เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 103 แผนการซื้อจวนในเมือง

ตอนที่ 103 แผนการซื้อจวนในเมือง

ตอนที่ 103 แผนการซื้อจวนในเมือง


ตอนที่ 103 แผนการซื้อจวนในเมือง

เถ้าแก่สวี่ตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น ประคองดีหมีในห่อผ้าอาบน้ำมันด้วยสองมือยื่นส่งไปตรงหน้าเจ้าหน้าที่ทางการด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตน ราวกับกำลังจะต้อนรับชีวิตใหม่ของตนเองก็ไม่ปาน

เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าหน้าที่ทางการทั้งสองนายก็หลุบตามองเขาแวบหนึ่ง สายตาดูแปลกประหลาดพิกล

เงียบสงัด

เงียบงันดุจป่าช้า

บรรยากาศตกอยู่ในความอึดอัดชะงักงันไปชั่วขณะ

จู่ ๆ เถ้าแก่สวี่ก็รู้สึกใจสั่นสะท้านขึ้นมา หว่างคิ้วของเขาค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน คล้ายจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ปฏิกิริยาของเจ้าหน้าที่ทั้งสองนายนี้ดูผิดปกติเกินไป ทางการยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อตั้งรางวัลรับซื้อดีหมี บัดนี้มีคนนำมาส่งมอบ พวกเขาควรจะกระตือรือร้นต้อนรับขับสู้สิ ทว่าเหตุใดถึงได้เผยแววตาประหลาดล้ำเช่นนี้ออกมา ?

ในแววตาคู่นั้น แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน ถากถาง และเวทนา...ราวกับกำลังมองดูไอ้โง่คนหนึ่ง !

"ใต้เท้าทั้งสอง ! " เถ้าแก่สวี่เน้นเสียงหนักขึ้น ทวนคำพูดของตนเองอีกครั้ง "โปรดตรวจสอบดีหมี แล้วมอบเงินรางวัลให้ข้าผู้นี้ด้วยเถอะ ! "

สิ้นประโยคนี้ ก็เป็นการทำลายบรรยากาศอันเงียบสงัดดุจป่าช้าลง เจ้าหน้าที่ทางซ้ายนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเดินเข้ามาหา เอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "เถ้าแก่สวี่ ท่าน... มาช้าไปแล้ว"

"เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน มีคนนำดีหมีมาส่งมอบ แล้วก็รับเงินรางวัลไปเรียบร้อยแล้ว"

วิ้ง !

คำพูดนี้ราวกับค้อนเหล็กอันหนักอึ้ง ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของเถ้าแก่สวี่อย่างจัง เขารู้สึกเพียงสมองขาวโพลนไปหมด เดินโซเซถอยหลังไปสองก้าว "มีคนรับเงินรางวัลไปแล้วรึ ? นี่... นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง ? ใบประกาศที่หน้าประตูเมืองก็ยังไม่ได้ถูกดึงออกเลยนะ..."

"พี่น้องในศาลาว่าการงานรัดตัวนัก จึงยังแบ่งคนไปดึงประกาศออกไม่ทัน" เจ้าหน้าที่นายนั้นยิ้มบางๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เรื่องนี้ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ของพวกเรา ต้องขออภัยเถ้าแก่สวี่ด้วย"

คำอธิบายของเจ้าหน้าที่ช่างไร้ช่องโหว่

ลมหายใจของเถ้าแก่สวี่เริ่มถี่กระชั้นขึ้น ดีหมีที่กำอยู่ในมือร้อนลวกราวกับก้อนถ่านที่กำลังลุกไหม้

สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมา ก่อนจะค่อย ๆ บิดเบี้ยวคลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ

หลายวันมานี้ กิจการของโรงบ่มสุราสกุลสวี่ย่ำแย่ ขาดทุนไปไม่ใช่น้อยแล้ว เดิมทีคิดจะพึ่งพาหนังสือยกเว้นภาษีเพื่อกอบกู้สถานการณ์ คิดไม่ถึงเลยว่ากลับกลายเป็นการซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

ดีหมีก้อนหนึ่ง ราคาปกติก็แค่ยี่สิบสามสิบตำลึง ต่อให้เจอช่วงขาดแคลนมาก ๆ อย่างมากก็แค่แปดเก้าสิบตำลึงเท่านั้น!

แต่เขาใช้เงินไปตั้งสี่ร้อยตำลึงเพื่อซื้อมันมา เมื่อคิดดูแล้ว ขาดทุนย่อยยับไปถึงสามร้อยกว่าตำลึงเต็ม ๆ !

"บกพร่องต่อหน้าที่... บกพร่องต่อหน้าที่รึ ? " เถ้าแก่สวี่หอบหายใจหนักหน่วงราวกับสูบลมเตาที่พัง ๆ จู่ ๆ เขาก็ยื่นมือออกไปกระชากคอเสื้อของเจ้าหน้าที่อย่างแรง ตะโกนลั่น "ความบกพร่องต่อหน้าที่ที่พวกเจ้าพูดออกมาอย่างมักง่ายนี้ มันทำให้ข้าต้องสูญเงินไปเปล่า ๆ ถึงสามร้อยกว่าตำลึงเชียวนะ ! "

"พวกเจ้าตั้งใจแน่ ๆ พวกเจ้าต้องตั้งใจแหง ๆ ! วันนี้ถ้าไม่ให้คำอธิบายกับข้าล่ะก็ เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ ! "

หากเป็นเวลาปกติ เถ้าแก่สวี่ย่อมไม่มีทางกล้าไปอาละวาดใส่คนของศาลาว่าการแน่ แต่ช่วงนี้กิจการของเขามีแต่เรื่องติดขัดต่อเนื่อง สะสมความโกรธเกรี้ยวไว้เต็มพุงมานานแล้ว บัดนี้ยังต้องมาเสียเงินไปเปล่า ๆ มากมายขนาดนี้ ภายใต้ความโกรธแค้นถึงขีดสุด จึงทำให้เขาขาดสติไปชั่วขณะ

เคร้ง !

ดาบยาวที่สาดประกายขาววับสองเล่มถูกชักออกจากฝัก จ่อเข้ามาอย่างไม่ปรานี ประทับลงบนคอของเขาอย่างแรง

"บังอาจลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการรึ ? " เจ้าหน้าที่นายนั้นกำดาบยาวไว้ในมือ แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะยกเท้าเตะสวนกลับไปอย่างแรง "ไอ้สวะรนหาที่ตาย ! "

ร่างอันอ้วนท้วนของเถ้าแก่สวี่ถูกเตะจนหงายหลังล้มตึง

เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายพุ่งปรี่เข้าไปกระหน่ำทั้งเตะทั้งต่อยเป็นพัลวัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแหกปากร้องโหยหวนขอความเมตตาอย่างไร พวกเขาก็ไม่ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงหนึ่งก้านธูป ทั้งสองถึงได้ยอมหยุดมือ

"ไอ้สวะเอ้ย เจ้ายังเสือกกล้ามาวางก้ามใส่พวกบิดารึ ? " เจ้าหน้าที่นายนั้นสะบัดกำปั้น ก่อนจะใช้ใบดาบตบหน้าเถ้าแก่สวี่อย่างแรง "ชุดขุนนางบนตัวบิดา ดาบหลวงในมือบิดาเล่มนี้ นี่แหละคือคำอธิบายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ! "

ในเวลานี้เถ้าแก่สวี่ มีสภาพไม่ต่างอะไรกับหญิงคณิกาที่ถูกเขาย่ำยีในหอวั่งชุนเมื่อครู่เลย เขานอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี ทั่วร่างเต็มไปด้วยคราบสกปรก เลือดและปัสสาวะไหลนอง

ไม่นานนัก ร่างที่หมดสติของเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่สองนายลากออกไป โยนทิ้งไว้กลางถนนราวกับกองขยะ

……

"เจ้านาย ! "

"แผนของท่านนี่มันช่างเลวทราม... เอ้ย ช่างร้ายกาจจริง ๆ ! " ที่หน้าประตูเมือง ต้าจู้และชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งในมือกำตั๋วเงินมูลค่าสามสี่ร้อยตำลึงเอาไว้แน่น จ้องมองหลี่มูด้วยสายตาเลื่อมใสศรัทธา "นอกจากดีหมีก้อนที่ส่งให้ทางการแล้ว อีกสองก้อนที่เหลือรวมกัน ก็ยังขายได้ราคาสูงลิบลิ่วถึงเกือบแปดร้อยตำลึงเลยนะ"

"ฮ่าฮ่า ดูท่าพวกคนในเมืองก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าพวกเราเท่าไหร่เลยนี่หว่า ! "

ชายฉกรรจ์หลายคนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น

หลี่มูยื่นมือไปรับตั๋วเงินมา มุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน "คนเราน่ะนะ พอจิตใจถูกความโลภเข้าครอบงำ สติปัญญาก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเรื่องนี้มีความเสี่ยงสูงมาก แต่ก็ยังหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตัวเองจะได้เปรียบ คนประเภทนี้ไม่คู่ควรให้เห็นใจหรอก"

การเข้าเมืองของหลี่มูในครั้งนี้ เขาเก็บเกี่ยวได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทองคำสามสิบตำลึงบวกกับเงินบริสุทธิ์อีกแปดร้อยตำลึง ที่สำคัญที่สุดก็คือหนังสือยกเว้นภาษีฉบับนั้น

บัดนี้ ต่อให้เอาเขาไปวางไว้ในอำเภอผิงหยวน เขาก็นับว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งแล้ว !

"ข้าให้เฉินเฮ่อซงช่วยเป็นหูเป็นตาคอยดูพวกจวนหรือร้านค้าที่กำลังจะประกาศขายให้แล้ว" หลี่มูนวดหว่างคิ้ว หลังจากครุ่นคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อจวนสักแห่งในตัวเมือง "ถึงตอนนั้น ก็รับครอบครัวของพวกเจ้ามาอยู่ด้วยกันเสียเลย ! "

เกิดมาในยุคสมัยที่วุ่นวายและเลวร้ายเช่นนี้ ความปลอดภัยภายในเมืองย่อมมีมากกว่านอกเมืองเป็นไหน ๆ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่พวกโจรป่าเขาหัวพยัคฆ์กลุ่มนั้น ก็เปรียบเสมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงอยู่ในใจของเขาแล้ว

แม้ศึกปะทะกับกองคาราวานอาชาเหล็กจะได้รับชัยชนะอย่างงดงาม แต่หลี่มูก็รู้ดีว่าศึกครั้งนั้นมีส่วนประกอบของโชคอยู่มาก หากไม่ถึงคราวหมดหนทางจริง ๆ เขาก็ไม่อยากจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับพวกคนเถื่อนเดนตายเหล่านั้นอีก

"เจ้านาย ท่านจะย้ายเข้าเมืองจริง ๆ รึ ? " เฉินหลินเลิกคิ้วถาม

"ข้า... ข้าเพิ่งจะสร้างบ้านหลังคากระเบื้องหลังใหม่ไปเมื่อหลายวันก่อนเองนะ..." ต้าจู้ได้ยินดังนั้น ก็มีสีหน้าหดหู่ลงทันที

"แค่บ้านหลังคากระเบื้องไม่กี่ห้อง มีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์นักหนา ? " คนที่ไม่มีห่วงผูกพันเอ่ยปากขึ้นในเวลานี้ "ขอเพียงติดตามเจ้านาย ทำงานไปอีกสักพัก พวกเจ้าก็ไปซื้อจวนในเมืองเป็นของตัวเองคนละหลัง ไม่สุขสบายกว่าอยู่บ้านนอกรึไง ? " เมื่อได้ยินดังนั้น พวกชายฉกรรจ์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย

ชีวิตในชนบททุกวันนี้มันยากลำบากจริง ๆ

ไม่เพียงแต่ความปลอดภัยจะย่ำแย่ ต้องคอยหวาดระแวงการโจมตีจากพวกกบฏและโจรป่าอยู่เสมอ แม้แต่การจะจับจ่ายซื้อของก็ยังไม่สะดวกอย่างยิ่ง บางครั้งตรงกับช่วงฤดูร้อน ฝนไม่ตกติดต่อกันหลายวัน ลำธารแห้งขอด แม้แต่น้ำดื่มก็ยังกลายเป็นปัญหา

หากย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ความไม่สะดวกสบายทุกอย่างก็คงจะได้รับการแก้ไขจนหมดสิ้น

"ข้าเชื่อฟังเจ้านาย" ต้าจู้นิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะกัดฟันเอ่ยออกมา

"ดี" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก สั่งการว่า "วันนี้พอกลับไปแล้ว พวกเจ้าก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปเก็บข้าวของมีค่า รับลูกเมีย คนแก่ในครอบครัวมาอยู่ที่หมู่บ้านซวงซีก่อน... รอจนกว่าจะซื้อจวนในเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยย้ายเข้าไปพร้อมกัน"

โจรป่าเขาหัวพยัคฆ์นั้นโหดเหี้ยมไร้ความปรานี

หากพวกมันรู้ข่าวว่ารองหัวหน้าถูกจับตัวไป จะต้องตามมาแก้แค้นครอบครัวของสมาชิกทีมล่าสัตว์อย่างแน่นอน การรับพวกเขามารวมตัวกันที่หมู่บ้านซวงซีก่อน แม้จะแออัดไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังพอดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

จบบทที่ ตอนที่ 103 แผนการซื้อจวนในเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว