เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ

บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ

บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ


บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ

รุ่งสาง ณ เมืองผิงหยาง

หมอกยามเช้าของเมืองผิงหยางยังไม่ทันจางหาย ทว่าบนท้องถนนกลับเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้คนแล้ว พ่อค้าแม่ขายริมทางต่างส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าเพื่อเร่ขายสินค้าของตน มีทั้งของกิน เครื่องประดับ และของแปลกประหลาดสารพัดชนิดที่ทำให้ผู้คนละลานตา

ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียด มีทั้งลูกหลานตระกูลใหญ่ที่สวมเสื้อผ้าหรูหราทำจากผ้าไหม ชาวบ้านธรรมดาในชุดเรียบง่าย และยังมีคนต่างถิ่นที่สะพายสัมภาระมาด้วย ข้างกายของพวกเขาล้วนมีเด็กๆ ติดตามมา เด็กเหล่านั้นอายุยังน้อย น่าจะราวๆ สิบสามถึงสิบสี่ปี ในเวลานี้ พวกเขาทั้งหมดต่างมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองโดยไม่ได้นัดหมาย

และวันนี้ ก็คือวันเปิดเขาเพื่อรับสมัครศิษย์ของสำนักหลินเทียน ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ สามปี

"ท่านพ่อ! ข้าจะต้องกลายเป็นปรมาจารย์เซียนให้ได้!"

"ท่านพ่อ ข้ากลัว"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกข้ามีพรสวรรค์ที่จะเป็นเซียนได้ การรับสมัครศิษย์ครั้งนี้ต้องผ่านฉลุยแน่นอน"

"สามปีแล้ว ลูกเอ๋ย เจ้าต้องเข้าสำนักหลินเทียนให้ได้นะ จงรู้ไว้ว่านี่คือหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาเขตนี้!"

ขณะนี้ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินอยู่บนถนนเพียงลำพัง แม้เสื้อผ้าจะเก่าซอมซ่อ แต่ก็ไม่อาจปิดบังใบหน้าอันหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยของเขาได้

"ในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้"

หลิงชวนพยายามข่มความตื่นเต้นในใจแล้วหลับตาลง ในห้วงคำนึงของเขา ปรากฏกระดองเต่าโบราณที่แตกร้าวชิ้นหนึ่งลอยนิ่งอยู่

บนผิวของกระดองเต่าเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ตัดกันไปมา ภายในซ่อนเหรียญทองแดงไว้สามเหรียญ ซึ่งเหรียญทองแดงเหล่านั้นก็มีรอยร้าวและขอบบิ่นแหว่งอยู่เล็กน้อยเช่นกัน

หลิงชวนเป็นผู้ทะลุมิติ กระดองเต่านี้เขาเห็นมันจากแผงลอยเล็กๆ แม้จะดูพังๆ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันน่าสนใจจึงซื้อเก็บไว้ ไม่นึกเลยว่าหลังจากทะลุมิติมา กระดองเต่านี้จะตามเขามายังโลกใบนี้ด้วย

หลิงชวนรู้สึกโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่กระดองเต่านี้ติดตัวเขามาด้วย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมัน เขาคงไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องตายไปแล้วกี่รอบ

ต้องรู้ก่อนว่าตอนที่เขาเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ นั้น เขาไม่มีอะไรติดตัวเลย แถมยังไปโผล่ในป่ารกร้าง เงินทองก็ไม่มี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขามาแต่ตัว แม้ร่างกายจะหดเล็กลงกลายเป็นเด็กอายุราวสิบสี่ปี แต่เขากลับไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้เลยสักนิด!

ส่วนความสามารถของกระดองเต่านี้ก็เรียบง่ายมาก นั่นคือการทำนายเคราะห์ดีและร้าย!

หากมีสัญลักษณ์มงคลก็ให้เลือกมงคล หากไม่มีมงคลก็ให้เลือกปกติ แต่ห้ามเลือกสัญลักษณ์อัปมงคลเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้น ลองเดาดูสิว่าทำไมกระดองเต่าที่มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ถึงตกมาอยู่ในมือของหลิงชวนได้

มนุษย์เรายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ทว่าหลิงชวนมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นคนเชื่อฟังคำเตือน ในเมื่อมีคนบอกว่าไม่ดี แล้วยังดึงดันจะไปลองทำ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็คงไปโทษใครไม่ได้

ด้วยการชี้นำของกระดองเต่า หลิงชวนค่อยๆ เอาชีวิตรอดจากป่ารกร้างและเดินทางมาถึงเมืองผิงหยางได้สำเร็จ

เดิมทีเขาคิดว่าที่นี่ก็แค่สังคมยุคโบราณธรรมดาๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินจากปากคนอื่นว่า โลกใบนี้มีผู้บ่มเพาะพลังอยู่จริง แถมอีกเพียงหนึ่งปีก็จะถึงวันรับสมัครศิษย์ของสำนักหลินเทียนแล้ว

หลิงชวนตัดสินใจรั้งอยู่ที่นี่โดยไม่ลังเล เพื่อรอคอยให้งานรับสมัครศิษย์มาถึง ในเมื่อมีโอกาสได้ฝึกตนเป็นเซียน แล้วใครจะอยากเป็นแค่คนธรรมดากันล่ะ

"ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าจะมีรากปราณไหม คงไม่ใช่ว่าได้รากปราณห้าสายอันเป็นมาตรฐานของพวกตัวเอกทะลุมิติหรอกนะ"

"ช่างเถอะ ไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องก่อนดีกว่า"

หลิงชวนคิดในใจพลางเดินตรงไปยังแผงขายซาลาเปาเนื้อที่อยู่ข้างทาง

"ท่านลุงหลี่ ขอซาลาเปาเนื้อสองลูกครับ"

"ได้เลย รอเดี๋ยวนะ"

เมื่อเถ้าแก่ร้านซาลาเปาเห็นว่าเป็นหลิงชวน เขาก็กระตือรือร้นหยิบซาลาเปาเนื้อสองลูกส่งให้ทันที

หลังจากรับซาลาเปามา หลิงชวนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม

เถ้าแก่ร้านซาลาเปามองดูหลิงชวนที่กินอย่างมูมมามแล้วหัวเราะพลางถามว่า "เสี่ยวชวน เจ้าอุตส่าห์รืองานรับสมัครศิษย์นี่มาตั้งหนึ่งปีเต็มๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงดูไม่รีบร้อนไปเลยล่ะ"

"โธ่ รีบไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ไม่ใช่ว่าไปถึงเร็วแล้วจะผ่านการทดสอบเสียหน่อย"

"นั่นก็จริง เรื่องรากปราณเนี่ย มีก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี ไปเร็วก็แค่หมดหวังเร็วขึ้นเท่านั้นแหละ"

เมื่อหลิงชวนจัดการซาลาเปาสองลูกหมด เขาก็รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ทันที พอได้ยินเถ้าแก่พูดแบบนั้นก็เลยถามด้วยความสงสัย

"แล้วปีก่อนๆ มีคนที่ผ่านการรับสมัครเยอะไหมครับ?"

เถ้าแก่ร้านซาลาเปาได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้า

"น้อย เรียกได้ว่าน้อยมากๆ การฝึกตนไม่ได้หมายความว่าใครๆ ก็ฝึกได้ แต่จำเป็นต้องมีรากปราณ"

"แถมสำนักหลินเทียนยังรับเฉพาะเด็กที่อายุมากกว่าสิบปีและต่ำกว่าสิบหกปีเท่านั้น อย่าดูแค่ว่าแต่ละครั้งมีคนมาเยอะเชียว สุดท้ายเหลือรอดผ่านการคัดเลือกได้สักสิบกว่าคนก็ถือว่าเก่งแล้ว"

หลิงชวนฟังแล้วก็รู้สึกว่าจำนวนคนที่รับมันน้อยมากจริงๆ

หลังจากเช็ดปากเสร็จ หลิงชวนกำลังจะล้วงเงินออกมาจ่าย แต่กลับถูกมือของลุงหลี่กดกลับไปเบาๆ

ลุงหลี่ยิ้มเมื่อเห็นสายตางุนงงของหลิงชวน

"ไม่ต้องจ่ายหรอก ซาลาเปาสองลูกนี้ถือว่าลุงเลี้ยงก็แล้วกัน ขอให้เจ้าผ่านการทดสอบ ได้เป็นผู้บ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งในเร็ววันนะ"

เวลาหนึ่งปีจะว่ายาวก็ไม่ยาว จะว่าสั้นก็ไม่สั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ลุงหลี่จดจำเด็กหนุ่มที่ร่าเริงแจ่มใสและมีดวงดีสุดๆ ตรงหน้านี้ได้อย่างชัดเจน

ทำไมถึงบอกว่าเขาดวงดีน่ะหรือ? ก็ลองคิดดูสิว่าจะมีเด็กบ้านไหนที่แค่ออกจาบ้านทุกวันก็เก็บเงินได้บ้างล่ะ แถมลุงหลี่ยังไม่เคยเห็นหลิงชวนต้องไปรับจ้างทำงานอะไรเลยสักครั้ง!

เมื่อเห็นแววตาที่อวยพรด้วยความจริงใจของลุงหลี่ หลิงชวนก็ยิ้มออกมา

"ได้เลยครับลุงหลี่ งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"

หลังจากบอกลาเถ้าแก่ร้านซาลาเปา หลิงชวนก็เดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่รับสมัครศิษย์

หลิงชวนรู้ดีว่าการจะเกิดมามีรากปราณนั้นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

อย่ามองแค่ว่าพวกตัวเอกทะลุมิติส่วนใหญ่มักจะมีรากปราณห้าสายหรือรากปราณขยะ เพราะสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แค่นั้นก็ถือเป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากพอแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิงชวนก็ตั้งจิตอธิษฐานในใจ "เริ่มทำนาย!"

กระดองเต่าที่ลอยอยู่ในห้วงคำนึงเริ่มสั่นไหว จากนั้นเหรียญทองแดงสามเหรียญก็ลอยออกมา

【สัญลักษณ์มงคล: เดินทางไปสำนักหลินเทียน, เหมาะสม】

หลังจากอ่านคำตอบที่กระดองเต่าให้มา หลิงชวนก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น "ดูท่าข้าน่าจะมีรากปราณอยู่บ้างแหละนะ"

ยังไม่ทันจะถึงใจกลางเมือง หลิงชวนก็มองเห็นแถวที่ต่อคิวยาวเหยียดสองแถวอยู่แต่ไกล แถวยาวเสียจนมองไม่เห็นหางแถวเลยทีเดียว

"ให้ตายสิ คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ! นี่เพิ่งจะสว่างได้ไม่นานเองนะ พวกเขาคงไม่ได้มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เมื่อคืนหรอกใช่ไหม"

เรื่องนี้หลิงชวนเดาไม่ผิดจริงๆ เพื่อให้ได้รับการทดสอบเร็วๆ หลายคนจึงมารอเข้าคิวกันล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว

หลิงชวนไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งไปต่อท้ายแถวใดแถวหนึ่งทันที

เมื่อแถวค่อยๆ ขยับไปข้างหน้า หลิงชวนก็เริ่มมองเห็นสถานการณ์ด้านหน้าแล้ว

ที่ด้านหน้าสุดของแถวมีแท่นยกระดับตั้งตระหง่านอยู่สองแท่น บนแท่นมีศิษย์ชายและศิษย์หญิงที่สวมชุดนักพรตของสำนักหลินเทียนนั่งอยู่ประจำแท่นละคน

เบื้องหน้าของพวกเขามีลูกแก้วคริสตัลวางอยู่ หลิงชวนเดาว่าน่าจะเอาไว้ใช้สำหรับทดสอบรากปราณ

เมื่อเวลาผ่านไป หลิงชวนก็เข้าใกล้แท่นทดสอบมากขึ้นเรื่อยๆ

"ไม่ผ่าน"

"ไม่ผ่าน"

"ไม่ผ่าน"

เสียงประกาศว่าไม่ผ่านดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทำลายความตื่นเต้นของเหล่าเด็กหนุ่มที่พกมาเต็มเปี่ยมจนหมดสิ้น ในเวลานี้ทุกคนต่างรู้สึกประหม่า หวาดกลัวว่าตนเองจะเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์

แม้หลิงชวนจะรู้ตัวว่าเขาต้องมีรากปราณแน่นอน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเช่นกัน เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีรากปราณสายไหน

ขณะนี้ บนแท่นทดสอบ ด้านหลังของศิษย์สำนักหลินเทียนทั้งสองคนยังคงว่างเปล่า ไร้เงาของผู้ผ่านการทดสอบ

ศิษย์ชายที่อยู่บนแท่นส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้น "ทดสอบคนมาตั้งเยอะแยะแล้ว กลับไม่มีใครมีรากปราณเลยสักคน ครั้งนี้เราคงไม่ได้พากลับไปแม้แต่คนเดียวแน่ๆ"

ศิษย์หญิงของสำนักหลินเทียนได้ยินดังนั้นจึงกล่าวปลอบใจ "อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย คนที่มีรากปราณน่ะมีน้อยอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะกระจุกอยู่ข้างหลังก็ได้"

"เรื่องนั้นข้าก็รู้ แต่ตอนที่รับภารกิจนี้มา ข้าหวังว่าจะได้รับศิษย์ที่มีรากปราณสายเดี่ยวสักคน จะได้รางวัลเยอะๆ หน่อย"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว