- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 8 ธนูเสร็จสิ้น... ล่ากระต่าย !
ตอนที่ 8 ธนูเสร็จสิ้น... ล่ากระต่าย !
ตอนที่ 8 ธนูเสร็จสิ้น... ล่ากระต่าย !
ตอนที่ 8 ธนูเสร็จสิ้น... ล่ากระต่าย !
สามวันต่อมา ยามเช้า
หลี่มูยืนอยู่ที่ตีนเขาต้าหลง ในมือถือธนูยาวคันใหม่เอี่ยม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอันสดใส
นี่คืออาวุธใหม่ที่เขาบรรจงสร้างขึ้นมากับมือ
คันธนูทำจากไม้พุทราป่าที่เหนียวและยืดหยุ่น ความยาวประมาณสามฉื่อ
เริ่มจากใช้กบไสไม้ถากโครงร่างคร่าว ๆ จากนั้นใช้มีดเล็กและสว่านแหลมค่อย ๆ เซาะร่องวางลูกศรและร่องขึงสายอย่างประณีต สุดท้ายใช้ทรายหยาบขัดผิวจนเรียบเนียนดุจกระจกเงา
ส่วนสายธนูนั้นทำจากเชือกป่านแช่น้ำมันตงผสมกับเอ็นแพะที่ผ่านการฟอกมาอย่างดี มัดติดกับปลายคันธนูทั้งสองด้านอย่างแน่นหนา
ธนูไม้แบบเรียบง่ายคันหนึ่ง... เสร็จสมบูรณ์แล้ว
"ไม่รู้ว่าระยะยิงกับอานุภาพจะเป็นยังไงบ้าง ? " ในใจของหลี่มูเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาแทบรอไม่ไหวที่จะหาที่ลองทดสอบฝีมือ ในถุงหนังแพะข้างกายมีลูกศรไม้ซุกซ่อนอยู่หลายดอก
เนื่องจากราชสำนักสั่งห้ามราษฎรใช้ธนูและลูกศรโดยเด็ดขาด ร้านตีเหล็กจึงไม่กล้าแอบทำหัวลูกศรเหล็กให้ หลี่มูจึงต้องไปหาตะปูหัวใหญ่มาขัดฝนจนแหลมคมแล้วตอกฝังลงในหัวลูกศรไม้พร้อมมัดให้แน่น แม้มันจะไม่แข็งแกร่งและคมกริบเท่าลูกศรมาตรฐานกองทัพ แต่สำหรับการล่าสัตว์ป่าที่ไม่ได้สวมเกราะก็นับว่าเพียงพอแล้ว
เขาโก่งธนูพาดลูกศร เล็งเป้าไปที่ต้นอู๋ถงโบราณที่อยู่ห่างออกไปสามสิบก้าว เขากลั้นหายใจแล้วค่อย ๆ น้าวสายธนูจนเต็มพิกัด
"กายตรงทรงตัวมั่น ออกแรงสม่ำเสมอ น้าวสายถูกวิธี พาดศรขนานพื้น กลั้นลมหายใจ ผลักหน้าดึงหลัง ธนูเต็มวง... ปล่อยสาย ! " หลี่มูท่องเคล็ดวิชาในใจ
แม้ร่างกายนี้จะไม่แข็งแกร่งเท่าร่างเดิมในอดีตของเขา แต่กลับมีสายตาที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
ระยะสามสิบก้าว หรือประมาณยี่สิบห้าเมตร
เขาสามารถมองเห็นลายเส้นบนใบไม้ของต้นไม้โบราณได้อย่างชัดเจน
วินาทีต่อมา เขาก็ปล่อยมือออกจากสายธนูทันที
ฟึ่บ !
เสียงแหวกอากาศบาดหูดังขึ้น
รังนกเก่าที่ถูกทิ้งร้างบนกิ่งอู๋ถงถูกลูกศรซัดจนร่วงหล่นลงมาในพริบตา กิ่งไม้และปุยขนกระจุยกระจาย ลูกศรฝังลึกเข้าไปในเนื้อไม้ถึงสามชิ้น (ประมาณ 10 ซม.) !
"ไม่เลวเลย ! " หลี่มูปีนขึ้นต้นไม้อย่างคล่องแคล่วเพื่อเก็บลูกศรคืน
ความแม่นยำและระยะยิงของธนูไม้คันนี้แม้จะเทียบกับธนูทดกำลังไม่ได้ แต่นี่คือขีดสุดเท่าที่มือสมัครเล่นจะทำได้ในยุคโบราณแล้ว
ในระยะสามสิบก้าว... สั่งให้โดนตรงไหนก็โดนตรงนั้น !
หากเกินสามสิบก้าว ลูกศรจะเริ่มเบี่ยงเบนทิศทาง
และหากเกินห้าสิบก้าว จุดตกของลูกศรก็คงต้องแล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิต
...
หลังจากทดสอบอานุภาพของธนูเสร็จ หลี่มูมุ่งหน้าเข้าป่าอีกครั้ง
วันกำหนดส่งส่วยหลวงใกล้เข้ามาทุกที เงินสิบตำลึงที่ขูดรีดมาจากซุนตาบอดก่อนหน้านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะซื้อข้าวส่วยหกร้อยจินได้ครบ ยามนี้ข้าวใหม่ในตลาดราคาจินละสามสิบเหวิน แม้แต่ข้าวเก่าค้างปียังขายถึงยี่สิบห้าเหวิน
ข้าวหกร้อยจิน ต้องใช้เงินถึงหนึ่งหมื่นห้าพันเหวิน หรือตีเป็นเงินรวมสิบห้าตำลึง
ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน เขาจึงมุ่งตรงไปยังลำธารที่เคยพบฝูงแพะ
เสียงน้ำไหลรินแว่วมาแต่ไกล
หลี่มูเคลื่อนไหวราวกับเสือดาวที่ระแวดระวัง เขาค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปใกล้โดยไม่ให้เกิดเสียงแม้เพียงนิด
ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เขาเคยซุ่มตัวอยู่นั้น ยังคงมีคราบเลือดแห้งกรังหลงเหลืออยู่
ข้างคราบเลือด มีรอยเท้าคล้ายดอกเหมยปรากฏอยู่หลายรอย และเห็นชัดว่าเป็นรอยใหม่ !
"นี่มัน... หมาป่ารึ ? " รูม่านตาของหลี่มูหดเล็กลง
เขามีความคุ้นเคยกับรอยเท้าสัตว์ร้ายเป็นอย่างดี รอยเท้าตรงหน้านี้เป็นของหมาป่าชัด ๆ
หมาป่ามีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ฉับไวยิ่งนัก ต่อให้ห่างออกไปหลายลี้ มันก็ยังได้กลิ่นคาวเลือดในอากาศ
หลี่มูคาดเดาว่า กลิ่นเลือดเหล่านี้นี่เองที่ดึงดูดพวกมันมา
"หวังว่าพวกมันจะรู้ว่าที่นี่ไม่มีเหยื่อที่บาดเจ็บแล้วจากไปนะ" หัวใจของหลี่มูเต้นรัว เขาแอบภาวนาในใจ
หมาป่านั้น หากสู้ตัวต่อตัวก็ไม่ได้น่ากลัวนัก ชายฉกรรจ์ทั่วไปก็รับมือได้สบาย
แต่ถ้าพวกมันอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อนั้นมันคือจ้าวแห่งป่าเขาลำเนาไพร
ต่อให้เป็นเสือหรือหมี ก็ยังต้องเดินเลี่ยงทางให้ !
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ เดินหน้าต่อไปอีกไม่กี่ก้าว ลำธารเล็ก ๆ กลางเขาก็ปรากฏสู่สายตา
คราวนี้ไม่มีฝูงแพะ...
แต่กลับมี... กระต่ายป่าตัวอ้วนพีตัวหนึ่ง !
มันกำลังหมอบอยู่บนโขดหินใหญ่ริมลำธาร ยื่นหัวลงไปเลียน้ำในลำธาร พลางเงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบข้างเป็นระยะ หูเรียวยาวทั้งสองข้างขยับไปมาตลอดเวลา เพื่อคอยฟังเสียงความเคลื่อนไหวรอบตัว
ไม่มีแพะ ได้กระต่ายก็ยังดี !
แม้เนื้อจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ดีกว่ากลับบ้านมือเปล่า !
หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก กะระยะห่างระหว่างตัวเขากับเหยื่อ ประมาณสามสิบห้าก้าว
ไกลไปนิด แต่เขาไม่อาจขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ได้แล้ว
กระต่ายป่าขี้ตระหนกและหูดีมาก หากเข้าไปใกล้เกินไปเพียงนิดเดียว มันจะเผ่นหนีไปทันที
"ลองเสี่ยงดูสักตั้ง" แววตาของหลี่มูดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ เขาขยับแขนโก่งธนูพาดลูกศรอย่างลื่นไหล
ลูกศรพุ่งทะยานออกไปดุจแสงสีดำแหวกอากาศ เสียงแหวกอากาศดังบาดหู!
กระต่ายป่าดูเหมือนจะไหวตัวทัน มันถีบขาหลังพุ่งตัวข้ามไปยังอีกฝั่งของลำธาร
ทว่าในวินาทีต่อมา หัวลูกศรก็ปักเข้าที่ก้นของมันอย่างจัง
กระต่ายป่าร่วงจากอากาศลงไปม้วนตัวในลำธารสองตลบ ก่อนจะพลิกตัวกระโดดสะบัดลูกศรทิ้งแล้วเผ่นหนีเข้าป่าลึกไป ศรดอกนี้ไม่ได้โดนจุดตาย !
หลี่มูรีบพุ่งออกไปเก็บลูกศรแล้ววิ่งกวดตามไปทันที
แม้ความเร็วในการวิ่งของมนุษย์ในป่าจะสู้สัตว์ป่าไม่ได้ แต่กระต่ายที่บาดเจ็บจะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหนเชียว ?
เขาตามรอยเลือดไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็พบรูดินท่ามกลางกองใบไม้แห้ง
รอยเลือดหายไปที่ตรงนี้
กระต่ายป่าเชี่ยวชาญการขุดรู รังของมันมักจะซับซ้อนเชื่อมต่อกันหลายทาง และมักจะมีทางออกหลายจุด
หลี่มูไม่รีบร้อน
เขาเดินสำรวจรอบ ๆ จนพบรูดินขนาดพอ ๆ กันอีกสามสี่รูในระยะไม่กี่สิบก้าว ซึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด
หลี่มูจัดการอุดรูอื่นทิ้งหมดด้วยก้อนหิน เหลือทิ้งไว้เพียงสองรู จากนั้นเขาก็รวบรวมกิ่งไม้ใบไม้ที่เปียกชื้นมากองไว้ที่รูหนึ่งแล้วจุดไฟ
ควันโขมงลอยคลุ้ง พัดพาสู่ภายในโพรงดิน
ไม่นานนัก รูดินแรกที่เขาพบก็มีควันลอยตามออกมา
หลี่มูรีบกลับไปที่นั่น มือกระชับมีดพร้า สายตาจ้องเขม็งไม่กะพริบ
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที
ในที่สุด เงาสีน้ำตาลเทาก็พุ่งพรวดออกมาจากรูด้วยความเร็วสูง
ทว่าความเร็วของหลี่มูนั้นเหนือกว่า !
มีดพร้าแทงฉับลงไปอย่างแม่นยำไร้ที่ติ !
กระต่ายป่าตัวที่บาดเจ็บอยู่แล้วถูกมีดเสียบทลุตรึงไว้กับพื้น
มันดิ้นทุรนทุรายเพียงครู่ เลือดไหลอาบ และนิ่งสนิทไปในไม่กี่อึดใจ
"กระต่ายตัวนี้อ้วนจริง ๆ ... น่าจะหนักสักห้าหกจินได้มั้ง ? " หลี่มูยกกระต่ายขึ้นมายิ้ม ๆ พอลองถลกลูกคลำที่ท้องของมัน สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ท้องของกระต่ายตัวนี้ป่องนูน และมีน้ำนมไหลออกมา นี่คือแม่กระต่ายที่เพิ่งตกลูกได้ไม่นาน !
หลี่มูดีใจจนเนื้อเต้น
เขารีบดับไฟควัน แล้วใช้มีดพร้าขยายปากรูให้กว้างขึ้น ไม่นานนักเขาก็เห็นลูกกระต่ายอีกเจ็ดแปดตัวนอนสลบไสลเพราะสำลักควันอยู่ในรัง !
หลี่มูไม่ใช่พวก "นักบุญใจบุญ" ที่เห็นแม่สัตว์ตายแล้วต้องมาทุบอกชกตัวเศร้าโศกเสียใจ ในยุคสมัยที่คนแทบจะเอาตัวไม่รอดเช่นนี้ ใครจะมีกะจิตกะใจไปห่วงสัตว์ป่า ?
ไม่ว่าตัวผู้ตัวเมีย ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ สำหรับเขาแล้วมันก็คือเนื้อชิ้นหนึ่งที่ใช้ประทังหิว หรือสินค้าชิ้นหนึ่งที่ใช้แลกเงินเท่านั้น !
[ได้รับหีบสมบัติไม้ที่ผุพัง ต้องการเปิดหรือไม่ ? ]
พร้อมกับเสียงเย็นเยือกที่คุ้นเคยดังขึ้น เหนือซากกระต่ายป่าพลันปรากฏหีบสมบัติเก่า ๆ ใบหนึ่ง ดูร่องรอยบุบสลายและบางจุดดูเหมือนถูกมอดกิน
"คราวก่อนได้หีบเหล็กดำ คราวนี้ได้หีบไม้ ดูท่าระดับของหีบรางวัลจะขึ้นอยู่กับขนาดของเหยื่อและความยากในการล่าสินะ" หลี่มููรูบคางพลางพึมพำ ความคาดหวังในใจยิ่งทวีคูณ "เปิด ! "
[หีบสมบัติถูกเปิดออก ได้รับเมล็ดพันธุ์พริก * 500 เมล็ด ! ]