- หน้าแรก
- จอมมารเพลิงกัลป์ สยบหายนะ
- บทที่ 23: การถ่ายภาพที่คาดไม่ถึง
บทที่ 23: การถ่ายภาพที่คาดไม่ถึง
บทที่ 23: การถ่ายภาพที่คาดไม่ถึง
เธอกระทืบเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉู่เกอ จู่ๆ ก็ตระหนักได้ว่าเขาก็กำลังแอบอมยิ้มอยู่เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกชัดเจนขนาดนั้นก็เถอะ
ไอ้บ้าเอ๊ย! เขาแอบดูเธอทำตัวเปิ่นๆ นี่เอง
แต่พาร์โดยังไม่ทันได้โวยวาย พนักงานหญิงก็ต้อนเธอขึ้นไปที่ห้องแต่งตัวชั้นสองเสียก่อน
ในล็อบบี้ชั้นหนึ่ง ตอนนี้เหลือเพียงฉู่เกอกับผู้จัดการร้านเท่านั้น
"คุณผู้ชายครับ ไม่เลือกชุดแต่งงานสักชุดล่ะครับ?" ผู้จัดการถามอย่างสุภาพ เมื่อเห็นฉู่เกอกำลังมองดูรูปถ่ายที่แขวนอยู่บนผนังร้าน
"ที่นี่มีชุดสไตล์ขุนนางยุโรปคลาสสิกไหม?" จู่ๆ ฉู่เกอก็ถามขึ้น
???
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณเพิ่งจะชี้ไปที่ชุดแต่งงานไม่ใช่เหรอครับคุณลูกค้า?
ปกติต้องจับคู่กับชุดสูทผูกไทไม่ใช่หรือไง?
ราวกับอ่านความสับสนและงุนงงของผู้จัดการออก ฉู่เกอหัวเราะเบาๆ "ที่จริงแล้ว เธอกับผมเป็นพ่อลูกกันน่ะครับ เธออยากลองใส่ชุดแต่งงานมาตลอดเลย"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังของฉู่เกอ ความสงสัยของผู้จัดการก็มลายหายไปในพริบตา ราวกับเมฆหมอกที่จางหายจนเห็นดวงจันทร์
อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
เดี๋ยวสิ! มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!
จู่ๆ ผู้จัดการก็นึกถึงอายุของฉู่เกอ รูปร่างหน้าตาที่ดูอ่อนเยาว์อายุไม่ถึงสามสิบ กับพาร์โดเฟลิสที่ตัวเล็กบอบบาง... บางทีเขาควรจะโทรแจ้งตำรวจดีไหมเนี่ย
นี่มันบ้าบอและเกินจริงสุดๆ!
ทำไมตัวเอกถึงไม่ใช่ฉันฟะ!
"ผู้จัดการครับ ผมว่าคุณน่าจะลองซื้อเบียร์เสินโจวมาดื่มดูนะ" ฉู่เกอพูดลอยๆ
"เบียร์อะไรนะครับ?"
ผู้จัดการงงงวย ปกติเขาดื่มแต่เบียร์ดำ
"ชิงเต่าเพียวดราฟต์... ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ!"
"..."
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของผู้จัดการ ฉู่เกอก็ส่ายหัว หมอนี่ไม่เข้าใจจริงๆ ดื่มให้เยอะๆ แล้วทุกอย่างในความฝันจะเป็นจริง
ถ้ายังเมาไม่พอ ก็กินยาเซฟาโลสปอรินตามด้วยเหล้าไปเลย
ชั้นบน พาร์โดที่ถูกรุมล้อมราวกับดวงจันทร์ท่ามกลางหมู่ดาว รู้สึกทำตัวไม่ถูก
ทันทีที่ขึ้นมาถึงชั้นสอง เสื้อคลุมของเธอก็ถูกถอดออก ตามด้วยกองของกระจุกกระจิกที่พกติดตัวมา รวมถึงใบประกาศจับสุดหวงแหนของเธอด้วย!
"ทำตัวตามสบายนะจ๊ะสาวน้อย อย่าทำหน้าเกร็งสิ การแต่งหน้าเป็นงานละเอียดอ่อนนะ"
ช่างแต่งหน้าสาวผมยาวส่งยิ้มให้ พลางหยิบกล่องเครื่องสำอางที่หน้าตาเหมือนกล่องเครื่องมือช่างจากใต้เคาน์เตอร์ขึ้นมาวางบนโต๊ะ ทันทีที่เปิดออก พาร์โดเฟลิสก็แทบไม่เชื่อสายตา นี่มันโลกจำลองชัดๆ
"ของทุกอย่างในนี้ใช้ไมก้าจากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวจ้ะ" ช่างแต่งหน้าผมยาวอธิบายอย่างใจดี
ก็เข้าใจหลักการอยู่หรอก แต่ไอ้ไมก้าธรรมชาติเนี่ยมันคืออะไรกันฟะ!
พาร์โดรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของพวกผู้หญิงเหล่านี้ แต่พวกเธอกลับจับเธอกดลงบนเก้าอี้อย่างแน่นหนา
พวกผู้หญิงพวกนี้ดูท่าทางกระตือรือร้นกันสุดๆ
พนักงานคนหนึ่งถึงกับเอากระจกบานกลมมาให้พาร์โดดูหน้าตัวเองได้ทุกมุม
"สีผมและสภาพผมแบบนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นของชั้นยอด จะปล่อยให้เสียได้ยังไง ต้องบำรุงรักษาอย่างดีเลยล่ะ" ช่างทำผมบ่นอุบอิบ พลางหยิบปอยผมของพาร์โดขึ้นมาดูด้วยความเสียดาย
"บำรุงก่อน แล้วค่อยแต่งหน้า!"
สิ้นเสียงสั่ง พนักงานหญิงก็เริ่มลงมือจัดการกับพาร์โดเฟลิสอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรที่ทำงานอย่างแม่นยำ
พาร์โดเฟลิสจ้องมองผ้าไหมเนื้อบางเบาสีขาวบนขาของเธอด้วยความประหลาดใจ เมื่อนานมาแล้ว เธอเคยเห็นสาวคาบาเร่ต์ใส่ผ้าแบบนี้แต่เป็นสีอื่น ยืนเรียกลูกค้าอยู่ตามข้างถนนที่หนาวเหน็บและมีลมพัดแรง
ตอนนั้นเธอมักจะสงสารชีวิตอันยากลำบากของพวกเธอ ที่ต้องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นเพื่อเอาใจแขก
เมื่อสัมผัสได้ถึงความสบายและความอบอุ่นจางๆ ที่แผ่ซ่านมาจากขา พาร์โดเฟลิสก็แทบจะตะโกนออกมา... มันใส่สบายเกินไปแล้ว!
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุด
แรงกดทับเล็กน้อยที่หน้าอก ชุดชั้นในผ้าไหมที่นุ่มราวกับขนนก... ของพรรค์นี้มันมีอยู่ในโลกด้วยเหรอเนี่ย! นี่มันกำลังจะลากเธอลงสู่นรกขุมลึกชัดๆ!
นี่คือชุดชั้นในใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ได้แกะกล่องซึ่งพนักงานนำมาให้ แต่บิลจะไปเรียกเก็บที่ฉู่เกอ
พาร์โดเฟลิสมองดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ รู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกตา
ที่คุ้นเคยก็คือใบหน้าของเธอเอง แต่ที่แปลกตาคือเธอไม่เคยดูเปล่งประกายขนาดนี้มาก่อน ผมสั้นสีน้ำตาลของเธอถูกหวีอย่างเรียบร้อย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพู อายแชโดว์ของเธอสวยงาม และริมฝีปากก็ดูแวววาวราวกับเยลลี่
รูปร่างที่ได้สัดส่วนและดูสุขภาพดีของเธอถูกจัดแสดงออกมาอย่างเต็มที่ และพนักงานหญิงก็เอาแต่ชมเธอไม่ขาดปากว่าเธอเป็นไม้แขวนเสื้อที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ
ขณะที่พาร์โดเฟลิสกำลังจะก้มหน้าและปฏิเสธด้วยความเขินอาย
พนักงานหญิงคนหนึ่งก็ถือชุดเข้ามา: ผ้าสีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยลูกไม้จำนวนมากและผ้ากอซเนื้อบางเบา
เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!?
นี่มันบ้าอะไรเนี่ย? เกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจแล้วนะ!
"ขอโทษนะคะ... นี่มันคืออะไรคะ?" รูม่านตาของพาร์โดเฟลิสหดเล็กลงทันที และน้ำเสียงของเธอก็สั่นเล็กน้อย
ถ้าจำไม่ผิด เจ้านั่นมันเรียกว่าชุดแต่งงานไม่ใช่เหรอ?
"ใช่แล้วค่ะคุณผู้หญิง สุภาพบุรุษชั้นล่างเป็นคนขอมาเป็นพิเศษเลยนะคะ บอกว่าคุณอยากใส่และอยากเห็นตัวเองในอนาคตมากๆ"
ตาแก่เอ๊ย! คอยดูเถอะ ฉันจะผลาญเงินแกให้หมดตัวเลย!
พาร์โดเฟลิสถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ส้นเท้าชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง
จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองใส่แค่ชุดชั้นใน การกระโดดจากชั้นสองลงไปที่ถนนยังดูน่าตื่นเต้นน้อยกว่าการถ่ายรูปแต่งงานซะอีก
ระหว่างชื่อเสียงกับศักดิ์ศรี พาร์โดเฟลิสเลือกอย่างหลังอย่างหน้าไม่อาย
"อย่างนั้นเหรอคะ? งั้นฉันคงต้องขอบคุณเขาจริงๆ!" ริมฝีปากของพาร์โดเฟลิสกระตุกเล็กน้อย เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
"แล้วก็รองเท้าค่ะ!" พนักงานหญิงอีกคนนำรองเท้าส้นสูงคริสตัลประดับเพชรมาให้
ช่างภาพและช่างไฟจัดเตรียมสถานที่บนชั้นสามเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดการร้านแอบเหลือบมองไปที่ห้องแต่งตัวชายเป็นระยะ ฉู่เกอเพิ่งจะเอาชุดเข้าไปลองหลายชุด และการจัดสถานที่ก็ตรงตามความต้องการของเขาพอดี
ผู้จัดการนับแบงก์ร้อยหยวนในมือ แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ร้านเช่าชุด
ไม่นาน นางเอกของงานก็ถูกพนักงานหญิงพยุงขึ้นมาที่ชั้นสาม
วินาทีที่ช่างภาพและช่างไฟเห็นเธอ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง พาร์โดเฟลิสที่เดินอย่างระมัดระวังบนรองเท้าส้นสูง ดูเหมือนเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย ชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ดูเหมือนถูกตัดเย็บมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
หลังจากสวมรองเท้าส้นสูงคริสตัล เฟลิสก็เดินเตาะแตะเหมือนลูกเป็ด
ถ้าไม่มีพนักงานคอยประคองอยู่ด้านหลัง เธออาจจะล้มลงไปกองกับพื้นเมื่อไหร่ก็ได้
เฟลิสที่เดินด้วยความยากลำบาก ในที่สุดก็มองเห็นความหวัง: เก้าอี้หรูหราที่ตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง เบาะทำจากกำมะหยี่สีแดง
"ถ้ามีโอกาส ฉันจะเอารองเท้าส้นสูงคู่นี้เหยียบไอ้บ้านั่นให้จมดินเลย!"
พาร์โดเฟลิสที่แอบทดสอบพลังทำลายล้างของรองเท้าส้นสูงเงียบๆ บ่นอุบอิบ
ภายในห้องแต่งตัว ฉู่เกอจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ตรวจดูให้แน่ใจว่าลวดลายทุกอย่างเรียงกันอย่างสมบูรณ์แบบ เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารสีน้ำเงินเข้มที่ดูภูมิฐาน มีเสื้อคลุมสีดำผืนใหญ่ซับในสีแดงพาดอยู่ด้านหลัง สายสร้อยข้าวสาลีสีทองกลัดคาดหน้าอก และเนกไทสีม่วงสุดหรูผูกอยู่ที่คอ
ฉู่เกอสวมถุงมือสีขาว แล้วเหลือบมองตัวเองในกระจก
เขาสวมวิกผมลอนสีขาวที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์เล็กๆ แขนซ้ายหนีบมงกุฎทองคำประดับอัญมณี และหยิบคทาจอมพลอันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจขึ้นมา
วินาทีที่ประตูเปิดออก สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เขา
คุณเป็นใครกันเนี่ย?!
ร่างที่ปรากฏตัวออกมาแผ่รัศมีแห่งสิงโต มีความน่าเกรงขามและสง่างามในตัวเอง ราวกับกษัตริย์โบราณที่ก้าวออกมาจากม่านแห่งประวัติศาสตร์
ถ้าฉู่เกอเป็นชายหนุ่มรูปหล่ออายุไม่ถึงสามสิบ คนผู้นี้ก็คงเป็นตัวตึงระดับเฮฟวี่เวต
คุณปู่สุดหล่ออายุหกสิบกว่า!
รองเท้าบู๊ตทหารคู่หนักก้าวลงบนพรมแดง รูม่านตาของทุกคนหดเล็กลง สัมผัสได้ถึงออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้าใส่
"เตรียมตัวถ่ายรูปได้เลย"
ฉู่เกอเดินไปยืนด้านหลังพาร์โดเฟลิสอย่างใจเย็น มือถือมงกุฎและคทา แสงแดดยามเที่ยงวันสาดส่องเข้ามาเฉียงๆ ฝุ่นละอองล่องลอยอยู่ในอากาศ ราวกับกำลังเคลือบฉากนี้ด้วยฟิลเตอร์
"ทำตัวตามสบายหน่อยสิ ยิ้มให้กล้องหน่อย" ฉู่เกอปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง ราวกับพ่อแก่ๆ ที่กำลังปลอบโยนลูกสาว
ไหล่ของพาร์โดเฟลิสสั่นเล็กน้อย เธอพยายามอย่างหนักที่จะระงับอารมณ์และมองไปที่กล้องอย่างจริงจัง
ช่างภาพยกนิ้วโป้งให้ แล้วไปยืนประจำที่หลังกล้อง
สีหน้าของเขาดูเหม่อลอยเล็กน้อย ในกรอบภาพ ฉู่เกอที่สวมชุดเครื่องแบบทหารกำลังอาบไล้ไปด้วยแสงแดดสีทอง ใบหน้าที่ดูมีอายุของเขาสว่างไสว
พาร์โดเฟลิสในชุดแต่งงานที่เว้าลึกก็ดูงดงามไม่แพ้กัน
พวกเขาดูเหมือนกษัตริย์กับเจ้าหญิงในมหาวิหารเซนต์พอลที่กำลังรับคำอวยพรจากประชาชนนับล้านไม่มีผิด
แชะ!
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ถ่ายภาพไปนับสิบรูปในพริบตา
พาร์โดเฟลิสที่รู้สึกอึดอัดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การใส่ชุดแต่งงานนี้ให้ความรู้สึกเหมือนมีลูกแมวนับไม่ถ้วนกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนตัว... คันยิบๆ เลย
ในที่สุดก็จะได้เปลี่ยนชุดนี้ออกซะที!
แต่มือที่คุ้นเคยนับไม่ถ้วนก็กดทับลงมาบนตัวเธอ ทำให้สีหน้าของพาร์โดเฟลิสแข็งค้างไปในทันที
รถตู้คันเล็กจอดอยู่ชั้นล่างของสตูดิโอถ่ายภาพ พนักงานขายชุดสองคนรีบกระโดดลงมา เปิดประตูหลังรถ และดึงราวแขวนเสื้อผ้าแบบมีล้อเลื่อนออกมาทีละอัน
ไม่นาน ชั้นสามก็เต็มไปด้วยราวแขวนเสื้อผ้ายาวหกถึงเจ็ดเมตรอีกครั้ง ซึ่งถูกเข็นมาหาพาร์โดเฟลิสจากทั้งสองฝั่ง
"เอ่อ... เราถ่ายรูปเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
"ฉันน่ะเสร็จแล้ว!" ฉู่เกอถอดชุดเครื่องแบบทหารและวิกผมสีขาวออก
จากนั้น เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ฉู่เกอก็ยิ้มเยาะ "ที่ที่ฉันจากมา พระโพธิสัตว์หญิงชอบถ่ายรูปกันทุกคนเลย ลองเปลี่ยนเป็นชุดพวกนี้แล้วถ่ายต่อได้ตามสบายเลยนะ!"
"อึก!"
พาร์โดเฟลิสมองดูราวแขวนเสื้อผ้าที่ยาวเหยียด ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงดี
เพราะพนักงานหญิงได้ลากตัวเธอไปแล้ว คนหนึ่งอยู่ซ้าย คนหนึ่งอยู่ขวา ราวกับกำลังจับกุมอาชญากร
เฟลิสกลายเป็นแมวไร้ประโยชน์ไปแล้ว เมี๊ยว!
"คุณผู้ชายครับ ทักษะการปลอมตัวของคุณยอดเยี่ยมมากจริงๆ ผมเริ่มสงสัยแล้วนะเนี่ยว่าเมื่อกี้มีกษัตริย์ตัวจริงเดินออกมาจากภาพสีน้ำมันหรือเปล่า" ผู้จัดการเดินเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ต เอ่ยชมจากใจจริง
ฉู่เกอกะพริบตาและถามอย่างจริงจังว่า "เหมือนนักแสดงละครเวทีของพระเจ้าหลุยส์หรือเปล่าล่ะ?"
นักแสดงละครเวทีพระเจ้าหลุยส์บ้าอะไรล่ะ!
ใครเขาอธิบายตัวเองแบบนั้นกัน?!
"ว่าแต่คุณผู้ชายครับ คุณตั้งใจจะให้คุณผู้หญิงคนนี้ลองชุดพวกนี้ทั้งหมดเลยเหรอครับ?"
"ลองให้หมด ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกชุดเลย"
"งั้นรบกวนทิ้งที่อยู่ไว้ด้วยนะครับคุณผู้ชาย มีข้อความอะไรอยากให้เขียนบนรูปที่ถ่ายคู่กันเมื่อกี้ไหมครับ?"
ฉู่เกอคิดอยู่ครู่หนึ่ง รับปากกามา แล้วเขียนที่อยู่ของโรงแรมลงไป ปลายปากกาหยุดชะงัก แล้วเลื่อนไปที่บรรทัดถัดไป
เขาเหลือบมองใบประกาศจับในมือ แล้วเขียนต่อ
【ชาลส์ ซี บริทาเนีย ถึงลูกสาวของฉัน พาร์โดเฟลิส】
ฉู่เกอแกว่งน้ำมะนาวเย็นจัดในมือ ไอน้ำเกาะเป็นฝ้าบางๆ ที่ด้านนอกของแก้ว และก้อนน้ำแข็งแข็งๆ ก็กำลังละลายอย่างช้าๆ
เขาหันศีรษะไปมองเล็กน้อยเป็นระยะ ดวงตาสีเข้มลึกล้ำมองดูพาร์โดเฟลิสที่กำลังได้รับการดูแลปรนนิบัติราวกับเจ้าหญิง เขาถอนหายใจและจิบน้ำมะนาวอึกเล็กๆ
มันเหมือนกับเวทมนตร์ของซินเดอเรลล่า สิ่งสำคัญที่สุดคือพยายามหัวเราะและมีความสุขก่อนที่เวทมนตร์จะคลายลง
ยิ่งไปกว่านั้น การได้ดูพาร์โดเฟลิสเปลี่ยนชุดไปมาทุกๆ ไม่กี่นาทีมันก็เพลินตาดีเหมือนกัน เธอเปลี่ยนชุดมาแล้วสารพัด ทั้งชุดนักเรียนมัธยมปลาย ชุดมิโกะ ชุดเมด ชุดสาวหูแมว ชุดแอร์โฮสเตส แถมยังมีชุดหมออีกด้วย
"คุณผู้ชายคงรักเธอมากเลยสินะครับ" ผู้จัดการพูด พลางนั่งลงใกล้ๆ พร้อมกับกาแฟร้อน
รักเหรอ? บางทีน่าจะเป็นการแกล้งเธอเล่นมากกว่ามั้ง?
สีหน้าของฉู่เกอดูเหมือนกำลังรำลึกความหลัง เขาค่อยๆ เงยหน้ามองเพดาน "แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก ตอนนั้นผมยังเป็นพวกเพลย์บอยอยู่เลย แล้วบังเอิญไปเจอเธอในงานเต้นรำน่ะ"
"เป็นการพบกันที่โรแมนติกมากเลยนะครับ"