เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 : การต่อสู้ครั้งแรกของเทพธิดา​เเสง​ศักดิ์​สิทธ์​

บทที่ 52 : การต่อสู้ครั้งแรกของเทพธิดา​เเสง​ศักดิ์​สิทธ์​

บทที่ 52 : การต่อสู้ครั้งแรกของเทพธิดา​เเสง​ศักดิ์​สิทธ์​


บทที่ 52 : การต่อสู้ครั้งแรกของเทพธิดา​เเสง​ศักดิ์​สิทธ์​

ณ หุบเขาหมอกโลหิต

เซียวซิงหยูเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบึงสีแดงเลือดได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

ในหุบเขามีเพียงเส้นทางเดียว หากต้องการผ่านการทดสอบ ก็จำเป็นต้องข้ามบึงแห่งนี้ไปให้ได้

ฟืดฟาด ฟืดฟาด

ทันใดนั้น, ฟองอากาศก็ผุดขึ้นมาไม่หยุดจากบึงที่ข้นเหนียว…เเละหัวของจระเข้กลุ่มหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ

ฟูมมม~

ทันใดนั้น, จระเข้ตัวหนึ่งก็พุ่งตัวขึ้นจากน้ำ แล้วคลานขึ้นมาบนฝั่ง

ขนาดตัวของมันใหญ่ไม่แพ้รถหุ้มเกราะ มีเกล็ดหนาและเต็มไปด้วยหนามแหลมปกคลุมทั่วร่างกาย, สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือปากของมันที่เป็นโลหะ ซึ่งกำลังสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ

ณ ขณะนี้…รูม่านตาของเซียวซิงหยูค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเขาเปิดใช้งานดวงตาเทพ​อสูร​โดยอัตโนมัติ​

หน้าต่างข้อมูลของอสูร​ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

….

[ชื่อ]: จระเข้ยักษ์ปากเหล็ก

[ระดับ]: ระดับ​เริ่มต้น (ขั้นที่สาม)

[สายเลือด​]: คุณภาพชั้นยอด

[พรสวรรค์]: แรงกัดมหาศาล พิษร้ายแรง

[คุณสมบัติ]: ธาตุ​พิษ

[ทักษะ]​:

[ม้วนตัว​กัด]: กัดส่วนสำคัญของศัตรูแล้วหมุนร่างอย่างบ้าคลั่ง

[พ้นพิษ]: พ่นพิษสีแดงออกมาจากส่วนลึกในลำคอ ทำให้เกิดผลด้านลบ อย่าง การเผาไหม้ การชะลอตัว และลดค่าป้องกันต่อศัตรู

…..

ฟุ่บๆๆๆๆ~

เมื่อได้กลิ่นเนื้อมนุษย์, จระเข้ปากเหล็กตัวแล้วตัวเล่าก็พุ่งขึ้นจากน้ำมาอย่างรวดเร็ว​

เมื่อประเมินสถานการณ์คร่าวๆ เซียวซิงหยูก็พบว่าตอนนี้เขาถูกล้อมรอบด้วยจระเข้ปากเหล็กกว่ายี่สิบตัว

จระเข้ปากเหล็กทุกตัวค่อยๆเลื้อยเข้ามาใกล้เซียวซิงหยู ดวงตาของพวกมันเผยให้เห็นสัญชาตญาณกระหายเลือดที่โหดร้าย

…..

ณ ห้องประชุมของวิทยาลัยชิงหลง

เหล่าผู้บริหารระดับสูงของวิทยาลัยกำลังจ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์

ภาพโคลสอัพที่คมชัด แสดงให้เห็นแม้กระทั่งเส้นขนแต่ละเส้นบนใบหน้าของเซียวซิงหยู

"จระเข้ปากเหล็กพวกนี้เป็นอสูรร้ายระดับเริ่มต้นทั้งหมด ตราบใดที่เซียวซิงหยูอัญเชิญหมาป่านรกออกมา เขาก็น่าจะปลอดภัย" ครูใหญ่หลินชางวิเคราะห์สถานการณ์อย่างจริงจัง​

ซูหรูหยานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วหันไปมองเฉินฉีเหนียนที่อยู่ข้างๆ พร้อมกับถามว่า

"คุณเฉิน ฉันได้ยินมาว่าเซียวซิงหยูได้ทำสัญญากับอสูรตัวที่สองแล้ว…อสูรตัวที่สองของเขาคือตัวอะไรหรือ?"

เฉินฉีเหนียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ

"ท่านอธิการบดี พูดตามตรง, ผมยังไม่ได้ถามเซียวซิงหยูเลย"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ซูหรูหยานก็หันกลับมามองที่หน้าจอโปรเจคเตอร์อีกครั้ง

"บางทีเขาอาจจะอัญเชิญอสูรตัวที่สองออกมาเพื่อรับมือกับจระเข้ปากเหล็กก็ได้นะ"

ทุกคนต่างสงสัยเกี่ยวกับอสูรตัวที่สองของเซียวซิงหยู โดยเฉพาะซูหรูหยานที่แสดงสีหน้าคาดหวังออกมา

…..

ณ เวลานี้…เซียวซิงหยูก็ได้เปิดใช้งานตราอสูรเพื่ออัญเชิญอสูรของเขาออกมา

"เฟรย่า!"

วิ้งงงงง~~~~~

คราวนี้ รอบตัวเซียวซิงหยูไม่ได้มีเปลวไฟสีดำปรากฏขึ้น แต่กลับมีแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องออกมา

แสงสว่างปกคลุมไปทั่วหุบเขา ขจัดความมืดมิดออกไปทั้งหมด​

เเละเมื่อแสงสว่างจางหายไป อสูรสายพันธุ์​เทวทูต​ก็ค่อยๆบินลงมาอยู่ข้างๆเซียวซิงหยู

ปีกที่ก่อตัวขึ้นจากแสงศักดิ์สิทธิ์กระพือเบาๆ เเต่กลับทำให้อนุภาคแสงสว่าง​นับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ในอากาศราวกับหิ่งห้อย

ร่างกายที่งดงามถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะสีเงิน, ผมยาวสีทองสลวยดุจเกลียวคลื่นในทะเล, บนหน้าผากที่ขาวผ่องสวมผ้าคาดศีรษะโลหะที่ส่องประกายระยิบระยับราวมงกุฎ

……

ทุกคนภายในห้องประชุมต่างตกตะลึงสุดชีวิต​!

ดวงตาของหลินชางเบิกกว้าง ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก

"น...นี่มัน...อสูรสายพันธุ์​เทวทูต​งั้นเหรอ?"

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องตรวจจับอสูรรุ่นล่าสุดจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของอสูรตนนี้ได้อย่างรวดเร็ว

……

[ชื่อ]​: เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์

[ระดับ]​: ระดับเริ่มต้น (ขั้นที่​หนึ่ง)

[สายเลือด]​: สายเลือดเทวทูต​ (คุณภาพระดับ​เทพ​เจ้า)

[พรสวรรค์]​: การปกป้องด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ (ขับไล่ผลกระทบเชิงลบจากศัตรู และมอบโล่แสงศักดิ์สิทธิ์ให้แก่พันธมิตร)

[คุณ​สมบัติ​]​: เทวทูต​, บิน, ธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์

…..

ข้อมูลพื้นฐานของเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​นี้เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องประชุมอ้าปากค้าง

ส่วนข้อมูลขั้นสูง เช่น ความภักดี และเส้นทางวิวัฒนาการที่ซ่อนอยู่ เครื่องตรวจอสูรย่อมไม่สามารถตรวจสอบได้…มีเพียงดวงตาเทพ​อสูร​ของเซียวซิงหยูเท่านั้นที่สามารถ​มองเห็นข้อมูลขั้นสูงเหล่านี้

"ท่านอธิการบดี เซียวซิงหยูนี่มันอัจฉริยะ​ปีศาจ​จริงๆ! เขาทำสัญญากับอสูรสายเลือดระดับ​เทพเจ้า​ได้ยังไง?"

"มันไม่สมเหตุสมผลเลย ในเมืองหลงอิ๋นของเรามันไม่มีอสูรประเภทเทวทูต​ปรากฏตัวมาหลายสิบปีแล้วนะ…เเล้วไอ้เด็กนี่ไปหาอสูรตัวนี้มาจากที่ไหนกัน?"

"มีข่าวลือว่าเมื่อวานเซียวซิงหยูไปที่ร้านขายอสูรเหมียว​เหมียว…​แล้วซื้อเอลฟ์ธาตุ​น้ำมาตัวนึง"

วิทยาลัยชิงหลงมีอำนาจมาก การจะตรวจสอบทุกการกระทำของเซียวซิงหยูจึงเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ​

อย่างไร​ก็ตาม, สีหน้าของซูหรูหยานในตอนนี้ยากจะคาดเดา เเละเธอก็เอ่ยถามเฉินฉีเหนียนว่า

"คุณเฉิน คุณคิดว่าเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ตัวนี้คือเอลฟ์ธาตุ​น้ำตัวนั้นหรือเปล่า?"

"ผมว่าไม่น่าจะใช่นะครับ"

"เอลฟ์ธาตุ​น้ำน่ะมีสายเลือดระดับต่ำ มีแต่พวกคนรวยหัวโบราณเท่านั้นแหละที่จะซื้อพวกเธอมาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงหรือคนรับใช้"

"แต่เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​เป็นสายเลือดเทวทูต​แท้ๆ…ไม่น่าจะใช่หรอกครับ"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ซูหรูหยานก็ยกยิ้มจางๆ แล้วพูดเตือนว่า

"คุณเฉิน อย่าลืมสิว่า ตอนแรกหมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรกก็เป็นแค่สุนัข​วายุ​สายเลือดระดับ​ต่ำ​มาก่อนนะ"

เฉินฉีเหนียนนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาลงพลางถอนหายใจยาว

"จริงด้วยสิ เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในสายตาของพวกเรากลับกลายเป็นไปได้สำหรับเด็กคนนี้"

ซูหรูหยานเม้มริมฝีปากสีแดงเพลิง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชมและพอใจ

"เซียวซิงหยู​คืออัญมณีล้ำค่าที่สุดที่วิทยาลัยชิงหลงของเราตกมาได้…เมื่อเทียบกับนักเรียนคนอื่นๆ เขาคือมังกร​ในหมู่​มังกร​"

ซูหรูหยานให้คำชมเชยอย่างสูงสุด, เเละเฉินฉีเหนียนก็พยักหน้าเห็นด้วย

พรสวรรค์ด้านอสูรที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าปรมาจารย์อสูรจะแข็งแกร่ง

เเละมีเพียงปรมาจารย์อสูรที่แท้จริงเท่านั้น​ ที่สามารถเปลี่ยนสิ่งไร้ค่าให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่า และยกระดับขีดจำกัดของอสูรได้

…..

ณ บึงน้ำโลหิต​

จระเข้ปากเหล็กตัวหนึ่งเลื้อยไปตามพื้น เเล้วพุ่งเข้าโจมตีเซียวซิงหยูอย่างรวดเร็ว​

ฟุ่บบ!!!

มันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมดุจมีดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยพิษจำนวนมาก

"เฟรย่า ใช้ดาบกางเขน​ศักดิ์สิทธิ์!"

ชิ้งงงงง~ (เสียงโลหะกระทบกัน)

ทันใดนั้น​แสงวาบหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

จากนั้น ​มันก็ตามมาด้วยคมดาบที่พุ่งออกมาราวกับมังกร!

เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ถือดาบแสงสองเล่มที่มีความยาวสามฟุต เเล้วฟาดฟันเป็นรูปกากบาท

ฉั่วะ~!!!!

เลือดสาดกระเซ็นแดงฉานไปทั่วพื้นปฐพี​

จระเข้ปากเหล็กตัวนั้นล้มลงพร้อมมีบาดแผลรูปกากบาทอยู่ที่ท้อง, นอกจากนี้​บาดแผลนั้นยังมีคลื่นแสงสีทองไหลเวียนอยู่ ทำให้แผลไม่สามารถสมานได้

"โจมตีครั้งเดียวก็จัดการจระเข้ปากเหล็กได้แล้ว!"

"จระเข้ปากเหล็กตัวนี้เป็นถึงอสูรร้ายระดับเริ่มต้น (ขั้นที่ 3) เชียวนะ ทำไมร่างกายมันถึงอ่อนแอแบบนี้?"

"ไม่ใช่ว่าร่างกายของจระเข้ปากเหล็กอ่อนแอหรอก แต่นี่คือการปราบด้วยระดับของสายเลือดต่างหาก!"

จระเข้ปากเหล็กเป็นอสูรร้ายระดับเริ่มต้น (ขั้นที่ 3), ส่วนเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​เป็นอสูรระดับเริ่มต้น (ขั้นที่ 1)

ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันระดับ​หนึ่ง…แต่ด้วยพลังการปราบจากสายเลือดที่เหนือกว่า ความแตกต่างของระดับจึงแทบไม่มีความหมาย

จระเข้ปากเหล็กมีสายเลือดคุณภาพชั้นยอด ซึ่งต่ำกว่าระดับมหากาพย์, เเต่เหนือระดับมหากาพย์คือระดับตำนาน และเหนือระดับตำนานคือระดับเทพเจ้า​

เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​มีสายเลือดเทวทูต​บริสุทธิ์ ซึ่งถือเป็นสายเลือดระดับเทพเจ้า​

ความแตกต่างระหว่างสายเลือดของทั้งสองก็เปรียบเสมือนความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า!

ฉับๆๆๆๆๆๆ……

ตอนนี้พลังดาบหลากหลาย​เส้นได้ฟันแหวกอากาศ จนแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ

เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ใช้ทักษะดาบกางเขน​ศักดิ์​สิทธ์อย่าง​ต่อเนื่องตามคำสั่งของเซียวซิงหยู

ก๊าซๆๆๆๆๆ!!!

เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลิ่นคาวเลือดฟุ้งของจระเข้​ปากเหล็กกระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของหุบเขา

เเต่ในบึงน้ำโลหิต​มีจระเข้ปากเหล็กอยู่เป็นจำนวนมาก, ระหว่างการต่อสู้ เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนพิษกระเด็นเข้าใส่

อย่างไรก็ตาม, ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รับผลกระทบด้านลบอะไรเลย

เฉินฉีเหนียนจ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์อย่างตั้งใจ เเล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาว่า

"สมกับที่เป็นอสูรประเภทเทวทูต​ สายเลือดระดับเทพเจ้า​นี่ไม่ใช่เล่นๆเลย!"

"ปกติ​เเล้วพิษของจระเข้ปากเหล็กสามารถสร้างผลกระทบด้านลบหลายอย่างให้กับศัตรูอย่าง การเผาไหม้ พิษ ความสับสน และการลดความเร็วได้"

"แต่โล่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​สามารถขจัดผลกระทบด้านลบทั้งหมดได้ รวมถึงการควบคุมจากทักษะ​ของศัตรูได้ด้วย"

ความสามารถในการขจัดผลกระทบด้านลบนี้สามารถใช้กับพันธมิตรได้, ดังนั้น​ มันจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการต่อสู้แบบกลุ่ม

…..

ภายในห้องประชุม เหล่าผู้บริหารของวิทยาลัยต่างพูดคุยกันด้วยความประหลาดใจ

"อนาคตของเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ตัวนี้ไม่มีขีดจำกัดจริงๆ…ต่อไป อสูรประเภทเทวทูต​ตัวนี้น่าจะเป็นไพ่ตายของเซียวซิงหยูนะ"

"ใช่เเล้ว…เมื่อเทียบกัน หมาป่าปีศาจ​แห่ง​นรกยังดูด้อยกว่าเล็กน้อย​"

“เอ๊ะ…ไม่ใช่เเบบนั้นสิ อย่าลืมว่าหมาป่านรกเป็นอสูรที่มีธาตุถึงสี่ธาตุ และมันยังปลุกพลังปีศาจได้เเล้วด้วย!”

ทันใดนั้นซูหรูหยานก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"ปีศาจและเทวทูต​..."

"คุณเฉิน ยังจำได้ไหมว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่สามารถ​ฝึกฝนทั้งอสูรประเภทปีศาจและอสูรประเภทเทวทูต​ได้พร้อมกัน?"

ทันใดนั้น, ความทรงจำเก่าๆของเฉินฉีเหนียนก็ปรากฏขึ้น

มันเป็นภาพของพระราชวังที่งดงามและยิ่งใหญ่…บนบัลลังก์มีชายหนุ่มรูปงามที่ดูเย็นชาและน่าเกรงขามนั่งอยู่

ในมือของเขาถือหนังสือ "ตำรามาร", ด้านซ้ายของเขามีเทวทูต​มิคาเอลผู้ยิ่งใหญ่​, ส่วนด้านขวามีซาตานผู้น่า​สะพรึงกลัว​

"แน่นอนว่าผมจำได้ เขาเป็นคนที่ได้เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ"

"คุณรู้สึกไหมว่าเซียวซิงหยูคล้ายกับผู้ชายคนนั้นมาก?" ซูหรูหยานขยับริมฝีปากอย่างสับสน​

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เฉินฉีเหนียนก็ไม่ได้พูดตอบกลับอะไร…เเละการตอบสนองเเบบนี้ก็ถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายไปเเล้ว

เเน่​นอน​ว่า, เซียวซิงหยูไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้บริหารของวิทยาลัยกำลังพูดคุยกัน

ตอนนี้ เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​กำลังกระพือปีก บินไปมาระหว่างฝูงจระเข้ปากเหล็ก พร้อมกับกวัดแกว่งดาบทั้งสอง ราวกับกำลังร่ายรำอยู่กลางบึง

ทุกครั้งที่คมดาบศักดิ์​สิทธ์​วาบผ่าน จระเข้ปากเหล็กก็จะจมลงสู่ก้นบึง เหลือทิ้งไว้เพียงฟองอากาศ

ไม่ถึงสิบนาที จระเข้ปากเหล็กกว่าสิบตัวก็ถูกสังหารด้วยพลังดาบแสงศักดิ์สิทธิ์​ทั้งหมด

หลังจากจัดการเสร็จแล้ว เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ก็กลับมาหาเซียวซิงหยูด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งและสง่างาม

"เฟรย่า ทำได้ดีมาก!"

เซียวซิงหยูลูบหัวเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

"เเต่บึงนี้ค่อนข้างลึก ต้องลำบากเธออุ้มฉันข้ามไปหน่อยแล้วล่ะ"

เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​เข้าใจความหมายของเจ้านาย, แล้วอุ้มเซียวซิงหยูขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิงทันที​

เซียวซิงหยู ชายหนุ่ม​ผู้มีส่วนสูง 185 เซนติเมตรได้ถูกอุ้มโดยเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​ผู้งดงาม…ภาพที่เห็นนี่ชวนขบขันสำหรับ​ผู้​ชมอย่างมาก

เทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​กระพือปีก อุ้มเซียวซิงหยูบินข้ามบึงน้ำโลหิต​ไปอย่างสบายๆ

เเละการมาถึงฝั่งตรงข้ามของบึงน้ำโลหิต​หมายความว่าการเดินทางเสร็จสิ้นไปแล้วครึ่งทาง

ภายในห้องประชุม ซูหรูหยานมองที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ จากนั้นก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง​

"ความเร็วในการข้ามบึงน้ำแดงของเซียวซิงหยูทำลายสถิติเดิม…เด็กคนนี้น่าจะเป็นผู้เข้าสอบที่ใช้เวลาในผ่านการทดสอบระดับสองดาวน้อยที่สุด"

สำหรับผู้เข้าสอบคนอื่นๆ จระเข้ปากเหล็กเป็นศัตรูที่เอาชนะได้ยาก เพราะพิษของพวกมันจะส่งผลกระทบด้านลบต่างๆต่อศัตรู​…แต่โล่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดา​เเสงศักดิ์​สิทธ์​สามารถขจัดผลกระทบด้านลบทั้งหมดได้, เรียกได้ว่าเป็นอสูรที่ชนะทางจระเข้ปากเหล็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ

"ท่านอธิการบดี ต่อไปเซียวซิงหยูต้องผ่านถ้ำปีศาจแล้วนะครับ" เฉินฉีเหนียนดูเป็นกังวลเล็กน้อย

"เเล้วไง?"

"ท่านอธิการบดี…ในถ้ำนั้นมีแมงมุมปีศาจโลหิตที่วิวัฒนาการจนถึงระดับสมบูรณ์แล้วตัวนึงเลยนะครับ"

การจะจัดการอสูรระดับสมบูรณ์ให้ได้ด้วยตัวคนเดียว ปรมาจารย์อสูรจะต้องมีระดับอย่างน้อยสามดาว…ดังนั้น​นี่จึงเป็นการทดสอบระดับสองดาว แต่ความยากกลับเทียบเท่ากับระดับสามดาว!

แต่อย่างไรก็ตาม, เซียวซิงหยูยังไม่รู้ว่าเขากำลังจะได้เผชิญกับการทดสอบความยากระดับนรก

………………….

จบบทที่ บทที่ 52 : การต่อสู้ครั้งแรกของเทพธิดา​เเสง​ศักดิ์​สิทธ์​

คัดลอกลิงก์แล้ว