เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 63 เจียงหู่แจ้งข่าว

ตอนที่ 63 เจียงหู่แจ้งข่าว

ตอนที่ 63 เจียงหู่แจ้งข่าว


ตอนที่ 63 เจียงหู่แจ้งข่าว

ควันดำทะมึนราวกับน้ำหมึก ม้วนตัวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเส้นขอบฟ้าจนกลายเป็นสีเทาหม่น

ร่างของป้าหกค่อย ๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน ปลิวกระจายไปตามสายลม

เมื่อควันไฟสายสุดท้ายจางหายไป ร่องรอยทั้งหมดของนางบนโลกใบนี้ก็สูญสลายตามไปด้วย

……

ในขณะเดียวกัน ลานบ้านสกุลหลี่กลับคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

กระทะเหล็กใบใหญ่หลายใบเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ในลานบ้าน ฟืนในเตาดินเผาปะทุเสียงดังเป๊าะแป๊ะ เปลวไฟแลบเลียก้นกระทะอย่างเริงร่า

หลี่มูนำข้าวฟ่างและหัวเชื้อสุราที่ซื้อมาจากในเมืองเมื่อวานเทลงในกะละมังไม้ น้ำบ่อใสสะอาดชะล้างเมล็ดข้าวฟ่างที่อวบอิ่มจนหยดน้ำแตกกระเซ็นเป็นประกายแวววาว

"เมื่อวานเข้าเมืองไปขายสุรา กิจการรุ่งเรืองมาก สุราของพวกเราเริ่มมีชื่อเสียงแล้วล่ะ" เขาพูดกับหลี่ไฉ่เวยที่อยู่ข้าง ๆ ขณะที่มือกำลังง่วนอยู่กับงาน

เด็กสาวนั่งยอง ๆ เติมฟืนอยู่หน้าเตา แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าเล็ก ๆ ของนางจนแดงระเรื่อ

"ข้าจะสร้างเตาเพิ่มอีกสามเตาที่ริมกำแพงด้านทิศตะวันออก อ้อใช่ ตอนที่กลับมาจากข้างนอกเมื่อวาน ข้าแวะไปเชิญพี่อวิ๋นกับป้าสามมาช่วยงานด้วย กะเวลาแล้วก็น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ"

"วันข้างหน้าข้าต้องเข้าป่าบ่อย ๆ เรื่องการหมักสุรา เกรงว่าต่อไปคงต้องให้เจ้าเป็นคนจัดการดูแลแล้ว"

แม้ว่าการหมักสุราจะได้กำไรมหาศาล แต่ในใจของหลี่มูรู้ดีว่า รากฐานสำคัญในการตั้งตัวในโลกใบนี้ ยังคงต้องพึ่งพาการล่าสัตว์เพื่อเปิดหีบสมบัติเป็นหลัก

แค่หีบสมบัติเหล็กดำใบเดียวยังสามารถเปิดได้สูตรลับอย่าง "ซานเยวี่ยชุน (วสันต์เดือนสาม)" จนกอบโกยผลประโยชน์ได้มากมายขนาดนี้ หากวันหน้าได้หีบสมบัติระดับเงินหรือทอง รางวัลที่จะเปิดได้ย่อมต้องล้ำค่ากว่านี้อีกมากแน่ ๆ !

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในใจว่า ต่อให้วันข้างหน้าจะร่ำรวยมหาศาลทัดเทียมแคว้น อาชีพล่าสัตว์นี้ก็ห้ามทิ้งเด็ดขาด

"พี่ ข้าเชื่อฟังท่านทุกอย่าง" หลี่ไฉ่เวยขานรับอย่างว่าง่าย น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับแป้งเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ ๆ

มุมปากของหลี่มูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเทียบกับท่าทีที่เต็มไปด้วยความเกลีดชังของน้องสาวตอนที่เขาเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ ๆ ความอ่อนโยนว่าง่ายในตอนนี้ช่างแตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน

ขณะที่กำลังพูดคุยกัน ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกลานบ้าน

เฉินอวิ๋นกับป้าสามสะพายห่อผ้าเดินเคียงคู่กันมา รองเท้าผ้ายังมีน้ำค้างยามเช้าเกาะอยู่

ระหว่างทักทายปราศรัย หลี่มูก็ตักน้ำบ่อมาล้างโต๊ะหินจนสะอาด แล้วรินชาเย็น ๆ ให้ทั้งสองคนคนละชาม

ป้าสามดื่มรวดเดียวไปกว่าครึ่งชาม เช็ดปากแล้วยิ้มกล่าว "พี่หลี่ ตอนนี้ถือว่าเป็นคนเก่งของหมู่บ้านเราแล้วนะ ! คนแก่กระดูกผุอย่างข้าถือว่าได้พึ่งพบบารมีของเจ้า ตอนนี้ถึงได้มีเงินเก็บไว้กินใช้ตอนแก่บ้าง ! "

พวกเขาหัวเราะทักทายกันอีกสองสามประโยค

หลังจากพูดคุยตามธรรมเนียมพอหอมปากหอมคอ เขาก็เริ่มถ่ายทอดขั้นตอนการหมักสุรา แม้จะพูดได้ว่าทั้งสองคนเป็นคนที่ไว้ใจได้และยากจะหาได้ในหมู่บ้าน แต่เขาก็ยังคงระแวดระวัง เผยให้รู้เพียงขั้นตอนพื้นฐาน ส่วนสูตรลับ ส่วนผสมสำคัญ และเทคนิคการกลั่น เขากับน้องสาวยังคงกุมมันไว้อย่างแน่นหนา

ยุคสมัยนี้ จะขาดความระแวดระวังคนไม่ได้เด็ดขาด

หลี่มูลงมือสาธิตให้พวกนางดูต่อหน้า

เขาจงใจทำให้เชื่องช้าลงเป็นพิเศษ

ตั้งแต่การควบคุมไฟในการต้มข้าวฟ่าง จังหวะการใส่หัวเชื้อสุรา แม้กระทั่งสัดส่วนของน้ำก็อธิบายอย่างละเอียดลออทุกขั้นตอน แต่ในตอนที่เติมส่วนผสมที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมัน เขากลับอาศัยจังหวะหันหลังไปตักน้ำเพื่อบดบังสายตาเอาไว้อย่างแนบเนียน

หญิงทั้งสองตั้งใจดูเป็นอย่างมาก พยักหน้าตอบรับเป็นระยะ

วิธีหมักสุรา เดิมทีก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก

ทั้งสองคนดูเพียงรอบเดียวก็จดจำได้จนหมดสิ้น

"ข้าต้องเข้าป่ากับพวกเจี่ยชวน เรื่องหมักสุราก็ฝากให้พวกท่านจัดการด้วยนะ" หลี่มูสะพายอุปกรณ์ล่าสัตว์และเสบียงขึ้นหลัง ผิวปากเบา ๆ หนึ่งที สุนัขล่าเนื้อร่างยักษ์ก็พุ่งพรวดออกมาจากใต้ชายคาราวกับสายฟ้าสีดำ ขนที่มันขลับสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเงางามราวกับผ้าไหม

เจ้านี่ดูเหมือนจะได้กลิ่นอายของป่าเขา มันวิ่งวนรอบเจ้านายด้วยความตื่นเต้น หางอันหนาเตอะกวาดฝุ่นบนพื้นจนฟุ้งกระจาย หนึ่งคนหนึ่งสุนัขเดินออกจากบ้านไป เงาร่างลับหายไปสุดปลายถนนอย่างรวดเร็ว

"เอาล่ะ พวกเราก็อย่ามัวอยู่ว่างเลย รีบทำงานกันเถอะ..."

ป้าสามถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ฝ่ามือที่หยาบกร้านกวนข้าวฟ่างในกะละมัง หยดน้ำกระเด็นใส่ผ้ากันเปื้อนสีครามของนาง "พี่หลี่จ่ายค่าแรงให้อย่างงาม พวกเราจะมาทำตัวขี้เกียจเอาเปรียบไม่ได้หรอกนะ"

"พี่อวิ๋น มือของท่านเจ็บขนาดนี้ พักผ่อนสักสองสามวันค่อยมาทำเถอะ" เฉินอวิ๋นกำลังจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกหลี่ไฉ่เวยดึงเอาไว้ สายตาของเด็กสาวจับจ้องไปที่มือขวาซึ่งพันด้วยผ้าป่านของอีกฝ่าย รอยแผลที่ยังมีเลือดซึมออกมาทำให้นางรู้สึกปวดใจยิ่งนัก "ข้าจะไปบอกพี่ชายให้ว่า ช่วงสองสามวันนี้ไม่นับว่าท่านขาดงาน ค่าแรงยังคงจ่ายให้ตามปกติ"

"บาดแผลแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ ? " เฉินอวิ๋นส่ายมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ "เมื่อคืนไปให้ท่านอาเอ้อกวายใส่ยาให้แล้ว ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วล่ะ"

นางจงใจขยับนิ้วเพื่อพิสูจน์ แต่กลับพลาดไปดึงรั้งแผลเข้าอย่างจัง จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด

หลี่ไฉ่เวยเกลี้ยกล่อมอีกหลายประโยค แต่เฉินอวิ๋นกลับดื้อดึงไม่ยอมฟัง

"เอาล่ะ ๆ ! " สุดท้ายป้าสามก็เป็นคนตัดสินใจ ยัดเยียดงานล้างข้าวฟ่างให้นาง ส่วนตัวเองรับผิดชอบงานกวนที่ต้องใช้แรงมากที่สุดแทน "นังหนูอวิ๋นทำแค่งานเบา ๆ ไปก่อนล่ะกัน ล้างนู่นล้างนี่ มือเดียวก็ทำได้ ส่วนงานอื่น... รอให้แผลหายดีก่อนค่อยว่ากัน"

เมื่อแบ่งงานกันเสร็จ ทั้งสามคนก็เริ่มง่วนกับการทำงาน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวหนึ่งชั่วยาม

จู่ ๆ ที่นอกลานบ้านก็มีเสียงย่ำน้ำดัง 'พั่บ ๆ ' ลอยมา

หลี่ไฉ่เวยเงยหน้าขึ้นตามเสียง ก็เห็นชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่คนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา

เห็นเพียงชายคนนั้นมีสภาพเปียกโชกไปทั้งตัว บนรองเท้ามีโคลนเกาะเต็มไปหมด เสียงหอบหายใจหนักหน่วงและถี่กระชั้นราวกับเสียงดึงที่สูบลมเตา "พี่หลี่ ! รีบเรียกพี่หลี่ออกมาเร็วเข้า ! "

"พี่หู่จื่อ ! "

นางลุกขึ้นยืน วางงานในมือลง "พี่ชายข้าเข้าป่าไปกับคนอื่นแล้ว ไปได้เกือบชั่วยามแล้วล่ะ"

ชายฉกรรจ์ที่วิ่งเหยาะ ๆ มาตลอดทางผู้นี้ ก็คือเจียงหู่ที่ไม่เห็นหน้าค่าตามาหลายวันนั่นเอง!

เวลานี้เขาเหงื่อแตกพลั่ก สภาพดูไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรน

นับตั้งแต่รู้เมื่อคืนว่าหัวหน้ากองคาราวานอาชาเหล็กเกิดความสนใจในสูตรหมักสุราซานเยวี่ยชุน และสั่งให้คนไปสืบเรื่องนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา

วิธีการของกองคาราวานอาชาเหล็ก เขาย่อมตระหนักดีอย่างแน่นอน

ฉินเซี่ยหู่ดูภายนอกเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แต่ความจริงแล้วมีวิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก !

หากเขาต้องการสูตรหมักสุรา ย่อมไม่มีทางใช้วิธีการสันติในการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายอย่างแน่นอน

กองคาราวานอาชาเหล็กทำงาน มักจะใช้วิธีปล้นชิงและบีบบังคับมาโดยตลอด !

เจียงหู่นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เช้าตรู่วันนี้ทันทีที่ประตูเมืองเปิด เขาก็รีบหาข้ออ้างหนีออกมาจากกองคาราวานอาชาเหล็ก วิ่งรวดเดียวกลับมาที่หมู่บ้านซวงซีเพื่อแจ้งข่าวให้หลี่มูรู้ และถือโอกาสปรึกษาหารือด้วยว่าจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรดี

แต่คิดไม่ถึงว่าต่อให้เร่งรีบสักเพียงใด หลี่มูก็ออกจากบ้านไปก่อนเขาก้าวหนึ่งอยู่ดี

เขาต้าหลงกว้างใหญ่ไพศาลนัก ซ้ำยังเต็มไปด้วยอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง หากคิดจะตามหาคนไม่กี่คนในนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร

"มารดามันเถอะ ! " เจียงหู่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด กำปั้นทุบลงบนโม่หินอย่างแรง จนกระด้งที่ตากของอยู่สั่นสะเทือนเกิดเสียงดังรัว ๆ

"พี่หู่จื่อ ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? " เมื่อหลี่ไฉ่เวยเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา ภายในใจก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา รีบเอ่ยปากถามซักไซ้

สายตาของเจียงหู่กวาดมองไปทั่วลานบ้านรอบหนึ่ง

เฉินอวิ๋นกำลังก้มหน้าซาวข้าว ป้าสามก็กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ทั้งสองคนต่างก็เงี่ยหูฟังและชะเง้อมองมาทางนี้

"ข้าอยู่ที่กองคาราวานอาชาเหล็ก..." เขาเค้นคำพูดออกมาจากไรฟันได้ครึ่งประโยค แต่พอถึงริมฝีปากก็ต้องฝืนกลืนกลับลงคอไป แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด "ช่างเถอะ เรื่องของผู้ชายอกสามศอก บอกเจ้าไป เจ้าก็ไม่เข้าใจหรอก ! รอให้พี่หลี่กลับมาก่อน ข้าจะบอกเขาด้วยตัวเอง"

เจียงหู่มองหลี่ไฉ่เวย ลอบถอนหายใจในใจ

แม่หนูคนนี้นิสัยใจคออ่อนโยนและเจียมเนื้อเจียมตัว ปกติแค่เห็นคนฆ่าไก่ก็ยังไม่กล้ามอง หากได้รู้ถึงวิธีการอันโหดเหี้ยมอำมหิตของพวกกองคาราวานอาชาเหล็ก ภายใต้ความตื่นตระหนกก็เกรงว่าจะไม่อาจเก็บความลับเอาไว้ได้

ในลานบ้านนี้คนเยอะปากแยะ หากข่าวรั่วไหลออกไปก็คงแย่แน่ ๆ ในหมู่บ้านซวงซีตอนนี้ คนที่อยากเห็นหลี่มูโชคร้ายนั้นมีมากเกินไปแล้ว หากมีคนปากสว่างเอาเรื่องไปฟ้องกองคาราวานอาชาเหล็ก ไม่เพียงแต่หลี่มู แม้แต่เขาก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย !

"ถ้าอย่างนั้น... ตอนเที่ยงอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ" หลี่ไฉ่เวยฝืนทำใจให้สงบ เผยรอยยิ้มออกมา นิ้วมือม้วนปอยผมเล่นโดยไม่รู้ตัว "หมูป่าที่พี่ชายล่ามาได้เมื่อวันก่อน อ้วนจนน้ำมันเยิ้มเลยล่ะ กินคู่กับผักใบเขียวที่เพิ่งเด็ดมาใหม่ ๆ หอมอร่อยมากเลย"

"ไม่ล่ะ" เจียงหู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาคาดการณ์ว่าสายสืบของกองคาราวานอาชาเหล็กต่อให้เก่งกาจแค่ไหน ก็คงไม่สามารถคลำทางมาถึงหมู่บ้านซวงซีได้เร็วขนาดนี้ จึงกดเสียงต่ำเอ่ยว่า "ข้าจะกลับไปงีบหลับเอาแรงก่อน ! จำไว้นะ ทันทีที่พี่หลี่กลับมา ให้เขารีบไปหาข้าทันที ! "

จบบทที่ ตอนที่ 63 เจียงหู่แจ้งข่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว