เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 98 ดาบหักขวางทาง

ตอนที่ 98 ดาบหักขวางทาง

ตอนที่ 98 ดาบหักขวางทาง


ตอนที่ 98 ดาบหักขวางทาง

เมื่อเห็นสีสันแดงสดน่ากินนี้ เจียงหู่ก็รับมาด้วยความกังขา ก่อนจะลองกัดชิมดูคำหนึ่ง

ทันทีที่เนื้อย่างชุ่มซอสเข้าปาก น้ำซอสร้อน ๆ ก็ระเบิดออกในพริบตา

ความหอมกรุ่นของการย่างและความเผ็ดร้อนสดใหม่ของซอสผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ !

ตอนแรกเจียงหู่รู้สึกร้อนผ่าวที่ริมฝีปากและลิ้น ตามมาด้วยกลิ่นอายราวกับมังกรไฟที่พุ่งทะยานจากช่องปากขึ้นสู่สมอง ชั่วพริบตาเดียวเหงื่อร้อน ๆ ก็ผุดซึมออกมาท่วมตัว !

"รสชาตินี้..."

เขาเบิกตากว้าง เอ่ยเสียงสั่น "มันแปลกประหลาดมาก ! "

"ทั้งลิ้นและปากเริ่มรู้สึกชาและเจ็บขึ้นมานิด ๆ แต่... มันกลับทำให้คนหยุดกินไม่ได้เลย ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม ยิ่งกินก็ยิ่งอยากกินอีก ! "

เจียงหู่หน้าแดงก่ำ กำไม้เสียบเนื้อไว้แน่น เคี้ยวสวาปามคำโตอย่างตะกละตะกลาม

เมื่อคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันแย่งหยิบเนื้อย่างมาจิ้มซอสพริกแล้วยัดเข้าปากกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

ชั่วขณะนั้น เสียงสูดปาก "ซี้ดอ้า" ดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำอย่างไม่ขาดสาย

"ซอสนี่หอมเกินไปแล้ว พอมีมัน รสชาติของเนื้อย่างก็ยกระดับขึ้นมาอีกหลายขุมเลยทีเดียว ! "

"พวกเจ้าชิมออกไหม เหมือนว่าความคาวของเนื้อย่างจะหายไปหมดเลยนะ ? "

"อร่อยโคตร ! "

แม้พวกชายฉกรรจ์จะเผ็ดจนเหงื่อแตกท่วมหัว แต่ก็ไม่มีใครยอมหยุดแทะเนื้อเลย ราวกับได้ค้นพบดินแดนแห่งใหม่ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด นี่คือสี่รสชาติหลักที่ครองพื้นที่ในอาหารการกินของผู้คน

แต่ในยุคสมัยนี้ หากต้องการสร้างรสเผ็ด ก็ทำได้เพียงใช้เครื่องปรุงอย่าง ขิง และฮวาเจียว ซึ่งรสชาติย่อมแตกต่างจากพริกชี้ฟ้าอย่างลิบลับ

เนื้อย่างจิ้มซอสพริก กินคู่กับน้ำแกงปลาแสนอร่อย ทุกคนสวาปามกันอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงท้องไปด้วย

เนื้อหมีหลายสิบจินและน้ำแกงข้นหม้อใหญ่ถูกกวาดเรียบราวกับพายุพัดเมฆหมอกสลาย แม้แต่อุ้งตีนหมีอันล้ำค่าก็ยังถูกทุกคนแบ่งกันกินจนเกลี้ยงเกลา

พวกชายฉกรรจ์ที่กินอิ่มหนำสำราญพากันลูบพุงที่กลมป่อง นอนแผ่หลากระจัดกระจายอยู่ตามพื้นถ้ำ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาพักผ่อนอันหาได้ยากยิ่ง ภายใต้แสงไฟสาดส่อง ใบหน้าของทุกคนล้วนแดงระเรื่อไปด้วยความพึงพอใจ

เฉินหลินเรอออกมาเสียงดัง ใช้แขนเสื้อเช็ดปากที่มันแผล็บ "รสชาติของอุ้งตีนหมีนี่ มารดามันเถอะ โคตรสุดยอดเลย ! ชาตินี้ของบิดาคุ้มค่าแล้วเว้ย ! "

เจี่ยชวนหัวเราะด่าพลางเตะเขาไปทีหนึ่ง "ดูทำตัวเข้าสิ ไอ้ไม่ได้เรื่องเอ๊ย ! "

ระหว่างที่พูดคุยหยอกล้อกัน ทั้งสองก็ช่วยกันลากต้นไม้แห้งต้นใหญ่หลายต้นมาปิดปากถ้ำไว้อย่างมิดชิด

ต้นไม้แห้งวางซ้อนทับกันไปมา กลายเป็นเกราะกำบังง่าย ๆ ที่สามารถป้องกันได้ทั้งสัตว์ร้ายและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ลำดับการเฝ้ายามถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการจับฉลาก

นอกจากสยงผีที่ยังคงกอดก้อนเนื้อที่มันเยิ้มแทะกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ที่มุมถ้ำแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนห่อตัวในผ้าห่มสักหลาด นอนหลับใหลอย่างหลับสนิทอยู่ข้างกองไฟอันอบอุ่น

ภายนอกถ้ำมีเสียงนกแสกยามราตรีร้องแว่วมาเป็นระยะ ยิ่งทำให้ค่ำคืนกลางหุบเขาดูเงียบสงัด

ผ่านพ้นค่ำคืนไปโดยไร้ซึ่งเหตุการณ์ใด ๆ

รุ่งเช้าวันต่อมา หมอกบาง ๆ ปกคลุมป่าเขา

ทุกคนเก็บสัมภาระ กำลังเตรียมจะผลักต้นไม้แห้งที่ปิดปากถ้ำออกเพื่อลงเขา จู่ ๆ เจี่ยชวนก็คว้าแขนเสื้อของหลี่มูเอาไว้แน่น

"พี่หลี่ ท่านดูนั่น ! " เขากดเสียงต่ำ ชี้ไปยังต้นสนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

หลี่มูมองตามเสียงไป ก็เห็นว่าเปลือกไม้บนลำต้นถูกกระชากออกไปอย่างหยาบคาย เผยให้เห็นเนื้อไม้สีขาวซีด

บนนั้นมีรอยสลักด้วยของมีคมเป็นรูปหัวพยัคฆ์อันดุร้าย อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม ดูราวกับมีชีวิตจนแทบจะกระโจนออกมากัดคนได้ในวินาทีถัดไป

บนลานดินหน้าต้นไม้ ดาบหักที่เต็มไปด้วยสนิมเล่มหนึ่งปักลึกลงไปในดิน บนใบดาบเต็มไปด้วยรอยบิ่น สะท้อนประกายเย็นเยียบภายใต้แสงยามเช้า

ม่านตาของหลี่มูหดเกร็ง

เขาจำได้อย่างชัดเจน ว่าเมื่อคืนตอนที่มาถึงที่นี่ไม่มีของสิ่งนี้อยู่เลย นี่ต้องมีคนฉวยโอกาสแอบมาทิ้งสัญลักษณ์ไว้กลางดึกแน่ !

"ดาบหักขวางทาง... นี่มันวิธีของพวกโจรป่า ! "

เจี่ยชวนกดเสียงต่ำ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง "ในรัศมีร้อยลี้แถบนี้ มีแค่เขาหัวพยัคฆ์เท่านั้นที่เป็นรังซ่องสุมของพวกโจรป่า เกรงว่าพวกเราคงถูกพวกมันหมายหัวเข้าให้แล้ว ! "

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ก็เกิดความแตกตื่นโกลาหลขึ้นมาทันที

ในยุคโกลาหลเช่นนี้ ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของกลุ่มโจรเขาหัวพยัคฆ์เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักกันไปทั่วทุกครัวเรือน

พวกมันยึดครองจุดยุทธศาสตร์ที่ยากแก่การบุกโจมตี ปล้นสะดมทำร้ายชาวบ้าน ลงมืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

ตามกฎของโลกใต้ดิน หากกลุ่มโจรหมายหัวเป้าหมายใด จะต้องทิ้งสัญลักษณ์ไว้เพื่อเป็นการเตือนล่วงหน้า หากอีกฝ่ายรู้จักที่ต่ำที่สูงยอมจ่ายค่าผ่านทาง ก็จะสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ! แต่ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับศึกนองเลือดได้เลย !

"ปกติโจรป่าเขาหัวพยัคฆ์มักจะปล้นแค่ขบวนสินค้า ขบวนคุ้มภัย หรือไม่ก็หมู่บ้าน ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าพวกมันจะเข้าป่ามาปล้นพวกพรานป่า ดูท่าจะเป็นเพราะเงินรางวัลที่ทางการตั้งไว้สูงเกินไป จนทำเอาพวกโจรป่ายังน้ำลายสอ ! " เจี่ยชวนขมวดคิ้ว "พวกมันเข้ามาในเขาต้าหลง เป้าหมายต้องเป็นดีหมีแน่ ๆ เกรงว่าคงสะกดรอยตามพวกเรามาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ ! "

"มารดามันเถอะ ! " เจียงหู่ชกกำแพงถ้ำอย่างแรง สั่นสะเทือนจนเศษหินร่วงกราว "หมีที่พวกบิดาเอาชีวิตเข้าแลกกว่าจะล่ามาได้ พวกมันดันกะจะมาชุบมือเปิบงั้นรึ ? "

ต้าจู้ชักมีดล่าสัตว์ออกมา คมมีดกรีดวาดรอยโค้งสว่างวาบภายใต้แสงยามเช้า "ก็ปล่อยให้พวกมันมาสิ ! ข้ากำลังหงุดหงิดอยู่พอดีว่าเมื่อวานยังฆ่าไม่สะใจเลย ! "

สีหน้าของทุกคนในทีมล่าสัตว์เขียวคล้ำ โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด

เมื่อวานพวกเขาอาบเลือดต่อสู้ แทบจะเอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะล่าหมีดำทั้งสามตัวนั้นมาได้ แต่ตอนนี้พวกโจรป่ากลับคิดจะมาบีบบังคับให้พวกเขาส่งมอบให้แต่โดยดี...

เป็นใครก็คงทนไม่ได้ !

ทว่าหลี่มูกลับแค่นหัวเราะเย็นชา ก้าวฉับ ๆ ออกไปข้างหน้า แล้วยกเท้าขึ้นเตะดาบหักเล่มนั้นอย่างแรง

เสียง "เคร้ง" ดังลั่น ดาบหักกระเด็นลอยละลิ่วออกไป วาดเป็นเส้นโค้งวิถีโค้งกลางอากาศ ก่อนจะตกลงไปในกองหินที่อยู่ไกลออกไป

"ทำตัวเป็นผีหลอกวิญญาณหลอนไปได้ ! " เขาหมุนตัวกลับมากวาดสายตามองทุกคน ประกายเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตา "ต่อให้เป็นโจรป่าแล้วยังไง ? คิดจะมาแย่งของกินจากปากข้าหลี่มู..."

พูดพลาง หลี่มูกระชากมีดตัดฟืนที่เอวออกมา ปลายมีดชี้ตรงไปยังรอยสลักรูปหัวพยัคฆ์อันดุร้าย "คงต้องถามเจ้านี่ก่อนว่ามันยอมหรือเปล่า ! "

มีดล่าสัตว์สาดประกายเย็นเยียบภายใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า บนใบมีดยังคงมีคราบเลือดสีแดงคล้ำจากการล่าหมีเมื่อวานหลงเหลืออยู่ ทุกคนรู้สึกเพียงรังสีอำมหิตอันเย็นเยียบพัดปะทะหน้า พากันยืดหลังตรงขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย

"ไป ! " หลี่มูเก็บมีดเข้าฝัก ก้าวเดินนำไปเป็นคนแรก "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าหน้าไหนมันไม่รักดีกล้ามาขวางทางบิดา ! " คนทั้งกลุ่มผลักต้นไม้แห้งออก ย่ำเท้าเข้าสู่ป่าเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกยามเช้า

โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยว่า ในพุ่มไม้ที่ไม่ไกลจากด้านหลังของพวกเขา มีดวงตาอันเย็นเยียบหลายคู่กำลังจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของพวกเขา...

……

บรรยากาศในทีมล่าสัตว์หนักอึ้ง

เดินตามเส้นทางภูเขาไปเรื่อย ๆ ทุกคนก็เริ่มเข้าใกล้ทางออกของหุบเขาแล้ว

ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ สยงผีก็ขนพอง เสียงเห่าคำรามดังก้องราวกับฟ้าร้องอื้ออึงอยู่ข้างหูของทุกคน มันโก่งหลังขึ้น แยกเขี้ยวแหลมคม นัยน์ตาสัตว์ป่าอันขุ่นมัวจ้องเขม็งไปยังป่าทึบรอบด้าน

หลี่มูยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมล่าสัตว์หยุดฝีเท้าลงทันที กล้ามเนื้อของทุกคนตึงเครียด มือจับด้ามอาวุธเตรียมพร้อมไว้แล้ว

สวบสาบ !

ใบไม้สั่นไหวโดยไร้สายลม ท่ามกลางเงาไม้มีเงาร่างคนวูบไหวไปมา

วินาทีต่อมา ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามา ปักฉึกเข้าที่พื้นตรงหน้าของหลี่มู หางลูกศรสั่นไหวระริกไม่หยุด

"ฮ่าฮ่าฮ่า ! " เสียงหัวเราะดุดันหยาบคายดังก้องมาจากในป่า "หัวหน้าพรานหลี่ รอนานเลยนะ ! "

พุ่มไม้ถูกแหวกออก โจรป่ายี่สิบกว่าคนเดินเรียงหน้ากระดานออกมา ล้อมกรอบทีมล่าสัตว์ไว้เป็นรูปพัด

พวกมันสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่กลับมีหน้าตาเหี้ยมเกรียมดุร้าย ดาบและหอกในมือสาดประกายเย็นเยียบภายใต้แสงแดด

หัวหน้าโจรที่เดินนำหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากคมดาบที่ดูน่าเกรงขามพาดขวางอยู่ บนบ่าแบกดาบใหญ่เก้าห่วง ห่วงเหล็กบนสันดาปส่งเสียงดังกังวานตามจังหวะการก้าวเดินของมัน

"บิดาคือรองหัวหน้าแห่งเขาหัวพยัคฆ์ เฮยหยา (เขี้ยวดำ)" หัวหน้าโจรแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันสีเหลืองดำที่ขึ้นระเกะระกะ "หัวหน้าพรานหลี่ 'ประกาศิตดาบหัก' ของพวกเรา เจ้าไม่เห็น หรือว่าเห็นแล้วแต่ดูแคลนกันล่ะ ? "

สายตาของหลี่มูเย็นเยียบ มือขวาค่อยๆ กดลงบนด้ามมีดล่าสัตว์ "เห็นแล้ว แล้วก็เตะทิ้งไปแล้วด้วย"

รอยยิ้มของเฮยหยาแข็งค้าง ประกายดุร้ายในดวงตาสาดแสงเจิดจ้า "กล้าดีนี่ ดูท่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจกฎของโลกใต้ดินหรอกนะ ! แต่รินสุราคารวะให้ไม่ยอมดื่ม อยากจะดื่มสุราลงทัณฑ์รึไง ? "

จบบทที่ ตอนที่ 98 ดาบหักขวางทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว