนะ!"

โทจิดับฝันน้องชาย "ดีใจอะไรนักหนากับเงินแค่ล้านห้า? หัดมีความทะเยอทะยานซะบ้างสิไอ้หนู"

มุยูแลบลิ้นใส่ "นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะที่ฉันเห็นเงินเยอะขนาดนี้น่ะ!"

ในตอนนั้นเอง เสียงกระแอมไอบางๆ จากบริเวณใกล้เคียงก็ดึงดูดความสนใจของโทจิและมุยู

โทจิมองไปที่ชายคนนั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "อะไร คิดจะปล้นกันรึไง?"

กงชียูโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาจากหน้าผากขณะที่ตัวสั่นเทา "ไม่ครับ ไม่ๆ"

"ผมชื่อกงชียู เป็นนายหน้า พอจะมีเวลาคุยกันสักหน่อยไหมครับ?"

มุยูส่ายหน้าและตอบกลับอย่างหนักแน่น "พวกเราไม่ซื้อบ้านหรอกนะ"

กงชียูกวาดสายตามองไปรอบๆ อัฒจันทร์ที่ว่างเปล่า แล้วกระซิบกับโทจิ "ท่านเซนอิง โทจิ สนใจจะเป็นนักรับจ้างอิสระทางไสยเวทไหมครับ? ได้เงินไวดีนะ"

"พูดง่ายๆ ก็คือ... เป็นนักฆ่านั่นแหละ"

โทจิเลิกคิ้วขึ้นทั้งสองข้าง "ว่ามาสิ"

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 5 ว่ามาสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว