เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่

ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่

ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่


ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่

เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มแฝงความนัย เอ่ยเสียงแผ่วว่า "ขุดบ่อล่อคน? ข้อหานี้ข้าคงรับไว้ไม่ไหวหรอก ข้าก็แค่อาศัยช่องว่างของเวลา หาเศษเงินเพิ่มอีกสักสองสามตำลึงก็เท่านั้น"

เขาถอนหายใจ นิ้วมือลูบไล้หยกพกที่เอวอย่างไม่รู้ตัว "ยุคสมัยนี้มันยากลำบาก ข้างหลังยังมีพี่น้องอีกกลุ่มใหญ่ต้องกินข้าว... บางครั้งก็ต้องเอาใจผู้สูงศักดิ์ที่มีพระคุณกับเรา ถ้าไม่คิดให้รอบคอบ เกรงว่าคงตกอับถึงขั้นต้องเอาฟางปักหัวเร่ขายตัวเองไปนานแล้ว"

เมื่อมือปราบจินได้ยินดังนั้น นิ้วมือหยาบกร้านก็ลูบตอหนวดที่ปลายคางไปมา เงียบไปนานถึงยอมเอ่ยปาก "น้องหลี่ อย่างมากก็หนึ่งชั่วยาม"

"ถ้านานกว่านี้ พี่ชายคนนี้ก็รับหน้าไว้ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"

ประกายตาของหลี่มูสว่างวาบ หลังจากคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ก็พยักหน้าอย่างจริงจัง "น้ำใจของนายท่านจินครั้งนี้ ข้าผู้นี้จะจดจำเอาไว้"

"น้องชาย เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น ? พวกเราถือว่าไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน จากนี้ไปก็ต้องคอยช่วยเหลือกันและกัน" มือปราบจินลดเสียงต่ำ เอ่ยเสียงเบา "หากวันหน้าได้พบท่านแม่ทัพใหญ่ หวังว่าจะช่วยพูดจาสนับสนุนพี่ชายคนนี้ให้สักสองสามประโยค"

แม้มือปราบและกองทัพจะแบ่งแยกหน้าที่กันคนละฝ่าย แต่หากได้รับความโปรดปรานจากบุคคลสำคัญบางคน มือปราบชั้นผู้น้อยเหล่านี้ย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถอดชุดขุนนางนี้ทิ้ง สวมชุดเกราะ ไปรับใช้ในกองทัพ

"วางใจเถอะ มอบหมายให้ข้าจัดการเอง ! " หลี่มูตบหน้าอกรับปาก ในดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์

ยังไงซะก็แค่การวาดวิมานในอากาศที่ไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะ จะวาดให้ใหญ่แค่ไหนก็ได้ !

……

อำเภอผิงหยวน

หอวั่งชุน

ภายในเรือนหน่วนเซียง กลิ่นหอมอบอวลลอยละล่องท่ามกลางม่านมุ้งผ้าโปร่ง หญิงคณิกาเจ็ดแปดคนที่สวมเพียงชุดซับในบางเบากำลังรายล้อมปรนนิบัติแขกผู้มีเกียรติสองท่านอย่างเอาอกเอาใจ

ทันใดนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งเผลอปัดจอกสุราหกโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงทำให้ชายร่างอ้วนวัยกลางคนผู้นั้นเกิดความไม่พอใจ

"นังแพศยารนหาที่ตาย ! "

เขาตบโต๊ะผุดลุกขึ้นอย่างแรง ก้อนเนื้อเหนียงบนใบหน้าสั่นกระเพื่อม "แค่จอกสุรายังถือไม่นิ่ง ? ไปเรียกแม่เล้ามา ! "

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าหวาดผวา ในหอคณิกานี้มีกฎเกณฑ์มากมาย หากทำให้แขกไม่พอใจ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้เงินรางวัล แต่ยังต้องเจ็บตัวอีกด้วย

"นายท่านสวี่ ข้าน้อยเพียงแค่ไม่ระวัง... ท่านผู้ใหญ่ใจกว้าง..." หญิงสาวขมวดคิ้วเรียว ขบริมฝีปากล่างเบา ๆ ทำท่าทางเหมือนดอกหลีต้องหยาดฝน หวังจะให้อีกฝ่ายเวทนา ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป

แต่วินาทีต่อมา กลับเห็นชายร่างอ้วนวัยกลางคนผู้นั้นคว้ากาสุราฟาดลงไปอย่างแรง

เพล้ง !

กาสุราแตกกระจายบนหน้าผากของหญิงสาว ตรงนั้นปูดบวมขึ้นมาเป็นลูกมะกรูดทันที ทว่าเขายังโกรธไม่หาย มือใหญ่คว้าเส้นผมดำขลับของอีกฝ่าย ง้างมือตบหน้าไปหลายฉาด

ตามด้วยการเตะต่อยอีกชุดใหญ่

หญิงคณิกาในห้องต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ รอจนชายอ้วนหยุดมือ แก้มของหญิงสาวก็บวมเป่ง เลือดไหลออกทางปากและจมูก ฟันหักไปหลายซี่ แม้แต่ชุดซับในท่อนล่างก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ล้มสลบเหมือดไปกองกับพื้น

"บัดซบเอ๊ย ! สวะต่ำตมเยี่ยงหมา ยังสะเออะมาต่อรองกับข้าอีกรึ ? " หว่างคิ้วของชายอ้วนวัยกลางคนกระตุกอย่างแรง เขาคว้าตัวหญิงสาวข้าง ๆ มาเช็ดคราบเลือดบนฝ่ามือกับเสื้อผ้าของนาง

ความวุ่นวายในห้อง ดึงดูดแม่เล้าและพวกอันธพาลคุมหอคณิกาให้รีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แม่เล้าวัยห้าสิบกว่าที่แต่งหน้าจัดจ้านผลักประตูเข้ามา เมื่อเห็นสภาพในห้อง คิ้วทั้งสองข้างก็ตั้งชันขึ้นมาทันที "โอ๊ะ ! นายท่านทั้งสอง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ? ถึงได้ตบตีเด็กของข้าจนมีสภาพเช่นนี้ ? "

"ท่านรู้ไหมว่าตามหมอมารักษามันแพงแค่ไหน..."

แปะ !

แม่เล้าพูดยังไม่ทันจบ ชายร่างอ้วนก็โยนก้อนเงินไปให้หนึ่งก้อน

"..." คำพูดจู้จี้จุกจิกของแม่เล้าหยุดชะงักลงทันที ความโกรธในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนยินดี นางย่อตัวลงเล็กน้อย หัวเราะประจบประแจง "นายท่านสวี่ช่างใจกว้างจริง ๆ เชิญท่านสำราญตามสบายเถอะ... ใครก็ได้ มาลากนังตัวดีที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่ออกไปที จะได้ไม่ทำลายบรรยากาศของนายท่าน"

ชายฉกรรจ์สองสามคนเดินเข้ามา หามร่างหญิงสาวที่สลบไสลไม่ได้สติออกไปอย่างนอบน้อม

ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง

ความวุ่นวายจบลงด้วยเงินสิบตำลึง

ตั้งแต่ต้นจนจบ แม่เล้าไม่เคยแม้แต่จะตรวจสอบอาการบาดเจ็บของหญิงสาวคนนั้นเลย ส่วนชายร่างอ้วนวัยกลางคนตอนที่ลงมือก็ไม่มียั้งมือเลยแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่เขาทุบตีไม่ใช่คนเป็น ๆ แต่เป็นเพียงหมูหมากาไก่เท่านั้น !

"เถ้าแก่สวี่ วันนี้ทำไมถึงอารมณ์เสียขนาดนี้ ? " ตรงข้ามกับชายร่างอ้วน มีชายอีกคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหราไม่แพ้กันนั่งอยู่ ใบหน้าขาวสะอาด เรื่องเมื่อครู่ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาเลย เขายังคงนั่งกอดซ้ายประคองขวา ยิ้มแย้มแจ่มใส "นี่ไม่เหมือนนิสัยของท่านเลยนะ"

"หึ ! น้องหลิว ท่านรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังแกล้งถาม ! " เถ้าแก่สวี่แค่นเสียงเย็นชา คว้าตัวหญิงรับใช้มาขย้ำระบายอารมณ์อย่างรุนแรง จนอีกฝ่ายร้องไห้ครวญครางขอความเมตตา ถึงได้กัดฟันพูดว่า "สุราซานเยวี่ยชุนเข้าไปขายในหอสุ่ยเซียน ยอดขายของโรงบ่มสุราข้า ก็ตกลงไปเกินกว่าครึ่ง..."

"ไอ้ของบัดซบนั่น ! "

"ตอนนี้ภาษีสุราก็สูงลิ่ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ร้านของข้าคงได้ปิดกิจการในไม่ช้าแน่"

ชายแซ่หลิวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ เอ่ยอย่างเชื่องช้า "สุราซานเยวี่ยชุนเข้าเมืองมา คนที่ซวยไม่ได้มีแค่โรงบ่มสุราของท่านหรอก สุราชิงเหมยเซากับสุราชั้นเลิศของจวนซุ่นฟู่ ช่วงนี้ก็ขายไม่ออกเหมือนกัน หึหึ ตอนนี้ในเมืองไม่รู้ว่ามีกี่คน ที่จ้องมองตาเป็นมัน อิจฉาริษยากันอยู่"

ทั้งสองคนพูดคุยกันไปมา ต่างก็ถอนหายใจยาว

ตอนนั้นกองคาราวานอาชาเหล็กยอมเปิดศึกใหญ่เพื่อแย่งชิงสุราซานเยวี่ยชุน จนตอนนี้พังพินาศย่อยยับไปแล้ว ขุมกำลังยักษ์ใหญ่ขนาดนั้นยังจัดการหลี่มูไม่ได้ แล้วพ่อค้าอย่างพวกเขาล่ะจะมีปัญญาอะไร ?

มีเงินติดกระเป๋าอยู่นิดหน่อย จะเอามารังแกหญิงคณิกาที่ไร้ที่พึ่งพิงในหอคณิกาก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องไปงัดกับหลี่มู... พวกเขาก็ไม่มีความกล้าพอจริง ๆ

"ตัดหนทางทำมาหากินของผู้อื่น ก็เหมือนฆ่าบิดามารดาของผู้อื่น" เถ้าแก่สวี่ดื่มสุราไปหลายจอก ดวงตาก็ยิ่งแดงก่ำ คำพูดดุดัน "ข้าคนเดียวอาจจะรับมือมันไม่ได้ แต่ถ้าโรงบ่มสุรามากมายในเมืองร่วมมือกัน ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่า..."

แปะ !

ชายแซ่หลิวตบบ่าเถ้าแก่สวี่อย่างแรง เอ่ยเสียงต่ำ "เถ้าแก่สวี่ ท่านเมาแล้วนะ"

เขาพลันได้สติ เมื่อมองไปที่หญิงคณิกาที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยรอบ ๆ ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่ถูกฤทธิ์สุราครอบงำ ถึงกับเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความลับตั้งเท่าไหร่ที่รั่วไหลออกไปจากหอคณิกา ?

"ไสหัวไปให้หมด ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าบิดาเดี๋ยวนี้ ! " เถ้าแก่สวี่รู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงไล่หญิงคณิกาพวกนั้นออกไปจนหมด

ในตอนนั้นเอง ก็มีลูกจ้างหน้าตาเจ้าเล่ห์ท่าทางมีพิรุธคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือลูกจ้างในร้านของเถ้าแก่สวี่นั่นเอง

"เถ้าแก่ขอรับ ข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงาน" เขาเอ่ยปากอย่างลึกลับ

"พูดมา ! "

ลูกจ้างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไป

"ข้าให้เจ้าพูด เจ้าก็พูดมาสิวะ ! " เถ้าแก่สวี่เร่งเร้าด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

"เถ้าแก่ขอรับ..." ลูกจ้างลดเสียงต่ำ ขยับเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูเจ้านายของตัวเอง

พรึ่บ !

เถ้าแก่สวี่ผุดลุกขึ้นยืนกะทันหัน เบิกตากว้าง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ ? "

"เรื่องจริงแท้แน่นอนขอรับ ! "

"น้องหลิว ข้ามีธุระต้องขอตัวก่อนนะ ! " เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากลูกจ้าง เถ้าแก่สวี่ก็แทบจะกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากไว้ไม่อยู่ เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวฉับ ๆ เดินออกไปนอกประตู "วันนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ข้าเป็นคนเลี้ยงเอง ! "

จบบทที่ ตอนที่ 101 เถ้าแก่สวี่

คัดลอกลิงก์แล้ว