- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 86 ร่องรอยของฉินเซี่ยหู่
ตอนที่ 86 ร่องรอยของฉินเซี่ยหู่
ตอนที่ 86 ร่องรอยของฉินเซี่ยหู่
ตอนที่ 86 ร่องรอยของฉินเซี่ยหู่
"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว ! "
เสียงกระดิ่งล่อดังกรุ๋งกริ๋ง พร้อมกับน้ำเสียงห้าวหาญที่เจือไปด้วยความปีติยินดีดังขึ้น
ต้าจู้จูงเกวียนล่อเดินเข้ามาในลานบ้านด้วยใบหน้าตื่นเต้นดีใจ ราวกับเด็กที่สอบได้คะแนนเต็มแล้วมาขอคำชมจากผู้เป็นแม่ เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า "ท่านแม่ดูสิ ข้าขนเนื้อกับข้าวสารกลับมาตั้งเยอะแยะ พอจ่ายภาษีของเราสองคนแล้วยังเหลืออีกเยอะเลยนะ ! "
"ท่านแม่ไม่รู้อะไร เจ้านายของข้าใจกว้างมากเลยนะ ช่วงไม่กี่วันมานี้ ข้าหาเงินได้ตั้งหลายสิบตำลึง..."
เสียงของต้าจู้หยุดชะงักลงกะทันหัน
เนื่องจากเมื่อครู่ตื่นเต้นจนเกินไป เขาจึงมองเห็นสถานการณ์ในลานบ้านไม่ชัดเจน มาตอนนี้ เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าขอบตาของมารดาแดงก่ำ บนพื้นเต็มไปด้วยน้ำสกปรก และเสื้อผ้าในกะละมังไม้ก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม
ส่วนท่านอารองของตนเองกลับยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าถมึงทึง ท่าทางดุดันเอาเรื่อง
หว่างคิ้วของต้าจู้ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยว "นี่มันเรื่องอะไรกัน ? "
"ต้าจู้ ลูกแม่ ! " ยายเฒ่าเหมียวมีสีหน้าตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง นางรีบก้าวเข้ามาสองสามก้าวแล้วคว้ามือของเขาเอาไว้ "ให้แม่ดูหน่อยสิ เจ้าดำขึ้นนะ แล้วก็ผอมลงด้วย ! ไปอยู่กับทีมล่าสัตว์ เจ้านายเขาให้กินข้าวไม่อิ่มรึไง ? "
"ท่านแม่ พวกเราได้กินเนื้อกันทุกวันนั่นแหละ เพียงแต่ช่วงนี้งานยุ่ง ก็เลยดูแข็งแรงกำยำขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง" เฉาต้าจู้ปลอบใจมารดา จากนั้นก็เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง "สภาพในลานบ้านนี่มัน..."
"ฝีมือท่านอารองรึ ? "
ต้าจู้ย่อมรู้ดีว่าอารองของตนมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร และรู้ด้วยว่าบ้านของตนติดหนี้อีกฝ่ายอยู่ แม้ในใจจะพอเดาเรื่องราวคร่าว ๆ ได้แล้ว แต่ก็ยังอยากได้ยินความจริงจากปากมารดาอยู่ดี
"เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก" ยายเฒ่าเหมียวกำข้อมือของเฉาต้าจู้ไว้แน่นเพราะกลัวว่าเขาจะวู่วาม รีบเอ่ยไกล่เกลี่ย "จริงสิ เจ้าบอกว่าได้เงินมาไม่ใช่รึ ? รีบเอาไปใช้หนี้ แล้วก็ไล่เขากลับไปเถอะ"
หว่างคิ้วของต้าจู้กระตุกอย่างรุนแรง
เขามองดูขอบตาที่แดงก่ำของมารดา ย่อมรู้ดีว่าก่อนที่เขาจะมาถึง นางคงถูกอีกฝ่ายรังแกและพูดจาถากถางใส่ไม่น้อยแน่ เวลานี้ เขาข่มเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นในใจเอาไว้ แสยะยิ้มเย็นชาแล้วหันขวับไปมอง "ท่านอารอง เพื่อเงินที่ติดค้างแค่หนึ่งตำลึงสองเฉียน ท่านมาหาเรื่องบ้านข้าไม่รู้กี่ครั้งแล้ว... วันนี้ยังฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่ มารังแกแม่ข้าถึงที่อีกงั้นรึ"
"เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ มันเป็นสัจธรรม" อารองแค่นเสียงเย็นชา "ถึงพวกเราจะเป็นญาติกัน แต่เรื่องเงินทองก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจน"
"เงินที่ติดหนี้มาจากไหน ท่านกับข้าต่างก็รู้อยู่แก่ใจ ! เป็นเพราะตอนที่พ่อข้าแยกบ้านกับท่าน ท่านรังแกที่พ่อข้าอ่านหนังสือไม่ออก หลอกให้เขาเซ็นชื่อในสัญญา ไม่เพียงแต่จะได้ที่นาห่วย ๆ มาผืนหนึ่ง แต่ยังต้องมาแบกรับหนี้สินอีก"
"หลายปีมานี้ บ้านข้าทยอยจ่ายคืนไปตั้งเจ็ดแปดตำลึงแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังเลี้ยงท่านไม่เชื่องอีก" ต้าจู้กัดฟันกรอด เอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน "วันนี้ เงินก้อนนี้ ข้าไม่เพียงแต่จะไม่คืนให้ แต่ข้าจะบังคับให้ท่านคายเงินทั้งหมดที่เคยฮุบไปก่อนหน้านี้ออกมาให้หมดด้วย ! " สิ้นเสียงคำพูด ทั้งยายเฒ่าเหมียวและอารองต่างก็ชะงักงันไป
"ไอ้เด็กเปรต นี่เจ้าพูดอะไรออกมา ? "
อารองโกรธจนหน้าเขียวปัด หลายปีมานี้เขาก็นับว่าเป็นอันธพาลหัวไม้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในตำบลเซี่ยงหยา ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านกล้าแหยมกับเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลานชายที่เมื่อก่อนเอาแต่ทำตัวหงอคนนี้เลย เขาจึงกำหมัดพุ่งเข้าใส่ทันที
"บิดาจะสั่งสอนเจ้าแทนพ่อที่ตายไปแล้วของเจ้าเอง ! "
หมัดพุ่งเข้าใส่ ต้าจู้ยื่นมือออกไปคว้าหมัดนั้นไว้แน่น นิ้วทั้งห้าราวกับคีมเหล็ก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจสลัดหลุดได้
เมื่อผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับกองคาราวานอาชาเหล็กมาแล้ว พวกอันธพาลปลายแถวเช่นนี้ในสายตาของเขา ก็ดูเหมือนจะไร้ซึ่งความน่าเกรงขามใด ๆ อีกต่อไป
ปึ้ก !
เขายกขาขวาขึ้นเตะสวนกลับไปอย่างแรง อารองโดนถีบเข้าที่ท้องน้อย ร่างกายเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับแอ่งน้ำโคลน
"จะ... เจ้ากล้าตีข้ารึ ? " เขาเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ต้าจู้ถลึงตาโตดุดัน "มีอะไรที่ข้าไม่กล้า ? "
"ได้ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! กล้าลงมือกับผู้ใหญ่ งั้นก็รอรับผลกรรมซะเถอะ ! "
อารองตะเกียกตะกายลุกขึ้น ยืนโงนเงนวิ่งหนีไปทางประตูบ้าน
ปัง !
ประตูใหญ่ถูกปิดลงตัดหน้าไปเสียก่อน
ชายฉกรรจ์ที่เดินทางกลับบ้านเกิดมาด้วยกันยืนขวางอยู่ที่ประตูด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ในมือกำดาบโค้งเล่มหนึ่ง ปลายดาบค่อยๆ จ่อเข้าที่หน้าอกของอารอง "บอกให้เจ้าคายเงินทั้งหมดที่เคยฮุบไปออกมาให้หมด ไม่ได้ยินรึไง ? "
"พวกเจ้ากำลังกรรโชกทรัพย์ นี่มันปล้นกันชัด ๆ ข้าจะไปแจ้งทางการ ! " อารองกำหมัดแน่น ตะโกนอย่างเสียสติ
"ก็เอาสิ ตามสบายเลย" ชายฉกรรจ์แสยะยิ้ม จู่ ๆ ก็ลดเสียงต่ำลง "แต่ตำบลเซี่ยงหยาของเราอยู่ห่างจากตัวอำเภอตั้งหลายสิบลี้ ระหว่างทางยังต้องผ่านป่าช้าอีก ถ้าเกิดไปเจอโจรป่าเข้า เกรงว่าต่อให้ทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ก็คงสืบหาคนทำไม่ได้หรอกนะ"
สายตาสองคู่ที่ดุร้ายราวกับหมาป่าจับจ้องมาที่ตัวเองทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง อารองรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมหลานชายที่เคยทำตัวหงอ ๆ คนนี้ แค่ออกไปข้างนอกไม่กี่วัน ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเช่นนี้ ?
"ข้า... ตอนนี้ข้าไม่ได้พกเงินติดตัวมาเลย..." เขากัดฟัน พูดจาติดอ่าง
"ไม่เป็นไร ข้าจะไปเอาเป็นเพื่อนเจ้าเอง" ชายฉกรรจ์เอ่ยขึ้น
มองดูทั้งสองคนที่เดินตามกันออกไป ยายเฒ่าเหมียวมีสีหน้าลังเล เอ่ยขึ้นว่า "ถึงอย่างไรเขาก็เป็นอารองของเจ้า แตกหักกันเกินไปก็ไม่ดีนัก หรือว่า... ปล่อยเรื่องนี้ไปเถอะ ? "
"ท่านแม่ เมื่อก่อนท่านใจอ่อนเกินไป ก็เลยถูกคนเขารังแกอยู่ร่ำไปไงล่ะ" ต้าจู้กำหมัดแน่น ฉีกยิ้มกว้าง "นับจากนี้ไป สองแม่ลูกอย่างพวกเราจะไม่มีทางกลับไปใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนอีก ข้าจะสร้างบ้านหลังคากระเบื้องหลังใหญ่ ๆ แล้วก็ไปตามหมอที่เก่งที่สุดมารักษาอาการป่วยให้ท่าน"
"ข้าจะซื้อแป้งสาลีเนื้อละเอียด ๆ เนื้อสัตว์นุ่ม ๆ จะกินให้หนำใจไปเลย ! "
"ให้ไอ้พวกคนที่เคยดูถูกบ้านเราเบิกตาดูเอาไว้ ว่าตอนนี้ลูกชายท่านก็มีหน้ามีตากับเขาแล้วเหมือนกัน"
……
อีกด้านหนึ่ง
หลี่มูกับพวกชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์ ได้ขนซากม้าที่ถูกชำแหละเอาเครื่องในออกแล้วเข้ามาในเมือง
เนื้อม้ารสชาติไม่ค่อยดี ราคาขายจึงย่อมสู้เนื้อกวางหรือเนื้อแกะไม่ได้
เนื้อสัตว์หลายพันจิน ท้ายที่สุดก็แลกกลับมาได้เป็นเงิน 480 ตำลึง
"น้องหลี่ ศึกเมื่อคืนนี้ พวกเจ้าชนะได้อย่างงดงามจริง ๆ ! " น้ำเสียงของเฉินเฮ่อซงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ข่าวคราวของเขารวดเร็วฉับไวเป็นพิเศษ เขากระซิบข้างหูของหลี่มูด้วยเสียงที่เบาลง "ตั้งแต่เมื่อคืนกลางดึกบรรดาพรรคและแก๊งต่างๆ ในอำเภอผิงหยวนก็เริ่มปิดล้อมกวาดล้างกองคาราวานอาชาเหล็กแล้ว"
"เมื่อเช้านี้ มีคนพบศพหลายสิบศพตามตรอกซอกซอยและในคูเมือง ล้วนเป็นคนของกองคาราวานอาชาเหล็กที่ถูกฟันตายทั้งสิ้น" ความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของกองคาราวานอาชาเหล็ก กลายเป็นความจริงที่ไม่อาจพลิกผันได้อีกต่อไป
ภายใต้การรุมกินโต๊ะของขั้วอำนาจมากมาย พวกมันไม่มีเรี่ยวแรงจะต้านทานได้เลย สมาชิกพรรคหลายคนเลือกที่จะหนีเอาตัวรอด พวกที่หนีไม่ทัน ก็ต้องตกเป็นเครื่องสังเวยของการแย่งชิง
แม้ทางการจะมีใจอยากจะเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ขั้วอำนาจที่ร่วมกันกวาดล้างกองคาราวานอาชาเหล็กก็ลงมือรวดเร็วเกินไป
เวลาผ่านไปเพียงแค่เช้าวันเดียว กิจการกว่าครึ่งของกองคาราวานอาชาเหล็กก็เปลี่ยนมือไปแล้ว อาณาเขตก็ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปจนแทบจะหมดสิ้น
"หึหึ" หลี่มูยิ้มเบา ๆ ยังคงพูดทีเล่นทีจริงว่า "โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือมาบ้างน่ะ หากมีแค่ข้าคนเดียว ต่อให้สู้จนตัวตายก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกองคาราวานอาชาเหล็กหรอก"
เฉินเฮ่อซงมองด้วยสายตาแปลกประหลาด
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงเอ่ยปากขึ้นช้า ๆ "น้องหลี่ เจ้ารู้ซึ้งถึงหลักการที่ว่า 'ตัดหญ้าไม่ถอนราก เมื่อลมใบไม้ผลิพัดมา มันก็จะงอกเงยขึ้นมาใหม่' หรือไม่ ? "
"เถ้าแก่เฉินมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะ" หลี่มูคล้ายจะฟังความหมายแฝงออก
"เมื่อเช้านี้ ขั้วอำนาจมากมายรุมล้อมกวาดล้างกองคาราวานอาชาเหล็ก ทว่ากลับไม่พบร่องรอยของฉินเซี่ยหู่เลยแม้แต่น้อย" เฉินเฮ่อซงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ เอ่ยเสียงแผ่ว:"มันหนีไปได้แล้ว ! "