เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 73 แผนล่อหมาป่ากลืนพยัคฆ์

ตอนที่ 73 แผนล่อหมาป่ากลืนพยัคฆ์

ตอนที่ 73 แผนล่อหมาป่ากลืนพยัคฆ์


ตอนที่ 73 แผนล่อหมาป่ากลืนพยัคฆ์

เมื่อออกจากเขาต้าหลง หลี่มูนำเหยื่อแต่ละตัวขึ้นตาชั่ง น้ำหนักอันหนักอึ้งทำให้เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ทว่าขณะที่เขากำลังจะเรียกทุกคนให้ออกเดินทางเข้าเมืองนั่นเอง เหตุไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น !

หีบสมบัติไม้บนซากแพะภูเขาทั้งสามตัว จู่ ๆ ก็ทอแสงเรืองรองเรื่อ ลวดลายบนหีบไหลเวียนราวกับมีชีวิต เสียงกระดิ่งใสกังวานดังก้องในหัว ราวกับเสียงน้ำพุใสในหุบเขาไหลกระทบหิน

【ตรวจพบว่าโฮสต์มีหีบสมบัติคุณภาพเดียวกันครบสามใบ ต้องการทำการหลอมรวมหรือไม่ ? หลังจากการหลอมรวม ระดับของหีบสมบัติจะถูกยกระดับขึ้น ! 】

หลี่มูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วลูบคลำมีดพร้าที่เอวโดยไม่รู้ตัว

หีบสมบัติสามารถหลอมรวมกันได้ด้วยรึ ?

เหล็กดำสามใบแลกทองแดงได้หนึ่งใบ...

เขาหรี่ตาลง ลังเลอยู่ชั่วครู่ ความคิดมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัว กัดฟันเอ่ยว่า "ทำการหลอมรวม ! "

【ติ๊ง! หลอมรวมสำเร็จ สูญเสียหีบสมบัติเหล็กดำ 3 ใบ ได้รับหีบสมบัติทองแดง 1 ใบ ! 】

ประกายแสงเจิดจรัสสาดส่องดั่งสายธารดารา หีบสมบัติเหล็กดำทั้งสามใบหลอมรวมและก่อตัวขึ้นใหม่ท่ามกลางแสงสว่างวาบ เมื่อแสงจางหายไป หีบสมบัติทองแดงใบหนึ่งก็ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ลวดลายเมฆาอันซับซ้อนบนตัวหีบสะท้อนแสงสีประกายหม่นยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง

"......"

หลี่มูแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

หลังจากทำความเข้าใจระบบหีบสมบัติมาได้ระยะหนึ่ง เขาพบว่ารางวัลที่เปิดได้จากหีบระดับต่าง ๆ ดูเหมือนจะมีกฎเกณฑ์บางอย่างซ่อนอยู่

รางวัลที่เปิดได้จากหีบสมบัติเหล็กดำ ก็ใช่ว่าจะด้อยกว่าหีบทองแดงมากนักเสมอไป

ดูเหมือนว่าหีบสมบัติในแต่ละระดับจะมีรางวัลพิเศษซ่อนอยู่

คล้ายกับการสุ่มจับรางวัลในเกมนั่นแหละ

ระดับรางวัลของหีบสมบัติไม้จะอยู่ในระดับ D ถึง B ส่วนเหล็กดำคือระดับ C ถึง A และทองแดงซึ่งอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปอีก จะเป็นระดับ B ถึง S !

ยิ่งหีบสมบัติระดับสูงเท่าไร รางวัลการันตีขั้นต่ำก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น โอกาสที่จะเปิดได้ของล้ำค่าก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย

แต่ถ้าหากดวงดี หีบเหล็กดำก็สามารถเปิดได้รางวัลระดับ A เช่นกัน อย่างเช่นสุราซานเยวี่ยชุนก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นผลผลิตระดับสูงในรางวัลระดับหีบเหล็กดำ

และถ้าหากดวงซวย หีบทองแดงก็อาจจะเปิดได้แค่รางวัลการันตีขั้นต่ำเท่านั้น

"ไอ้การหลอมรวมหีบสมบัตินี่ มันก็คือการพนันเสี่ยงดวงหวังรวยทางลัดชัด ๆ ..." หลี่มูลูบปลายคาง เวลานี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งคำนวณแล้วว่า โอกาสเปิดได้ของล้ำค่าระหว่างหีบเหล็กดำสามใบกับหีบทองแดงหนึ่งใบ อันไหนมันจะสูงกว่ากัน เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ทำได้เพียงกัดฟันวัดดวงกันสักตั้ง

หวังว่าหีบสมบัติทองแดงใบนี้จะไม่ทำให้ตนเองต้องผิดหวังนะ !

เพียงแค่คิด หีบสมบัติทองแดงก็ถูกเก็บเข้าไปไว้ในช่องเก็บของของระบบชั่วคราว

……

หลังจากเก็บหีบสมบัติเรียบร้อยแล้ว หลี่มูก็จัดการให้เจี่ยชวนพากลุ่มชายฉกรรจ์สองสามคนกลับไปยังหมู่บ้านซวงซีเพื่อซ่อมแซมลานบ้านต่อ ส่วนตนเองก็นำกำลังคนที่เหลือแบกเหยื่อมุ่งหน้าไปยังหอสุ่ยเซียนในตัวเมือง

เนื่องจากวันนี้การล่าสัตว์ราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง ตอนที่พวกเขาเดินทางมาถึงหอสุ่ยเซียน ดวงอาทิตย์จึงยังคงลอยเด่นอยู่กลางฟ้า เพิ่งจะเลยยามเที่ยงมาได้ไม่นานนัก

หน้าประตูใหญ่สีแดงชาดของหอสุ่ยเซียนมีโคมไฟแขวนสูง เสียงตะโกนต้อนรับของเสี่ยวเอ้อประสานไปกับกลิ่นสุราหอมกรุ่นที่ลอยโชยมา

"น้องหลี่มู ! เจ้า... ชักจะไม่รู้ธรรมเนียมเสียแล้วนะ" เฉินเฮ่อซงให้คนในครัวรับเหยื่อไปจัดการแล้ว มือของเขากำถุงเงินโยนเล่นไปมา สีหน้าแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย "ช่วงนี้ข้าคอยช่วยเหลือเจ้าตั้งมากมาย พอเจ้ามีเรื่องดี ๆ กลับไม่นึกถึงพี่ชายคนนี้บ้างเลย ทำแบบนี้มันไม่ค่อยจะถูกต้องนักนะ ? "

หลี่มูใจกระตุกวูบ กระจ่างแจ้งขึ้นมาในทันที "ท่านหมายถึงเรื่องสุราซานเยวี่ยชุนรึ ? "

"เขาลือเรื่องสุราเถื่อนของเจ้ากันไปทั่วทั้งเมืองแล้ว ! " จู่ ๆ เฉินเฮ่อซงก็ขึ้นเสียงดัง จนทำเอานกกระจอกที่เกาะอยู่ใต้ชายคาสะดุ้งตกใจบินหนีไป แล้วเขาก็รีบลดเสียงต่ำลงอย่างรวดเร็ว "หอสุ่ยเซียนทำการค้าขายสุราและเนื้อสัตว์มาหลายสิบปี ไอ้หนูอย่างเจ้ากลับดีนัก ยอมไปตั้งแผงเร่ขายริมถนน แต่กลับไม่ยอมส่งมาให้ข้า ! "

"คนทั้งหอสุ่ยเซียนต่างก็รู้ว่าเจ้ากับข้าเป็นญาติกัน เจ้าทำแบบนี้ มันไม่เท่ากับหักหน้าข้างั้นรึ ? "

เมื่อได้ยินคำพูดเอาเรื่องเช่นนั้น หลี่มูก็ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า "ท่านเฉินเข้าใจผิดแล้ว ! สุราเถื่อนนั่น พอหมักเสร็จวันแรก ข้าก็รีบส่งมาที่นี่ทันที ตั้งใจว่าจะผูกปิ่นโตส่งให้หอสุ่ยเซียนในระยะยาว แต่น่าเสียดายที่มีนายท่านบางคนมองข้ามมันไป..."

เฉินเฮ่อซงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ปรากฏแววตกตะลึงระคนประหลาดใจ

เขาหันขวับไปมองพ่อครัวฟ่านที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน

ทันทีที่อีกฝ่ายสบตาเขา ตะหลิวในมือก็ร่วงหล่นดังเคร้งลงไปในกระทะ

เขาก็เข้าใจเรื่องราวขึ้นมาทันที "เป็นฝีมือไอ้สารเลวเหมยจงหยวนงั้นรึ ? "

"เมื่อหลายวันก่อนน้องหลี่มูมาที่นี่ขอรับ แต่นายท่านเหมยเตือนข้าน้อยไว้ว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ดังนั้น..." พ่อครัวฟ่านตอบตะกุกตะกัก

"ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ! " สีหน้าของเฉินเฮ่อซงมืดครึ้มลง กัดฟันกรอด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เนิ่นนานให้หลังจึงเค้นคำพูดออกมาจากไรฟัน "หลี่มู เจ้ากำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วล่ะ ! คนของกองคาราวานอาชาเหล็กมาสืบประวัติเจ้าเมื่อหลายวันก่อน ลูกจ้างในครัวปากสว่าง เอาเรื่องของเจ้าไปเล่าจนหมดเปลือก"

"ฉินเซี่ยหู่ปล่อยข่าวออกมาแล้ว ว่าจะเอาสูตรหมักสุรานั่นมาครอบครองให้จงได้"

หน้าอกของเฉินเฮ่อซงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

หากวันนั้นไอ้โง่เหมยจงหยวนไม่เข้ามาสอด ซานเยวี่ยชุนก็คงเข้ามาอยู่ในรายการของหอสุ่ยเซียนไปตั้งนานแล้ว แล้วจะถึงคิวให้กองคาราวานอาชาเหล็กมาหมายปองได้อย่างไร ?

ด้วยเส้นสายและรากฐานของเถ้าแก่ใหญ่ในอำเภอผิงหยวน ขอเพียงมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากทางการได้ ถึงตอนนั้นต่อให้เป็นฉินเซี่ยหู่ก็ต้องไว้หน้าบ้าง

แต่ตอนนี้...

เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

ยุทธภพก็มีกฎเกณฑ์ของยุทธภพ ในเมื่อกองคาราวานอาชาเหล็กชิงปล่อยข่าวออกมาก่อน หากหอสุ่ยเซียนคิดจะสอดมือเข้าไปแทรก ก็เท่ากับเป็นการทำลายข้อตกลงที่รู้กันในวงการ

ต่อให้เป็นเขา เฉินเฮ่อซง ก็ไม่กล้าก้าวล่วงเส้นแบ่งนี้ไปง่าย ๆ

"เรื่องนี้ข้ารู้ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้วล่ะ" หลี่มูยิ้มบาง ๆ

เฉินเฮ่อซงหรี่ตาลง ขยับเข้าไปใกล้ๆ "ไอ้หนูอย่างเจ้าเก็บซ่อนอารมณ์เก่งดีนี่ แล้วจากนี้จะทำอย่างไรต่อไปล่ะ ? ยอมก้มหัวประเคนสูตรให้พวกมันเพื่อรักษาชีวิต หรือว่า..."

เขาจงใจลากเสียงยาว สายตากวาดมองใบหน้าของหลี่มูไปมา

"คนอย่างข้ามีข้อเสียเต็มไปหมด มีดีอยู่อย่างเดียวก็คือกระดูกแข็ง สูตรหมักสุรานี้หากข้าปกป้องมันไว้ไม่ได้ ต่อให้ต้องทำลายมันทิ้ง ข้าก็ไม่มีทางยอมยกมันให้คนอื่นเด็ดขาด" นัยน์ตาของหลี่มูสาดประกายเด็ดเดี่ยวราวกับพร้อมจะทุบหม้อข้าวล่มเรือ

"เจ้ามีวิธีรับมือกับกองคาราวานอาชาเหล็กงั้นรึ ? " เฉินเฮ่อซงเหลือบมองชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังหลี่มู "ลำพังแค่พวกเจ้าไม่กี่คน ดูเหมือนจะน้อยไปหน่อยนะ"

เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก "หลายปีมานี้กองคาราวานอาชาเหล็กมีอิทธิพลกว้างขวางในเมือง กิจการแผ่ขยายไปทั่ว แต่... ก็คงไปล่วงเกินคนไว้ไม่น้อยเหมือนกันใช่ไหม ? "

"ฉลาด ! " จู่ ๆ เฉินเฮ่อซงก็ตบโต๊ะอย่างแรง จนกระทะและชามสั่นสะเทือน เขาใช้นิ้วจุ่มน้ำวาดวงกลมลงบนโต๊ะ "ฉินเซี่ยหู่เป็นพยัคฆ์ร้ายก็จริง แต่ในเมืองนี้ยังมีฝูงหมาป่าหิวโซอยู่อีกมากมาย ! "

อำเภอผิงหยวนแม้จะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่อิทธิพลของขั้วอำนาจต่าง ๆ กลับซับซ้อนยิ่งนัก

ในแวดวงใต้ดิน ภายนอกดูเหมือนกองคาราวานอาชาเหล็กจะผูกขาดความยิ่งใหญ่เพียงผู้เดียว แต่เบื้องหลัง... ลูกหมาป่าที่อยากจะกัดกินเนื้อก้อนโตอย่างฉินเซี่ยหู่นั้นมีอยู่ไม่น้อยเลย !

หลายปีมานี้กองคาราวานอาชาเหล็กทำตัวกร่างอำนาจบาตรใหญ่ กินรวบอย่างน่าเกลียด สร้างความเคียดแค้นให้คนมาตั้งเท่าไรแล้ว

เถ้าแก่ร้านค้า พ่อค้าหาบเร่แผงลอย หัวหน้าพรรคอื่น ๆ มีใครบ้างที่ต่อหน้าทำเป็นเคารพนบนอบ แต่ลับหลังกัดฟันกรอดจนแทบจะแหลกละเอียด ?

คนพวกนี้ปกติไม่มีใครกล้าไปลูบหนวดพยัคฆ์อย่างฉินเซี่ยหู่ แต่ถ้าหากมีใครสักคนกล้าลุกขึ้นมาท้าทาย พวกเขาก็ยินดีที่จะคอยขัดแข้งขัดขาฉินเซี่ยหู่อย่างแน่นอน

เรื่องนี้มันก็เหมือนกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนในชาติก่อนนั่นแหละ

เจ้านายจะกร่างแค่ไหน ลูกน้องก็ยังคอยจ้องจะหาโอกาสเหยียบขึ้นไปแทนที่เสมอ ขอเพียงมีคนกล้าเป็นคนแรกที่ล้มโต๊ะ ทันใดนั้นก็จะมีคนพร้อมใจกันกระหน่ำซ้ำเติมทันที !

หลี่มูจ้องมองคราบน้ำที่ค่อย ๆ ระเหยไปบนโต๊ะ ราวกับมองเห็นคลื่นใต้น้ำนับไม่ถ้วนกำลังพัดโหมกระหน่ำอยู่ใต้ดินของอำเภอผิงหยวน

กองกำลังเหล่านั้นที่ถูกกองคาราวานอาชาเหล็กกดหัวเอาไว้ บัดนี้ล้วนกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด ดวงตาสีเขียวเรืองรองกำลังจ้องมองเหยื่ออย่างหิวโหย

"หากเจ้าสนใจ ข้าพอจะช่วยเป็นกระบอกเสียงกระจายข่าวให้ได้นะ" เฉินเฮ่อซงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตัวเขาเองก็อยากจะมีเอี่ยวในธุรกิจสุราซานเยวี่ยชุนเช่นกัน จึงหวังว่าหลี่มูจะสามารถคว้าชัยชนะในการเผชิญหน้าครั้งนี้

"แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าเจ้าอยากจะเป็นหัวหอก เจ้าต้องมีของดีจริง ๆ ! ไอ้พวกจิ้งจอกเฒ่าพวกนั้นมันฉลาดเป็นกรด ถ้าเกิดเห็นว่าเจ้าต้านทานกองคาราวานอาชาเหล็กระลอกแรกไม่ได้ล่ะก็..."

เขาทำท่าปาดคอ "พวกมันรับรองว่าจะหดหัวหนีไวยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก ! "

จบบทที่ ตอนที่ 73 แผนล่อหมาป่ากลืนพยัคฆ์

คัดลอกลิงก์แล้ว