- หน้าแรก
- ค่ำคืนร้อนฉ่า ประธานสาวเย็นชาลากผมไปจดทะเบียน
- ตอนที่ 39 รางวัลจากภรรยา ความอบอุ่นในป้อมยาม
ตอนที่ 39 รางวัลจากภรรยา ความอบอุ่นในป้อมยาม
ตอนที่ 39 รางวัลจากภรรยา ความอบอุ่นในป้อมยาม
ตอนที่ 39 รางวัลจากภรรยา ความอบอุ่นในป้อมยาม
ซู ชิงเสวี่ย ไม่ได้พูดอะไร
นัยน์ตาหงส์ที่เคยเย็นชาปานน้ำแข็ง บัดนี้จ้องเขม็งไปที่ หลินเฟิง
ในแววตามีทั้งความตกตะลึงและอยากรู้อยากเห็น แถมยังแฝงความหลงใหลที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ตัว
หลินเฟิง ที่คาบแตงกวาครึ่งท่อนอยู่ ถูกเธอมองจนเสียวสันหลังวาบ
ใจหล่นตุ้บ
แย่แล้ว ยัยนี่คงไม่ได้มาคิดบัญชีย้อนหลังหรอกนะ?
เมื่อกี้ที่ลานกว้าง ทั้งใช้ ‘เข็มเจ็ดดาราต่อชีวิต’ ทั้งใช้ ‘วิชาชักนำฤทธิ์ยาด้วยปราณ’ โชว์ออฟเกินเบอร์ไปจริงๆ ไม่เข้ากับคาร์แรคเตอร์รปภ. จอมอู้ที่ต้องเก็บตัวเงียบเลยสักนิด
“อะแฮ่ม...”
หลินเฟิง กระแอมไอ หยิบแตงกวาออก ปั้นรอยยิ้มเสแสร้งขึ้นมาทันที
เขาลองเชิงถาม “เอ่อ... ที่รัก เมื่อกี้ผมเล่นใหญ่ไปหน่อยใช่ไหม แย่งซีนคุณหมดเลยเหรอ คราวหน้าผมสัญญาว่าจะทำตัวโลว์โปรไฟล์ ยกซีนเด่นให้คุณคนเดียวเลยดีไหม”
ยังไม่ทันขาดคำ ซู ชิงเสวี่ย ก็ขยับตัว
เธอก้าวขาสูงเพรียว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกึกๆ ราวกับเหยียบลงกลางใจของ หลินเฟิง ทุกจังหวะ
กลิ่นหอมเย็นยะเยือกดั่งบัวหิมะ แผ่ซ่านพร้อมไอเย็นเฉียบดั่งหยกอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ โอบล้อมตัว หลินเฟิง ไว้ทันที
หลินเฟิง เอนตัวไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
ขณะที่เขากำลังเค้นสมองหาคำพูดกวนๆ มาช่วยคลายความอึดอัด ประธานสาวแสนสวยตรงหน้ากลับทำพฤติกรรมที่ทำให้สมองของเขาชอร์ตไปดื้อๆ
ซู ชิงเสวี่ย เขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย
ริมฝีปากแดงระเรื่ออันเย็นชาที่ทำให้ผู้ชายทั้งเมืองเจียงไห่เฝ้าฝันถึงแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ ประทับลงบนแก้มของ หลินเฟิง อย่างแผ่วเบา
นุ่มนวล…
เย็นเฉียบ…
ราวกับเกล็ดหิมะเย็นเฉียบที่แฝงประกายไฟฟ้าสถิต
สมองของ หลินเฟิง ระเบิดดังตู้ม ขาวโพลนไปหมด
แปะ
แตงกวาครึ่งท่อนร่วงหลุดจากนิ้วที่แข็งทื่อ หล่นลงพื้น
เขาเบิกตากว้าง สัมผัสเย็นวาบที่ข้างแก้มราวกับถูกประทับตราไว้ตลอดกาล
นี่...
โดนหอมแก้มเหรอ?
โดน ซู ชิงเสวี่ย หอมแก้ม ในตอนที่เธอมีสติครบถ้วน ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย แถมยังเป็นคนล็อกประตูเองด้วยเนี่ยนะ?
นี่มันคนละเรื่องกับการแสดงละครตบตาในห้องทำงานก่อนหน้านี้เลย!
นี่เป็นครั้งแรก ที่เธอเป็นฝ่ายรุกเข้าหาอย่างแท้จริง!
หลินเฟิง ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ส่วน ซู ชิงเสวี่ย ถอยห่างออกไปครึ่งก้าวแล้ว
รอยแดงระเรื่อลามจากลำคอขาวผ่องไปจนถึงใบหู ทำให้ใบหน้างดงามล่มเมืองของเธอมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอไม่กล้าสบตา หลินเฟิง หันหน้าหนีเล็กน้อย พูดด้วยเสียงเบาหวิวราวกับยุงบิน
“นี่คือ... รางวัล”
“ขอบคุณนะ หลินเฟิง”
คำว่า ‘ขอบคุณนะ’ ประโยคเดียว มีค่ามากกว่าคำพูดนับพันหมื่น
ขอบคุณ ที่ช่วยปัดเป่าความมุ่งร้ายของคนทั้งโลกในยามที่ฉันถูกผู้คนรุมประณาม
ขอบคุณ ที่ช่วยพลิกสถานการณ์ในยามที่ฉันร่วงหล่นลงสู่ขุมนรก
ขอบคุณ ที่ยอมมอบเกียรติยศทั้งหมดให้ฉัน ท่ามกลางสายตาผู้คนนับหมื่น
หัวใจของ หลินเฟิง ถูกคำพูดง่ายๆ สามคำนี้กระแทกจนอ่อนยวบและชาหนึบ
ผ่านไปสามวินาทีเต็ม เขาถึงได้หลุดจากอาการตัวแข็งเป็นหิน
เขาเอามือลูบแก้มข้างที่โดนหอมแบบคนโง่ๆ ความกะล่อนปนดีใจแบบเก็บทรงไม่อยู่กลับคืนร่างทันที
วินาทีต่อมา เขาก็ทำหน้าหนา ยื่นแก้มอีกข้างเข้าไปหา
“ที่รัก คุณดูสิ ทุกอย่างมันต้องมีความงามแบบสมมาตรนะ คุณหอมแค่ข้างเดียว เดี๋ยวมันเสียสมดุล เดินเซทำไงล่ะ”
“เพื่อความปลอดภัยในชีวิตผม ตรงนี้... ต้องประทับตราอีกสักทีไหม”
“......”
ความอบอุ่นและความซาบซึ้งที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น ถูกความหน้าด้านของหมอนี่ตีแตกกระเจิงไม่เหลือซาก
ความขวยเขินของ ซู ชิงเสวี่ย ถูกความโมโหบางๆ กลบแทน
เธอทั้งฉุนทั้งขำ ยื่นมือเรียวขาวไปดันหน้าใหญ่โตของ หลินเฟิง ที่ยื่นเข้ามาให้ออกห่าง
“ไสหัวไปเลย! อย่ามาได้คืบจะเอาศอกนะ”
ปากก็ด่า แต่แรงที่ผลักกลับเบาหวิว ดูเหมือนกำลังหยอกล้อกันเสียมากกว่า
หลังจากดัน หลินเฟิง ออกไป ซู ชิงเสวี่ย ก็สูดลมหายใจเข้าลึก บังคับตัวเองให้กลับมาอยู่ในมาดจักรพรรดินีอีกครั้ง
นัยน์ตาใสกระจ่างของเธอกลับมาโฟกัสอีกครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นในแววตาไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป
“แต่ว่า...” เธอเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “คืนนี้กลับบ้าน คุณต้องบอกฉันมาตามตรงนะ ว่าไอ้วิชาชักนำฤทธิ์ยาด้วยปราณนั่น มันคืออะไรกันแน่”
มาแล้ว!
หลินเฟิง ลอบดีใจ
เขารู้อยู่แล้ว ว่าการโชว์สกิลวันนี้ ต้องดึงดูดความสนใจของภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ให้พุ่งถึงขีดสุดได้แน่
ผมไม่กลัวหรอกว่าคุณจะเย็นชาปานน้ำแข็ง… กลัวแค่ว่าคุณจะไม่สนใจผมต่างหาก
ขอแค่คุณเริ่มสงสัย ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ ก็คงอยู่ห่างจากการละลายอย่างสมบูรณ์อีกไม่ไกลแล้ว
เขากระแอมไอ เตรียมจะงัดทักษะฝีปากออกมาใช้ เพื่อแลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้งกับภรรยาในหัวข้อวิชาการเรื่อง ‘การประสานหยินหยาง’ เสียหน่อย
จังหวะนี้เอง—
หึ่ง...
แรงสั่นสะเทือนแผ่วเบา พร้อมความร้อนผ่าว แผ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน
รอยยิ้มกะล่อนบนใบหน้า หลินเฟิง แข็งค้างทันที
แววตาของเขาหรี่แคบลง!
กลิ่นอายไอ้หนุ่มกะล่อนที่ไม่เอาถ่านหายวับไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยรังสีอำมหิตอันเย็นเยียบถึงกระดูก!
ซู ชิงเสวี่ย สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเขาอย่างไว ขมวดคิ้วเรียว “เป็นอะไรไป”
หลินเฟิง ไม่ตอบ
เขาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าด้านในของชุดยูนิฟอร์มรปภ. ราคาถูก หยิบของสิ่งหนึ่งออกมา
ป้ายหยกขาวที่สลักลวดลายมังกรโบราณ เนื้อหยกดูอบอุ่นและนุ่มนวล
ตอนนี้ ป้ายหยกที่ดูธรรมดาในวันปกติ กำลังเปล่งแสงเรืองรองที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวหยกส่งผ่านความร้อนลวกมือออกมาเป็นระลอก!
นี่คือหนึ่งในของสามชิ้นที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ก่อนลงเขา ป้ายหยกมังกรสยบมาร!
เมื่อพบเจอกับพลังหยินชั่วร้ายที่รุนแรง มันจะแผ่ความร้อนออกมาเพื่อเตือนภัย!
ลงเขามาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่มันมีปฏิกิริยา!
สายตาของ หลินเฟิง ราวกับทะลุผ่านกำแพงป้อมยาม มองตรงไปยังทิศทางของตึกเทียนจือกรุ๊ปที่อยู่ห่างออกไป
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มกระหายเลือด
กลิ่นอายนี้ไม่มีทางผิดแน่
มันคือพลังหยินอาฆาต ความแค้น… และกลิ่นอายสัตว์ประหลาดที่พวกเดียรถีย์เลี้ยงไว้
ดูเหมือนว่าหมาจนตรอกอย่างตระกูลจ้าว หลังจากหมดหนทางแล้ว ในที่สุดก็เลิกคิดจะเล่นเกมธุรกิจแบบคนปกติสักที