เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 118 ของขวัญแสดงความยินดี

ตอนที่ 118 ของขวัญแสดงความยินดี

ตอนที่ 118 ของขวัญแสดงความยินดี


ตอนที่ 118 ของขวัญแสดงความยินดี

เถ้าแก่สวี่ถูกต้าจู้ผลักจนเซถอยหลังไปหลายก้าว

เขาหอบหายใจหนักหน่วงราวกับวัวถึก กำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน "นั่น... ดีหมีก้อนนั้นข้าเพิ่งจะซื้อมา พอรีบควบม้าส่งไปศาลาว่าการอำเภอ ก็ถูกบอกว่ามีคนมารับรางวัลตัดหน้าไปก่อนแล้ว"

"ถ้าข้าเดาไม่ผิด เงินรางวัลนั่นพวกเจ้าก็เป็นคนรับไปใช่หรือไม่ ? "

ต้าจู้ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ส่วนหลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ "เถ้าแก่สวี่ พวกเรามาเปิดอกคุยกันตรง ๆ ดีกว่า วันนั้นที่ท่านยอมควักเงินสี่ร้อยตำลึงเพื่อซื้อดีหมี ไม่ใช่เพราะคิดจะเอาเปรียบ หลอกลวงพี่น้องของข้าที่อ่านหนังสือไม่ออกหรอกรึ ? "

"ท่านรู้ทั้งรู้ว่าทางการตั้งรางวัลรับซื้อ แต่กลับไม่ยอมบอกความจริง... หากเงินรางวัลนั้นตกเป็นของท่าน พี่น้องของข้าก็ต้องสูญเสียหนังสือยกเว้นภาษีที่มีมูลค่ากว่าพันตำลึงไปฟรี ๆ ไม่ใช่หรือไง ! "

เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

"การทำธุรกิจแต่ไหนแต่ไรมา เมื่อจ่ายเงินรับของกันแล้ว กำไรหรือขาดทุนก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง เล่นพลาดก็ต้องยอมรับสภาพ ท่านขาดทุนแล้วจะมาหาเรื่องระรานกัน คิดว่านี่เป็นการเล่นขายของของเด็ก ๆ หรือไง ? "

ร่างของเถ้าแก่สวี่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

เขารู้สึกเพียงว่าในอกมีไฟกองใหญ่กำลังลุกโชน แต่กลับไม่รู้ว่าจะเถียงกลับไปอย่างไรดี

วงการค้าก็ไม่ต่างอะไรกับบ่อนพนัน

เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้นลง ไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ต้องแบกรับไว้เอง ไม่มีเหตุผลและไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตามคิดบัญชีย้อนหลัง เถ้าแก่สวี่ที่โลดแล่นในวงการค้ามาหลายปี ย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี

แต่เขาก็ยังกลืนความแค้นนี้ไม่ลงอยู่ดี

"ข้า... ข้าจะสู้ตายกับเจ้า ! " หว่างคิ้วของเถ้าแก่สวี่ตั้งชัน จู่ ๆ ก็แหกปากร้องลั่นแล้วกระโดดขึ้นมา พุ่งตัวเข้าหาหลี่มูพร้อมกับแผดเสียงคำราม ง้างหมัดเตรียมจะซัดใส่

เมื่อเห็นดังนั้น หลี่มูก็เลิกคิ้วขึ้น

เขาถอยหลังไปครึ่งก้าว เอี้ยวตัวปล่อยหมัดสวนกลับไป ซัดเข้าที่กลางแสกหน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง

ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวน เถ้าแก่สวี่ยกมือขึ้นกุมจมูกที่เลือดกำเดาพุ่งกระฉูด เดินเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะหงายหลังล้มตึงลงกับพื้น

"เถ้าแก่สวี่ ! ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม ? "

พวกเถ้าแก่ที่มาด้วยกันเห็นดังนั้น ก็รีบเข้าไปช่วยกันพยุงเขาลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

"ข้า... ข้าจะเอาชีวิตมัน เอ้อร์จื่อ ไปเรียกคนในร้านมา วันนี้บิดาจะต้องเติมเลือดให้งานเปิดกิจการของมันซะหน่อยแล้ว ! " แววตาของเถ้าแก่สวี่เคียดแค้นชิงชัง น้ำเสียงแหลมปรี๊ด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดดูดุร้ายราวกับภูตผี

"เถ้าแก่สวี่ ไตร่ตรองให้ดีเถอะ ! "

"ขนาดกองคาราวานอาชาเหล็กยังสู้เขาไม่ได้ ถ้าพวกเราไปงัดกับเขาตรง ๆ จะต้องจบไม่สวยแน่ ! "

"ท่านดูพวกตัวใหญ่ล่ำบึ้กพวกนั้นสิ ลูกจ้างในร้านพวกเรา จะไปเป็นคู่มือของพวกเขาได้ยังไง ? "

หลายคนพากันเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม

สีหน้าของหลี่มูก็ยิ่งเขียวคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ

งานเปิดโรงบ่มสุราถือเป็นงานมงคล เดิมทีเขาไม่อยากจะถือสาหาความกับอีกฝ่าย แต่ถ้าไอ้โง่นี่ดันทุรังจะหาเรื่องให้ได้ ถ้างั้น... ก็อย่าหาว่าเขาลงมือโหดเหี้ยมก็แล้วกัน

ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตวาดกร้าวดังมาจากด้านหลัง

"ใครมันกล้าดีนักหนา ถึงได้มาระรานที่ร้านสหายของฟ่านผู้นี้ ? "

ฟ่านเหวินปินใบหน้าดำทะมึน สวมชุดสีครามอันเป็นเอกลักษณ์ ด้านหลังมีลูกน้องพรรคเฉาปังกว่ายี่สิบคนเดินตามมาติด ๆ ด้วยท่าทางดุดันและสีหน้าเอาเรื่อง

เขาปรายตามองเถ้าแก่สวี่ที่มีสภาพทุเรศทุรัง พลางแค่นเสียงหัวเราะเย็น "ว่าไง ? ธุรกิจดี ๆ ไม่ชอบทำ อยากจะทำงานใช้กำลังรึ ? มาสิ ประจวบเหมาะวันนี้ข้าพอมีเวลาว่าง พวกเรามาประลองกันสักตั้งเป็นไง ! "

เมื่อเห็นคนของพรรคเฉาปังกลุ่มนี้ บรรดาเถ้าแก่โรงบ่มสุราก็รีบก้มหน้าลงทันทีด้วยความหวาดกลัว

ตั้งแต่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลาย ขุมกำลังของพรรคเฉาปังก็ผงาดขึ้นมาจนไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป

พวกเถ้าแก่โรงบ่มสุราเหล่านี้ย่อมไม่กล้าไปตอแยกับฟ่านเหวินปิน

"นี่... พวกข้าจะกล้าไปลงมือกับท่านหัวหน้าฟ่านได้อย่างไร ? " เถ้าแก่โรงบ่มสุราคนหนึ่งฉีกยิ้มประจบ "เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เข้าใจผิดกันล้วน ๆ  ขอรับ ! "

"ยังไม่รีบไสหัวไปอีก ? " ฟ่านเหวินปินตวาดลั่น

คนที่มาด้วยกันหลายคนรีบลากตัวเถ้าแก่สวี่ที่ยังคงมีสีหน้าโกรธแค้นและไม่ยินยอมวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไป

"น้องหลี่"

ฟ่านเหวินปินหันหน้ากลับมา รอยยิ้มก็สว่างไสวขึ้นมาในพริบตา ประสานมือคารวะ "ขอแสดงความยินดีด้วย! วันนี้พี่ชายตั้งใจเตรียมของขวัญมามอบให้เจ้าโดยเฉพาะ"

"พี่ฟ่านเกรงใจเกินไปแล้ว" หลี่มูเห็นอีกฝ่ายออกโรงช่วยแก้ปัญหาให้ ก็ยินดีรับน้ำใจนี้ไว้

ลูกน้องพรรคเฉาปังสองคนแบกหินภูเขาที่มีรูปร่างแปลกตาเดินเข้ามา

"น้องหลี่ หินก้อนนี้ขนส่งมาจากเขาไท่เยว่ที่อยู่ห่างออกไปพันลี้ ทั่วทั้งก้อนมีความแวววาวโปร่งใส มูลค่าไม่ธรรมดา อีกทั้งยังได้ปรมาจารย์ด้านอักษรวิจิตร หลิวซง มาสลักอักษรให้ นำมาตั้งไว้ในลานบ้านก็เพียงพอที่จะเป็นสิริมงคลเรียกทรัพย์ได้" ฟ่านเหวินปินโบกมือ ส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนยกมันเข้ามาใกล้ ๆ

เห็นเพียงว่าหินภูเขาก้อนนั้นมีขนาดใหญ่ประมาณหัวม้า รูปร่างดูมีพลังอำนาจ ดุจดั่งกระบี่เหล็กที่แทงทะลุสรวงสวรรค์ ดุจยอดเขาสูงตระหง่าน บนนั้นยังมีตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวที่สลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงว่า "ชี่ชงเซียวฮั่น (ปราณทะยานเสียดฟ้า)" !

แม้หลี่มูจะไม่ได้มีความรู้เรื่องของประดับเหล่านี้ แต่ก็พอมองออกว่าของสิ่งนี้มีมูลค่าไม่เบา

ดูท่าฟ่านเหวินปินเพื่อที่จะผูกมิตรกับเขา ถึงกับยอมทุ่มทุนไปไม่น้อยเลยทีเดียว !

"ในเมื่อพี่ฟ่านมีน้ำใจถึงเพียงนี้ ข้าน้อยก็คงต้องขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดี" มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้ม เอ่ยต่อไปว่า "ข้าได้เตรียมสุราอาหารว่างไว้ในลานบ้านแล้ว ขอเชิญพี่ฟ่านและพี่น้องทุกท่านมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันเถิด"

"วันนี้ต้องดื่มกันให้เต็มที่ไปเลย" ฟ่านเหวินปินหัวเราะร่วน ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านใน

……

เพล้ง !

เสียงเครื่องเคลือบแตกกระจายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เถ้าแก่สวี่ราวกับวัวกระทิงที่กำลังคลุ้มคลั่ง อาละวาดทำลายข้าวของในห้องจนเละเทะ กำหมัดทุบกำแพง ต่อให้เลือดจะไหลอาบก็ดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ ทำเพียงกัดฟันคำรามด้วยความโกรธแค้น "รังแกกันเกินไปแล้ว ! รังแกกันเกินไปแล้ว ! "

"ถ้าไม่ได้แก้แค้น ข้าขอไม่เกิดเป็นคน ! "

ภายในห้อง ยังมีเถ้าแก่โรงบ่มสุราคนอื่น ๆ นั่งอยู่ด้วย

พวกเขาเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่กับตา ภายในใจก็รู้สึกกระวนกระวายใจไม่น้อย

"หากปล่อยให้หลี่มูเติบโตไปมากกว่านี้ ในเมืองอันผิงคงไม่มีที่ยืนสำหรับพวกเราอีกต่อไป" ชายชราที่ผอมแห้งราวกับลิงค่างคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาขุ่นมัวกวาดมองทุกคน "พวกเราต้องคิดหาวิธีจัดการกับมันให้ได้"

แม้ตอนนี้คนที่ได้รับผลกระทบจากสุราซานเยวี่ยชุนมากที่สุดจะมีแค่โรงบ่มสุราตระกูลสวี่ แต่คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สุราซานเยวี่ยชุนจะกวาดล้างตลาดในอำเภอผิงหยวนอย่างรวดเร็ว และแย่งชิงลูกค้าของพวกเขาไปจนหมด

เมื่อได้ยินดังนั้น คนอื่น ๆ กลับถอนหายใจยาว

"จะมีวิธีอะไรได้อีกล่ะ ? ขนาดกองคาราวานอาชาเหล็กยังพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของมันเลย ! "

"ตอนนี้ฟ่านเหวินปินแห่งพรรคเฉาปังก็เรียกมันว่าเป็นพี่เป็นน้อง ต่อให้พวกเรารวมหัวกัน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันหรอก..."

"เฮ้อ..."

ทุกคนต่างมีสีหน้าหดหู่สิ้นหวัง

"ถ้าหมดหนทางจริง ๆ ข้าก็จะยอมควักเงินจ้างพวกนักฆ่าเดนตายจากต่างเมืองมาจัดการมัน" เถ้าแก่สวี่กำหมัดแน่น แววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด

ชายชราร่างผอมแห้งคนนั้นได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะ "ฆ่าหลี่มูรึ ? แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร ? "

"สูตรสุราซานเยวี่ยชุนก็ยังคงอยู่ในมือของครอบครัวและมิตรสหายของมันอยู่ดี พวกเราจะไปฆ่าล้างโคตรทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันได้หรือไงล่ะ"

"ข้าพอจะมีแผนอยู่บ้าง ถ้าทำสำเร็จล่ะก็..."

ชายชราพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไป ค่อย ๆ ลดเสียงต่ำลง กระซิบกระซาบกับพวกเขาเบา ๆ "..."

ทุกคนตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ หว่างคิ้วค่อย ๆ ปรากฏความตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทีละน้อย

"ดี! แผนของเถ้าแก่เหมียวนี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ ! " สีหน้าของเถ้าแก่สวี่เปลี่ยนจากโกรธเคืองเป็นดีใจ ยกนิ้วโป้งให้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย "หลี่มู เอ๋ย หลี่มู... ครั้งนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวดถึงกระดูกดำบ้าง ! "

จบบทที่ ตอนที่ 118 ของขวัญแสดงความยินดี

คัดลอกลิงก์แล้ว