เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 93 สะกดรอยและตลบหลัง

ตอนที่ 93 สะกดรอยและตลบหลัง

ตอนที่ 93 สะกดรอยและตลบหลัง


ตอนที่ 93 สะกดรอยและตลบหลัง

ทีมล่าสัตว์เดินหน้าต่อไปอย่างเงียบงัน

สยงผีสูดดมกลิ่นในอากาศเบา ๆ พลางเลียฝ่ามือของหลี่มู

เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของสุนัขล่าสัตว์ จึงส่งสายตาให้เจี่ยชวนที่อยู่ข้าง ๆ อย่างแนบเนียน

เมื่อขบวนเดินอ้อมป่าทึบที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์พันเกี่ยว ขบวนที่เดิมทีมีสิบสามคนก็เหลือเพียงสิบเอ็ดคน โดยมีสองคนหายตัวไปอย่างเงียบเชียบ

ห่างจากทีมล่าสัตว์ออกไปหลายร้อยเมตร

พรานป่าผิวคล้ำที่ชื่อหวังหยางกำลังพาพรรคพวกลอบสะกดรอยตามมา

"ทำเสียงให้มันเบา ๆ หน่อย ระวังพวกเขาจะรู้ตัว"

พรานป่าผิวคล้ำหรี่ตาลง กดเสียงต่ำ ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนชะลอความเร็ว "แล้วก็ อย่าตามเข้าไปใกล้เกินไป รอให้ฝูงหมาป่ามาถึงก่อน อย่าให้พวกเราโดนลูกหลงไปด้วย"

"พี่หยาง ข้าได้ยินมาว่าพวกพรานป่าหมู่บ้านซวงซีเก่งกาจมาก ขนาดกองคาราวานอาชาเหล็กยังต้องพ่ายแพ้ยับเยินกลับไปเพราะพวกมัน พวกเราทำแบบนี้... จะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรือเปล่า ? "

พรรคพวกที่อยู่ข้างๆ มีสีหน้าวิตกกังวล น้ำเสียงสั่นเทา "พวกเขามีคนของค่ายทหารหนุนหลังอยู่นะ ! "

เมื่อหลายวันก่อน ข่าวการพ่ายแพ้ของกองคาราวานอาชาเหล็ก ภายใต้การใส่สีตีไข่ของผู้ไม่หวังดีบางคน ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกหมู่บ้านในละแวกนี้แล้ว

ภาพลักษณ์ของหลี่มูก็กลายเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

แผนชูธงหนังพยัคฆ์เพื่อข่มขวัญคนของเขา สามารถทำให้พวกที่คิดไม่ซื่อหวาดกลัวจนต้องถอยร่นไปได้จริง ๆ บรรดาขั้วอำนาจในเมืองหลังจากกวาดล้างกองคาราวานอาชาเหล็กแล้ว แม้จะน้ำลายสอกับผลกำไรของสุราซานเยวี่ยชุนมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าลอบกัดหลี่มูเลยสักคน

"มีค่ายทหารคอยหนุนหลังแล้วยังไงล่ะ ? " หวังหยางแค่นเสียงเย็นชา เผยให้เห็นฟันขาววับ "พวกเราก็ไม่ได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับหลี่มูซึ่ง ๆ หน้าเสียหน่อย ต่อให้เป็นท่านแม่ทัพใหญ่มาเอง ก็จับผิดอะไรไม่ได้หรอก"

"พวกเขาถูกหมาป่ากัดตายในเขา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ ? "

พรรคพวกยังคงรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง "พี่หยาง หลี่มูก็ไม่เคยมาหาเรื่องพวกเรา ปล่อยให้เขาตายแบบนี้ มันไม่อำมหิตไปหน่อยรึ..."

เพียะ !

หวังหยางกระชากคอเสื้อของพรรคพวก สายตาเย็นชาลง เอ่ยเสียงเหี้ยม "ไอ้พวกยาจกที่ต้องคุ้ยเขี่ยหาของกินในกองโคลนอย่างพวกเรา มีสิทธิ์อะไรไปพูดเรื่องความเมตตา ? เก็บความใจบุญไร้สาระของเจ้าไปซะ ทางการตั้งค่าหัวไว้ตั้งทองคำสามสิบตำลึง แถมยังมีหนังสือยกเว้นภาษีอีก ได้เงินก้อนนี้มา ก็มากพอที่จะทำให้พวกเราลืมตาอ้าปากได้แล้ว"

พรรคพวกก้มหน้าลง

"เวลาแบบนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่ต้องมาทำตัวเป็นพระโพธิสัตว์หรอก" หวังหยางกวาดตามองทุกคน น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นอีกครั้ง "อย่างมากพอได้เงินมา ก็ค่อยไปจุดธูปที่วัด นิมนต์พระมาสวดส่งวิญญาณให้พวกเขาก็สิ้นเรื่อง"

"ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าคิดว่าในเขาลูกนี้มีแค่พวกเรากลุ่มเดียวรึไงที่อยากจะฆ่าหลี่มูน่ะ ? "

หวังหยางชี้ไปที่ป่าเขารอบ ๆ

ท่ามกลางเงามืดของพุ่มไม้และป่าทึบสูงตระหง่าน มีเสียงเหยียบใบไม้แห้งแตกหักดังขึ้นเป็นระยะ

เมื่อปรายตามอง ก็จะพบว่ามีเงาร่างสายหนึ่งวูบไหวผ่านไปราวกับแมวป่า

"ไม่ได้จะไปล่าหมีหรอกรึ ? ทำไมถึงพุ่งเป้าไปที่พวกหลี่มูกันหมดล่ะ ? " พรรคพวกเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

"หลี่มูคือคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดของทีมล่าสัตว์ทั้งหมด ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ คนอื่น ๆ ก็อย่าหวังว่าจะได้กินเนื้อเลย ! "

หวังหยางแสยะยิ้มกว้าง เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมดุจสัตว์ป่า "ล่าหมีรึ ? เกรงว่าไอ้พวกโง่จองหองแห่งหมู่บ้านซวงซีพวกนี้คงยังไม่รู้ตัว ว่าตอนนี้พรานป่าทั้งป่า ต่างก็อยากจะเอาพวกมันมาเป็นเครื่องสังเวยก่อนทั้งนั้นแหละ"

……

เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไป ไม่นานก็ถึงเวลาเที่ยงวัน

มือของหลี่มูลูบไล้ไปตามมีดตัดฟืนเบา ๆ

ด้ามมีดอันเย็นเยียบช่วยให้เขารักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ตลอดเวลา

ภายในป่าเขาลูกนี้คลื่นใต้น้ำกำลังไหลเชี่ยว แม้ภายนอกจะดูสงบเงียบ แต่กลับแฝงไปด้วยวิกฤตอันตรายที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วน

"พี่หลี่..." เจี่ยชวนโผล่พรวดออกมาจากหลังโขดหินราวกับเงา บนบ่ายังมีตะไคร่น้ำสด ๆ ติดอยู่ เขาแฝงตัวกลับเข้ามาในขบวนอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ เอ่ยเสียงเบา "ข้างหลังเรามีคนตามมาสามกลุ่ม ไม่ต่ำกว่าสิบห้าคน มีคันธนูทำเองหกคัน แล้วก็มีดล่าสัตว์อีกหลายเล่ม"

หลี่มูพยักหน้าเบา ๆ

เขาอาศัยจังหวะก้มตัวลงทำทีเป็นปัดโคลนที่พื้นรองเท้า ปรายตามองไปที่เงามืดในป่า ก็เห็นแสงสะท้อนของเครื่องมือเหล็กอยู่ใต้ต้นสสามต้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

เงาร่างหลายสายวูบไหว แล้วก็ซ่อนตัวมิดชิดอยู่ใต้ร่มเงาไม้

จำนวนคนที่สะกดรอยตามมามีมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก !

สิบกว่าคน แถมยังพกคันธนูล่าสัตว์มาด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกพรานป่ามากประสบการณ์

ประสบการณ์ในป่าของคนพวกนี้คงไม่ด้อยไปกว่าเขาแน่ หากหลี่มูนำคนบุกตรงไปยังถ้ำหมีตอนนี้ แล้วฆ่ามันได้สำเร็จ คนพวกนี้ก็จะต้องดักซุ่มปล้นอยู่กลางทางอย่างแน่นอน

ถึงตอนนั้นหากพลาดพลั้งไปนิดเดียว ก็อาจจะกลายเป็นว่าลงแรงเหนื่อยเปล่าเพื่อคนอื่น

"เปลี่ยนเส้นทาง" หลี่มูใช้มือขวาส่งสัญญาณลับ 'เหยี่ยวพลิกตัว' ไว้ด้านหลัง

เฉินหลินที่อยู่ท้ายขบวนแสร้งทำเป็นสะดุดรากไม้ล้มทันที ทั้งขบวนจึงถือโอกาสเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปยังสันเขาทางทิศตะวันตก

"สวบสาบ ! "

จู่ ๆ ทางด้านขวาหลังก็มีเสียงแปลก ๆ ดังขึ้น

สยงผีหูตั้งชันทันที ส่งเสียงครางต่ำ ๆ ในลำคอ

หลี่มูกดตัวสุนัขล่าสัตว์เอาไว้ อาศัยจังหวะนี้หันขวับกลับไปมองอย่างรวดเร็ว

ในพุ่มไม้ห่างออกไปสิบจั้ง ใบไม้แห้งสองสามใบกำลังสั่นไหวเบา ๆ อย่างผิดธรรมชาติ

มารดามันเถอะ...

กล้าตามมาใกล้ขนาดนี้เลยรึ ?

หว่างคิ้วของหลี่มูตั้งชันขึ้น แต่ภายนอกกลับไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา เขานำทีมมาจนถึงเนินดินที่รายล้อมไปด้วยพุ่มไม้และมีภูมิประเทศค่อนข้างสูง จู่ ๆ ก็ชูมือขวาขึ้น ทีมล่าสัตว์ทั้งทีมก็หยุดฝีเท้าลงอย่างพร้อมเพรียง

หวังหยางและพวกที่สะกดรอยตามอยู่ไกล ๆ ไม่ทันตั้งตัว เกือบจะเผยร่องรอยออกมา จึงรีบหมอบราบลงหลังโขดหินทันที

"ไอ้หมีตาบอดตัวนี้มันเจ้าเล่ห์นัก ไม่มีทางหาเจอได้ในวันสองวันแน่ พวกเราตั้งที่พักกันตรงนี้ก่อนเถอะ ! " หลี่มูจงใจดัดเสียงให้ดังขึ้น ปลดถุงน้ำที่เอวออกมา "เจี่ยชวน เฉินหลิน... ไปตัดไม้มาจุดไฟที"

"เจียงหู่ เสี่ยวอู่ตามข้าไปตักน้ำ ที่เหลือก็ทำความสะอาดพื้นที่ซะ ! "

พูดจบ ทีมล่าสัตว์ทั้งทีมก็เริ่มลงมือทำตามหน้าที่ของตนเอง

ชายฉกรรจ์หลายคนปลดอุปกรณ์ล่าสัตว์บนร่างลง ทำความสะอาดพื้นที่ว่างบนพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วตั้งเตาดินชั่วคราวขึ้นมา

ลึกเข้าไปในป่าทึบ ดวงตาหลายคู่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน

ชายหน้าบากคนหนึ่งเลียมีดสั้น เอ่ยเสียงเบากับพรรคพวกข้างกายว่า "หลี่มูนี่ช่างเลือกที่ตายได้เหมาะเจาะจริง ๆ เนินดินนี่แหละ เหมาะจะเป็นหลุมฝังศพของพวกมันพอดีเลย"

อีกด้านหนึ่ง หวังหยางก็มีสีหน้าดุร้ายขึ้นมา จ้องมองทีมล่าสัตว์ที่กำลังเตรียมทำอาหาร แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ดูท่าทางไม่รีบไม่ร้อนของพวกมันสิ นึกว่าเงินรางวัลคราวนี้ต้องตกเป็นของพวกมันแน่ ๆ ล่ะสิ ? "

"พี่หยาง... ของนั่น ทำไมยังไม่ออกฤทธิ์อีกล่ะ ? " พรรคพวกที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากถาม "นี่ก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวันแล้ว ตามหลัก ฝูงหมาป่าน่าจะได้กลิ่นตั้งนานแล้วนะ"

"หรือว่าเพราะวันนี้ในเขาไม่มีลมพัด ? "

หวังหยางได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน

ผงยาลูกหมาป่านั่นใช้ได้ผลดีมาก เขาเคยพิสูจน์มาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่วันนี้กลับดูผิดปกติไปหน่อย...

"พี่หยาง มาถึงขั้นนี้แล้ว แทนที่จะรอไอ้พวกเดรัจฉานนั่น สู้พวกเราลงมือเองเลยดีกว่า... ดูท่าทางไม่ระแวดระวังตัวของพวกมันสิ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าข่าวลือนั่นมันเกินจริง หลี่มูไม่ได้มีฝีมืออะไรเลย ! " พรานป่าหนวดเคราเฟิ้มคนหนึ่งทนไม่ไหว ถือหอกยาวทำเองท่าทางฮึกเหิม "เดี๋ยวพอพวกมันกำลังกินข้าว พวกเราก็พุ่งเข้าไปฆ่าล้างโคตรพวกมันให้หมดเลย"

"โยนศพทิ้งลงหน้าผา ต่อให้เป็นเทพเซียนก็หาไม่เจอหรอก ! "

สมองของหวังหยางหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ดูเหมือนจะมีความแปลกประหลาดซ่อนอยู่

จู่ ๆ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ม่านตาหดเกร็ง รีบเอ่ยกับพรรคพวกว่า "เมื่อกี้พวกเจ้าสังเกตไหม ว่าตอนที่พวกหลี่มูเข้าป่ามา สะพายคันธนูมาทั้งหมดกี่คัน?"

พยางค์สุดท้ายของหวังหยางยังจุกอยู่ที่คอ จู่ ๆ ในป่าทึบก็มีเสียงแหวกอากาศอันดุดันดังเกิดขึ้น !

ประกายดาบสว่างวาบดุจสายฟ้าฟาดแหวกพุ่มไม้ออกมา พกพากลิ่นอายแห่งความตายพุ่งตรงเข้าหาคอหอยของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 93 สะกดรอยและตลบหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว