- หน้าแรก
- หยั่งรู้ดีร้ายพลิกชะตาเซียน ยอดเทพวิถีหอกทะลุมิติ
- บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ
บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ
บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ
บทที่ 1 - กระดองเต่าลึกลับ
รุ่งสาง ณ เมืองผิงหยาง
หมอกยามเช้าของเมืองผิงหยางยังไม่ทันจางหาย ทว่าบนท้องถนนกลับเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้คนแล้ว พ่อค้าแม่ขายริมทางต่างส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าเพื่อเร่ขายสินค้าของตน มีทั้งของกิน เครื่องประดับ และของแปลกประหลาดสารพัดชนิดที่ทำให้ผู้คนละลานตา
ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียด มีทั้งลูกหลานตระกูลใหญ่ที่สวมเสื้อผ้าหรูหราทำจากผ้าไหม ชาวบ้านธรรมดาในชุดเรียบง่าย และยังมีคนต่างถิ่นที่สะพายสัมภาระมาด้วย ข้างกายของพวกเขาล้วนมีเด็กๆ ติดตามมา เด็กเหล่านั้นอายุยังน้อย น่าจะราวๆ สิบสามถึงสิบสี่ปี ในเวลานี้ พวกเขาทั้งหมดต่างมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองโดยไม่ได้นัดหมาย
และวันนี้ ก็คือวันเปิดเขาเพื่อรับสมัครศิษย์ของสำนักหลินเทียน ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ สามปี
"ท่านพ่อ! ข้าจะต้องกลายเป็นปรมาจารย์เซียนให้ได้!"
"ท่านพ่อ ข้ากลัว"
"ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกข้ามีพรสวรรค์ที่จะเป็นเซียนได้ การรับสมัครศิษย์ครั้งนี้ต้องผ่านฉลุยแน่นอน"
"สามปีแล้ว ลูกเอ๋ย เจ้าต้องเข้าสำนักหลินเทียนให้ได้นะ จงรู้ไว้ว่านี่คือหนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาเขตนี้!"
ขณะนี้ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินอยู่บนถนนเพียงลำพัง แม้เสื้อผ้าจะเก่าซอมซ่อ แต่ก็ไม่อาจปิดบังใบหน้าอันหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยของเขาได้
"ในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้"
หลิงชวนพยายามข่มความตื่นเต้นในใจแล้วหลับตาลง ในห้วงคำนึงของเขา ปรากฏกระดองเต่าโบราณที่แตกร้าวชิ้นหนึ่งลอยนิ่งอยู่
บนผิวของกระดองเต่าเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ตัดกันไปมา ภายในซ่อนเหรียญทองแดงไว้สามเหรียญ ซึ่งเหรียญทองแดงเหล่านั้นก็มีรอยร้าวและขอบบิ่นแหว่งอยู่เล็กน้อยเช่นกัน
หลิงชวนเป็นผู้ทะลุมิติ กระดองเต่านี้เขาเห็นมันจากแผงลอยเล็กๆ แม้จะดูพังๆ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันน่าสนใจจึงซื้อเก็บไว้ ไม่นึกเลยว่าหลังจากทะลุมิติมา กระดองเต่านี้จะตามเขามายังโลกใบนี้ด้วย
หลิงชวนรู้สึกโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่กระดองเต่านี้ติดตัวเขามาด้วย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมัน เขาคงไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องตายไปแล้วกี่รอบ
ต้องรู้ก่อนว่าตอนที่เขาเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ นั้น เขาไม่มีอะไรติดตัวเลย แถมยังไปโผล่ในป่ารกร้าง เงินทองก็ไม่มี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขามาแต่ตัว แม้ร่างกายจะหดเล็กลงกลายเป็นเด็กอายุราวสิบสี่ปี แต่เขากลับไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้เลยสักนิด!
ส่วนความสามารถของกระดองเต่านี้ก็เรียบง่ายมาก นั่นคือการทำนายเคราะห์ดีและร้าย!
หากมีสัญลักษณ์มงคลก็ให้เลือกมงคล หากไม่มีมงคลก็ให้เลือกปกติ แต่ห้ามเลือกสัญลักษณ์อัปมงคลเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้น ลองเดาดูสิว่าทำไมกระดองเต่าที่มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ถึงตกมาอยู่ในมือของหลิงชวนได้
มนุษย์เรายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ทว่าหลิงชวนมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นคนเชื่อฟังคำเตือน ในเมื่อมีคนบอกว่าไม่ดี แล้วยังดึงดันจะไปลองทำ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็คงไปโทษใครไม่ได้
ด้วยการชี้นำของกระดองเต่า หลิงชวนค่อยๆ เอาชีวิตรอดจากป่ารกร้างและเดินทางมาถึงเมืองผิงหยางได้สำเร็จ
เดิมทีเขาคิดว่าที่นี่ก็แค่สังคมยุคโบราณธรรมดาๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินจากปากคนอื่นว่า โลกใบนี้มีผู้บ่มเพาะพลังอยู่จริง แถมอีกเพียงหนึ่งปีก็จะถึงวันรับสมัครศิษย์ของสำนักหลินเทียนแล้ว
หลิงชวนตัดสินใจรั้งอยู่ที่นี่โดยไม่ลังเล เพื่อรอคอยให้งานรับสมัครศิษย์มาถึง ในเมื่อมีโอกาสได้ฝึกตนเป็นเซียน แล้วใครจะอยากเป็นแค่คนธรรมดากันล่ะ
"ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าจะมีรากปราณไหม คงไม่ใช่ว่าได้รากปราณห้าสายอันเป็นมาตรฐานของพวกตัวเอกทะลุมิติหรอกนะ"
"ช่างเถอะ ไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องก่อนดีกว่า"
หลิงชวนคิดในใจพลางเดินตรงไปยังแผงขายซาลาเปาเนื้อที่อยู่ข้างทาง
"ท่านลุงหลี่ ขอซาลาเปาเนื้อสองลูกครับ"
"ได้เลย รอเดี๋ยวนะ"
เมื่อเถ้าแก่ร้านซาลาเปาเห็นว่าเป็นหลิงชวน เขาก็กระตือรือร้นหยิบซาลาเปาเนื้อสองลูกส่งให้ทันที
หลังจากรับซาลาเปามา หลิงชวนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
เถ้าแก่ร้านซาลาเปามองดูหลิงชวนที่กินอย่างมูมมามแล้วหัวเราะพลางถามว่า "เสี่ยวชวน เจ้าอุตส่าห์รืองานรับสมัครศิษย์นี่มาตั้งหนึ่งปีเต็มๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงดูไม่รีบร้อนไปเลยล่ะ"
"โธ่ รีบไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ไม่ใช่ว่าไปถึงเร็วแล้วจะผ่านการทดสอบเสียหน่อย"
"นั่นก็จริง เรื่องรากปราณเนี่ย มีก็คือมี ไม่มีก็คือไม่มี ไปเร็วก็แค่หมดหวังเร็วขึ้นเท่านั้นแหละ"
เมื่อหลิงชวนจัดการซาลาเปาสองลูกหมด เขาก็รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ทันที พอได้ยินเถ้าแก่พูดแบบนั้นก็เลยถามด้วยความสงสัย
"แล้วปีก่อนๆ มีคนที่ผ่านการรับสมัครเยอะไหมครับ?"
เถ้าแก่ร้านซาลาเปาได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้า
"น้อย เรียกได้ว่าน้อยมากๆ การฝึกตนไม่ได้หมายความว่าใครๆ ก็ฝึกได้ แต่จำเป็นต้องมีรากปราณ"
"แถมสำนักหลินเทียนยังรับเฉพาะเด็กที่อายุมากกว่าสิบปีและต่ำกว่าสิบหกปีเท่านั้น อย่าดูแค่ว่าแต่ละครั้งมีคนมาเยอะเชียว สุดท้ายเหลือรอดผ่านการคัดเลือกได้สักสิบกว่าคนก็ถือว่าเก่งแล้ว"
หลิงชวนฟังแล้วก็รู้สึกว่าจำนวนคนที่รับมันน้อยมากจริงๆ
หลังจากเช็ดปากเสร็จ หลิงชวนกำลังจะล้วงเงินออกมาจ่าย แต่กลับถูกมือของลุงหลี่กดกลับไปเบาๆ
ลุงหลี่ยิ้มเมื่อเห็นสายตางุนงงของหลิงชวน
"ไม่ต้องจ่ายหรอก ซาลาเปาสองลูกนี้ถือว่าลุงเลี้ยงก็แล้วกัน ขอให้เจ้าผ่านการทดสอบ ได้เป็นผู้บ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งในเร็ววันนะ"
เวลาหนึ่งปีจะว่ายาวก็ไม่ยาว จะว่าสั้นก็ไม่สั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ลุงหลี่จดจำเด็กหนุ่มที่ร่าเริงแจ่มใสและมีดวงดีสุดๆ ตรงหน้านี้ได้อย่างชัดเจน
ทำไมถึงบอกว่าเขาดวงดีน่ะหรือ? ก็ลองคิดดูสิว่าจะมีเด็กบ้านไหนที่แค่ออกจาบ้านทุกวันก็เก็บเงินได้บ้างล่ะ แถมลุงหลี่ยังไม่เคยเห็นหลิงชวนต้องไปรับจ้างทำงานอะไรเลยสักครั้ง!
เมื่อเห็นแววตาที่อวยพรด้วยความจริงใจของลุงหลี่ หลิงชวนก็ยิ้มออกมา
"ได้เลยครับลุงหลี่ งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ"
หลังจากบอกลาเถ้าแก่ร้านซาลาเปา หลิงชวนก็เดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่รับสมัครศิษย์
หลิงชวนรู้ดีว่าการจะเกิดมามีรากปราณนั้นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
อย่ามองแค่ว่าพวกตัวเอกทะลุมิติส่วนใหญ่มักจะมีรากปราณห้าสายหรือรากปราณขยะ เพราะสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แค่นั้นก็ถือเป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากพอแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิงชวนก็ตั้งจิตอธิษฐานในใจ "เริ่มทำนาย!"
กระดองเต่าที่ลอยอยู่ในห้วงคำนึงเริ่มสั่นไหว จากนั้นเหรียญทองแดงสามเหรียญก็ลอยออกมา
【สัญลักษณ์มงคล: เดินทางไปสำนักหลินเทียน, เหมาะสม】
หลังจากอ่านคำตอบที่กระดองเต่าให้มา หลิงชวนก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น "ดูท่าข้าน่าจะมีรากปราณอยู่บ้างแหละนะ"
ยังไม่ทันจะถึงใจกลางเมือง หลิงชวนก็มองเห็นแถวที่ต่อคิวยาวเหยียดสองแถวอยู่แต่ไกล แถวยาวเสียจนมองไม่เห็นหางแถวเลยทีเดียว
"ให้ตายสิ คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ! นี่เพิ่งจะสว่างได้ไม่นานเองนะ พวกเขาคงไม่ได้มารอเข้าคิวกันตั้งแต่เมื่อคืนหรอกใช่ไหม"
เรื่องนี้หลิงชวนเดาไม่ผิดจริงๆ เพื่อให้ได้รับการทดสอบเร็วๆ หลายคนจึงมารอเข้าคิวกันล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว
หลิงชวนไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งไปต่อท้ายแถวใดแถวหนึ่งทันที
เมื่อแถวค่อยๆ ขยับไปข้างหน้า หลิงชวนก็เริ่มมองเห็นสถานการณ์ด้านหน้าแล้ว
ที่ด้านหน้าสุดของแถวมีแท่นยกระดับตั้งตระหง่านอยู่สองแท่น บนแท่นมีศิษย์ชายและศิษย์หญิงที่สวมชุดนักพรตของสำนักหลินเทียนนั่งอยู่ประจำแท่นละคน
เบื้องหน้าของพวกเขามีลูกแก้วคริสตัลวางอยู่ หลิงชวนเดาว่าน่าจะเอาไว้ใช้สำหรับทดสอบรากปราณ
เมื่อเวลาผ่านไป หลิงชวนก็เข้าใกล้แท่นทดสอบมากขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่ผ่าน"
"ไม่ผ่าน"
"ไม่ผ่าน"
เสียงประกาศว่าไม่ผ่านดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทำลายความตื่นเต้นของเหล่าเด็กหนุ่มที่พกมาเต็มเปี่ยมจนหมดสิ้น ในเวลานี้ทุกคนต่างรู้สึกประหม่า หวาดกลัวว่าตนเองจะเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
แม้หลิงชวนจะรู้ตัวว่าเขาต้องมีรากปราณแน่นอน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าเช่นกัน เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีรากปราณสายไหน
ขณะนี้ บนแท่นทดสอบ ด้านหลังของศิษย์สำนักหลินเทียนทั้งสองคนยังคงว่างเปล่า ไร้เงาของผู้ผ่านการทดสอบ
ศิษย์ชายที่อยู่บนแท่นส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ่ยขึ้น "ทดสอบคนมาตั้งเยอะแยะแล้ว กลับไม่มีใครมีรากปราณเลยสักคน ครั้งนี้เราคงไม่ได้พากลับไปแม้แต่คนเดียวแน่ๆ"
ศิษย์หญิงของสำนักหลินเทียนได้ยินดังนั้นจึงกล่าวปลอบใจ "อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย คนที่มีรากปราณน่ะมีน้อยอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะกระจุกอยู่ข้างหลังก็ได้"
"เรื่องนั้นข้าก็รู้ แต่ตอนที่รับภารกิจนี้มา ข้าหวังว่าจะได้รับศิษย์ที่มีรากปราณสายเดี่ยวสักคน จะได้รางวัลเยอะๆ หน่อย"
(จบแล้ว)