เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 88 สังหารร่าง ประหารใจ !

ตอนที่ 88 สังหารร่าง ประหารใจ !

ตอนที่ 88 สังหารร่าง ประหารใจ !


ตอนที่ 88 สังหารร่าง ประหารใจ !

หลี่มูควงคันธนูล่าสัตว์ในมือเล่น จ้องมองฉินเซี่ยหู่ที่บัดนี้ปลอมตัวเป็นชายชราด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เอ่ยเสียงแผ่วว่า "ท่านหัวหน้าพรรคฉินช่างมีลูกไม้แพรวพราวจริง ๆ ถึงกับยืมมือทางการมาเล่นแผนจักจั่นลอกคราบ หลบหนีออกไปจากใต้จมูกของขั้วอำนาจใหญ่ทั้งหลายได้"

"สติปัญญาและความกล้าหาญเช่นนี้ ข้าน้อยขอคารวะ ! "

เมื่อเห็นว่าตัวตนของตนถูกเปิดโปง ม่านตาของฉินเซี่ยหู่ก็หดเกร็ง กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา สองตาจ้องเขม็งไปยังชายฉกรรจ์ที่ตีวงล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง เอ่ยเสียงเย็นชา "หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าก็คือหลี่มูงั้นรึ ? "

"ไม่ผิด" หลี่มูพยักหน้า

"เจ้าไม่ธรรมดาจริง ๆ ข้ายอมรับเลยว่าข้าประเมินเจ้าต่ำไป ! " เมื่อเห็นว่าตัวเองตกอยู่ในวงล้อม ฉินเซี่ยหู่กลับผ่อนคลายท่าทีลง "พวกหัวหน้าแก๊งในอำเภอผิงหยวนมันก็แค่พวกไร้น้ำยา วิ่งพล่านไล่ตามจับข้าไปทั่วเมืองเหมือนแมลงวันที่ถูกเด็ดหัว คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะต้องมาตกม้าตายในมือของเจ้า"

"เจ้า... ทำได้ยังไง ? "

มุมปากของหลี่มูโค้งขึ้นเล็กน้อย

ตั้งแต่เข้าเมืองมาเมื่อวาน และได้รู้ข่าวการหายตัวไปของฉินเซี่ยหู่จากปากของเฉินเฮ่อซง เขาก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งการครุ่นคิดมาโดยตลอด

ก่อนที่ศึกใหญ่เมื่อคืนจะเริ่มขึ้น ฉินเซี่ยหู่มีความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวางแผนหลบหนีเอาไว้ล่วงหน้า อีกทั้งขั้วอำนาจอื่น ๆ ก็เคลื่อนไหวกันรวดเร็วมาก ทันทีที่ยอดฝีมือสามร้อยคนพ่ายแพ้ในหมู่บ้านซวงซี พวกเขาก็เริ่มกวาดล้างอิทธิพลของกองคาราวานอาชาเหล็กในเมืองทันที

อาจกล่าวได้ว่าภายใต้การปิดล้อมอย่างแน่นหนาของพวกเขา ฉินเซี่ยหู่แทบจะไม่มีโอกาสหนีออกจากเมืองไปได้เลย แต่ขั้วอำนาจเหล่านั้นค้นหาอยู่นาน แทบจะพลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งอำเภอ ก็ยังไม่พบตัวหัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กผู้นี้

หรือว่าเขาจะแปลงกายได้เจ็ดสิบสองประการ ? หรือดำดินบินได้กันล่ะ ?

หลี่มูเองก็ถูกคำถามนี้กวนใจอยู่นาน แต่โชคดีที่ก่อนจะเข้านอนเมื่อคืน ตอนที่เหลือบไปเห็นเงาดำใต้ตะเกียงน้ำมัน จู่ ๆ เขาก็คิดอะไรออก

บางครั้งการที่เราหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ ไม่ใช่เพราะมันหายไปไหน แต่เป็นเพราะ 'ความมืดใต้โคมไฟ' ต่างหาก !

ตัวอำเภอผิงหยวนไม่ได้กว้างใหญ่นัก สถานที่เพียงสองแห่งที่ขั้วอำนาจด้านมืดเหล่านี้ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายได้

หนึ่งคือค่ายทหารของกองทหารรักษาการณ์

สองคือที่ศาลาว่าการเมือง และคุกหลวง !

กองทหารรักษาการณ์ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของศาลาว่าการท้องถิ่น ซ้ำแม่ทัพหลินเจี้ยนยังเป็นคนบ้าอำนาจและละโมบโลภมาก หากฉินเซี่ยหู่มีกองทหารรักษาการณ์เป็นที่พึ่งพิงจริง ๆ ล่ะก็ หลายปีมานี้คงไม่มีขั้วอำนาจอื่นหลงเหลืออยู่ในอำเภอผิงหยวนหรอก คงถูกมันกลืนกินไปจนหมดสิ้นตั้งนานแล้ว

เมื่อตัดตัวเลือกที่ผิดออกไปทั้งหมด สิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ว่ามันจะดูเหลือเชื่อแค่ไหน แต่มันก็คือความจริงที่ถูกต้องที่สุด

ศาลาว่าการต่างหากที่ซ่อนตัวฉินเซี่ยหู่เอาไว้ !

"นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ทางการ เดิมทีควรจะเป็นคนที่คอยปกป้องคนดีและปราบปรามคนชั่ว คิดไม่ถึงเลยว่าในอาณาจักรต้าฉีแห่งนี้ พวกมันกลับกลายเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรคุ้มกะลาหัวคนเลวทรามต่ำช้าอย่างเจ้า" หลี่มูไม่ได้ตอบคำถามของมัน เพียงแต่ง้างคันธนูยาวอย่างใจเย็น เล็งปลายลูกศรไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย

"ช่างเป็นโลกที่บัดซบ และเป็นพวกขุนนางที่... บัดซบสิ้นดี ! "

นับตั้งแต่หลี่มูคาดเดาได้ว่าฉินเซี่ยหู่อาจจะได้รับการคุ้มครองจากทางการ เขาก็ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของศาลาว่าการในทันที

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขั้วอำนาจมากมายในอำเภอผิงหยวนที่กำลังเดือดพล่าน ต่อให้เป็นศาลาว่าการ ก็ไม่อาจเสี่ยงต่อความวุ่นวายในเมืองเพื่อปกป้องฉินเซี่ยหู่ให้อยู่ในเมืองต่อไปได้ วิธีที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็นการส่งตัวเขาออกไป

ดังนั้น หลังจากที่เห็นรถกรงขังนักโทษเคลื่อนตัวออกจากคุกหลวงในตอนเช้าตรู่ หลี่มูก็นำคนสะกดรอยตามมาทันที ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริง ๆ

หัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กผู้นี้ อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย !

"เจ้าคิดว่าฆ่าข้าแล้ว ใต้หล้าจะสงบสุขงั้นรึ ? " ฉินเซี่ยหู่จ้องมองหลี่มูด้วยสายตาเย็นชา มันค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง มือขวาแอบล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ "กองคาราวานอาชาเหล็กอยู่ในอำเภอผิงหยวนมาตั้งหลายปี ผลประโยชน์ที่กอบโกยมาได้ ไม่ได้ตกเข้ากระเป๋าข้าคนเดียวเสียหน่อย"

"พวกใต้เท้าในศาลาว่าการอำเภอเหล่านั้น ล้วนได้รับส่วนแบ่งจากกองคาราวานอาชาเหล็กทุกปี ถูกขุนจนอ้วนท้วนสมบูรณ์กันไปหมดแล้ว"

"เจ้าไปตัดท่อน้ำเลี้ยงของพวกเขา อนาคตยังคิดว่าจะมีชีวิตที่สงบสุขอีกรึ ? ฮ่าฮ่า เจ้าหน้าที่พวกนั้นมีใครบ้างที่ไม่เคยรับเงินข้า พวกเขาจะต้องมาจัดการเจ้าแทนข้าแน่ ! "

หลี่มูมองดูฉินเซี่ยหู่ที่แค่นหัวเราะไม่หยุด จู่ ๆ ก็เอ่ยขัดจังหวะมันขึ้นมาว่า "เจ้ารู้จักคำว่า 'เมื่อคนจากไป น้ำชาก็เย็นชืด' หรือไม่ ? "

ฉินเซี่ยหู่ชะงักไป

"กองคาราวานอาชาเหล็กล่มสลายไป ก็ย่อมมีขั้วอำนาจใหม่ขึ้นมาแทนที่ ส่วยที่พวกเจ้าหน้าที่ทางการสมควรจะได้ก็ไม่มีทางลดลงแม้แต่อีแปะเดียว! เจ้าคิดว่าพวกใต้เท้าเหล่านั้น จะยอมหาเรื่องใส่ตัวเพื่อหมากที่ถูกทิ้งอย่างเจ้างั้นรึ ? "

"แล้วเจ้าเคยคิดบ้างไหม ว่าแผนการปลอมตัวเป็นนักโทษแหกคุกออกนอกเมืองที่แยบยลขนาดนี้ ทำไมถึงถูกข้าจับได้ ? "

"ตกลงว่าเป็นเพราะข้าสติปัญญาเฉียบแหลมจริง ๆ หรือว่า... เจ้าหน้าที่ทางการพวกนั้นเห็นว่าเจ้าหมดอำนาจวาสนาแล้ว ก็เลยแอบขายเจ้าให้ข้าตั้งแต่แรกกันแน่ ? "

หว่างคิ้วของฉินเซี่ยหู่กระตุกอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที

สีหน้าการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของหลี่มูไปได้ จุดตายของอสรพิษตัวนี้ ถูกเขาบีบเอาไว้อย่างแม่นยำแล้ว

ฉินเซี่ยหู่พลันมีสีหน้าบิดเบี้ยวคุ้มคลั่ง "จะ... เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อรึ ? "

หลี่มูหัวเราะลั่น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเช่นนี้

เขาไม่เพียงแต่จะสังหารร่างของมัน แต่ยังต้องประหารจิตใจของมันด้วย !

วินาทีต่อมา ดวงตาของหลี่มูก็เย็นเยียบ ปล่อยสายธนูในมือทันที "ท่านหัวหน้าพรรคฉิน ไปลงนรกซะเถอะ"

สิ้นเสียงคำพูด ฉินเซี่ยหู่กลับพุ่งตัวเข้ามาอย่างกะทันหัน "คนที่ต้องตายคือเจ้าต่างหาก ! "

จากแขนเสื้อของเขาพลันมีประกายเย็นเยียบสามสายพุ่งทะยานออกมา !

มันคือมีดสั้นใบหลิวอาบยาพิษสามเล่ม

ทุกคนในอำเภอผิงหยวนต่างรู้ดีว่าฉินเซี่ยหู่เป็นเหมือนปัญญาชน แต่แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า เขายังเป็นยอดฝีมือด้านอาวุธลับอีกด้วย

หลี่มูไหวตัวทันอยู่แล้ว เขากลิ้งหลบไปด้านข้าง มีดตัดฟืนที่เอวถูกชักออกจากฝัก ประกายดาบสว่างวาบพาดผ่านราวกับริ้วผ้าไหม !

เคร้ง !

เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน

อาวุธลับอาบยาพิษสองชิ้นถูกฟันร่วงลงพื้น ส่วนชิ้นที่สามเฉี่ยวชายเสื้อของเขาไปปักเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง เพียงแค่ชั่วพริบตา เปลือกไม้บริเวณนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ

เมื่อเห็นว่าลอบโจมตีไม่สำเร็จ ฉินเซี่ยหู่ก็หลบลูกศร แล้วหมุนตัววิ่งหนีทันที

รูปร่างของเขาปราดเปรียวราวกับลิง กระโดดเพียงไม่กี่ครั้งก็หนีห่างออกไปได้ไกลสี่ถึงห้าจั้ง

แต่เจ้าสยงผีส่งเสียงคำรามก้อง กลายเป็นเส้นแสงสีดำพุ่งทะยานตามไป

หลี่มูก็ถือคันธนูไล่กวดตามไปติด ๆ เช่นกัน

เงาร่างหลายสายไล่กวดกันไปมา จนหายเข้าไปในป่าลึก

จู่ ๆ ฝีเท้าของฉินเซี่ยหู่ก็ชะงักงัน

เบื้องหน้าของเขากลับปรากฏหน้าผาชันแห่งหนึ่ง

เขาหันขวับกลับมา ในดวงตาฉายแววโหดเหี้ยมและสิ้นหวัง "หลี่มู เจ้าจะไล่ต้อนกันให้ตายไปข้างเลยใช่ไหม ? "

"ถ้าเจ้ายังอยู่ ข้าก็นอนไม่หลับน่ะสิ" หลี่มูยกคันธนูขึ้น ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังเขาอีกหลายคนก็เล็งลูกศรไปที่หน้าอกของฉินเซี่ยหู่เช่นกัน

"ดี ! ดีมาก ! "

ฉินเซี่ยหู่พยักหน้ารัว ๆ แสยะยิ้มไม่หยุด จู่ ๆ ก็ล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นพวกเจ้าก็ลงนรกไปเป็นเพื่อนข้าก็แล้วกัน"

สายตาของทุกคนเพ่งมองไป สิ่งนั้นกลับเป็นระเบิดเพลิงสีดำทะมึนลูกหนึ่ง !

แม้ของเล่นชิ้นนี้จะเทียบไม่ได้กับระเบิดมือในยุคหลัง แต่อานุภาพการทำลายล้างก็ไม่เบาเลยทีเดียว

กองคาราวานอาชาเหล็ก ถึงกับหาของหายากแบบนี้มาได้ด้วย !

หว่างคิ้วของหลี่มูกระตุกอย่างรุนแรง ปล่อยมือจากสายธนูทันที

ลูกศรแหลมคมหลายดอก พุ่งแหวกอากาศออกไปในพริบตา

ฉินเซี่ยหู่ถูกลูกศรยิงใส่หลายดอก บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มันออกแรงขว้างระเบิดเพลิงลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง

ตูม !

ได้ยินเพียงเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก เหนือหน้าผา คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดพัดเอาใบไม้ร่วงหล่นปลิวว่อน เศษหินกระเด็นสาดกระจายราวกับห่าฝน

พวกหลี่มูหมอบราบลงกับพื้น รู้สึกเพียงเสียงวิ้ง ๆ ดังก้องอยู่ในหูไม่หยุด รอจนกระทั่งควันไฟจางลง พวกเขาก็ลุกขึ้นยืน พบว่าริมหน้าผาไม่มีเงาร่างของฉินเซี่ยหู่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงเศษผ้าเปื้อนเลือดไม่กี่ชิ้นแขวนติดอยู่บนกิ่งไม้ ปลิวไสวไปตามสายลมช้า ๆ ...

"มันตายแล้วใช่ไหม ? " เจี่ยชวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

"..." หลี่มูขมวดคิ้วแน่น

"มันต้องตายแล้วแน่ ๆ ! " เจี่ยชวนเอ่ยอย่างหนักแน่นเด็ดขาด

จบบทที่ ตอนที่ 88 สังหารร่าง ประหารใจ !

คัดลอกลิงก์แล้ว