- หน้าแรก
- ระบบควบคุมสัตว์อสูรระดับพระเจ้า
- บทที่ 154: การสอบกลางภาคเริ่มต้นขึ้น!
บทที่ 154: การสอบกลางภาคเริ่มต้นขึ้น!
บทที่ 154: การสอบกลางภาค​เริ่มต้น​ขึ้น​!
บทที่ 154: การสอบกลางภาค​เริ่มต้น​ขึ้น​!
“เซียว​หยู​ ขอบคุณนะที่ซื้อของมาฝากพี่เยอะแยะเลย”
“พี่ครับ ต่อไปนี้พี่จะต้องได้ใช้เครื่องสำอางดีๆ อยู่บ้านหลังใหญ่ๆ แถมมีสาวใช้ชุดกระต่ายมาช่วยพี่ด้วย!”
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ทำหน้าตึงทันที​ “เจ้าเด็กบ้า นายจะจ้างสาวใช้ชุดกระต่ายมาทำไม?”
“อย่าคิดมากสิพี่ ผมหวังดีกับพี่จริงๆ นะ” เซียวซิงหยูเกาหัวอย่างเขินๆ
“เหอะๆ ฉันว่านายหวังดีกับตัวเองมากกว่า!”
เย่ซือ​เ​หมิง​นั่งอยู่ข้างๆ ใช้มือถือปากกาและสมุดบันทึก
บนปกสมุดบันทึกเขียนว่า “บันทึกของเหมิงเหมิง”
[วันหยุดสุดสัปดาห์ หิมะตก กลางคืน วันนี้หนูรู้ความลับของพี่ชายแล้ว พี่ชายชอบสาวใช้ชุดกระต่าย…บางครั้งพี่ชายนอนละเมอบนโซฟา บอกว่าชอบราชินีใส่ชุดหนัง ถือแส้…พี่ชายชอบผู้หญิงหลายแบบจัง เป็นผู้ชายที่รักทุกคน!]
ในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อเซียวซิงหยูกลายเป็นวีรบุรุษของประเทศเเละเป็นผู้มีอำนาจล้นฟ้า
บันทึกเล็กๆน้อยๆที่บันทึกเรื่องราวอันน่าอับอายนี้ หากถูกเปิดเผยออกไป ก็เพียงพอที่จะทำให้ชื่อเสียงของเซียวซิงหยูพังทลายลงได้ทันที​
“เอาล่ะเซียว​หยู​ น้ำในห้องน้ำเตรียมไว้ให้แล้ว ไปอาบน้ำได้เลย”
“ครับพี่!”
เมื่อเซียวซิงหยูถอดเสื้อ เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ก็สังเกตเห็นบางอย่าง
“เซียว​หยู​”
“ครับ?”
“ผ้าพันคอผืนนี้พี่ไม่เคยเห็นมาก่อน น้องเพิ่งซื้อมาเหรอ?”
“เปล่าครับ”
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​โน้มตัวเข้าไปดมกลิ่นที่ผ้าพันคอ
“กลิ่นหอมอ่อนๆ…นี่มันผ้าพันคอผู้หญิงนี่”
เซียวซิงหยูไม่ได้ปิดบังอะไรพี่สาว เขาจึงตอบอย่าง​รวดเร็ว​
“เพื่อนสนิทผมให้มาน่ะครับ เธอชื่อมู่หรงซินซิน เป็นลูกสาวของท่านนายพลมู่หรงจิน”
เย่ซือ​เ​หมิง​เคี้ยวช็อกโกแลตอยู่ในปาก แต่ก็ยังพูดแทรกขึ้นมาได้
“พี่สาวมู่หรงเหรอ? หนูรู้จักๆ เธอมีผมยาวสีขาว สวยเหมือนพี่สาวซวงหนิงของหนูเลย!”
ใครๆก็รู้ว่าการที่ผู้หญิงให้ผ้าพันคอผู้ชาย หมายถึงความรู้สึกที่เกินกว่าเพื่อน
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ก็เป็นผู้หญิง เธอจึงพอจะเดาอะไรได้
“เซียว​หยู น้องชอบผู้หญิงคนนั้นรึเปล่า?”
“ชอบสิครับ ซินซินเป็นคนใจดี ถึงจะพูดน้อย แต่ก็ดีกับผมมาก…เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด​ของผมเลย!” เซียวซิงหยูดูเหมือนจะเป็นคนเจ้าชู้ แต่บางครั้งก็ดูซื่อบื้อมาก
เขาไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกที่มู่หรงซินซินมีเเต่เขานั้นไปถึงขั้นไหนแล้ว ตอนนี้เขายังคิดว่ามู่หรงซินซินเป็นแค่เพื่อนอยู่เลย
สรุปคือ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคลุมเครือ ยังขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะชัดเจนมากกว่านี้​
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ยิ้มอย่างเอ็นดู ดวงตาสวยเริ่มเปร่งประกายด้วยความยินดี
“เด็กนี่โตจนถึงวัยที่จะมีแฟนแล้วสินะ”
หลังจากพูดคุย​กัน​อีกสักพัก…ทั้งสามก็เเยกย้าย​กันเข้านอน
…….
รุ่งเช้า​
“เซียว​หยู​ ตื่นได้แล้ว~”
“น้องขี้เซา ตื่นได้แล้ว วันนี้วันสอบกลางภาคนะ!”
เซียวซิงหยูที่กำลังนอนหลับฝันดีอยู่ ก็ได้ถูกมือคู่หนึ่งดึงให้ตื่นขึ้น​มา
เมื่อลืมตาขึ้นมาได้ เขาก็เห็นเซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ที่กำลังพยายามปลุกเขาอยู่
“พี่ครับ อรุณสวัสดิ์~”
“อรุนสวัสดิ์อะไรกัน ตื่นสายขนาดนี้แล้ว ลืมเเล้วรึไงว่าวันนี้วันอะไร?”
เมื่อเซียวซิงหยูหันไปมองนาฬิกาปลุกข้างเตียง ทันใดนั้น​เขาก็รีบกระโดดลงจากเตียงทันที
“แย่แล้ว! สายแล้ว!”
ขบวน​รถไฟ​หมายเลข​ 13 จากเมืองหลงอิ๋นไปยังเมืองหวงหยาน จะออกเดินทางในอีก 20 นาที
“เซียว​หยู​ ใจเย็นๆก่อน!”
“พี่ครับ ผมอาจจะไปสอบไม่ทัน จะไม่ให้ผมใจร้อนได้ยังไง!”
“พี่รู้ แต่ถึงจะรีบแค่ไหน ก็ใส่กางเกงก่อนเถอะ” เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​หน้าแดงก่ำ ก้มหน้ายื่นกางเกงในให้เซียวซิงหยู
เซียวซิงหยูมองลงไปที่ตัวเอง ทันใดนั้น​เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก
เพราะเขามีนิสัยนอนแก้ผ้า ตอนกลางคืนเขาจึงไม่ได้สวมกางเกงใน…เมื่อกี้เพราะตกใจ เซียวซิงหยูจึงลืมเรื่องนี้ไปเลย
หลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เซียวซิงหยูก็รีบวิ่งไปที่ประตูห้อง
เย่ซือ​เ​หมิง​นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มือถือปาท่องโก๋ไว้
“พี่ชายสู้ๆ เหมิงเหมิงขอให้พี่สอบได้ที่หนึ่งนะ!”
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​วิ่งตามมา “เซียว​หยู​ น้องยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ!”
“พี่ครับ ผมไม่ทันแล้ว!”
“งั้นเอานี่ไปกินระหว่างทาง”
เซียวซิงหยูรับปาท่องโก๋จากเซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ แล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว​
“พี่ครับ พี่กับเหมิงเหมิงอยู่บ้านดีๆนะ…​ผมจะรีบไปรีบกลับ!”
ทันทีที่พูดจบ เซียวซิงหยูก็ขี่หมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรก​ออกไปทันที​
เซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ยืนอยู่ที่ระเบียง มองน้องชายที่หายลับไปในหิมะ ทันใดนั้น​ภาพเหตุการณ์ในห้องนอนเมื่อกี้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
“เด็กคนนี้ โตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ”
ถ้าหากนำคำพูดของเซียว​รั่ว​เ​ส​วี่ย​ไปใส่ไว้ในข้อสอบวิชาภาษาไทย, บทความนี้จะมีความหมายแฝงดังนี้
[คำว่า “โต” ที่ผู้เขียนกล่าวถึง มีสองความหมาย]
[หนึ่ง คือ โตทางความคิด]
[สอง คือ โตทางร่างกาย]
……
ณ สถานีรถไฟหลงอิ๋น
ที่ชานชาลารอรถ
รถไฟหุ้มเกราะขบวนยาวจอดอยู่ที่ชานชาลาหมายเลข 13
นี่คือขบวน​รถไฟ​หมายเลข​ 13
บนตัวถังรถไฟขบวน​นี้มีรอยกรงเล็บของอสูรเต็มไปหมด รวมถึงคราบเลือดที่ยังล้างไม่ออก
ภายในรถไฟเต็มไปด้วยเสบียงอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า รวมถึงยาบำรุงและอาหารเสริมพลังงานสำหรับสัตว์​อสูร
ที่ประตูรถไฟ
นักเรียนชั้นปีที่ 1 ห้อง 3 ของวิทยาลัยชิงหลงต่างกำลังยืนรออย่างพร้อมเพรียง เเละบนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่าง​มาก
“ทุกคนทำใจให้เย็นไว้​นะ…เเล้วพวกเธอจะทำคะแนน​ได้ดี” เฉินฉีเหนียนเอ่ยปลอบใจ
“อาจารย์เฉิน เหลือเวลาอีกแค่สองนาทีแล้ว เเต่เซียวซิงหยูยังไม่มาเลยครับ”
“ทั้งห้องขาดแค่เขาคนเดียว…หมอนั่นคงตื่นสายแน่ๆ”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงหอนของหมาป่าก็ดังมาแต่ไกล
เด็กหนุ่มขี่หมาป่ายักษ์วิ่งฝ่าหิมะมา พร้อมปากที่ยังคาบปาท่องโก๋ครึ่งชิ้น​อยู่​
“ซิงหยู​!” อู๋เซิงโหย่วตะโกนอย่างตื่นเต้น
“ทุกคนดูสิ เซียว​ซิง​หยู​ของข้าฉันแล้ว!” ซ่งหู่ร้องตาม
ทันใดนั้น​เอง​ หมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรก​ก็เบรกอย่างกะทันหัน
เซียวซิงหยูบนหลังจึงล้มลงไปกองกับพื้นอย่างน่าอนาถ…เเถมปาท่องโก๋​ยังหลุดออกจาก​ปากอีกด้วย
“ซิงหยู การปรากฏตัวของนายนี่มัน… ฮ่าๆๆ”
“พวกนายอย่ามัวแต่ยืนดูสิ มาช่วยฉันหน่อย! โอ๊ย! หลังของฉัน…”
ณ เวลานี้…เพื่อนๆรีบช่วยกันไปพยุงเซียวซิงหยูขึ้น
เซียวซิงหยูยืนขึ้นเเล้วจ้องไปที่หมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรก​
“เบรกกะทันหันเเบบนี้​ จงใจเเย่งปาท่องโก๋​ของฉัน​ใช่​ใหม?...รอสอบเสร็จก่อนเถอะ ไว้ฉันจะจัดการแกทีหลัง!”
หมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรก​ทำเป็นไม่ได้ยิน, ปากของมันคาบปาท่องโก๋ครึ่งชิ้นเเล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย
…..
“เด็กๆ ขึ้นรถได้แล้ว” เฉินฉีเหนียนเร่ง
เสียงเครื่องยนต์​ของรถไฟดังขึ้น นั่นหมายความว่าเหลือเวลาอีกแค่นาทีเดียวก่อนรถไฟจะออกตัว
นักเรียนทุกคนโบกมือลาเฉินฉีเหนียน แล้วทยอยขึ้นรถไฟ
“เซียวซิงหยู!” เฉินฉีเหนียนเอ่ยเรียก
เซียวซิงหยูเป็นคนสุดท้ายที่ขึ้นรถไฟ เขากำลังยืนอยู่ตรงทางเชื่อมระหว่างตู้
“อย่าลืมที่สัญญากับฉันไว้นะ ถ้าได้คะแนนระดับ S…ฉันถึงจะทำตามสัญญา”
“อาจารย์เฉิน ผมจะไม่ทำให้อาจารย์​ผิดหวัง​ครับ!”
“ดีมาก…เเต่ใดๆก็เเล้วเเต่ ขอให้นายกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
เซียวซิง​หยู​ยกยิ้มและพยักหน้า
เสียงเครื่องยนต์​ของรถไฟดังขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้น​รถไฟก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา ฝ่าหิมะที่พัดมาจากทิศตะวันตก
เฉินฉีเหนียนยืนอยู่ที่ชานชาลา มองรถไฟที่ค่อยๆหายลับไปจากสายตาของเขา​
“แค่สอบกลางภาคเอง ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ”
เฉินฉี่เหนียนปลอบใจตัวเอง กอดให้แน่น แล้วเดินออกจากสถานีรถไฟ หายลับเข้าไปในฝูงชน
……………………