เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 : สังหาร​ราชสีห์เพลิงลาวา!

บทที่ 34 : สังหาร​ราชสีห์เพลิงลาวา!

บทที่ 34 : สังหาร​ราชสีห์เพลิงลาวา!


บทที่ 34 : สังหาร​ราชสีห์เพลิงลาวา!

เมื่อทำพันธสัญญาเลือดแล้ว จะไม่สามารถยกเลิกได้

เส้นชีพจรของอสูรรับใช้จะเชื่อมโยงกับมาสเตอร์​อย่างแนบแน่น

ถ้ามาสเตอร์​ตาย อสูรรับใช้ก็จะสูญสิ้นพลังชีวิต เเละกลายเป็นเถ้าธุลี

ตอนนี้ เดลลูกลายเป็นอสูรรับใช้ของเซียวซิงหยูแล้ว ถึงแม้ในใจเธอจะยังไม่ยอมรับ แต่ต่อจากนี้ไปเธอก็ต้องทำตามคำสั่งของเซียวซิงหยูเท่านั้น

…..

ณ เวลานี้​ดวงตาเทพอสูรของเซียวซิง​หยู​ได้เปิดขึ้นอีกครั้ง

ในสายตาของเซียวซิงหยู ข้อมูลของเดลลูได้รับการอัปเดต

ข้อมูลที่อัปเดตส่วนใหญ่จะอยู่ในสองส่วน

ส่วนแรกคือค่าความภักดี

เซียวซิงหยูเอามือเท้าคาง พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด

“ก่อนทำพันธสัญญาเลือด ความภักดีของแม่จิ้งจอกนี่เป็น 0”

“เเต่หลังจากทำพันธสัญญาเลือดแล้ว ความภักดีเพิ่มขึ้นมาแค่ 1 แต้ม”

“ดูเหมือนแม่จิ้งจอกนี่จะยอมรับแค่ลมปาก แต่ในใจยังไม่ยอมรับเรา…”

“อืม คงต้องใช้เวลาฝึกอีกนาน”

ค่าความภักดีของอสูรรับใช้ เต็มที่คือ 100

อย่างเช่น หมาป่าลมวายุ​นรก มีค่าความภักดี 100

ค่าความภักดีเป็นเกณฑ์สำคัญที่ใช้วัดความเชื่อใจที่อสูรรับใช้ที่มีต่อมาสเตอร์​

ยิ่งค่าความภักดีสูง ความเข้าใจกันระหว่างอสูรรับใช้กับมาสเตอร์​ก็จะยิ่งสูงมากขึ้น

เมื่อค่าความภักดีถึง 100 อสูรรับใช้กับมาสเตอร์​จะสามารถสื่อสารทางจิตใจกันได้ ทำให้สามารถต่อสู้ได้อย่างเหนือชั้นมากขึ้น​

ในทางกลับกัน อสูรรับใช้อย่างเดลลูที่มีค่าความภักดีแค่ 1, สิ่งนี้แสดงว่าในใจลึกๆแล้วเธอยังไม่ยอมรับเซียว​ซิง​หยู​

ดังนั้น​ ในการต่อสู้ก็อาจจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นก็ได้

ข้อมูลที่อัปเดตส่วนที่สอง คือการวิเคราะห์อาการ

[การวิเคราะห์อาการ]:

อนุภาคเทพอสูรคุ้มครองเส้นชีพจรเอาไว้แล้ว จึงไม่มีอันตรายถึงชีวิต

แต่พลังมังกรในร่างกายยังไม่ได้ถูกกำจัดออกไป ทำให้พลังของเดลลูลดลงอย่างมาก จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน

เซียวซิงหยูเพ่งมองด้วยพลังของดวงตา​ทั้งหมด ทันใดนั้น​ข้อมูลชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

[การรักษาฟื้นฟู]:

ใช้เลือดเทพอสูรหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรที่เสียหายทุกสัปดาห์

รับประทานสมุนไพรลิ้นมังกร เถาองุ่นสีน้ำเงิน เห็ดหลินจือหงส์เพลิง...เพื่อบำรุงร่างกาย

เซียวซิงหยูเหลือบมองไปที่เดลลู

ตอนนี้เดลลูอยู่ในสภาพที่คงที่แล้ว, แต่เพราะบาดเจ็บสาหัส จึงยังคงต้องได้รับการรักษาฟื้นฟูอีกเป็นเวลานาน

"ลูลู่ เธอจำไว้นะ"

"เพื่อช่วยให้เธอได้ฟื้นฟู ต่อไปนี้ฉันจะต้องใช้เลือดจากหัวใจคอยหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรของเธอทุกสัปดาห์"

"นอกจากนี้ ฉันยังต้องไปหาสมุนไพรหายากมาปรุงยา เพื่อกำจัดพลังมังกรในร่างกายของเธอให้หมดสิ้น"

พูดถึงตรงนี้ เซียวซิงหยูหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหูจิ้งจอกของเดลลู

"เพราะฉะนั้น เธอก็ควรรู้จักตอบแทนบุญคุณบ้างนะ"

"ต่อไปนี้ ถ้าฉันอยู่ใน​อันตราย เธอต้องปกป้องฉัน…เข้าใจ​ใหม!"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เดลลูก็เบะปากอย่างไม่เต็มใจ

"วางใจเถอะ เมื่อทำพันธสัญญาเลือดแล้ว ยังไงข้าก็ต้องเป็นอสูรรับใช้ของเจ้า"

"ถ้ามาสเตอร์​ตาย อสูรรับใช้ก็ต้องตาย"

"แม้จะต้องใช้ชีวิตของข้าเข้าเเลก, ข้าก็จะปกป้องเจ้า"

เซียวซิงหยูทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หยุดไว้ก่อน

จากนั้น, ภายในถ้ำที่มืดมิดก็เริ่มเงียบสงัด

ตอนนี้เดลลูมีความภักดีต่อเซียวซิงหยูเพียง 1 เท่านั้น

ระหว่างคนกับอสูร ไม่มีมิตรภาพหรือความผูกพันใดๆ…มีเพียงพันธสัญญาเลือดที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นเท่านั้น ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนายกับบ่าวเอาไว้

"ต้องหาวิธีเพิ่มความภักดีของแม่จิ้งจอกนี่ให้ได้"

เซียวซิงหยูครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเปิดใช้ดวงตาเทพอสูรอีกครั้ง

[นิสัยและความชอบ]:

รักสะอาด กลัวสกปรก ชอบกินหน่อไม้

เซียวซิงหยูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะ​เขาคิดแผนการได้แล้ว

"ฝนหยุดแล้ว ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อยนะ"

"เจ้าจะไปไหน?"

"อยู่เฉยๆในถ้ำ รอฉันกลับมา"

"แต่ว่า…"

"นี่คือคำสั่ง"

ถึงแม้เซียวซิงหยูจะยังเด็ก แต่เขาก็ชอบทำตัวเป็นนายใหญ่

คำสั่งของมาสเตอร์​ อสูรรับใช้ต้องเชื่อฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

……

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ฝนก็เริ่มตกหนักอีกครั้ง

เดลลูนอนอยู่ในถ้ำเพียงลำพัง

แม้ตอนนี้​เส้นชีพจรของ​เธอจะได้รับการคุ้มครองแล้ว แต่พลังมังกรก็ยังคงไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ซึ่ง​มัน​ทำให้เธอทรมานอย่างมาก

"เจ้าเด็กนั่นไปไหนกันนะ?"

"เหอะ ข้าจะไปเป็นห่วงมนุษย์ทำไมกัน?"

เดลลูเป็นคนปากแข็ง แต่จริง​ๆแล้ว​ขี้ใจอ่อน

เมื่อครู่ตอนที่อยู่กับเซียวซิงหยู เดลลูสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มก็บาดเจ็บสาหัสมากเช่นกัน

ในสภาพบาดเจ็บเเบบนั้น ถ้าแผลของเขาโดนฝน จะต้องเกิดการอักเสบอย่างแน่นอน

ในขณะที่เดลลูกำลังลังเลว่าจะออกไปตามหาเซียวซิงหยูดีหรือไม่ เงาร่างหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในถ้ำเรียบร้อย​แล้ว​

"บ้าจริง ฝนตกหนักอีกรอบเฉย!"

เซียวซิงหยูกลับเข้ามาในถ้ำด้วยตัวที่เปียกโชก

แผลของเขาโดนฝนจนเจ็บแปล๊บๆ

"นี่ เจ้าไปไหนมา?"

"ลูลู่ ข้าไม่ได้ชื่อ 'เจ้า'"

"มาสเตอร์​ ท่านไปไหนมาหรือ?"

"นี่ สำหรับเจ้า"

เซียวซิงหยูเปิดแหวนมิติ เเล้วหยิบหน่อไม้ออกมาหลายอัน

เมื่อ​เห็นภาพนี้, เดลลูก็อึ้งไปครู่หนึ่ง

จากนั้น​ น้ำลายก็เริ่มไหลออกมาจากมุมปาก พร้อมดวงตาที่เป็นประกาย

เผ่าจิ้งจอกเก้าหางชอบกินหน่อไม้มากที่สุด

“เจ้าออกไปข้างนอก ก็เพื่อไปขุดหน่อไม้นี่มางั้นเหรอ?”

“ใช่แล้ว คุณไม่รู้หรอกว่ามันขุดยากแค่ไหน เล็บของฉันแทบจะหลุดออกมาแล้ว…”

เมื่อเห็นเล็บที่เต็มไปด้วยเลือดและร่างกายที่เปื้อนโคลนของเซียวซิงหยู เดลลูก็รู้สึกอบอุ่นใจเล็กน้อย​

“เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าชอบกินหน่อไม้?”

“เดาเอา”

คำตอบ​นี้ทำให้เดลลูเริ่มสงสัย

“เด็กคนนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่ปรมาจารย์​อสูรระดับหนึ่งดาว แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เเค่นั้น เเละเขาดูมีความลับซ่อนอยู่มากมาย”

“เลือดจากหัวใจของเขา สามารถรักษาเส้นชีพจรที่บาดเจ็บจากพลังมังกรได้”

“และเขายังเดาถูกว่าข้าชอบกินอะไร”

เเต่ทันใดนั้น, เซียวซิงหยูก็ขัดความคิดของเดลลู

“อย่ามัวแต่นิ่งอยู่เลย กินเร็วเข้า!”

เซียวซิงหยูยัดหน่อไม้เข้าไปในอุ้งมือของเดลลู

เดลลูหิวมาก เธอจึงกินหน่อไม้ทั้งหมดจนหมดเกลี้ยงในรวดเดียว

“ไม่คิดเลยว่า อสูรระดับจักรพรรดิอย่างคุณจะกินพืช”

“หึ…ข้าไม่สนใจเนื้ออย่างพวกมนุษย์หรอก”

เผ่าจิ้งจอกเก้าหางเป็นเผ่าพันธุ์ที่พิเศษมากในบรรดาสัตว์​อสูร

พวกเขากินแต่พืชผัก และหน่อไม้ก็เป็นอาหารโปรดของพวกเขา

ทันใดนั้นเอง เซียวซิงหยูก็ยกมือขึ้นไปแตะที่แก้มของเดลลู

“เจ้าจะทำอะไร!”

สีหน้าของเดลลูเปลี่ยนไปอย่างมาก ดวงตาเต็มของเธอไปด้วยความระแวง

เเละเมื่อมือของเซียวซิงหยูแตะลงบนแก้มของเดลลู…เดลลูก็ตกตะลึง จนมึนงงไปชั่วขณะ

ในตอนนี้เอง เซียวซิงหยูก็ใช้มือของเขาเช็ดคราบสกปรกบนแก้มของเดลลูออกเบาๆ

แก้มของเดลลูเริ่มแดงระเรื่อ เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซียวซิงหยู

“เผ่าจิ้งจอกเก้าหางรักสะอาดไม่ใช่เหรอ?”

“หน้าเปื้อนแบบนี้ คงจะอึดอัดน่าดู”

“มะ ไม่เป็นไร ข้าเช็ดเองได้…”

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดลลูแสดงสีหน้าเขินอาย

เธอไม่เคยถูกใครปฏิบัติด้วยความใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน

ความภักดี +1

ความภักดี +1

ความภักดี +1

หลังจากที่เซียวซิงหยูเช็ดหน้าให้เดลลูเสร็จ ความภักดีของเธอก็เพิ่มขึ้นเป็น 23

“23 ยังไม่ถึงเกณฑ์เลย”

“ยังไงซะ แม่จิ้งจอกนี่ก็เป็นอสูรระดับจักรพรรดิ แถมยังมีสายเลือดระดับตำนาน…”

“การจะทำให้เชื่อง…คงต้องใช้เวลาอีกมาก”

เซียวซิงหยูรู้ดีว่าใจร้อนไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เขาจึงยังไม่รีบร้อน

หลังจาก​นั้น, ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง

ภายในถ้ำที่มืดและเปียกชื้น เซียวซิงหยูพิงหลังกับผนังหินเย็นเฉียบ พร้อมใบหน้าที่ซีดเซียว

“บาดแผลของเจ้า เป็นอย่างไรบ้าง?”

นี่เป็นครั้งแรกที่เดลลูเป็นฝ่ายถามไถ่อาการของเขา​

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่น่าถึงตาย”

เซียวซิงหยูพยายามเข้มแข็ง แม้ร่างกายจะอ่อนแอมาก

“บาดแผลของเจ้า น่าจะเกิดจากการถูกอสูรระดับ​สมบูรณ์โจมตี”

“ภูเขาหยินหนานเป็นสถานที่ทดสอบนักเรียนใหม่ของวิทยาลัยชิงหลง, ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีอสูรระดับสมบูรณ์ได้”

“ดังนั้น…เจ้าต้องไปสร้างความแค้นกับใครมาอย่างเเน่นอน”

เซียวซิงหยูยกยิ้มบางๆ

“ใช่ ฉันได้ไปสร้างความแค้นกับไอ้สารเลวคนหนึ่ง”

จากนั้น สีหน้าของเซียวซิงหยูก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

เสียงของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาต

“เเละฉันจะทำให้มันต้องชดใช้”

หวังเยี่ยนรวมไปถึงหวังตงเซิง ทั้งคู่ถูกเขาขึ้นบัญชีดำเรียบร้อยแล้ว

“ว่าแต่ ลูลู่ ช่วยเล่าเรื่องของคุณให้ฉันฟังหน่อย”

“บาดแผลของคุณ ไ​ด้มาจากไหนกัน?”

เมื่อ​ได้ยิน​คำถาม​นี้, เดลลูก็เม้มริมฝีปากโดยไม่ได้​ตอบอะไร

“ในบันทึกประวัติศาสตร์อารยธรรมสัตว์​อสูร”

“มีบันทึกไว้ว่า มังกรสายเลือดบริสุทธิ์ถูกกำจัดจนสูญพันธุ์ไปหมดแล้วตั้งแต่สงครามสังหารมังกรเมื่อร้อยปีก่อน”

“แต่บาดแผลของคุณ กลับมีรอยกรงเล็บมังกร และในร่างกายก็มีพลังมังกรอยู่ด้วย”

เซียวซิงหยูทำเสียงแข็งกร้าว เขารู้ว่าแม่จิ้งจอกตนนี้มีความลับที่ปกปิด​ไว้มากมาย

เดลลูครุ่นคิดอยู่นาน เเต่สุดท้าย​ก็ส่ายหน้า

“ความลับบางอย่าง ตอนนี้เจ้ายังไม่ควรรู้”

“คุณเป็นถึงอสูรรับใช้ของฉัน เเต่กลับปกปิดความลับจากมาสเตอร์​เเบบนี้ได้อย่าง​ไร​…”

“เมื่อทำพันธสัญญาเลือดแล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าก็ได้…แต่ข้ายังยืนยันคำเดิม ความลับบางอย่าง ตอนนี้เจ้ายังไม่ควรรู้”

เซียวซิงหยูหรี่ตาลง

“ทำไม?”

“เพราะตอนนี้เจ้าเป็นแค่ปรมาจารย์​อสูรระดับหนึ่งดาว ถึงเจ้าจะรู้ความลับของข้า มันก็มีแต่จะสร้างปัญหาให้เจ้า หรือแม้แต่…”

“หรือแม้แต่?”

“หรือแม้แต่จะเปลี่ยนมุมมองของเจ้าที่มีต่อโลกใบนี้ไปตลอดกาล​”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เซียวซิงหยูก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย​

“เอาล่ะ, ข้าจัสัญญากับเจ้า ว่าเมื่อเจ้าเป็นปรมาจารย์​อสูรระดับเก้าดาวได้แล้ว ข้าจะเล่าความลับทั้งหมดที่ข้ารู้ให้เจ้าฟัง”

“เชอะ ใครจะอยากรู้ความลับบ้าๆนั่นกัน~”

เซียวซิงหยูพูดอย่างไม่จริงใจ

ปากของเขาบอกว่าไม่สนใจ แต่ในใจกลับอยากรู้ความลับของเดลลูอย่างมาก

“ตอนนี้เด็กคนนี้ยังอ่อนแอเกินไป บอกความลับพวกนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์…”

“จิ้งจอกแก่ปากแข็งนี่ คงต้องสั่งสอนให้หนักกว่านี้ซะแล้ว…”

คนกับอสูรมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างมีความคิดของตัวเอง

……

กรรรรร!!!

เเต่ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามของเสือก็ดังขึ้นจากนอกถ้ำ

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เซียวซิงหยูก็ขนลุกซู่ทันที​

ตอนนี้…ด้านนอกถ้ำมืดสนิทจนมองเห็นได้ไม่เกินห้าเมตร

เเต่ถึงแม้เซียวซิงหยูจะมองไม่เห็น, แค่ได้ยินเสียงคำรามและสัมผัสได้ถึงพลัง…เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอสูรที่อยู่ด้านนอกคือ ราชสีห์เพลิงลาวา!

อย่างไร​ก็ตาม, เดลลูยังคงสงบราวกับสัมผัส​ไม่ได้​ถึงศัตรู​

“เจ้าตัวที่อยู่นอกถ้ำ คืออสูรระดับสมบูรณ์ที่ทำร้ายเจ้าใช่ไหม?”

เซียวซิงหยูพยักหน้ารับ, ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“ลูลู่ เจ้า…”

“ไม่ต้องห่วง ถึงข้าจะบาดเจ็บสาหัส แต่ข้าก็ยังเป็นถึงอสูร​ระดับจักรพรรดิ​”

เมื่อระดับพลังต่างกันมากขนาดนี้ บาดแผลก็ไม่ใช่ปัญหาใดๆ

เดลลูลุกขึ้น เเล้วเดินออกไปนอกถ้ำ

เซียวซิงหยูอยู่ข้างใน จึงมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกเลย

สามวินาทีต่อมา เซียวซิงหยูได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังมาจากนอกถ้ำ!

เเละเเน่นอนว่าเสียงร้องโหยหวนนั้น เป็นเสียงสุดท้ายในชีวิต​ของราชสีห์เพลิงลาวา

“สมกับเป็นอสูร​ระดับจักรพรรดิ ระดับพลังต่างกันคนละโลกจริงๆ!”

……………….

จบบทที่ บทที่ 34 : สังหาร​ราชสีห์เพลิงลาวา!

คัดลอกลิงก์แล้ว