- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 14 ฉับเดียว !
ตอนที่ 14 ฉับเดียว !
ตอนที่ 14 ฉับเดียว !
ตอนที่ 14 ฉับเดียว !
เด็กสองคนถูกเจียงหู่บีบคอจับตัวไว้ แต่กลับไม่ร้องไห้โวยวาย สายตาเหม่อลอยราวกับหุ่นเชิดไม้ ลมพัดมาวูบหนึ่ง พัดเอาเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของพวกเด็ก ๆ เปิดออก เผยให้เห็นท่อนแขนใต้เสื้อผ้าขอทานที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียวเชือก ดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก
หลี่มูรู้ดีว่าไม่ว่าจะยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน มักจะมีคนบางพวกที่คอยลักพาตัวเด็กทารกมาทรมานให้พิการด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยม แล้วบังคับให้พวกเขาออกไปขอทาน ใช้ร่างกายที่พิกลพิการนั้นเพื่อเรียกความสงสารจากผู้คนและกอบโกยเงินทอง นี่ก็คือ "การหักกระดูกสร้างคนพิการ" ซึ่งเป็นวิธีการที่ชั่วช้าอำมหิตที่สุดในหมู่ขอทานมืออาชีพบางกลุ่ม !
"แม่ - มึง - เอ๊ย ! " เจียงหู่สบถลั่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโป่ง ความโกรธแค้นในดวงตาแทบจะปะทุออกมาเป็นเปลวไฟ เขาคลุกคลีกับพวกอันธพาลมาทั้งวันทั้งคืน คิดว่าตัวเองเคยเห็นคนเลวมานักต่อนักแล้ว ทั้งพวกปล้นร้านค้า พวกเล่นพนันแล้วเบี้ยวหนี้ พวกฉุดคร่าอนาจารลูกเมียชาวบ้าน พวกโจรเดนตาย... แต่เมื่อนำมาเทียบกับพวกขอทานสกปรกตรงหน้านี้แล้ว แม้แต่พวกมหาโจรก็ยังดูเป็นคนดีมีคุณธรรมขึ้นมาทันตาเห็น !
"นายท่านทั้งสอง โลกนี้มันอยู่ยากนะขอรับ ! พวกเราพี่น้องออกมาหากินก็เพื่อปากท้อง ท่านแบ่งข้าวบนรถให้พวกเราสักครึ่งหนึ่ง แล้วพวกเราจะหันหลังกลับไปทันที" หญิงคนนั้นทำราวกับไม่ได้ยินคำด่าทอของเจียงหู่ นางยังคงพูดด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น "แต่ถ้าหากต้องลงไม้ลงมือกันล่ะก็... คงต้องสู้กันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งแล้วล่ะ"
หลี่มูกวาดตามองไปรอบ ๆ ฝั่งตรงข้ามมีคนประมาณยี่สิบสามยี่สิบสี่คน แต่ละคนถือกระบองไม้ยาว แผ่รังสีอำมหิต สายตาของพวกมันเหมือนหมาป่าในป่าลึก ทั้งตะกละตะกลามและดุร้าย เนื่องจากวันนี้เขาตั้งใจจะเข้าเมือง จึงไม่ได้พกธนูมาด้วย อาวุธเพียงชิ้นเดียวที่มีคือมีดพร้าเล่มหนึ่ง หากต้องปะทะกันจริง ๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้เปรียบนัก...
เวลาผ่านไปอึดใจแล้วอึดใจเล่า บรรยากาศตึงเครียดจนถึงขีดสุด เนื่องจากไม่ได้รับเสียงตอบรับจากหลี่มู สีหน้าของหญิงคนนั้นก็เริ่มแสดงความรำคาญใจออกมา
"พ่อของข้าเคยสอนข้าไว้ว่า ลูกผู้ชายที่แท้จริงต้องรู้จักหลีกเลี่ยงการเสียเปรียบเฉพาะหน้า" จู่ ๆ หลี่มูก็สูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยปากทำลายความเงียบงัน
พวกขอทานที่เตรียมจะพุ่งเข้ามาตอนแรกชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มออกมาด้วยความดีใจ หญิงคนนั้นก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูท่า ไอ้สองคนนี้คงถูกขู่จนกลัวหัวหดไปแล้ว แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน... เพราะถ้าหากต้องลงมือกันจริง ๆ ทั้งสองฝ่ายก็อาจจะมีการบาดเจ็บล้มตายได้...
"นายท่านทั้งสองเป็นคนฉลาด ข้าวปลาอาหารและเงินทองล้วนเป็นของนอกกาย หากนำมาเทียบกับชีวิตแล้ว มันจะนับเป็นอะไรได้ล่ะ ? " รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงคนนั้นกว้างขึ้น นางค่อย ๆ เดินรี่เข้ามาใกล้ "ครั้งนี้เราสองฝ่ายยังถือว่าได้ผูกมิตรกัน วันหน้าหากพวกท่านใช้เส้นทางนี้อีก..."
ฟวับ !
หลี่มูชักมีดออกมา โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาฟันเฉียงเข้าที่ลำคอของหญิงคนนั้นอย่างจัง !
ฉึก !
คมมีดทะลุเนื้อ เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น ! ลำคอครึ่งหนึ่งของหญิงคนนั้นถูกฟันจนขาดวิ่น สีหน้าของนางแข็งค้างในพริบตา ลำคอส่งเสียงดังครอก ๆ
"อ้อ จริงสิ ลืมบอกเจ้าไป" หลี่มูแสยะยิ้มอำมหิตที่มุมปาก พลางเช็ดคราบเลือดบนใบหน้า ท่าทางของเขายามนี้ดูน่าสะพรึงกลัวดั่งอสูรกายจากขุมนรก: "ข้าน่ะ ไม่เคยเชื่อฟังคำสอนของพ่อมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ! "
หลี่มูยกเท้าขึ้นถีบหญิงคนนั้นจนล้มตึง ร่างของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ เพียงไม่นานก็เจิ่งนองเป็นแอ่งเลือดอยู่ใต้ร่าง และขาดใจตายไปในที่สุด !
"กรี๊ด ! " เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เด็กน้อยทั้งสองก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เป้ากางเกงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำปัสสาวะ แม้แต่พวกขอทานที่ทำท่าขึงขังเมื่อครู่ ก็ยังมีหลายคนที่เข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
เจียงหู่เบิกตาโพลง สมองขาวโพลนไปหมด แม้แต่เขาก็ยังคาดไม่ถึงว่าหลี่มูจะลงมือได้เด็ดขาดถึงเพียงนี้ !
นั่นมันชีวิตคนทั้งคนนะ ! แต่ทำไมเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่มู มันถึงได้ดูง่ายดายราวกับเชือดลูกไก่ตัวหนึ่งแบบนี้ล่ะ ?
"ยืนบื้ออยู่ทำไม ? ลงมือสิ ! " หลี่มูเตะก้นเจียงหู่ที่ยืนแข็งเป็นหินท่อนหนึ่ง แล้วหิ้วมีดพุ่งเข้าใส่พวกขอทานที่เหลือ
ในแผ่นดินต้าฉียามนี้ แม้ชีวิตของชาวบ้านธรรมดาจะไร้ค่า แต่หากมีการฆ่าแกงหรือวางยาพิษกันตาย เพื่อรักษาหน้าตา ทางการก็ยังคงส่งมือปราบมาสืบสวนเอาความอยู่ดี แต่พวกขอทานเหล่านี้มันต่างออกไป พวกมันไม่ประกอบอาชีพอะไร ใช้ชีวิตด้วยการขอทาน ต่ำต้อยยิ่งกว่าพวกผู้อพยพลี้ภัยเสียอีก ! พวกเดนมนุษย์ที่ไร้ค่าดั่งสุนัขจรจัด ต่อให้ถูกฆ่าตาย ก็ไม่มีใครมาสนใจไยดีหรอก
"อย่าหนีนะเว้ย ! " เจียงหู่เพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ เขาชักกระบองไม้ออกจากเอวด้านหลัง ซึ่งเป็นอาวุธคู่กายที่เขาใช้ประจำเวลาไปตีรันฟันแทงกับกองคาราวานอาชาเหล็ก ตอนนี้เขาควงมันจนเกิดเสียงลมดังหวีดหวิว ฟาดลงไปไม่กี่ทีก็เล่นเอาขอทานเจ็ดแปดคนร้องครวญครางหาพ่อหาแม่ พวกขอทานกลุ่มนี้แม้จะมีคนเยอะ แต่ก็ถูกขู่จนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว แทบจะไม่มีกะจิตกะใจจะต่อสู้ดิ้นรน พอเห็นชายหน้าเหี้ยมสองคนพุ่งเข้ามา พวกมันก็ทำเป็นใจดีสู้เสือปะทะได้ไม่กี่ที ก่อนจะถูกตีจนหน้าตาบวมปูด ล้มระเนระนาดไปกองกับพื้น
"นายท่าน ไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ ! " "พวกเราแค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ต่อไปจะไม่กล้าอีกแล้ว..." ขอทานยี่สิบกว่าคน นอกจากพวกที่หนีไววิ่งเตลิดไปได้ไม่กี่คน ที่เหลือต่างคุกเข่าโอดครวญขอความเมตตาอยู่บนพื้นโคลนเลน
หลี่มูหอบหายใจหนัก ๆ เขาฉีกเอาเศษผ้าขาด ๆ จากตัวพวกมันมาเช็ดคราบเลือดบนมีดพร้าลวก ๆ แล้วหันไปสั่งเจียงหู่ "ค้นตัวพวกมันดูสิ ถ้ามีเงิน ก็เอามาให้หมด ! " มีดเดียวที่เขาฟันคอหญิงขอทานเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเขาจะหยุดคิดพิจารณาอยู่นาน แต่แท้จริงแล้ว เขาตัดสินใจได้ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอแบ่งเสบียงครึ่งหนึ่งแล้ว
พวกขอทานพวกนี้ปากหวานก้นเปรี้ยว สันดานดิบถึงขั้นทำเรื่อง 'หักกระดูกสร้างคนพิการ' ได้ คำพูดของพวกเดรัจฉานพวกนี้จะมีความน่าเชื่อถืออยู่กี่ส่วนกัน ? ยิ่งไปกว่านั้น สันดานคนเรามักจะได้คืบจะเอาศอก หากครั้งนี้เขายอมมอบเสบียงให้แต่โดยดี พวกมันไม่เพียงแต่จะไม่พอใจ แต่จะยิ่งเหิมเกริมมากขึ้น วันนี้เอาไปครึ่งหนึ่ง วันหน้าก็คงจะเอาหกส่วน เจ็ดส่วน ! เหมือนเด็กที่โดนกลั่นแกล้ง
การยอมจำนนครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้แลกมาซึ่งความสงบสุข พวกผู้รังแกจะยิ่งรู้สึกว่าเขารังแกง่าย และจะค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นเพื่อทดสอบขีดจำกัด ดังนั้นหลี่มูยอมเสี่ยงบาดเจ็บเพื่อเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนเสียดีกว่า !
แต่ก็ไม่นึกเลยว่าพวกขอทานเหล่านี้จะขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้ พอเห็นคนตายปุ๊บก็เข่าอ่อนปวกเปียก ไม่ต้องเปลืองแรงอะไรมากมายก็จัดการได้จนหมดสภาพ
"พี่หลี่ ไอ้พวกระยำนี่มันมีเงินติดตัวกันจริง ๆ ด้วย..." ครู่ต่อมา เจียงหู่ก็กำก้อนเงินเศษเล็ก ๆ เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ถ้าแลกเป็นเงินทองแดง น่าจะได้ประมาณเจ็ดแปดร้อยเหวินเลยนะ ! " นี่คือของที่ยึดมาได้จากศัตรู หลี่มูไม่เกรงใจที่จะรับมาเก็บไว้ทั้งหมด
"ใครเป็นหัวหน้า ? " เขาเอ่ยถามขึ้น
ชายผอมแห้งคนหนึ่งลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา "ข้าเป็นหัวหน้าเอง... ผู้หญิงที่ตายไปเมื่อกี้เป็นคู่ขาข้า..."
"เรื่องระยำอย่างการจับเด็กมาหักกระดูกทำคนพิการนั่น แกก็เป็นคนสั่งงั้นสิ ? " หลี่มูถามเสียงเย็น
ชายคนนั้นค้อมตัวลง ฉีกยิ้มประจบประแจงพลางตอบว่า "นายท่าน ยุคสมัยนี้กว่าจะรอดชีวิตไปได้แต่ละวันมันไม่ง่ายเลย ข้าก็แค่... อยากจะขอทานให้ได้เงินเยอะขึ้นอีกสักหน่อย อย่างที่ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อกี้นั่นแหละ เด็กพวกนี้ก็ไม่ใช่ลูกท่าน จะเป็นจะตาย ใครจะไปสน..."
พลั่ก ! เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกหลี่มูถีบจนหงายหลังล้มลงไปในแอ่งโคลน
"ข้าน่ะ เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นมากที่สุดเลยล่ะ" หลี่มูยิ้มเย็น ชี้ไปที่ชายคนนั้น "เจียงหู่ ตีแขนขาของมันให้หักซะ ต่อไปมันจะได้น่าสงสารพอที่จะไปขอทานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้เยอะ ๆ ไง ! "