- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 58 มือที่กุมคมมีด
ตอนที่ 58 มือที่กุมคมมีด
ตอนที่ 58 มือที่กุมคมมีด
ตอนที่ 58 มือที่กุมคมมีด
“โฮก !”
เสียงคำรามของสยงพี่ฉีกกระชากอากาศที่ชวนอึดอัด สุนัขดำยักษ์พุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด เขี้ยวสีขาวโพลนฝังลึกเข้าที่ข้อเท้าของพี่สะใภ้หลิว เสียง "แคว่ก" ดังสนั่น ขากางเกงผ้าป่านเนื้อหยาบถูกฉีกขาดเป็นทางยาว เลือดสด ๆ ไหลซึมย้อมเนื้อผ้าในทันตา
“ไอ้เดรัจฉานสมควรตาย ! แม้แต่เจ้าก็ยังคิดจะรังแกพวกเรางั้นรึ ?” พี่สะใภ้หลิวเจ็บจนใบหน้าบิดเบี้ยว นางคว้าโถใส่เกลือที่วางอยู่ใกล้ ๆ ทุบเข้าใส่หัวของสยงพี่ทันที โถดินเผาแตกกระจายบนหัวของมัน เม็ดเกลือและเศษดินเผากระเด็นว่อน บางส่วนถึงขั้นปักเข้าที่หางตาของมัน
สุนัขดำครางต่ำด้วยความเจ็บปวด ทว่ามันยังคงกัดไม่ปล่อย ลำคอส่งเสียงขู่คำรามที่ชวนให้ขวัญผวา ไฉ่เวยฉวยโอกาสจะลุกขึ้นหนี แต่กลับถูกใครบางคนเข้ามากอดเอวไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ หญิงปากกล้าหลายคนรุมล้อมนางพลางระดมหมัดเท้าเข้าใส่
“ปล่อยข้านะ !”
“ข้าขอร้องพวกท่านล่ะ อย่าทำเช่นนี้เลย...”
หลี่ไฉ่เวยผมเผ้ายุ่งเหยิง มุมปากมีเลือดซึม แม้แต่สาบเสื้อก็ถูกฉากกระชากอย่างรุนแรง บนลำคอขาวผ่องปรากฏรอยเล็บข่วนเป็นทางยาว นางพยายามขัดขืนสุดชีวิต “ข้า... ข้ารู้ว่าพวกท่านเสียใจ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราพี่น้องจริง ๆ !”
ป้าหกหาได้ฟังคำอธิบายไม่ นางกรีดร้องอย่างเสียสติ น้ำลายกระเด็นเปรอะเปื้อน เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ไฉ่เวยจึงตัดใจงับเข้าที่มือของนางอย่างแรง
“โอ๊ย ! อีเด็กใจหมานี่ยังกล้ากัดคนรึ !” หญิงร่างผอมดำนางหนึ่งสบถด่าพลางซัดหมัดเข้าที่ท้องน้อยของหลี่ไฉ่เวยอย่างจัง
“อึก...” นางถูกโจมตีจนต้องงอตัวลงด้วยความจุก เหงื่อเย็นเยียบซึมท่วมแผ่นหลังในชั่วพริบตา หลี่ไฉ่เวยมองลอดผ่านปอยผมที่ยุ่งเหยิง เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวและดุร้ายหลายหน้า ป้า ๆ น้า ๆ ที่เคยใจดีในยามปกติ ยามนี้ดวงตาของพวกนางกลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นประดุจปีศาจร้ายที่น่าสยดสยอง
ป้าหกเบิกตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ กัดฟันด่าว่า “หากมิใช่เพราะบ้านเจ้าหิ้วเหยื่อกลับมาทุกวัน กินดีอยู่ดี มีหรือลูกข้ากับคนอื่น ๆ จะเกิดความคิดอยากเข้าป่า ? สรุปแล้ว ตัวต้นเหตุย่อมเป็นพวกเจ้าพี่น้องนั่นแหละ !”
หญิงปากกล้าเหล่านี้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปสิ้นแล้ว เมื่อครอบครัวต้องประสบภัยพิบัติ พวกนางก็ไม่สนเหตุผลใดๆ อีก เพียงต้องการหาที่ระบายความโกรธแค้น ความเศร้า และ... ความริษยาที่ไม่เท่าเทียม
และหลี่ไฉ่เวย ก็โชคร้ายที่กลายเป็นเป้าหมายของพวกนาง
“นังแก่คนนี้เสียลูกชายไปแล้ว ยามนี้ตัวคนเดียวไม่มีอะไรต้องกลัวอีก... วันนี้ ข้าจะส่งเจ้าลงไปเป็นเพื่อนลูกชายข้า !” ป้าหกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นางถึงขั้นหยิบกรรไกรที่ฝนจนวาววับออกมาจากอกเสื้อ คมกรรไกรส่องประกายเย็นวาบ และคำพูดที่ออกจากปากนาง ดูจะเยือกเย็นยิ่งกว่าคมกรรไกรเสียอีก
“อย่า...” หลี่ไฉ่เวยรูม่านตาหดเกร็ง สมองขาวโพลนไปหมด คมกรรไกรแหวกลมที่หยุดนิ่งแทงลงมา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น โลกเบื้องหน้าของไฉ่เวยคล้ายจะช้าลง นางมองเห็นรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนใบกรรไกร เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบนหลังมือของป้าหก แม้แต่กลิ่นอายแห่งความตายที่เป็นกลิ่นสนิมเหล็กปนเลือดนางก็ยังสัมผัสได้
“โฮก !” สยงพี่ปล่อยมือจากพี่สะใภ้หลิว พุ่งทะยานเข้ามา กัดคนบาดเจ็บไปอีกสองคนเพื่อเปิดทางเลือด หวังจะเข้าถึงตัวหลี่ไฉ่เวย ทว่ากลับถูกหญิงร่างกำยำคนหนึ่งกระแทกจนล้มลงแล้วทับร่างมันไว้ พลางใช้เชือกพยามรัดคอของมัน !
ในชั่วขณะนั้น เสียงคำรามของมันกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการรัดเชือกสลับปนเปกันจนชวนให้ขนลุกซู่
หลี่ไฉ่เวยหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
“หยุดมือ !”
เสียงตวาดใสๆ ดังขึ้น ในชั่วพริบตานั้น เงาร่างซูบผอมร่างหนึ่งกระโดดข้ามกำแพงลานบ้านเข้ามา กระแทกเหล่าหญิงที่รุมล้อมให้กระเด็นออกไป มือขวาที่เรียวเล็กยื่นออกมาคว้าคมกรรไกรที่กำลังทิ่มลงมาไว้แน่นประดุจคีมเหล็ก
ฉึก !
เสียงโลหะทิ่มแทงเข้าสู่เนื้อหนังดังชัดเจน หลี่ไฉ่เวยค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นหยาดเลือดสีแดงฉานหยดหนึ่งค้างอยู่เหนือปลายจมูก เมื่อมองตามรอยเลือดขึ้นไป ก็พบกับฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยด้านกำลังกำกรรไกรไว้อย่างแน่นหนา คมกรรไกรจมลึกเข้าไปในฝ่ามือ
“พี่... พี่เฉินอวิ๋น ?” นางจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของมือด้วยความตกตะลึงและเหลือเชื่อ คนที่เข้ามาช่วยนางไว้ กลับเป็นเฉินอวิ๋น หญิงสาวที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าและมักแสดงท่าทีอ่อนแอมาตลอดในหมู่บ้านซวงซี !
ในยามนี้ ทั้งนางและบรรดาหญิงชาวบ้านต่างก็เกิดคำถามเดียวกันในหัว หญิงสาวที่มีเพียงแม่ตาบอดต้องดูแลคนนี้ เหตุใดจึงกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อช่วยคน ?
เฉินอวิ๋นคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้มือซ้ายปกป้องไฉ่เวยไว้ ส่วนมือขวาชุ่มโชกไปด้วยเลือด
“ใครก่อหนี้คนนั้นต้องชำระ” ใบหน้าซีดเซียวของนางเปื้อนไปด้วยหยดเลือด หว่างคิ้วฉายแววเจ็บปวด นางจ้องมองป้าหกที่ดูประดุจปีศาจพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งนัก “ลูกชายท่าน... ถูกหมาป่ากัดตาย ไม่เกี่ยวข้องกับไฉ่เวยและพี่ใหญ่หลี่ อย่าได้ก่อเรื่องต่อไปอีกเลย”
เหล่าหญิงที่กำลังเดือดดาล เมื่อเห็นฝ่ามือที่มีเลือดไหลโชกของอีกฝ่าย ก็ดูเหมือนจะกู้คืนสติกลับมาได้บ้าง พลางเอ่ยว่า “แม่หนูอวิ๋น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า หลีกไป !”
“ไม่เฝ้าแม่ตาบอดที่บ้าน รนหาที่มาสอดเรื่องชาวบ้านทำไม ?”
“อย่าหาเรื่องใส่ตัว !”
ป้าหกเมื่อได้ยินเช่นนั้นกลับมีปฏิกิริยารุนแรง นางพยายามบิดกรรไกรไปมา คมกรรไกรครูดกับกระดูกมือของเฉินอวิ๋นจนเกิดเสียงดัง "กรอด" “ไสหัวไป ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าไปด้วยอีกคน !”
“ฆ่าไปพร้อมกันรึ ?” เฉินอวิ๋นกัดฟันขัดจังหวะคำพูดนาง มือที่เปื้อนเลือดออกแรงดันกรรไกรสวนกลับไป “พวกท่านช่างเก่งกาจนักนะ คนในบ้านตายไป แทนที่จะไปตามหาฝูงหมาป่า กลับมารังแกเด็กสาวคนหนึ่งที่นี่”
พวกหญิงชาวบ้านถูกการตอบโต้ที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
มือของเฉินอวิ๋นมีเลือดไหลไม่หยุด คมกรรไกรเสียดสีกับกระดูกจนเกิดเสียง "แคร่ก ๆ " นางเจ็บจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวทว่ากลับไม่ยอมปล่อยมือแม้เพียงนิด “หากอยากล้างแค้นให้ญาติจริง ๆ ก็จงเข้าป่าไป แล้วเอาความเก่งกาจนี้ไปใช้กับเดรัจฉานพวกนั้น !”
“พวกท่านกล้าหรือไม่ ? !”
“พวกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่า !”
เฉินอวิ๋นแผดเสียงตวาดลั่น ทั่วทั้งลานบ้านพลันเงียบกริบไร้สรรพเสียง แม้นางจะมีร่างกายผอมบาง แต่ยามที่ใบหน้าซีดเซียวเปื้อนเลือด แววตาที่ฉายความดุร้ายและเด็ดเดี่ยวกลับทรงพลังจนทำให้หญิงชาวบ้านเหล่านั้นต้องขยับถอยหลังไปหลายก้าว หัวใจเต้นแรงด้วยความขวัญผวา !
ในตอนนั้นเอง สยงพี่ก็สลัดตัวหลุดออกมาได้ มันรีบเข้ามาขวางหน้าคนทั้งสองไว้ แยกเขี้ยวโชว์ความดุร้ายออกมาอย่างเต็มที่
“ข้าแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว อีกไม่นานเขาจะพาเจ้าหน้าที่ทางการมา หากพวกท่านยังดื้อรั้นจะหาเรื่องต่อ ข้าก็ยินดีจะอยู่เป็นเพื่อน !” เฉินอวิ๋นหอบหายใจพลางเอ่ยทีละคำ “ข้าบาดเจ็บ เลือดตกยางออกบ้างไม่เป็นไร แต่พวกท่าน... หากต้องติดคุกติดตาราง คนบาดเจ็บที่บ้านย่อมไม่มีคนดูแล คนตายก็ไม่อาจฝังลงดินได้ เกรงว่าลงปรโลกไปแล้วคงนอนตายตาไม่หลับ !”
คำพูดนี้ประดุจน้ำแข็งสาดรดลงบนหัวของทุกคน หญิงนางหนึ่งทำไม้คลึงแป้งในมือหลุดร่วง "แปะ" ลงบนพื้นจนฝุ่นตลบ
“แม่หนูอวิ๋น !” พี่สะใภ้หลิวกุมข้อเท้าที่มีเลือดไหลโชก เสียงสั่นเครือ “เจ้าบ้าไปแล้วรึ ? เพื่อคนสกุลหลี่...”
“พวกท่านต่างหากที่บ้า !” เฉินอวิ๋นออกแรงกระชากกรรไกรมาโยนทิ้งลงบนพื้น ใบหน้านางขาวซีดแต่ดวงตากลับเป็นประกายจ้า “เจ็ดคนรุมรังแกเด็กสาวคนเดียว นี่หรือคือวิธีที่พวกท่านกู้หน้าให้คนตาย ?”
หญิงชาวบ้านต่างพากันก้มหน้าลง ค่อย ๆ วางไม้และอิฐดิบที่เป็น "อาวุธ" ในมือลง
นิ้วมือผอมแห้งของป้าหกยังคงค้างอยู่ในท่ากำกรรไกร น้ำตาที่พร่ามัวผสมกับน้ำมูกเลอะไปเต็มหน้า นางถลาเข้ามาฉุดทึ้งเสื้อผ้าของเฉินอวิ๋นพลางร้องไห้ “เจ้าจะไปรู้อะไร ! ลูกข้าเพิ่งจะอายุสิบเก้าปีเท่านั้น...”
“ข้ารู้” เฉินอวิ๋นคว้าข้อมือป้าหกไว้ น้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางชี้ไปยังขุนเขาอันกว้างไกลที่ห่างออกไป “ศัตรูอยู่ที่นั่น ! ไม่ได้อยู่ที่นี่ !”
ป้าหกหลังค่อมลง ทันใดนั้นร่างทั้งร่างคล้ายจะหมดสิ้นเรี่ยวแรงจนทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น พลางร้องไห้โฮ “ลูกแม่ !”
เสียงโหยหวนนั้นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทว่าความดุดันเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่นี้มลายหายไปสิ้นแล้ว เฉินอวิ๋นลอบถอนหายใจยาว นางรู้ว่าด่านนี้ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้เสียที !
หลี่ไฉ่เวยดวงตาแดงก่ำ สั่นเทาขณะฉีกชายกระโปรงมาพันแผลให้เฉินอวิ๋น เมื่อผ้าหยาบ ๆ พันรอบแผล นางถึงกับอดไม่ได้ที่จะอุทาน "ซี้ด" ออกมา เหงื่อเย็นเยียบไหลย้อยตามขมับ
ที่ขอบฟ้าไกลโพ้นมีเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำ ลมพายุที่หอบเอาทั้งฝนและกลิ่นเลือดโชยผ่านจมูกของทุกคน
ในที่ห่างออกไปไม่กี่ลี้ หลี่มูกำลังเร่งฝีเท้าเดินทางกลับบ้าน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มลงเรื่อย ๆ แล้วเร่งความเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่าพายุฝน... กำลังจะมาแล้ว