เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 ฉินเซี่ยหู่

ตอนที่ 66 ฉินเซี่ยหู่

ตอนที่ 66 ฉินเซี่ยหู่


ตอนที่ 66 ฉินเซี่ยหู่

เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านซวงซี ท้องฟ้าก็ย่ำค่ำแล้ว

เมื่อหลี่มูได้ฟังหลี่ไฉ่เวยเล่าเรื่องของเจียงหู่ หัวใจก็กระตุกวูบ ไม่แม้แต่จะหยุดดื่มน้ำสักอึก รีบมุ่งหน้าไปยังบ้านของเจียงหู่อย่างเร่งรีบ

เมื่อผลักประตูเข้าไป ภายในบ้านกลับเงียบสงัด

"เจ้าหมอนี่..." หลี่มูกวาดตามองไปรอบ ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มขมขื่น "บอกให้ข้ามาหา แต่ตัวเองกลับหายหัวไปก่อนซะงั้น ดูท่าคงจะไปได้สวยในกองคาราวานอาชาเหล็ก ถึงได้งานยุ่งขนาดนี้ ! "

……

ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องโถงใหญ่กองคาราวานอาชาเหล็ก

เจียงหู่ถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนาและถูกโยนลงกลางห้องโถง เชือกป่านหยาบ ๆ รัดลึกเข้าไปในเนื้อ

หลินเอ้อเฮยประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "ท่านหัวหน้า นำตัวคนมาแล้วขอรับ"

ฉินเซี่ยหู่ นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ปรายตามองลงมาอย่างเย็นชา

เขาโบกมือเป็นเชิงสั่งให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป

เมื่อบานประตูใหญ่ปิดลง ภายในห้องก็เหลือเพียงพวกเขาสองคน

"เจียงหู่ เมื่อหลายวันก่อนข้าอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เจ้าเข้ามาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ทั้งยังเลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม... นี่หรือคือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้างั้นรึ ? " ฉินเซี่ยหู่ขยับพัดจีบเบาๆ มุมปากแฝงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "คนที่ขายสุราซานเยวี่ยชุนนั่น เห็นได้ชัดว่ารู้จักมักคุ้นกับเจ้า ! เมื่อคืนเจ้าบังอาจหลอกลวงข้างั้นรึ ? "

เจียงหู่สะท้านไปทั้งร่าง ความหวังริบหรี่สายสุดท้ายมลายหายไปจนสิ้น เขาไม่นึกเลยว่าหูตาของกองคาราวานอาชาเหล็กจะกว้างไกลถึงเพียงนี้ ตรวจสอบเจอหลี่มูได้รวดเร็วปานนี้

"ท่านหัวหน้าพรรค ! ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหลอกลวง" น้ำเสียงของเจียงหู่สั่นเครือ "คนขายสุราผู้นั้นเป็นญาติมิตรที่ข้ารัก เป็นดั่งพี่น้องร่วมสาบาน ข้าจะหักหลังเขาได้อย่างไร ? "

"ช่างเป็นคนมีคุณธรรมน้ำมิตรเสียจริง ! " ฉินเซี่ยหู่แค่นหัวเราะเย็นชา ชักมีดสั้นที่สะท้อนแสงเย็นเยียบออกมาจากแขนเสื้อ "กฎของพรรคข้อที่เจ็ด ผู้ใดหลอกลวงเบื้องบน ปิดบังเบื้องล่าง มีโทษสถานใด ? "

"โทษตัดมือทิ้ง ! " เจียงหู่สั่นเทาไปทั้งร่าง ราวกับว่าแค่พูดสี่คำนี้ออกมา ก็สูบเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาไปจนสิ้น

ประกายแสงเย็นเยียบของมีดสั้นสว่างบาดตาเป็นพิเศษในห้องโถงที่มืดสลัว

ฉินเซี่ยหู่ค่อย ๆ ก้าวลงมาจากบันได สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก เสียงฝีเท้าดังก้องราวกับเสียงกลองเร่งวิญญาณ

ตึก ตึก ตึก !

เจียงหู่รู้สึกเพียงหัวใจเต้นรัวแรงราวกับรัวกลอง

รูม่านตาของเขาหดเกร็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนไปหมด เหลือเพียงความคิดเดียวที่ดังก้องอยู่คือ...

จบเห่แล้ว !

หากสูญเสียมือทั้งสองข้างไป นับจากนี้เขาก็จะกลายเป็นคนพิการ

ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากอีกต่อไป !

ชีวิตที่เพิ่งจะเริ่มดีขึ้น กลับต้องร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวอีกครั้ง !

ในวินาทีที่คมมีดอันเย็นเฉียบแตะลงบนข้อมือ เจียงหู่ก็เกร็งไปทั้งร่าง ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่คาดคิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น ร่างกายของเขากลับรู้สึกผ่อนคลายลงแทน

เชือกป่านที่มัดตัวเขาไว้อย่างแน่นหนากลับถูกตัดขาดเสียอย่างนั้น !

"ท่านหัวหน้า ? " เจียงหู่เบิกตาขึ้นด้วยความตกตะลึงและสงสัย "นี่ท่านทำอะไร ? "

ฉินเซี่ยหู่ปรบมือเบา ๆ สาวใช้สิบกว่าคนก็เดินเรียงแถวเข้ามา ชั่วพริบตาเดียวบนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส

แพะย่างทั้งตัวสีเหลืองทอง เนื้อกุ้งใสเป็นประกาย น้ำแกงส่งกลิ่นหอมฉุย...

เจียงหู่ถึงกับมองจนตาลาย

"นั่งสิ" ฉินเซี่ยหู่รินสุราให้เขาด้วยตัวเอง "เดินทางมาเหนื่อย ๆ กินให้อิ่มท้องก่อนเถอะ"

ลูกกระเดือกของเจียงหู่ขยับขึ้นลง น้ำเสียงแหบพร่า "นี่... นี่คืออาหารมื้อสุดท้ายก่อนตายงั้นรึ ? "

"ฮ่าฮ่า ! " ฉินเซี่ยหู่หลุดหัวเราะออกมา เขาส่ายหน้าพลางกล่าว "เจียงหู่ ในใจเจ้า ข้าเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตที่เอะอะก็จะเอาชีวิตคนแบบนั้นรึ ? "

"การดูแลพรรคใหญ่โตขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้วิธีการเด็ดขาดบ้างก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งน้ำใจเสียทีเดียว"

"เจ้าเป็นชายชาตรี ข้าชื่นชมเจ้านะ ! มา ดื่มจอกนี้ก่อน ! "

เมื่อเห็นดังนั้น เจียงหู่ก็รีบยกจอกขึ้นชน ดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง

สุราขุ่น ๆ ไหลลงคอ รู้สึกเพียงเหงื่อผุดซึมไปทั้งตัว

พอเห็นจอกสุราว่างเปล่า สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก็เดินเข้ามาอย่างว่าง่าย รินสุราเติมให้ทั้งสองคนจนเต็ม แล้วหยิบตะเกียบคีบอาหารให้ คอยปรนนิบัติพัดวีอย่างดีเยี่ยม แม้แต่ก้างปลาชิ้นเล็กที่สุดก็ยังถูกแกะออกจนสะอาดสะอ้าน

เจียงหู่ที่ไม่เคยได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้มาก่อน ถึงกับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่

สุราผ่านไปสามรอบ จู่ ๆ ฉินเซี่ยหู่ก็เอ่ยถามขึ้นมา "เจียงหู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายคืออะไร ? "

"วรยุทธ์ ? เงินทอง ? หรือว่า... ผู้หญิง ? " เจียงหู่ลอบมองสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มที่กำลังรินสุราอยู่ข้าง ๆ

"ผิด ! " ฉินเซี่ยหู่ตบโต๊ะเสียงดังปัง "มันคืออำนาจและบารมี ! "

เขาพูดไปพลาง ลุกขึ้นยืนพลาง ชี้ไปยังปลาตัวใหญ่สีทองบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า "ปลาตัวนี้มีชื่อว่าปลาหลีเจียง จับได้จากแม่น้ำหลิ่วเจียง จะมีรสชาติดีที่สุดก็เฉพาะในเดือนสามที่มันกำลังอ้วนพี แต่เนื่องจากกระแสน้ำในแม่น้ำหลิ่วเจียงเชี่ยวกราก ทุกปีจึงมีชาวประมงไม่น้อยต้องทิ้งชีวิตเพื่อจับมัน"

"ในตลาด ราคามันสูงถึงจินละสิบสองตำลึง ! "

"จากการขนส่งจากแม่น้ำหลิ่วเจียงมายังอำเภอผิงหยวน ระหว่างทางก็เสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย เมื่อถูกนำมาปรุงเป็นอาหาร ต้นทุนของมันก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าตำลึงแล้ว ! มากพอที่จะแลกกับสาวบริสุทธิ์ได้ถึงเจ็ดคนเชียวนะ ! "

รูม่านตาของเจียงหู่หดเกร็ง

เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะได้ชิมไปคำหนึ่ง รู้สึกเพียงว่าเนื้อปลามีรสชาติอร่อยล้ำเลิศ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าราคามันจะแพงหูฉี่ขนาดนี้ ปลาตัวเล็ก ๆ แค่นี้ กลับมีค่ามากกว่าคนเป็น ๆ ถึงเจ็ดคน...

เรื่องพรรค์นี้ทำเอาเขาตกตะลึงจนอ้าปากค้าง รู้สึกราวกับว่าเนื้อปลาในปากร้อนระอุราวกับถ่านไฟ กลืนไม่ลงเสียแล้ว

"ปลาแบบนี้ ข้าต้องได้กินวันละหนึ่งตัว" ฉินเซี่ยหู่เดินไปด้านหลังเจียงหู่ กดเสียงต่ำ กระซิบข้างหูเขา "ชุดถ้วยสุราพวกนี้ รวมกับอาหารจานอื่น ๆ บนโต๊ะ โต๊ะอาหารมื้อนี้มีมูลค่าเกินกว่าห้าสิบตำลึงไปตั้งนานแล้ว"

"อาหารมื้อเดียวของข้า ก็เทียบได้กับค่าใช้จ่ายทั้งปีของสิบครอบครัวรวมกัน ! "

เมื่อเจียงหู่ได้ยิน ภายในใจก็บังเกิดความรู้สึกบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

"โลกใบนี้... ช่างเหลวไหลสิ้นดี" เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างขมขื่น "บางคนหิวจนต้องแทะเปลือกไม้ แต่บางคนกลับกินอาหารมื้อละหลายสิบตำลึง... สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย"

จู่ ๆ ฉินเซี่ยหู่ก็แค่นหัวเราะเย็นชา "นี่มันเป็นยุคสมัยที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอยู่แล้ว ผู้แข็งแกร่งสามารถเพลิดเพลินกับทุกสิ่งได้ ส่วนพวกยาจกยากไร้ ก็ทำได้เพียงหดหัวอยู่ตามมุมกำแพงเฝ้าดูผู้อื่นเสวยสุข ! "

เขาผลักหน้าต่างออก ชี้ไปยังตัวอำเภอผิงหยวนอันกว้างใหญ่แห่งนี้

พวกขอทานรูปร่างผอมโซ แววตาเลื่อนลอย พอได้หมั่นโถวที่คนเดินถนนโยนให้สักคำ ก็แย่งชิงกันราวกับหมาบ้า ทุบตีกันอุตลุด ในขณะที่หอนางโลมอีกฟากหนึ่ง กลุ่มคนที่สวมใส่เสื้อผ้าหรูหรากำลังดื่มสุราหาความสำราญ โอบซ้ายกอดขวา โปรยเงินรางวัลปลิวว่อน รอบกายมีแต่พวกคอยประจบสอพลอ

เมืองเดียวกันแท้ ๆ แต่กลับเหมือนอยู่กันคนละโลก

หว่างคิ้วของเจียงหู่กระตุกระรัว แต่กลับไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมา

ฉินเซี่ยหู่พิงขอบหน้าต่าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง "เจียงหู่ ข้ามองคนไม่พลาดหรอก ตั้งแต่แรกเห็น ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นพวกมีความทะเยอทะยาน เจ้าไม่มีทางพอใจกับการเป็นแค่หัวหน้ากลุ่มเล็ก ๆ แน่"

"สิ่งที่เจ้าเห็นนี้ เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวชีวิตของผู้มีอำนาจเท่านั้น..."

"บอกข้าสิ ของพวกนี้... เจ้าอยากได้มันหรือไม่ ? "

ลมหายใจของเจียงหู่เริ่มถี่กระชั้น เขารู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ ความปรารถนาในแววตาลุกโชนราวกับไฟป่า "แน่นอน... ข้าย่อมอยากได้อย่างแน่นอน ! มีแต่ไอ้โง่เท่านั้นแหละที่ไม่อยากได้ ! "

ตอนที่เขาเข้าร่วมกองคาราวานอาชาเหล็กและขอเรียนหมัดมวยกับหลี่มู ก็เพื่อจะได้ลืมตาอ้าปาก ได้รับความเคารพยกย่องจากผู้คน !

"ดี" ฉินเซี่ยหู่ยิ้มอย่างพึงพอใจ "ขอเพียงเจ้าเอาสูตรหมักสุรานั่นมาให้ได้ สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าจะช่วยบันดาลให้เป็นจริงทั้งหมด ! "

เจียงหู่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักงัน สีหน้าพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความสับสน "ท่านหัวหน้า สูตรนั่น... จะใช้เงินสักก้อนไปขอซื้อมาไม่ได้รึ ? "

ฉินเซี่ยหู่ส่ายหน้าอย่างเย็นชา "หลายปีมานี้ สิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวกองคาราวานอาชาเหล็กมากที่สุด ก็คือวิธีการที่เด็ดขาดแข็งกร้าวนี้ อาณาเขตและกิจการส่วนใหญ่ล้วนมาจากการแย่งชิง หากต้องมายกเว้นให้กับไอ้หนุ่มบ้านนอกคนหนึ่ง เกรงว่าวันข้างหน้าคงไม่อาจมีที่ยืนในวงการนี้ได้อีกต่อไป"

"ท่านหัวหน้า เขาเป็นพี่น้องของข้านะ" เจียงหู่โต้แย้งอย่างยากลำบาก ดูเหมือนยังคงอยากจะยื้อโอกาสสายสุดท้ายเอาไว้

เมื่อเห็นเขายังคงลังเล ฉินเซี่ยหู่ก็ปรบมือเบา ๆ

หญิงสาวยั่วยวนสองคนก็พุ่งเข้ามาอิงแอบทันที กลิ่นหอมกรุ่นและเรือนร่างอันอ่อนนุ่มซบลงเต็มอ้อมอกของเจียงหู่

"พี่น้อง ? คุณธรรมน้ำมิตร ? รอให้เจ้ามีอำนาจบารมีเสียก่อน อยากได้เท่าไหร่ก็มีเท่านั้นแหละ" น้ำเสียงของฉินเซี่ยหู่ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้าย "เจียงหู่ ชีวิตคนเรา โอกาสที่จะพลิกผันชะตาชีวิตได้ มันไม่ได้มีมาบ่อย ๆ หรอกนะ"

"ข้าเชื่อว่า เจ้าจะเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง"

ลมหายใจของเจียงหู่ยิ่งมายิ่งหอบกระชั้น ภายในดวงตา ความปรารถนากับสติสัมปชัญญะกำลังสลับสับเปลี่ยนกันไปมา ราวกับกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

จบบทที่ ตอนที่ 66 ฉินเซี่ยหู่

คัดลอกลิงก์แล้ว