เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 : ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ

ตอนที่ 5 : ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ

ตอนที่ 5 : ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ


ตอนที่ 5 : ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ

.

.

.

ตลอดทางที่ผ่านมา รอบด้านมีแต่ความว่างเปล่าแห้งแล้งสุดๆ แล้วบ้านหลังนี้โผล่มาได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น ในแชทกลุ่มก็ไม่มีผู้เล่นคนไหนพูดถึงบ้านหลังนี้เลยสักคน

เสิ่นชงเยว่พลันระแวงขึ้นมาทันที สายตาของเธอจับจ้องไปยังร่างสีขาวตรงหน้าตาไม่กะพริบ

เมื่อเข้าไปใกล้อีกหน่อย เธอก็เห็นชัดว่าอีกฝ่ายคือ “มนุษย์กระต่าย” สวมโค้ท มือหนึ่งถือไม้เท้าสีดำ ดวงตาแก้วสีแดงคู่นั้นจ้องมาทางเธอโดยไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย ปากสามแฉกแย้มออก เผยให้เห็นฟันแหลมคม จนทั้งร่างดูน่าขนลุกเล็กน้อย

ถ้าเลือกได้ เธอย่อมไม่อยากเดินผ่านมนุษย์กระต่ายประหลาดตัวนี้อยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ถนนมีอยู่เพียงสายเดียว และเธอก็ถอยหลังกลับไม่ได้

เสิ่นชงเยว่จึงเลือกเดินเลียบไปทางด้านขวาของถนน พยายามอ้อมอีกฝ่ายให้มากที่สุด

แต่น่าเสียดาย

เธอไม่สำเร็จ

เสียงของระบบดังขึ้นข้างหูทันที

[ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้กระตุ้นดันเจี้ยนกระต่ายกับเต่า]

[ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมการท้าทายหรือไม่]

[1 หากท้าทายล้มเหลว ผู้เล่นจะได้รับบทลงโทษ]

[2 ผู้เล่นสามารถปฏิเสธการเข้าร่วมเกมได้]

(ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว โปรดตัดสินใจอย่างระมัดระวัง ผู้เล่นจะไม่สามารถถอนตัวกลางคันได้)

[3 หากท้าทายสำเร็จ จะได้รับรางวัล]

 

ระบบไม่ได้เปิดเผยข้อมูลมากนัก บอกเพียงว่าเป็นเกม “กระต่ายกับเต่า”

เสิ่นชงเยว่พอจะเดาได้คร่าว ๆ มนุษย์กระต่ายที่อยู่ตรงหน้านี้น่าจะเป็น NPC ของเกม เธอจึงลองถามอย่างระมัดระวังว่า

“ขอทราบได้ไหมว่าถ้าจะเข้าดันเจี้ยน ฉันต้องทำอะไรบ้าง”

นิทานกระต่ายกับเต่าเป็นเรื่องที่คนบนบลูสตาร์รู้จักกันดี

ในเวอร์ชันที่ทุกคนคุ้นเคย กระต่ายแพ้การแข่งขัน เพราะประมาทและเผลอหลับกลางทาง จนเต่าฉวยโอกาสแซงเข้าเส้นชัย แต่เสิ่นชงเยว่ยังจำได้ว่า มันมีอีกเวอร์ชันหนึ่งด้วย

ระบบไม่ได้ตอบคำถามของเธอตรง ๆเพียงพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง

[ผู้เล่น จะเข้าร่วมดันเจี้ยนหรือไม่?]

“ฉันเข้าร่วม”

เสิ่นชงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังเลือกเข้าร่วม ไม่ว่าดันเจี้ยนช่วงมือใหม่จะยากแค่ไหน ก็คงไม่โหดร้ายถึงขั้นให้ผู้เล่นตายกันหมดหรอก

[กำลังโหลดดันเจี้ยนกระต่ายกับเต่า…]

[ระดับความยากของดันเจี้ยน: 1 ดาว]

[จำนวนผู้เข้าร่วม: 1 คน]

 

มนุษย์กระต่ายที่ยืนอยู่ไกล ๆ ขยับตัวแล้ว เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเสิ่นชงเยว่ โค้งตัวเล็กน้อยอย่างสุภาพราวกับสุภาพบุรุษ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ผู้เล่นผู้มีเกียรติ ยินดีต้อนรับสู่เกมกระต่ายกับเต่า ภารกิจนี้ง่ายมาก ขอเพียงคุณเอาชนะเต่าได้ ก็ถือว่าผ่านการท้าทายสำเร็จ!”

เสิ่นชงเยว่ฟังแล้วกลับยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล

ถ้าภารกิจมีแค่เอาชนะเต่าจริง ๆ ระบบคงไม่จำเป็นต้องให้ผู้เล่นเข้าร่วม

เธอจึงลองพูดถึงผลการแข่งขันครั้งก่อนขึ้นมาอย่างเหมือนไม่ใส่ใจนัก ไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์จะดีเกินคาด

โดยเฉพาะตอนที่เธอพูดถึงเรื่อง “แพ้การแข่งขัน” สีหน้าสุภาพอ่อนโยนของมนุษย์กระต่ายก็พลันหายไปในพริบตา แถมยังดูเหมือนจะเริ่มโมโหอยู่ลึก ๆ

“ก็เพราะเต่านั่นเจ้าเล่ห์เกินไปต่างหาก การแข่งครั้งก่อนยังไงก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน!”

ทันทีที่มนุษย์กระต่ายพูดจบ ร่างของเสิ่นชงเยว่ก็ถูกหมอกหนาทึบห่อหุ้มเอาไว้

เมื่อหมอกค่อย ๆ จางลง ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างทันที ที่ไกลออกไปมีผืนสีเขียวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

พอก้มลงมองอีกที เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนลู่วิ่งแล้ว ร่างกายอยู่ในท่าเตรียมออกตัวพอดี

ข้างกายเธอมี “เต่าผมเขียวหน้าคน” ยืนอยู่ตัวหนึ่ง

มันมีกล้ามเนื้อโอ้อวดจนเกินจริง แบกกระดองเต่าไว้บนหลัง ดูไม่เหมือนเต่าในนิทานแม้แต่น้อย

เสียงผู้ชายทุ้มต่ำดังขึ้น ดึงความสนใจของเสิ่นชงเยว่ไปทันที

“ยินดีต้อนรับสู่กระต่ายกับเต่ารอบที่สอง ฉันคือกรรมการของการแข่งขันรอบนี้ กติกาง่ายมาก ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ ทุกคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียว ฝ่ายชนะจะได้รับรางวัล ส่วนฝ่ายแพ้จะถูกลงโทษ”

คนพูดคือ “กรรมการมนุษย์หมู” เขาถือปืนไว้ในมือข้างหนึ่ง พร้อมทำท่าเป็นสัญญาณให้ผู้เข้าแข่งขันเตรียมตัว

เสิ่นชงเยว่ไม่กล้าประมาท เธอระวังตัวเต็มที่ ทั้งฟัง ทั้งมอง ไม่ยอมพลาดแม้แต่นิดเดียว

กระต่ายกับเต่า

แต่กรรมการกลับเป็นหมู…

อีกอย่าง NPC มนุษย์กระต่ายเมื่อครู่ก็บอกชัดว่าภารกิจคือ “เอาชนะเต่า”

แต่กรรมการหมูป่ากลับประกาศว่า “ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ”

เธอยังไม่รู้ว่าความเชื่อมโยงของสองสิ่งนี้อยู่ตรงไหน

แต่มีเรื่องหนึ่งที่แน่นอน

เธอแพ้ไม่ได้

“เตรียมตัว”

“3 2 1”

ทันทีที่กรรมการหมูป่าออกคำสั่ง เสิ่นชงเยว่ก็รู้สึกถึงแรงกระตุ้นอยากพุ่งออกจากจุดสตาร์ตอย่างรุนแรง แต่ในภาวะที่กดดันจนถึงขีดสุด เธอกลับยังไม่รีบขยับ

เธอเหลือบตาไปมองอีกครั้ง เต่าผมเขียวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยังคงนิ่งสงบ ไม่ขยับแม้แต่น้อยตอนนั้นเอง เสิ่นชงเยว่ก็รู้ว่าเธอไม่ได้คิดผิด

หลังพักรักษาตัวอยู่บ้านมาสามปี เธอแทบลืมไปแล้วว่า การแข่งขันต้องเริ่มหลังกรรมการเป่านกหวีด ไม่ใช่หลังนับถอยหลังจบ

เกือบพลาดไปแล้ว

เมื่อเห็นว่าเสิ่นชงเยว่ไม่ทำฟาวล์ กรรมการหมูป่าก็ดูเหมือนจะผิดหวังอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ยังยอมเป่านกหวีด

เป็นเพราะเธอคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เต่าผมเขียวเหมือนจะหันมาจ้องเธอเขม็งอยู่แวบหนึ่ง

ลู่วิ่งยาวรอบละประมาณ 400 เมตร

เสิ่นชงเยว่ค่อย ๆ ปรับลมหายใจ ก่อนจะวิ่งตามหลังเต่าไปอย่างไม่รีบร้อน เต่าเร่ง เธอก็เร่ง เต่าผ่อน เธอก็ผ่อน

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เธอยังไม่เห็นเส้นชัยเลย!

เมื่อไม่มีเส้นชัย แล้วจะชนะได้อย่างไร?

แย่ไปกว่านั้น หลังจากวิ่งไปได้หลายรอบ แรงของเธอก็เริ่มตกลงเรื่อย ๆ

วิ่งต่อไปอีกหลายรอบ เสิ่นชงเยว่ก็ยังไม่เห็นอะไรที่ดูเหมือนเส้นชัยแม้แต่นิดเดียว เธอจึงได้แต่วิ่งตามหลังเต่าไปแบบไร้ทิศทาง

แต่เต่าผมเขียวกลับมีแรงมหาศาล บนใบหน้าไม่ปรากฏอาการเหนื่อยแม้แต่น้อย

เสิ่นชงเยว่วิ่งต่อไปอีกหลายรอบ ระยะห่างระหว่างเธอกับเต่าก็มากขึ้นเรื่อย ๆ

ในใจเธอเริ่มร้อนรน แต่ภายนอกยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม

จากนั้นเธอก็สะดุดเท้าตัวเองเกือบล้มก้นกระแทกพื้น

และเพราะจังหวะนั้นเอง เธอถึงได้สังเกตเห็นว่าตัวเองเบี่ยงออกจากลู่เดิมแล้ว

ลู่วิ่งใต้เท้าของเธอเปลี่ยนจากลู่หมายเลข 1 ไปเป็นลู่หมายเลข 2

เธอรีบกลับไปที่ลู่หมายเลข 1 ทันที แล้วก็พบว่า เต่าผมเขียวที่เดิมทีวิ่งเคียงอยู่ข้าง ๆ ตลอดนั้น จริง ๆ แล้วช้ามากอย่างไม่น่าเชื่อ

เต่าเพียงก้าวเดียว กลับเพียงพอให้เธอวิ่งได้ไกลหลายสิบเมตร

และที่ไกลออกไป มีเส้นชัยสีแดงพาดอยู่ตรงนั้น

อีกทั้งในตอนนี้ เต่าก็อยู่ห่างจากเส้นชัยของลู่หมายเลข 3 ไม่ถึง 200 เมตรแล้ว

เสิ่นชงเยว่รีบเร่งฝีเท้า วิ่งข้ามเส้นชัยไปทันที แต่กรรมการกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

เธอถึงเส้นชัยแล้ว แต่กรรมการหมูป่ากลับนิ่งเฉย ไม่ประกาศว่าเธอชนะการแข่งขัน

หัวใจของเสิ่นชงเยว่จมวูบลงทันที

หรือว่า…เธอพลาดอะไรไป?

หางตาของเธอเหลือบไปเห็น “กรรมการมนุษย์หมู” ที่ผูกผ้าแพรสีแดงเส้นใหญ่ไว้ตรงเอว

ทันใดนั้น เธอก็รู้แล้วว่าด่านนี้ต้องผ่านอย่างไร!

เสิ่นชงเยว่พุ่งตัวออกไปข้างหน้า คว้าผ้าแพรเส้นนั้นไว้ทันที

กรรมการหมูป่าถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แต่มือก็ยังไวพอที่จะคว้าผ้าแพรไว้แน่น พร้อมตวาดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“ผู้เข้าแข่งขันกระต่าย เจ้ากำลังทำอะไร ห้ามออกจากการแข่งขันระหว่างทาง นี่ถือเป็นการทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง ข้าสามารถตัดสิทธิ์เจ้าได้”

เสิ่นชงเยว่ไม่ใช่คนที่จะถูกขู่ให้ถอยได้ง่าย ๆ

เธอสวนกลับทันที

“ผิดกติกาตรงไหน? ก่อนเริ่มแข่งกรรมการไม่ได้พูดเองหรือไง? ว่าไม่มีกติกา ขอแค่ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นชนะ!”

ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ!

“อีกอย่าง…”

“เส้นชัยของฉัน มันไม่ได้อยู่บนตัวคุณหรอกหรือ”

ขณะพูด เสิ่นชงเยว่ก็ยังจับตาดูเต่าผมเขียวอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงเส้นชัย เธอก็กัดฟันคว้ามีดกับส้อมออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วแทงลงไปที่มือของกรรมการหมูป่าซึ่งกำผ้าแพรไว้แน่น

กรรมการหมูป่าร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มือคลายออก ผ้าแพรสีแดงตกลงมาอยู่ในมือของเสิ่นชงเยว่ทันที

เธอไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว รีบกางผ้าแพรพาดลงกลางลู่หมายเลข 1 แล้วก้าวข้ามมันไปทันที

เสียงกลไกอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู

[ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นถึงเส้นชัยแล้ว และผ่านดันเจี้ยนกระต่ายกับเต่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ!]

.

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 5 : ไม่อ่านกฎ เท่ากับไม่มีกฎ

คัดลอกลิงก์แล้ว