- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 111 คุณหนูใหญ่
ตอนที่ 111 คุณหนูใหญ่
ตอนที่ 111 คุณหนูใหญ่
ตอนที่ 111 คุณหนูใหญ่
สิ้นประโยคนี้ ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดดุจป่าช้าในทันที
สีหน้าของเจียงหู่และเจี่ยชวนเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดพิกลอย่างสุดแสน ในดวงตาสาดประกายความตกตะลึงวูบหนึ่ง
พรรคเฉาปัง ?
ฟ่านเหวินปิน ?
นี่มันคนที่ปรากฏตัวที่หมู่บ้านซวงซีในคืนที่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลายไม่ใช่หรือ...
"ข้าก็นึกว่าใคร..." เจียงหู่แค่นเสียงหัวเราะเย็น กำลังจะอ้าปากสบถด่า
"ที่แท้แม่นางก็อาศัยบารมีของนายท่านฟ่านนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้วางก้ามขนาดนี้ เป็นพวกข้าที่มีตาหามีแววไม่ มองไม่เห็นยอดเขาไท่ซานเอง" น้ำเสียงเย็นชาสายหนึ่งพูดแทรกขึ้นมากะทันหัน
เห็นเพียงหลี่มูเดินทอดน่องมาจากด้านหลังกลุ่มบ่าวรับใช้ตระกูลฟ่าน ในมือคีบตั๋วเงินสองใบ เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่กำลังวางอำนาจบาตรใหญ่ แสร้งทำเป็นเคารพนอบน้อมเอ่ยว่า "อำเภอผิงหยวนในยามนี้ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของพรรคเฉาปัง ? "
เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา "เพียงแต่ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ไม่ทราบว่าพวกข้าไปล่วงเกินแม่นางตรงที่ใด ถึงได้ทำให้ท่านต้องโกรธเกรี้ยวเป็นฟืนเป็นไฟถึงเพียงนี้ ? "
พวกชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์เดิมทีกำลังถูไม้ถูมือ เตรียมจะสั่งสอนนังหนูที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ให้หลาบจำซะหน่อย แต่พอได้ยินคำพูดซ่อนดาบในรอยยิ้มของหลี่มู ทุกคนก็เงียบลงอย่างรู้ใจ มุมปากพากันโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาแฝงความนัย
"เจ้าเป็นตัวอะไร ? " เด็กสาวเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ปรายตามองเสื้อผ้าฝ้ายสีครามราคาถูกบนร่างของหลี่มู ยกแขนขึ้นกอดอก ริมฝีปากแดงระเรื่อแสยะยิ้มเย้ยหยัน "มีสิทธิ์อะไรมาพูดกับคุณหนูอย่างข้า ? ไปเรียกคนดูแลของพวกเจ้าออกมา ! "
"เสียมารยาทแล้ว" หลี่มูเอ่ยอย่างไม่ถ่อมตัวและไม่แข็งกร้าวจนเกินไป "ข้าน้อยนี่แหละคือเถ้าแก่คนใหม่ของโรงทอแห่งนี้"
"เจ้าน่ะรึ ? " เมื่อเด็กสาวได้ยินดังนั้น คิ้วที่เขียนมาอย่างประณีตก็เลิกขึ้นสูง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยบาดหู "ที่แท้ก็คือเจ้าบ้านนอกที่พาพวกฝูงคนเถื่อน บ้านนอกคอกนาพวกนี้มานี่เอง ! ในเมื่อเจ้าถามด้วยความจริงใจ คุณหนูอย่างข้าก็จะใจดีชี้ทางสว่างให้พวกเจ้าได้ตายตาหลับ โรงทอจิ่นซิ่วแห่งนี้ข้าหมายตาไว้นานแล้ว แต่ไอ้แก่เจ้าของโรงทอที่ไม่รู้จักรักษาน้ำใจคนมันไม่ยอมปล่อยมือสักที"
นิ้วมือที่ทาสีแดงชาดของนางชี้หน้าหลี่มูอย่างหยิ่งยโส "เมื่อไม่กี่วันก่อน พี่ชายข้าเพิ่งจะส่งคนไปยื่นคำขาด บังคับให้มันเอาโฉนดที่ดินมาแลกกับเงินสามร้อยตำลึงแต่โดยดี คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้แก่นี่มันจะกินดีหมีหัวใจเสือ ขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้าแอบขายโรงทอให้เจ้า ลับหลังพรรคเฉาปัง ! "
ในดวงตาของหลี่มูสาดประกายความเข้าใจกระจ่างแจ้งวูบหนึ่ง
ตั้งแต่กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลาย พรรคเฉาปังก็ผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขั้วอำนาจแต่ละสายไม่เพียงแต่จะกลืนกินกิจการของกองคาราวานอาชาเหล็ก แต่ยังอาศัยบารมีนี้ทำตัวกร่างวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วเมือง
โรงทอจิ่นซิ่วแห่งนี้ หากคิดตามราคาตลาด อย่างน้อยก็มีมูลค่าหกร้อยตำลึงเงิน
หญิงสาวจอมเอาแต่ใจตรงหน้านี้กลับอาศัยอิทธิพลของพรรคเฉาปัง คิดจะใช้เงินแค่ครึ่งราคามาปล้นชิงไปดื้อ ๆ
เฉินเฮ่อซงอาจจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในเรื่องนี้ จึงซื้อโรงทอแห่งนี้มาในราคาห้าร้อยกว่าตำลึงตามคำสั่งของเขา
เจ้าของโรงทอคนนั้นพอได้เงินปุ๊บ ก็รีบพาครอบครัวย้ายไปพึ่งพิงญาติที่อำเภอข้างเคียงทันที
ตอนนี้ปัญหาทั้งหมด เลยตกมาอยู่บนหัวของเขาแทน
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง" หลี่มูพยักหน้าช้า ๆ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "แต่การค้าขายมันขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ข้ากับเจ้าของโรงทอจ่ายเงินรับของกันเรียบร้อย ทำสัญญาซื้อขายกันเสร็จสรรพ แม่นางจะโทษ ก็ต้องโทษที่ตัวเองลงมือช้าไปเอง"
จู่ ๆ เขาก็ช้อนตาขึ้น ประกายเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตา "หากต้องมาพาลโกรธคนอื่นเพราะเรื่องแค่นี้ มันจะไม่ดูป่าเถื่อนไร้เหตุผลเกินไปหน่อยรึ ? "
พวกเจียงหู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ
หากเป็นหลี่มูในวันวาน มาเจอเรื่องแบบนี้ มีหรือจะมามัวต่อล้อต่อเถียงด้วย คงตบคว่ำไปตั้งนานแล้ว ทำไมวันนี้ถึงได้เปลี่ยนนิสัยไปกะทันหันล่ะ ?
หรือว่า... จะถูกใจนังหนูนี่เข้าแล้ว ?
"เจ้าหน้ามืดตามัวหรือว่าสมองกลับไปแล้วหา ? " เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ใบหน้าอันงดงามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ในเมื่อรู้ว่าพรรคเฉาปังทำอะไร ก็ควรจะรู้ไว้ด้วยว่าไอ้สัญญาบ้าบออะไรนั่นมันก็แค่เศษกระดาษไร้ค่า ! "
นางก้าวพรวดมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เครื่องประดับหยกบนร่างกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง "ป่าเถื่อนรึ ? ไร้เหตุผลรึ ? พรรคเฉาปังก็หากินกับเรื่องพวกนี้แหละ ! วันนี้ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลย ถ้าไม่ยอมเอาโฉนดที่ดินมาให้แต่โดยดี ภายในสามวัน ข้าจะทำให้บ้านโทรม ๆ หลังนี้กลายเป็นกองขี้เถ้า ! "
"เจ้ากล้ารึ ! " มือที่กำกรรไกรของหลี่ไฉ่เวยสั่นเทาไม่หยุด ขอบตาแดงก่ำ "นี่เป็นที่ซุกหัวนอนของพวกข้า ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องล่ะก็ ขะ... ข้าจะสู้ตายกับเจ้า ! "
"สู้ตายรึ ? " เด็กสาวราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก ปรายตามองหลี่ไฉ่เวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูถูก "น้ำหน้าหญิงสาวชั้นต่ำอย่างเจ้าน่ะรึ ? มีสิทธิ์อะไรมาสู้ ? "
นางลูบปิ่นทองคำระย้าที่ข้างขมับอย่างเย่อหยิ่ง แค่นหัวเราะเย็น "คุณหนูอย่างข้าเกิดมาเป็นดั่งกิ่งทองใบหยก เครื่องประดับชิ้นเดียวของข้าก็มีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพวกเจ้าซะอีก ! ขอเพียงข้าออกคำสั่งคำเดียว พี่น้องเป็นร้อยเป็นพันก็พร้อมจะให้ข้าเรียกใช้ ! ไอ้พวกชาวนาเปื้อนโคลนอย่างพวกเจ้า ปกติแค่ถือรองเท้าให้ข้ายังไม่คู่ควรเลย ! "
จู่ ๆ นางก็แผดเสียงสูงปรี๊ด เสียงแหลมบาดแก้วหูจนปวดแปลบ "อย่าว่าแต่เผาบ้านโทรม ๆ ของพวกเจ้าเลย ต่อให้ตีขาสุนัขของพวกเจ้าให้หัก หรือถอนฟันพวกเจ้าให้หมดปาก ก็เป็นแค่เรื่องที่ข้าเอ่ยปากสั่งคำเดียวเท่านั้น ! "
หลี่มูมีสีหน้าไร้อารมณ์ จู่ ๆ ก็เอ่ยปากขึ้นว่า "ฟังจากที่เจ้าพูดมา หรือว่าในเมืองอันผิงแห่งนี้ จะไม่มีกฎหมายบ้านเมืองเลยรึ ? "
"กฎหมายบ้านเมืองงั้นรึ ? " เด็กสาวราวกับได้ยินเรื่องน่าขัน ริมฝีปากที่แต้มชาดบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มอสรพิษ "พวกมือปราบในศาลาว่าการอำเภอพอเจอพี่ชายข้ายังต้องเรียกพี่เรียกน้อง ! ทั้งด้านมืดและด้านสว่างในอำเภอผิงหยวนแห่งนี้ ล้วนเป็นคนของข้าทั้งนั้น เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า ? "
นางเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ กวาดตามองทุกคนราวกับนกยูงที่หยิ่งผยอง ราวกับได้เห็นภาพ 'พวกชั้นต่ำ' เหล่านี้คุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่ตรงหน้าแล้ว
หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก จู่ ๆ ก็หันไปทางพวกเจียงหู่ เผยรอยยิ้มเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ "ในเมื่อ 'คุณหนูใหญ่' ท่านนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้ ถ้างั้นพวกเราก็..."
"สั่งสอนให้นางรู้จักการทำตัวเป็นคนซะหน่อยเถอะ ! "
เสียงตวาดกร้าว ดังกึกก้องราวกับอัสนีบาต
พวกชายฉกรรจ์ที่อัดอั้นตันใจมานานพุ่งทะยานออกไปดุจพยัคฆ์ร้ายหลุดจากกรง แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม จับบ่าวรับใช้กลุ่มนั้นกดลงกับพื้น หมัดและเท้ากระหน่ำซัดลงไปราวกับห่าฝน ทุบตีจนพวกมันร้องไห้โหยหวนหาพ่อหาแม่
ยายเหมียวนำกลุ่มสตรีชาวบ้านที่รูปร่างอวบอ้วนล่ำสันกรูกันเข้ามาล้อมรอบด้วยท่าทางดุร้ายเหี้ยมเกรียม
บางคนกระชากมวยผมที่จัดแต่งมาอย่างประณีตของเด็กสาว บางคนกระชากคอเสื้อหรูหราของนาง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนขึ้นคร่อมบนร่างของนาง ใช้ฝ่ามือที่หยาบกร้านข่วนใบหน้าอันบอบบางของนางจนเป็นรอยเลือดริ้วๆ
พวกสตรีชาวบ้านจากชนบทกลุ่มนี้ล้วนมีนิสัยดุดันห้าวหาญ ร่างกายยิ่งบึกบึนแข็งแรง
"นังแพศยา กล้ามาทำกร่างในถิ่นของข้ารึ ! "
"แต่งตัวซะเหมือนนางคณิกา นึกว่าตัวเองเป็นกิ่งทองใบหยกจริง ๆ รึไง ? "
"หลีกไป ๆ ข้าเพิ่งตักส้วมเสร็จพอดี ขอเติมความ 'หอม' ให้คุณหนูผู้สูงศักดิ์ซะหน่อย ! "
'คุณหนูใหญ่' ผู้ซึ่งได้รับการปรนนิบัติพัดวีมาอย่างดี บัดนี้ตกอยู่ในสภาพทุเรศทุรังเกินบรรยาย
เครื่องสำอางที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตเลอะเทอะเป็นคราบ ชุดกระโปรงราคาแพงถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่น ทั่วร่างส่งกลิ่นเหม็นคาวของอุจจาระจนน่าสะอิดสะเอียน
นางเคยต้องมาเผชิญกับการกระทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?
ต่อให้เป็นเมื่อก่อนตอนที่กองคาราวานอาชาเหล็กรุ่งเรือง ฉินเซี่ยหู่มาเจอนาง ภายนอกก็ยังต้องทำตัวสุภาพเกรงอกเกรงใจนางเลย !
"กรี๊ดดด ! ! ! "
เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
นางดิ้นรนสุดชีวิตราวกับปลาขาดน้ำ สบถด่าและกรีดร้องอย่างเสียสติ "ไอ้พวกไพร่ชั้นต่ำ ! ไอ้พวกสวะ ! ข้าจะฆ่าพวกเจ้า ! ข้าจะให้พี่ชายสับพวกเจ้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปโยนให้หมากิน ! "