เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132: ผู้นำกองกำลังกบฏ, ​เซียวเลี่ยเหยียน

บทที่ 132: ผู้นำกองกำลังกบฏ, ​เซียวเลี่ยเหยียน

บทที่ 132: ผู้นำกองกำลังกบฏ, ​เซียวเลี่ยเหยียน


บทที่ 132: ผู้นำกองกำลังกบฏ, ​เซียวเลี่ยเหยียน

เซียวซิงหยูมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าในยามเย็นเป็นสีแดงเรื่อ

พลังมังกรเป็นพลังที่พิเศษที่สุดในโลก เเละคนธรรมดาไม่สามารถรับรู้ถึงมันได้

อย่างไร​ก็ตาม, แม้จะไม่ใช้พลังของดวงตาเทพ​อสูร​ เซียวซิงหยูก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังมังกรได้อย่างง่ายดาย

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด

"แหล่งที่มาของพลังมังกร ดูเหมือนจะอยู่ด้านนั้น…"

เซียวซิงหยูเงยหน้าขึ้น สายตาของเขามองผ่านหน้าต่างห้องเรียนขึ้นไปบนท้องฟ้าเเล้วขมวดคิ้วแน่น

"มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ฉันรู้สึกได้ลางๆ…นอกจากมังกรดำของซ่างกวนหลานแล้ว ยังมีมังกรสายเลือด​บริสุทธิ์​อื่นๆหลงเหลืออยู่บนโลกนี้อีกงั้นเหรอ?"

……

บนท้องฟ้า​หมื่นเมตรจากพื้นดิน

สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังบินผ่านเมืองหลงอิ๋น

กรงเล็บสีทองเก้าเล็บ ทะยานอยู่บนก้อนเมฆ เกล็ดมังกรสีแดงเพลิงพลิ้วไหวไปตามสายลม, หัวมังกรขนาดใหญ่โผล่พ้นเมฆออกมา พ่นไฟสีทองแดง บนใบหน้าที่ดูน่าเกรงขาม มีรอยแผลเป็นยาวๆที่​สามารถ​เพิ่มความดุดันขึ้นไปอีกขั้น

จากพลังที่แผ่ออกมาจากมังกรตัวนี้ ไม่ยากที่จะบอกได้ว่ามันมีระดับสูงกว่าระดับเทพเจ้า หรือนั่นก็คืสัตว์​อสูร​ระดับสังหารเทพเจ้า!

ที่น่ากลัว​กว่า​นั้นคือบนหัวของมังกรสีทองแดงตอนนี้ มีชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่

ผู้ชายสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำตาล ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย มีรอยสักรูปสามเหลี่ยมบนใบหน้าด้านซ้าย แต่ถึงมีรอยสัก​เเต่ความหล่อเหลาของเขาก็เพียงพอที่จะสะกดใจสาวๆได้มากมาย

จากชายคนนี้ เราจะเห็นความผันผวน​ของพลังต่างๆมากมาย…เเละถ้ามองอย่างถี่ถ้วน ทุกคน​จะรู้สึกว่าเขาดุจดาบศักดิ์​สิทธ์​ที่ถูกผนึกไว้นานนับพันปี

นอกจากนี้, ใบหน้าของชายคนนี้ เหมือนกับภาพในประกาศจับระดับ​สูงสุด​ของประเทศมังกรไม่มีผิดเพี้ยน

เขาคือเซียวเลี่ยเหยียน ผู้นำกองกำลังกบฏ!

ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเซียวเลี่ยเหยียน สวมเสื้อผ้าหนัง สวมหน้ากากแมว ปล่อยผมยาวสยาย

เธอคือเย่เม่ย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังกบฏ

ไม่ต้องพูดถึงอิทธิพลของกองกำลังกบฏ เพียงแค่คนสองคนนี้ ก็สามารถทำให้กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพ​อากาศของประเทศมังกรพังพินาศได้เลย

"ท่านผู้นำ ตอนนี้เราอยู่เหนือเมืองหลงอิ๋น…วิทยาลัยชิงหลงที่คุณหนูอยู่ ก็อยู่ในเมืองนี้"

"อืม ข้ารู้"

"เราจะไปพบเขารึเปล่า?"

คำแนะนำของเย่เม่ย สั่นสะเทือนหัวใจของเซียวเลี่ยเหยียนเล็กน้อย​

เซียวเลี่ยเหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ มองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง สายตาคมกริบจับจ้องไปที่อาคารเรียนของวิทยาลัยชิงหลง

ในขณะนั้น เซียวซิงหยูยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

เเน่นอนว่าเซียวซิงหยูมองไม่เห็นสิ่งใดบนท้องฟ้า

ส่วนสายตาของเซียวเลี่ยเหยียนก็มองเห็นเพียงโครงร่างของวิทยาลัยชิงหลงเท่านั้น เขามองไม่เห็นเซียวซิงหยูเช่นกัน​

"ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะได้พบเขา"

"ท่านผู้นำ แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่ ท่านถึงจะไปพบเขา?"

เซียวเลี่ยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น​รอยยิ้มอบอุ่นก็ปรากฏบนใบหน้าที่หล่อเหลา

"เด็กคนนี้เติบโตเร็วมาก ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน วันที่เราจะได้พบกันก็คงมาถึงเอง"

“เอาล่ะ…เรารีบไปกันเถอะ”

มังกรสีทองแดงรับรู้ถึงความตั้งใจของเจ้านาย มันเร่งความเร็ว เเล้วบินหายไปในหมู่เมฆทันที​

…..

ณ ขณะนี้​

เซียวซิงหยูหดหัวกลับเข้ามาในห้องเรียน เขาเอามือเท้าคางเเล้วใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะเบาๆ

"แปลกจัง พลังมังกรเมื่อกี้หายไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้สึกถึงพลังอะไรเลย"

"มังกรตัวนั้น มันเป็นมังกรแบบไหนกันเเน่นะ?"

กริ๊งงงง!!!

ทันใดเสียงออดก็ดังขึ้น เซียวซิงหยูสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป คว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากห้องเรียนทันที

อาคารเรียน ประตูโรงเรียน

ถนนหลังโรงเรียน อพาร์ตเมนต์สำหรับ​ครอบครัว​

เซียวซิงหยูวิ่งตลอดทาง เพราะคิดถึงพี่สาวมาก เขาไม่ยอมแม้แต่จะรอลิฟต์เเล้ววิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องพัก

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เซียวรั่วเสวี่ยที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวก็ตะโกนออกมา

"เหมิงเหมิง ไปเปิดประตูหน่อย!"

เมื่อประตูเปิดออกเเล้วเย่ซือเหมิงเห็นคนตรงหน้า เธอก็ยิ้มร่าพร้อมวิ่งเข้าไปกอดทันที

"พี่ชาย!"

เย่ซือเหมิงเกาะเซียวซิงหยูเหมือนหมีโคอาล่าตัวน้อย

"เหมิงเหมิง พี่กลับมาแล้ว"

เซียวซิงหยูแกะเย่ซือเหมิงที่เกาะเขาเหมือนตุ๊กตาออก ลูบผมเปียสองข้างของเธออย่างเอ็นดู

"พี่ชาย พี่ออกจากบ้านไปตั้งครึ่งเดือน…หนูคิดถึงพี่จะแย่แล้ว!"

"เเล้วทุกวันหนูกับพี่รั่วเสวี่ยก็ได้ดูการแข่งขันซูเปอร์โนว่าทางทีวีด้วยนะ"

"พี่ชายเท่มากๆเลยตอนอยู่บนเวที พอหนูโตขึ้น หนูอยากแต่งงานกับผู้ชายเก่งๆแบบพี่ชาย!"

เซียวซิงหยูนวดแก้มป่องๆ ของเย่ซือเหมิงพรางล้อเลียน​ว่า

"เหมิงเหมิง เธอน่ะยังเด็กมาก…แล้วพี่ชายก็ไม่ชอบเด็กตัวเล็กๆ พี่ชายชอบสาวๆที่โตแล้ว"

"สาวๆที่โตแล้วมีดีอะไร…ฮึ่ม สาวๆที่โตแล้วมีอะไรเหมิงเหมิงก็มีเหมือนกัน"

เย่ซือเหมิงเบะปากอย่างน้อยใจ เเล้วก้มมองหน้าอกของตัวเอง

การเรียกเย่ซือเหมิงว่าสาวน้อยหน้าเด็กอกโต…คงไม่เกินจริงนัก

เด็กสาวคนนี้มีใบหน้าที่ดูเด็ก แต่รูปร่างไม่แพ้สาวๆที่โตแล้วเลยสักนิด

เเต่ทันใดนั้น​เอง, เซียวรั่วเสวี่ยก็ยกอาหาร​จานสุดท้ายออกมาจากครัว

"เหมิงเหมิง มารับจานหน่อย!"

เย่ซือเหมิงรับจานจากเซียวรั่วเสวี่ย วางบนโต๊ะอาหาร แล้วจัดวางช้อนซ่อม

เซียวซิงหยูอดใจไม่ไหว รีบวิ่งเข้าไปกอดเซียวรั่วเสวี่ยไว้แน่น

"พี่สาว ผมคิดถึงพี่มาก"

เซียวซิงหยูกอดเซียวรั่วเสวี่ยแน่นขึ้น ซุกหน้าลงกับผมหอมๆของเธอ ราวกับอยากจะหลอมรวมพี่สาว​เข้ากับตัวเขาเอง

"เซียวหยู พี่ก็คิดถึงเธอนะ"

ตั้งแต่เด็ก พี่น้องทั้งสองต่างพึ่งพาอาศัยเเละอยู่​ด้วยกันมาตลอด

ครั้งนี้เซียวซิงหยูไปเมืองสี่วิญญาณเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนว่า เขาจึงต้องจากเซียวรั่วเสวี่ยมาเป็นเวลาถึงครึ่งเดือน

นี่เป็นครั้งแรกที่พี่น้องทั้งสองต้องแยกจากกันเป็นเวลานานขนาดนี้, การกอดกันอย่างแนบแน่นนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆเลน

การกอดกันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งลงทานอาหารเย็นด้วยกัน

บนโต๊ะอาหาร เย่ซือเหมิงไม่ได้ทานอาหารอย่างตะกละตะกลามอย่างที่เคย, แต่เธอคอยตักกับข้าวให้เซียวซิงหยูตลอดเวลาเเทน

"พี่ชายทานเยอะๆนะ พี่ดูผอมลงไปมากเลย"

เซียวซิงหยูผอมลงจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะการแข่งขันซูเปอร์โนว่า แต่มันเป็นเพราะการต่อสู้กับกองทัพเรือในฐานะชายชุดดำต่างหาก

ในการต่อสู้นั้น เซียวซิงหยูกินยาเม็ดวิญญาณ​มังกรไปถึงสองเม็ด ทั้งพลังกายและพลังวิญญาณถูกใช้ไปจนหมด แถมยังถูกซ่างกวนหลานไล่ล่า จนต้องใช้หยาดน้ำตามังกรถึงรอดชีวิตกลับมาได้

โชคดีที่ในช่วงที่เขาหมดสติ เดลลูและเมดูซ่าได้ป้อนน้ำนมอสูรให้เขา…ไม่อย่างนั้น​สถาพของเขาคงย่ำแย่​กว่านี้มาก

“พี่สาว พี่กับเหมิงเหมิงได้ดูการถ่ายทอดสดไหม?”

“ดูสิ…ตอนนั้น​เซียว​หยู​เท่มากเลย​นะ!” เซียวรั่วเสวี่ยมองน้องชายด้วยความเอ็นดู เเละไม่ลืมตักซุปให้เขาด้วยตัวเอง

สำหรับเธอ แค่น้องชายเติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัย เธอก็พอใจแล้ว

เซียวซิงหยูทานข้าวไปได้สี่ชาม ทันใดนั้น…เขาก็นึกอะไรขึ้นได้

“จริงสิพี่สาว วันนี้ของสัปดาห์หน้า ผมต้องออกเดินทางอีกแล้ว”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, รอยยิ้มของเซียวรั่วเสวี่ยก็จางหายไปทันที​

“หือ? ต้องออกเดินทางอีกแล้วเหรอ?”

เซียวซิงหยูจับมือพี่สาว เเล้วอธิบายอย่างจนใจ

“ผมเพิ่งกลับมา อยากอยู่กับพี่ให้นานๆ…แต่วันนี้ของสัปดาห์หน้าก็ถึง​เวลา​สอบกลางภาคแล้ว”

หลังจากฟังคำอธิบาย เซียวรั่วเสวี่ยก็อดแสดงความเป็นห่วงออกมาไม่ได้

“คุ้มกันขบวนรถไฟหมายเลข 13 ไปเมืองหวงเยียนเหรอ? นั่นมันเมืองชายแดนทางตะวันตกของประเทศมังกรเลยนะ ระหว่างทาง…ต้องเจอกับอสูรร้ายเยอะแยะแน่ๆ”

“พี่สาวไม่ต้องห่วง ผมจะกลับมาอย่างปลอดภัย”

เมื่อ​ได้ยิน​น้ำเสียง​อันมั่นใจ​ของเซียวซิง​หยู, เซียวรั่วเ​ส​วี่ย​ก็ไม่ได้ว่าอะ​ไร​อีก

………

ตกดึก

เย่ซือเหมิงนอนหลับอยู่บนโซฟา กอดตุ๊กตาหมีที่เซียวซิงหยูซื้อให้ไว้แน่น

“เด็กคนนี้ นอนบนโซฟาอีกแล้ว”

เซียวซิงหยูกลัวว่าจะปลุกเย่ซือเหมิง เขาจึงไปหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวเธอ แล้วเอาหมอนมารองศีรษะให้

“พี่ชาย หนูก็อยากเป็นปรมาจารย์อสูร หนูก็อยากไปเรียนที่วิทยาลัยชิงหลง…”

เซียวซิงหยูชะงักไปเล็กน้อย, เขารู้ดีว่าสาเหตุที่เย่ซือเหมิงไม่สามารถเป็นปรมาจารย์อสูรได้ เพราะเธอเป็นโรคกลัวอสูรร้าย

โรคนี้เป็นทั้งโรคทางจิตใจ, เพียงแค่เห็นอสูรร้าย เธอก็จะหมดสติทันที ดังนั้น​มันจึงไม่มีวิทยาลัยไหนรับนักเรียนที่มีปัญหาแบบนี้เข้าเรียน​

“เหมิงเหมิง รอหลังสอบกลางภาคเสร็จ พี่จะหาเวลาว่างรักษาโรคกลัวอสูรร้ายของเธอให้หาย แล้วเธอจะได้เข้าวิทยาลัยชิงหลง กลายเป็นปรมาจารย์อสูรอย่างที่ใฝ่​ฝัน”

เซียวซิงหยูนั่งยองๆข้างโซฟา พลางลูบหน้าเย่ซือเหมิงเบาๆ

“เซียวหยู พี่จัดห้องให้เรียบร้อยแล้ว…น้องเข้านอนได้แล้วนะ”

เมื่อเซียวซิงหยูหันไป เขาก็เห็นเซียวรั่วเสวี่ยในชุดนอนผ้าไหมเดินเข้ามาหา

ชุดนี้ทำให้เซียวรั่วเสวี่ยซึ่งมีรูปร่างที่เซ็กซี่…ได้โชว์​หน้าอกอิ่ม เอวคอด สะโพกผายได้อย่างสมบู​รณ์

“พี่สาว~”

“ว่าไง?”

“คืนนี้ผมขอนอนกับพี่เหมือนตอนเด็กๆได้ไหม?”

………………….

จบบทที่ บทที่ 132: ผู้นำกองกำลังกบฏ, ​เซียวเลี่ยเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว