- หน้าแรก
- ค่ำคืนร้อนฉ่า ประธานสาวเย็นชาลากผมไปจดทะเบียน
- ตอนที่ 9 สมรภูมิเดือด! ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกโรงชิงตัวเจ้าบ่าว หลินเฟิงรับบทหนักแล้ว!
ตอนที่ 9 สมรภูมิเดือด! ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกโรงชิงตัวเจ้าบ่าว หลินเฟิงรับบทหนักแล้ว!
ตอนที่ 9 สมรภูมิเดือด! ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกโรงชิงตัวเจ้าบ่าว หลินเฟิงรับบทหนักแล้ว!
ตอนที่ 9 สมรภูมิเดือด! ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกโรงชิงตัวเจ้าบ่าว หลินเฟิงรับบทหนักแล้ว!
มือถือในมือ หลินเฟิง แทบจะร่วงหล่นลงพื้น
เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มขมับ
น้ำเสียงของตาเฒ่าปู้จิ้งราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ภาพความน่ากลัวของศิษย์พี่หญิงทั้งสามคนผุดขึ้นในหัวเขาทันที
ก่อนลงเขาพวกเธอเคยลั่นวาจาไว้ว่า หากมีผู้หญิงไม่รักดีคนไหนกล้าเข้าใกล้เขา พวกเธอจะจัดการ ‘ส่งวิญญาณ’ ผู้หญิงคนนั้นทิ้งซะ!
“ศิษย์พี่หญิง? แย่งเจ้าบ่าว?”
น้ำเสียงของ ซู ชิงเสวี่ย เย็นเยียบลงในพริบตา
สายตาที่เธอมอง หลินเฟิง ไม่ใช่ความเฉยชาแบบปกติ แต่มันคือการจับผิดและเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ผู้ชายคนนี้ ปากก็พร่ำบอกว่ารักภรรยา แต่ลับหลังกลับซุกผู้หญิงไว้กลุ่มใหญ่เลยงั้นเหรอ?
แถมฟังจากน้ำเสียงแล้ว ความสัมพันธ์คงไม่ธรรมดาเสียด้วย!
หลินเฟิง สัมผัสได้ถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับ จ้าว เทียนอวี่ หรือซู เจิ้นไห่ เสียอีก
เขารีบยัดมือถือกลับเข้ากระเป๋า พลางหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน “ที่รัก คุณเข้าใจผิดแล้ว พวกเธอ... ก็แค่ศิษย์พี่ร่วมสำนักที่สนิทกันนิดหน่อย ไอ้เรื่องแย่งเจ้าบ่าวอะไรนั่น ตาเฒ่าหนังเหนียวนั่นพูดจาเหลวไหลทั้งนั้น!”
ทว่าในสายตาของ ซู ชิงเสวี่ย คำอธิบายนั้นกลับยิ่งดูมีพิรุธ
เธอเพียงปรายตาเย็นชามองเขาโดยไม่พูดอะไรอีก
แต่แรงกดดันที่มองไม่เห็นกลับทำให้ หลินเฟิง อึดอัดยิ่งกว่าโดนไม้พลองของอาจารย์ฟาดนับร้อยที
คืนนั้นเอง
เสียงเบรกสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซู
รถออฟโรดคันยักษ์สีดำสนิทที่แผ่รังสีดุดันจอดสนิทลงอย่างป่าเถื่อน แรงสั่นสะเทือนทำเอาประตูคฤหาสน์สั่นไหวจนสีแทบหลุดร่อน
ประตูรถเปิดออก
เรียวขายาวสวยในถุงน่องสีดำก้าวลงมาเป็นอันดับแรก
ตามด้วยหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกเย็นชา แต่ความงามกลับแผ่แรงกดดันมหาศาลสะกดทุกสายตา
เธอสวมชุดสูทเข้ารูปอวดส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบ
บนใบหน้ามีแว่นกันแดดสีดำปกปิดไว้ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมานั้นกลับแข็งแกร่งไม่แพ้ ซู ชิงเสวี่ย เลยแม้แต่น้อย
“หลินเฟิง ตามฉันกลับไป”
เธอถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาหงส์ที่จ้องเขม็งมาที่เขา น้ำเสียงกังวานใสนั้นแฝงไปด้วยคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ
“ตระกูลซู... ไม่คู่ควรกับนาย”
ซู ชิงเสวี่ย ได้ยินเสียงจึงเดินออกมาดูเช่นกัน
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า โดยเฉพาะท่าทีท้าทายอย่างไม่ปิดบังของอีกฝ่าย ทำให้ใบหน้าที่เคยเย็นชาปรากฏแววโกรธเคืองขึ้นมาทันที
เธอเดินเข้าไปขวางหน้า หลินเฟิง ไว้ราวกับจะปกป้อง
“เขาคือสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์พาเขาไป”
น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเย็นเยียบไม่แพ้กัน
ผู้หญิงสองคนยืนประจันหน้ากัน
คนหนึ่งเปรียบดั่งบัวหิมะบนยอดเขา อีกคนเปรียบดั่งใบมีดเคลือบน้ำค้างแข็ง
กลิ่นอายความหนาวเย็นที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในคฤหาสน์ดูเหมือนจะลดฮวบลง
หลินเฟิง ที่ถูกขนาบอยู่ตรงกลางถึงกับมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลัง
เขาทำตัวไม่ถูก จะดึง ซู ชิงเสวี่ย มาไว้ด้านหลังก็ถูกสายตาเฉียบคมของศิษย์พี่ใหญ่สะกดไว้จนขยับไม่ได้
นี่มันไม่ใช่แค่ศึกชิงนาย แต่มันคือสมรภูมิเดือดที่มีเขาเป็นเป้านิ่งรับเคราะห์อยู่คนเดียวชัดๆ!
สายตาของศิษย์พี่ใหญ่ตกลงบนร่างของ ซู ชิงเสวี่ย
เธอหรี่ตาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปแตะที่ข้อมือของ ซู ชิงเสวี่ย เบาๆ พลังภายในสายหนึ่งแทรกซึมเข้าไปตรวจสอบทันที
วินาทีต่อมา สีหน้าของศิษย์พี่ใหญ่พลันเปลี่ยนไป
แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจและยินดีอย่างปิดไม่มิด
“ชีพจรเก้าหยินขาดสะบั้น?” เธอพึมพำกับตัวเอง
จากนั้นเธอก็หันไปมอง หลินเฟิง ด้วยสายตาที่รู้ทัน “ไอ้เด็กแสบ... ที่แท้ที่นายมาเมืองเจียงไห่ ก็เพื่อตามหากายหายากแบบนี้นี่เอง”
เธอชักมือกลับ น้ำเสียงอ่อนโยนลงจนเกือบจะกลายเป็นความพึงพอใจ
“ในเมื่อเธอช่วยให้นายทะลวงคอขวดได้ งั้นเธอก็พอมีคุณสมบัติจะอยู่ข้างนายต่อ... แต่จำไว้ ผู้ชายของฉัน ตำแหน่งภรรยาหลวงต้องเป็นของฉันเท่านั้น”
หลินเฟิง ฟังแล้วถึงกับขนลุกซู่
ส่วน ซู ชิงเสวี่ย ได้แต่ยืนอึ้ง
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าความลับในร่างกายที่เธอเองยังไม่เข้าใจจะถูกอีกฝ่ายมองออกทะลุปรุโปร่งเพียงแค่สัมผัสเดียว
ศิษย์พี่ใหญ่ล้วงบัตรเชิญขอบทองออกมาโยนให้ หลินเฟิง อย่างไม่ใส่ใจ
“คืนพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงระดับท็อปจัดขึ้นที่นี่ มีคนวางแผนจะเล่นงานตระกูลซูอยู่”
เธอปรายตามอง ซู ชิงเสวี่ย ด้วยท่าทีที่เหนือกว่า
“ศิษย์น้อง... พายัยเมียเด็กของนายไปเปิดหูเปิดตาซะบ้างสิ”
พูดจบเธอก็สวมแว่นกันแดดแล้วเดินกลับไปขึ้นรถออฟโรด ขับทะยานออกไปอย่างป่าเถื่อน
ทิ้งไว้เพียงประตูที่พังยับเยินกับคนสองคนที่ยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หลินเฟิง รู้สึกได้ทันทีว่า ชีวิตหลังจากนี้ของเขาคงจะ ‘ว้าวุ่น’ ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก!