- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่
ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่
ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่
ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่
เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มแฝงความนัย เอ่ยเสียงแผ่วว่า "ขุดบ่อล่อคน? ข้อหานี้ข้าคงรับไว้ไม่ไหวหรอก ข้าก็แค่อาศัยช่องว่างของเวลา หาเศษเงินเพิ่มอีกสักสองสามตำลึงก็เท่านั้น"
เขาถอนหายใจ นิ้วมือลูบไล้หยกพกที่เอวอย่างไม่รู้ตัว "ยุคสมัยนี้มันยากลำบาก ข้างหลังยังมีพี่น้องอีกกลุ่มใหญ่ต้องกินข้าว... บางครั้งก็ต้องเอาใจผู้สูงศักดิ์ที่มีพระคุณกับเรา ถ้าไม่คิดให้รอบคอบ เกรงว่าคงตกอับถึงขั้นต้องเอาฟางปักหัวเร่ขายตัวเองไปนานแล้ว"
เมื่อมือปราบจินได้ยินดังนั้น นิ้วมือหยาบกร้านก็ลูบตอหนวดที่ปลายคางไปมา เงียบไปนานถึงยอมเอ่ยปาก "น้องหลี่ อย่างมากก็หนึ่งชั่วยาม"
"ถ้านานกว่านี้ พี่ชายคนนี้ก็รับหน้าไว้ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"
ประกายตาของหลี่มูสว่างวาบ หลังจากคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ก็พยักหน้าอย่างจริงจัง "น้ำใจของนายท่านจินครั้งนี้ ข้าผู้นี้จะจดจำเอาไว้"
"น้องชาย เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น ? พวกเราถือว่าไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน จากนี้ไปก็ต้องคอยช่วยเหลือกันและกัน" มือปราบจินลดเสียงต่ำ เอ่ยเสียงเบา "หากวันหน้าได้พบท่านแม่ทัพใหญ่ หวังว่าจะช่วยพูดจาสนับสนุนพี่ชายคนนี้ให้สักสองสามประโยค"
แม้มือปราบและกองทัพจะแบ่งแยกหน้าที่กันคนละฝ่าย แต่หากได้รับความโปรดปรานจากบุคคลสำคัญบางคน มือปราบชั้นผู้น้อยเหล่านี้ย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถอดชุดขุนนางนี้ทิ้ง สวมชุดเกราะ ไปรับใช้ในกองทัพ
"วางใจเถอะ มอบหมายให้ข้าจัดการเอง ! " หลี่มูตบหน้าอกรับปาก ในดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
ยังไงซะก็แค่การวาดวิมานในอากาศที่ไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะ จะวาดให้ใหญ่แค่ไหนก็ได้ !
……
อำเภอผิงหยวน
หอวั่งชุน
ภายในเรือนหน่วนเซียง กลิ่นหอมอบอวลลอยละล่องท่ามกลางม่านมุ้งผ้าโปร่ง หญิงคณิกาเจ็ดแปดคนที่สวมเพียงชุดซับในบางเบากำลังรายล้อมปรนนิบัติแขกผู้มีเกียรติสองท่านอย่างเอาอกเอาใจ
ทันใดนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งเผลอปัดจอกสุราหกโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้ชายร่างอ้วนวัยกลางคนผู้นั้นเกิดความไม่พอใจ
"นังแพศยารนหาที่ตาย ! "
เขาตบโต๊ะผุดลุกขึ้นอย่างแรง ก้อนเนื้อเหนียงบนใบหน้าสั่นกระเพื่อม "แค่จอกสุรายังถือไม่นิ่ง ? ไปเรียกแม่เล้ามา ! "
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าหวาดผวา ในหอคณิกานี้มีกฎเกณฑ์มากมาย หากทำให้แขกไม่พอใจ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้เงินรางวัล แต่ยังต้องเจ็บตัวอีกด้วย
"นายท่านสวี่ ข้าน้อยเพียงแค่ไม่ระวัง... ท่านผู้ใหญ่ใจกว้าง..." หญิงสาวขมวดคิ้วเรียว ขบริมฝีปากล่างเบา ๆ ทำท่าทางเหมือนดอกหลีต้องหยาดฝน หวังจะให้อีกฝ่ายเวทนา ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
แต่วินาทีต่อมา กลับเห็นชายร่างอ้วนวัยกลางคนผู้นั้นคว้ากาสุราฟาดลงไปอย่างแรง
เพล้ง !
กาสุราแตกกระจายบนหน้าผากของหญิงสาว ตรงนั้นปูดบวมขึ้นมาเป็นลูกมะกรูดทันที ทว่าเขายังโกรธไม่หาย มือใหญ่คว้าเส้นผมดำขลับของอีกฝ่าย ง้างมือตบหน้าไปหลายฉาด
ตามด้วยการเตะต่อยอีกชุดใหญ่
หญิงคณิกาในห้องต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ รอจนชายอ้วนหยุดมือ แก้มของหญิงสาวก็บวมเป่ง เลือดไหลออกทางปากและจมูก ฟันหักไปหลายซี่ แม้แต่ชุดซับในท่อนล่างก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ล้มสลบเหมือดไปกองกับพื้น
"บัดซบเอ๊ย ! สวะต่ำตมเยี่ยงหมา ยังสะเออะมาต่อรองกับข้าอีกรึ ? " หว่างคิ้วของชายอ้วนวัยกลางคนกระตุกอย่างแรง เขาคว้าตัวหญิงสาวข้าง ๆ มาเช็ดคราบเลือดบนฝ่ามือกับเสื้อผ้าของนาง
ความวุ่นวายในห้อง ดึงดูดแม่เล้าและพวกอันธพาลคุมหอคณิกาให้รีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แม่เล้าวัยห้าสิบกว่าที่แต่งหน้าจัดจ้านผลักประตูเข้ามา เมื่อเห็นสภาพในห้อง คิ้วทั้งสองข้างก็ตั้งชันขึ้นมาทันที "โอ๊ะ ! นายท่านทั้งสอง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ? ถึงได้ตบตีเด็กของข้าจนมีสภาพเช่นนี้ ? "
"ท่านรู้ไหมว่าตามหมอมารักษามันแพงแค่ไหน..."
แปะ !
แม่เล้าพูดยังไม่ทันจบ ชายร่างอ้วนก็โยนก้อนเงินไปให้หนึ่งก้อน
"..." คำพูดจู้จี้จุกจิกของแม่เล้าหยุดชะงักลงทันที ความโกรธในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนยินดี นางย่อตัวลงเล็กน้อย หัวเราะประจบประแจง "นายท่านสวี่ช่างใจกว้างจริง ๆ เชิญท่านสำราญตามสบายเถอะ... ใครก็ได้ มาลากนังตัวดีที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่ออกไปที จะได้ไม่ทำลายบรรยากาศของนายท่าน"
ชายฉกรรจ์สองสามคนเดินเข้ามา หามร่างหญิงสาวที่สลบไสลไม่ได้สติออกไปอย่างนอบน้อม
ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง
ความวุ่นวายจบลงด้วยเงินสิบตำลึง
ตั้งแต่ต้นจนจบ แม่เล้าไม่เคยแม้แต่จะตรวจสอบอาการบาดเจ็บของหญิงสาวคนนั้นเลย ส่วนชายร่างอ้วนวัยกลางคนตอนที่ลงมือก็ไม่มียั้งมือเลยแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่เขาทุบตีไม่ใช่คนเป็น ๆ แต่เป็นเพียงหมูหมากาไก่เท่านั้น !
"เถ้าแก่สวี่ วันนี้ทำไมถึงอารมณ์เสียขนาดนี้ ? " ตรงข้ามกับชายร่างอ้วน มีชายอีกคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหราไม่แพ้กันนั่งอยู่ ใบหน้าขาวสะอาด เรื่องเมื่อครู่ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาเลย เขายังคงนั่งกอดซ้ายประคองขวา ยิ้มแย้มแจ่มใส "นี่ไม่เหมือนนิสัยของท่านเลยนะ"
"หึ ! น้องหลิว ท่านรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังแกล้งถาม ! " เถ้าแก่สวี่แค่นเสียงเย็นชา คว้าตัวหญิงรับใช้มาขย้ำระบายอารมณ์อย่างรุนแรง จนอีกฝ่ายร้องไห้ครวญครางขอความเมตตา ถึงได้กัดฟันพูดว่า "สุราซานเยวี่ยชุนเข้าไปขายในหอสุ่ยเซียน ยอดขายของโรงบ่มสุราข้า ก็ตกลงไปเกินกว่าครึ่ง..."
"ไอ้ของบัดซบนั่น ! "
"ตอนนี้ภาษีสุราก็สูงลิ่ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ร้านของข้าคงได้ปิดกิจการในไม่ช้าแน่"
ชายแซ่หลิวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ เอ่ยอย่างเชื่องช้า "สุราซานเยวี่ยชุนเข้าเมืองมา คนที่ซวยไม่ได้มีแค่โรงบ่มสุราของท่านหรอก สุราชิงเหมยเซากับสุราชั้นเลิศของจวนซุ่นฟู่ ช่วงนี้ก็ขายไม่ออกเหมือนกัน หึหึ ตอนนี้ในเมืองไม่รู้ว่ามีกี่คน ที่จ้องมองตาเป็นมัน อิจฉาริษยากันอยู่"
ทั้งสองคนพูดคุยกันไปมา ต่างก็ถอนหายใจยาว
ตอนนั้นกองคาราวานอาชาเหล็กยอมเปิดศึกใหญ่เพื่อแย่งชิงสุราซานเยวี่ยชุน จนตอนนี้พังพินาศย่อยยับไปแล้ว ขุมกำลังยักษ์ใหญ่ขนาดนั้นยังจัดการหลี่มูไม่ได้ แล้วพ่อค้าอย่างพวกเขาล่ะจะมีปัญญาอะไร ?
มีเงินติดกระเป๋าอยู่นิดหน่อย จะเอามารังแกหญิงคณิกาที่ไร้ที่พึ่งพิงในหอคณิกาก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องไปงัดกับหลี่มู... พวกเขาก็ไม่มีความกล้าพอจริง ๆ
"ตัดหนทางทำมาหากินของผู้อื่น ก็เหมือนฆ่าบิดามารดาของผู้อื่น" เถ้าแก่สวี่ดื่มสุราไปหลายจอก ดวงตาก็ยิ่งแดงก่ำ คำพูดดุดัน "ข้าคนเดียวอาจจะรับมือมันไม่ได้ แต่ถ้าโรงบ่มสุรามากมายในเมืองร่วมมือกัน ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่า..."
แปะ !
ชายแซ่หลิวตบบ่าเถ้าแก่สวี่อย่างแรง เอ่ยเสียงต่ำ "เถ้าแก่สวี่ ท่านเมาแล้วนะ"
เขาพลันได้สติ เมื่อมองไปที่หญิงคณิกาที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยรอบ ๆ ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่ถูกฤทธิ์สุราครอบงำ ถึงกับเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความลับตั้งเท่าไหร่ที่รั่วไหลออกไปจากหอคณิกา ?
"ไสหัวไปให้หมด ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าบิดาเดี๋ยวนี้ ! " เถ้าแก่สวี่รู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงไล่หญิงคณิกาพวกนั้นออกไปจนหมด
ในตอนนั้นเอง ก็มีลูกจ้างหน้าตาเจ้าเล่ห์ท่าทางมีพิรุธคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือลูกจ้างในร้านของเถ้าแก่สวี่นั่นเอง
"เถ้าแก่ขอรับ ข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงาน" เขาเอ่ยปากอย่างลึกลับ
"พูดมา ! "
ลูกจ้างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไป
"ข้าให้เจ้าพูด เจ้าก็พูดมาสิวะ ! " เถ้าแก่สวี่เร่งเร้าด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
"เถ้าแก่ขอรับ..." ลูกจ้างลดเสียงต่ำ ขยับเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูเจ้านายของตัวเอง
พรึ่บ !
เถ้าแก่สวี่ผุดลุกขึ้นยืนกะทันหัน เบิกตากว้าง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ ? "
"เรื่องจริงแท้แน่นอนขอรับ ! "
"น้องหลิว ข้ามีธุระต้องขอตัวก่อนนะ ! " เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากลูกจ้าง เถ้าแก่สวี่ก็แทบจะกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากไว้ไม่อยู่ เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวฉับ ๆ เดินออกไปนอกประตู "วันนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ข้าเป็นคนเลี้ยงเอง ! "