เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 : ทำลายสถิติของเย่ซวง​หนิง​!

บทที่ 30 : ทำลายสถิติของเย่ซวง​หนิง​!

บทที่ 30 : ทำลายสถิติของเย่ซวง​หนิง​!


บทที่ 30 : ทำลายสถิติของเย่ซวง​หนิง​!

ในเวลานี้​มดปีศาจสามตาตื่นตระหนกสุดขีด

มันแค่บังเอิญผ่านมา แต่กลับถูกอัจฉริยะปีศาจ​ทั้งสองคนจับจ้อง

เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซินยืนนิ่งสงบ, พวกเขา​ไม่ได้พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว

แต่หากสายตาเปรียบได้กับคมดาบ ทั้งสองคงประลองกันไปสามร้อยยกเเล้ว

…..

ในห้องถ่ายทอดสด กล้องกำลังจับภาพทั้งสองคนแบบใกล้ๆ

หนึ่งคืออัจฉริยะสาวแห่งตระกูลมู่หรง อีกหนึ่งคือม้ามืดหนุ่มที่ผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

การแข่งขันระหว่างคนทั้งสอง ทำให้ผู้ชมต่างตื่นเต้น​เเละตั้งตารอคอย

หยางซู่มือซ้ายจับไมโครโฟน มือขวากำหมัดแน่น

“ท่านผู้ชมครับ แม้จะผ่านหน้าจอ ผมก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของคนทั้งสอง”

“ใครกันหนอ ที่จะจัดการมดปีศาจสามตาได้ก่อน?”

“หืม…ดูสิครับ คุณเซียวซิงหยูลงมือแล้ว!”

ในชั่วพริบตา เซียวซิงหยูก็เป็นคนลงมือก่อน

หมาป่าวายุนรกของเขาเริ่มใช้ทักษะ [พันธนาการนรก] อย่างรวดเร็ว​

โซ่แปดเส้นที่ร้อนแรง พุ่งเข้าพันธนาการร่างของมดปีศาจสามตาในทันที

เมื่อ​เห็น​ฉาก​นี้, หยางซู่ก็บรรยาย​ด้วยความตื่นเต้น

“พลังของไฟนรกช่างน่ากลัว!”

“กระดองของมดปีศาจสามตาขึ้นชื่อว่าหนาและแข็งมาก, มันมีค่าป้องกันเป็นห้าเท่าของอสูรระดับเดียวกัน”

“แต่ไฟนรกของหมาป่าวายุนรกกลับสามารถทะลุเกราะ เเละสร้างความเสียหายที่แท้จริงให้กับศัตรูได้ในทันที​!”

…..

ตอนนี้ มดปีศาจสามตาถูกพันธนาการด้วยโซ่นรกจนต้องส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

“เฮยเฟิง ปิดฉากได้เลย!” เซียวซิงหยูออกคำสั่งทันที

เเต่ในขณะที่หมาป่าวายุนรกกำลังจะสังหารมดปีศาจสามตา มันก็มีคลื่นเสียงชุดหนึ่ง​พุ่งเข้ามา

คลื่นเสียงนี้พุ่งมาอย่างรวดเร็ว​เเละได้กลายเป็นใบมีดสายลมจำนวนนับไม่ถ้วน จนหมาป่าวายุนรกจึงต้องหลบฉากออกไป

สถานการณ์​นี้ทำให้หยางซู่ทุบโต๊ะแล้วตะโกน

“มู่หรงซินซินลงมือแล้วครับ!”

“ค้างคาวปีกกระดูกของเธอ ใช้ทักษะใบมีดสายลมขัดขวางท่าไม้ตายของหมาป่าวายุนรกได้ทันท่วงที​!”

“เเล้วดูนั่นครับ, ค้างคาวปีกกระดูกใช้ทักษะ [เพลิงเย็นกระดูกวิญญาณ] เพื่อโจมตีขั้นเด็ดขาด​เเล้ว!”

“มู่หรงซินซินจัดการมดปีศาจสามตาได้สำเร็จเเล้ว, นี่แหละที่เรียกว่าสตรีสมัยใหม่ พวกเธอไม่แพ้บุรุษหน้าใหนเลย!”

ภาพการถ่ายทอดสดที่ตื่นเต้นเร้าใจ ประกอบกับเสียงบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ทำให้ผู้ชมขนลุกไปทั่วทั้งร่าง

……

ที่หน้าผา

มดปีศาจสามตากลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางเปลวไฟสีเขียว เเละเหลือไว้เพียงแกนอสูรในผืนดินที่ไหม้เกรียม

มู่หรงซินซินก้มลงเก็บแกนอสูร ก่อนจะมองไปยังเซียวซิงหยูที่อยู่ไม่ไกล

อย่างไร​ก็ตาม​ ถึงเธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูเหมือนสายตาของเธอจะสื่อความหมายได้ทุกอย่างเเล้ว

“คุณหนูมู่หรง เห็นคุณมีท่าที​เย็นชาแบบนี้ ฉันนึกว่าคุณจะไม่แคร์ผลการทดสอบนี้ซะอีก”

“ที่ใหนได้​ คุณก็ชอบการเเข่งขัน​เหมือน​กันนี่” เซียวซิงหยูเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม​

ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลบนกระดานคะแนนก็มีการอัปเดตอีกครั้​ง

จำนวนอสูรที่เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซินล่าได้เท่ากันที่ 51 ตัว

…..

“ท่านผู้ชมครับ สถานการณ์เริ่มน่าสนใจแล้ว” หยางซู่ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี

“ตอนนี้ เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซินคะแนนเท่ากัน พวกเขาอยู่อันดับหนึ่งร่วมกัน!”

“เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนการทดสอบจะจบลง ใครจะรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้ มารอลุ้นกันครับ!”

เมื่อการทดสอบมาถึงจุดนี้ ความสนใจทั้งหมดจึงต่างจับจ้องไปที่เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซิน

มู่หรงซินซินเป็นตัวแทนของตระกูลใหญ่​ทั้งสี่

ส่วนเซียวซิงหยูเป็นตัวแทนของชนชั้นสามัญชนที่ไม่มีอำนาจหรือเส้นสายใดๆ

ตลอดประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีเรื่องราวที่เด็กหนุ่มธรรมดาๆสามารถเอาชนะอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ ได้

หลังจาก​นั้น​ มู่หรงซินซินและเซียวซิงหยูก็ยังคงขับเคี่ยวกันต่อไป

เเละไม่ว่า​เซียวซิงหยูจะไปที่ไหน มู่หรงซินซินก็จะตามไปที่นั่น

ภูเขาหยินหนานแบ่งออกเป็นหลายโซน ยกตัวอย่างเช่น ทะเลสาบ น้ำตก ป่าทึบ และทุ่งหิมะ

อสูรที่อาศัยอยู่ในแต่ละโซนจึงมีลักษณะ​แตกต่างกันออกไป

เเต่ไม่ว่าเซียวซิงหยูจะไปล่าอสูรที่โซนไหน มู่หรงซินซินก็จะตามไป เพื่อแย่งชิงแต้มเสมอ

…..

พรวด!!!

หนามแหลมที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีเขียวพุ่งออกจากตัวค้างคาวปีกกระดูก เเละทะลุหัวของเม่นขนโลหิต

สมองของเม่นขนโลหิตระเบิด​กระจายเต็มพื้น ภาพนี้ทำให้ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย​

หยางซู่หัวเราะแห้งๆเเล้วบรรยายภาพนี้ทันที​

“ดูเหมือนว่ามู่หรงซินซินจะแค้นฝังหุ่นจริงๆ, เธอสู้กับเซียวซิงหยูอย่างเอาเป็นเอาตาย แถมยังแย่งแต้มมาได้อีกแล้ว!”

ตอนนี้​ ข้อมูลบนกระดานคะแนนได้มีการอัปเดตอีกครั้ง

ที่หนึ่ง: มู่หรงซินซิน ล่าอสูรไปแล้ว 89 ตัว

ที่สอง: เซียวซิงหยู ล่าอสูรไปแล้ว 81 ตัว

……

ใต้ธารน้ำตกที่เชี่ยวกราก มันมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างกันประมาณ​ห้าเมตร

เซียวซิงหยูอยู่ทางซ้าย ส่วนมู่หรงซินซินอยู่ทางขวา

เเละในแอ่งน้ำใต้ธารน้ำตก

หมาป่าวายุนรกที่มีไฟนรกสีดำลุกท่วมทั่วร่างได้เผยเขี้ยวแหลมคมเเละขนลุกชันด้วยความโกรธ

ส่วนค้างคาวปีกกระดูกบินวนอยู่กลางอากาศ ส่งเสียงร้องอย่างดุร้ายและอวดดี

“คุณมู่หรง นี่มันแค่การทดสอบ คุณจะจริงจังอะไรขนาดนั้น”

มู่หรงซินซินไม่ได้​ตอบกลับ

เธอเหมือนเด็กสาวเก็บตัว เเละทำเพียงจ้องมองเซียวซิงหยูด้วยสายตาเย็นชา

ในช่องแสดงความคิดเห็น ผู้ชมต่างพากันพูดคุยอย่างสนุกสนาน​

[คนโบราณว่าไว้ ผู้หญิง​ด่าคือผู้หญิง​รัก~]

[ไม่รู้ทำไม…เเต่คู่นี้ดูน่าจิ้นให้คู่กันจัง!]

[ใช่ๆ…คนหนึ่งก็หล่อคนหนึ่งก็สวย เหมาะสมกันมาก!]

ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา เเละรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เซียวซิงหยูจึงดูเหมือนคาสโนว่าตัวพ่อ

ส่วนมู่หรงซินซินที่เงียบขรึม, เธอจึงเหมือนภรรยาที่ชอบงอนสามี

เเม้เเต่ผู้บรรยายมืออาชีพอย่างหยางซู่…ก็อดจิ้นคู่นี้ไม่ได้

“ต้องยอมรับเลยว่า ถึงแม้บรรยากาศจะตึงเครียด แต่มันก็มีความรู้สึกแปลกๆแฝงอยู่”

“คู่กัดคู่นี้ ผมขอจิ้นด้วยคน!”

……

ใต้ธารน้ำตก เซียวซิงหยูเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนการทดสอบจะจบลงแล้ว”

“คุณมู่หรง ต่อจากนี้ผมไม่ยอมอ่อนข้อให้คุณแล้วนะครับ”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ หยางซู่ก็ขมวดคิ้วเเล้วรีบบรรยาย​ทันที​

“ท่านผู้ชมครับ ที่เซียวซิงหยูพูดแบบนี้ หมายความว่าที่ผ่านมาเขายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อการทดสอบเริ่มนับถอยหลัง 30 นาที

เซียวซิงหยูก็เก็บรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเทพ​อสูร​เริ่มเปิดใช้งาน จนดวงตาของเขาเเปล่งประกายสีแดงเลือด

“เฮยเฟิง ไปกันเลย!”

เซียวซิงหยูขี่หมาป่าวายุนรก ไล่ล่ากระต่ายน้ำแข็งที่กำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุน

มู่หรงซินซินก็สั่งการค้างคาวปีกกระดูก โดยหวังจะแย่งแต้มอีกครั้ง

ส่วนหยางซู่ยังคงบรรยายอย่างมืออาชีพด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

“ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที”

“พลังวิญญาณของทุกคนใกล้จะหมดแล้ว เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซินก็เช่นกัน”

“เเละเพราะแบบนี้ ทุกครั้งที่อสูรใช้ทักษะมันจึงมีค่ามาก”

“ตอนนี้ มู่หรงซินซินจึงจะใช้แผนเดิมเพื่อแย่งแต้มอีกแล้ว!”

ภายใต้คำสั่งของมู่หรงซินซิน ค้างคาวปีกกระดูกกระพือปีก สร้างกระแสลมแรง ผลักหมาป่าวายุนรกออกไป

จากนั้น, ค้างคาวปีกกระดูกก็พ่นเปลวไฟสีเขียวออกมา ปกคลุมร่างของกระต่ายน้ำแข็ง

ตูมมม!!!

นี่คือทักษะประจำตัวของค้างคาวปีกกระดูก [เพลิงเย็นกระดูกวิญญาณ]

ในช่วงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ภายใต้การบังคับบัญชาที่แม่นยำของมู่หรงซินซิน ค้างคาวปีกกระดูกใช้ทักษะนี้แย่งแต้มมาได้ห้าถึงหกครั้ง

เเต่หยางซู่กลับสังเกตเห็นรอยยิ้ม​ของเซียวซิงหยูในภาพหน้าจอ

“แปลก เซียวซิงหยูเหมือนกำลังยิ้ม...”

“เดี๋ยว! สถานการณ์ไม่ปกติ!”

หยางซู่ตื่นเต้นจนเสียงของเขาสั่นเครือ

“กระต่ายน้ำแข็งยังไม่ตาย!”

“พลังโจมตีของค้างคาวปีกกระดูกไม่พอ มันยังขาดอีกนิดเดียว!”

มู่หรงซินซินตกตะลึง เธอไม่คิดว่าตัวเองจะตัดสินใจพลาด

กระต่ายน้ำแข็งถูกเพลิงเย็นกระดูกวิญญาณโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส…แต่มันยังมีลมหายใจรวยริน

เเละในขณะที่มู่หรงซินซินกำลังตกตะลึง

ฉัวะ!

รอยกรงเล็บหมาป่าก็ปรากฏขึ้นในเสี้ยววินาที เเละปลิดชีพกระต่ายน้ำแข็งตัวนี้

เซียวซิงหยูเดินมาเก็บแกนอสูรแล้วยกยิ้มหล่อเหลา​ให้มู่หรงซินซิน

“คุณมู่หรง ผมจะเริ่มจริงจังแล้วนะครับ”

……

ที่วิทยาลัยชิงหลง ณ ที่นั่งกรรมการ

ผู้อำนวยการซูหรูหยานจ้องมองหน้าจอถ่ายทอดสด เเละเธอได้เห็นทุกการกระทำของเซียวซิงหยู

“เจ้าเด็กนี่ คงรู้อยู่​แล้ว​ว่าพลังโจมตีของค้างคาวปีกกระดูกยังขาดไปอีกนิด ถึงได้เข้าไปปิดฉากได้อย่างแม่นยำ”

“ถ้าไม่มีประสบการณ์ในสนามรบมาหลายปี คงไม่มีความสามารถในการคาดการณ์ที่ยอดเยี่ยมแบบนี้เเน่ๆ”

“เซียวซิงหยู นายนี่มันอัจฉริยะ​ระดับ​ปีศาจ​จริงๆ...”

…..

ในขณะนี้

ดวงตาของเซียวซิงหยูเป็นสีแดงระเรื่อๆ

ในส่วนลึกของดวงตาเทพ​อสูร​มีเข็มสีดำสองเล่ม, มันเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกา

เเละนี่คือความสามารถหนึ่งของดวงตาเทพ​อสูร​ มันคือการมองเห็นพลังชีวิตที่แท้จริงของสัตว์​อสูรทุกตัว

ในมุมมองของเซียวซิงหยู เหนือหัวกระต่ายน้ำแข็งจะมีแถบพลังชีวิตปรากฏ​ขึ้น​

ส่วนพลังโจมตีของค้างคาวปีกกระดูก, เขาคำนวณ​จากพลังวิญญาณที่มู่หรงซินซินใช้ไป

เซียวซิงหยูจึงสามารถคาดการณ์ได้อย่างง่ายดายว่าหลังจากค้างคาวปีกกระดูกใช้ทักษะ​เพลิงเย็นกระดูกวิญญาณแล้ว, กระต่ายน้ำแข็งจะยังมีพลังชีวิตเหลืออยู่อีกเล็กน้อย

ด้วยความสามารถของดวงตาเทพ​อสูร​นี้ ตราบใดที่เซียวซิงหยูต้องการแย่งแต้ม มันก็จะไม่มีใครหยุดเขาได้

…..

“ท่านผู้ชมครับ สถานการณ์เริ่มพลิกผันแล้ว!”

“รอบนี้ เซียวซิงหยูแย่งแต้มของหมาป่าเพลิงพิโรธจากมู่หรงซินซินได้อีกครั้ง!”

“น่าเสียดาย พลังโจมตีของค้างคาวปีกกระดูกยังขาดไปอีกนิดหน่อยเช่นเคย!”

“อีกเเล้ว เสือดำค่ำคืนที่บาดเจ็บสาหัส ถูกหมาป่าวายุนรกปิดฉากด้วยกรงเล็บเดียว!”

“สรุปแล้ว มู่หรงซินซินโชคร้าย หรือเซียวซิงหยูมีความสามารถในการคาดการณ์ที่เหนือชั้นกันแน่?”

…..

จากนั้น​ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้​เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนการทดสอบจะสิ้นสุด

ข้อมูลบนกระดานคะแนนได้รับการอัปเดตอีกครั้ง

ที่หนึ่ง: เซียวซิงหยู ล่าอสูรไปแล้ว 110 ตัว

ที่สอง: มู่หรงซินซิน ล่าอสูรไปแล้ว 89 ตัว

ฉากนี้ทำให้ห้องถ่ายทอดสดคึกคักมาก

ข้อความแสดงความคิดเห็นขึ้นเต็มหน้าจออย่างที่ไม่เค​ยเป็น​มา​ก่อน​

หยางซู่กำไมโครโฟนแน่น เเล้วตะโกนสุดเสียง

“เหลือเชื่อ เหลือเชื่อ เหลือเชื่อ!”

“เซียวซิงหยูทำลายสถิติของเย่ซวงหนิงได้แล้ว!”

“เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนการทดสอบจะจบลง เซียวซิงหยูได้ทำลายสถิติ เพราะเขาล่าอสูรไปแล้ว 110 ตัว!”

ในอดีต เย่ซวงหนิงเคยเข้าร่วมการทดสอบที่ภูเขาหยินหนาน เเละเธอสร้างสถิติระดับ​ตำนาน​ไว้ที่ 109 ตัว

ทุกคนคิดว่าสถิตินี้จะคงอยู่ไปอย่างน้อยห้าสิบปี…แต่เพียงหนึ่งปีต่อมา สถิตินี้ก็ถูกทำลายโดยเซียวซิงหยูเรียบร้อย​แล้ว​

อย่างไร​ก็ตาม, คนที่ซวยที่สุดไม่ใช่เย่ซวงหนิง แต่เป็นมู่หรงซินซิน

ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว จำนวนอสูรที่มู่หรงซินซินล่าได้ถูกหยุดอยู่ที่ 89 ตัว

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่มู่หรงซินซินโจมตีอสูรจนบาดเจ็บสาหัส เซียวซิงหยูก็จะเป็นคนปิดฉาก

นี่คือเหตุผลที่เซียวซิงหยูสามารถทำลายสถิติของเย่ซวงหนิงได้ มู่หรงซินซินแอสซิสต์ให้เขาอย่างน้อยยี่สิบครั้ง

เซียวซิงหยูเก็บแกนอสูร พร้อมมุมปากที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“คุณหนูมู่หรง ขอบคุณที่ช่วยปูทางให้ผมนะครับ”

“การที่ผมทำลายสถิติของรุ่นพี่เย่ซวงหนิงได้ คุณมีส่วนร่วมไม่น้อยเลย!”

มู่หรงซินซินจ้องมองเซียวซิงหยูด้วยสายตาไม่พอใจ​

เเละในที่สุดเธอก็พูดขึ้น

“คนเจ้าเล่ห์!”

นี่เป็นครั้งแรกที่มู่หรงซินซินพูดกับผู้ชายที่ไม่ใช่พี่ชายของเธอ

“คุณหนูมู่หรง ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ”

“…”

มู่หรงซินซินรู้สึกพูดไม่ออกกับคนแบบนี้อย่างมาก

………………..

จบบทที่ บทที่ 30 : ทำลายสถิติของเย่ซวง​หนิง​!

คัดลอกลิงก์แล้ว