เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 : มู่หรงหยางซั่ว, มู่หรงซินซิน!

บทที่ 29 : มู่หรงหยางซั่ว, มู่หรงซินซิน!

บทที่ 29 : มู่หรงหยางซั่ว, มู่หรงซินซิน!


บทที่ 29 : มู่หรงหยางซั่ว, มู่หรงซินซิน!

ณ ภูเขาหยินหนาน ริมแอ่งน้ำแห่งหนึ่ง เด็กหนุ่มผมขาวยืนพิงต้นไม้อยู่ ใบหน้าของเขานิ่งสงบราวกับผืนน้ำ

ใกล้ๆตัวเขา, กรงเล็บอันแหลมคมของกริ​ฟฟินตัวใหญ่กำลังฉีกเนื้อหนังของงูเขี้ยวเงินอยู่

งูเขี้ยวเงินนี้เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้น 3) ที่ใกล้จะเลื่อนขั้นเป็นระดับเติบโตแล้ว

หากนักเรียนใหม่คนอื่นมาเจองูเขี้ยวเงินตัวนี้, พวกเขา​คงจะวิ่งหนีไปไกลมากเเล้ว

"เสี่ยว​ไป๋ ไม่ต้องทรมานมันแล้ว เอาแค่แกนอสูรออกมาก็พอ"

เมื่อ​ได้ยิน​คำสั่ง​ของเจ้านาย ​กริ​ฟฟินก็ร้องเสียงแหลมคม

จากนั้น​ ปากของมันที่คมเหมือนมีดก็กรีดเนื้อของงูเขี้ยวเงินแล้วดึงแกนอสูรออกมา

เมื่อสูญเสีย​เเกนผลึกเเล้ว งูเขี้ยวเงินก็นอนแน่นิ่งลงกับพื้น เเละสิ้นใจตาย

…..

ที่ลานกว้างของวิทยาลัยชิงหลง

บนหน้าจอขนาดใหญ่ที่ฉายผลการทดสอบ มีการอัปเดตคะแนนอีกครั้ง

มู่หรงหยางซั่ว: 41 ตัว

ทันใดนั้น​ หยางซู่ที่โต๊ะผู้บรรยาย​ก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น

"มู่หรงหยางซั่ว ล่าสัตว์อสูรไปได้ 41 ตัวเเล้ว”

“มู่หรงหยางซั่วสมกับเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลมู่หรงจริงๆ, นอกจากนี้​สัตว์อสูรคู่หูของเขา [กริ​ฟฟินขาว]​ ยังเป็นสัตว์อสูรสายพลังจิตเพียงตัวเดียวในการทดสอบครั้งนี้ด้วย!”

กริ​ฟฟินที่อยู่ข้างกายมู่หรงหยางซั่วมีขนสีขาวทั่วทั้งตัว บนหน้าผากมีอัญมณีสีแดงประดับอยู่ ทำให้​โดยรวม​เเล้วมันดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างมาก

ในระบบสัตว์อสูร สัตว์อสูรสายพลังจิตเป็นสายพันธุ์ที่หายากที่สุดเเละกริ​ฟฟินขาวก็จัดอยู่ในสายพันธุ์นี้

ความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดของสัตว์​อสูร​สายพลังจิต​คือ “ทะลุมิติ”

โดยปกติแล้ว สัตว์อสูรมากมาย​จะมีเกราะและพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง

ดังนั้น​ความสามารถ “ทะลุมิติ” ของกริ​ฟฟินขาวจึงมีประโยชน์​มากมาย​

มันไม่เพียงแต่จะทำให้เคลื่อนที่ไปหาอีกฝ่ายได้ในพริบตาเท่านั้น เเต่การโจมตีใดๆก็ตามที่กริฟฟิน​ขาวปล่อยออกมาก็จะมีคุณสมบัติทะลุทะลวงด้วย

ความสามารถนี้สามารถเจาะเกราะของสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถ​ยับยั้งความสามารถในการฟื้นฟูของสัตว์อสูรอื่นๆได้อีกด้วย

งูเขี้ยวเงินเป็นสัตว์อสูรที่มีความสามารถในการฟื้นฟูสูง แต่มันกลับถูกเล่นงาน​ด้วยความสามารถพิเศษ​ของกริ​ฟฟินขาว, จุดจบของมันจึงลงเอยอย่างน่าอนาถ

มู่หรงหยางซั่วเก็บแกนอสูรของงูเขี้ยวเงินใส่แหวนมิติ แล้วหันไปลูบหัวกริ​ฟฟินขาว

"เสี่ยว​ไป๋ ทำได้ดีมาก"

ปกติมู่หรงหยางซั่วเป็นคนพูดน้อย เเละไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เขาจะพูดก็ต่อเมื่อคุยกับสัตว์อสูรคู่หูของเขาเท่านั้น

…..

ด้านนอก, หยางซู่เหลือบมองช่องแสดงความคิดเห็น แล้วพูดด้วยความรู้สึกทึ่ง

"ดูเหมือนว่าคุณชายมู่หรงหยางซั่วของเราจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆผู้หญิงมากเลยนะครับเนี่ย!"

สาวๆในช่องแสดงความคิดเห็นด้วยการพากันบอกว่าอยากมีลูกกับมู่หรงหยางซั่ว

"เอาล่ะ​ หลังจากที่ได้เห็นผลงานของมู่หรงหยางซั่วกันไปแล้ว เรามาดูผลงานของมู่หรงซินซินกันบ้างดีกว่าครับ!"

ทันใดนั้น​ ภาพในห้องส่งก็เปลี่ยนไป

ณ หน้าผาแห่งหนึ่ง สิงโตคลั่งกระหายเลือดได้เดินโซซัดโซเซด้วยร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล

แววตาของมัน ณ เวลานี้​ฉายแววเเห่งความหวาดกลัวออกมา​อย่างปิดไม่มิด

จากนั้น​ มันก็มีเด็กสาวผมขาวย่างสามขุมเข้าหาสิงโตคลั่งกระหายเลือดอย่างเชื่องช้า

ใบหน้าของเธอสวยหวานบริสุทธิ์, ดวงตาและคิ้วของเธอดูคล้ายกับมู่หรงหยางซั่ว เเน่นอนว่าเด็กสาวผมขาวคนนี้คือมู่หรงซินซิน น้องสาวของมู่หรงหยางซั่ว

ตอนนี้ ข้างกายมู่หรงซินซินมีค้างคาวขนาดยักษ์อยู่ตัวหนึ่ง

เมื่อค้างคา​วตัวนี้กางปีกออก ปีกของมันก็เหมือนกับตาข่ายขนาดใหญ่ที่สามารถ​สร้างแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวได้

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือร่างกายของค้างคาวตัวนี้ไม่มีเนื้อหนังเหลืออยู่เลย…มันมีเพียงแต่โครงกระดูก เเละในเบ้าตาของมันมีเปลวไฟสีเขียวลุกโชนอยู่

ผู้บรรยาย​หยางซู่ใช้เสียงอันดังกังวานแนะนำที่มาของสัตว์อสูรตัวนี้ในห้องถ่ายทอดสดอย่าง​รวดเร็ว​

"ท่านผู้ชมทุกท่านครับ นี่คือสัตว์อสูรคู่หูของมู่หรงซินซิน ค้างคาวปีกกระดูกสายเลือดระดับตำนาน! และยังเป็นสัตว์อสูรสายวิญญาณ เพียงตัวเดียวในการทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ​!"

สัตว์อสูรสายวิญญาณนั้นหายากยิ่งกว่าสัตว์อสูรสายพลังจิตเสียอีก

เเละข้อได้เปรียบของสายวิญญาณ​ที่เหนือกว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์อื่นๆคือมันมีพรสวรรค์ในการต้านทานการโจมตีทางกายภาพ

ต่อให้ร่างกายของค้างคาวปีกกระดูกถูกสัตว์อสูรอื่นๆฉีกออกเป็นชิ้นๆ หรือแม้แต่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด มันก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยพรสวรรค์นี้ มันจึงสามารถปราบสัตว์อสูรที่เน้นการโจมตีทางกายภาพได้ทั้งหมด

"สิงโตคลั่งกระหายเลือดเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้น 2) มีสายเลือดระดับมหากาพย์ที่มีเกราะหนามาก, นอกจากนี้​ยังมีการโจมตีทางกายภาพที่มีพลังโจมตีคริติคอล 5 เท่า ถือว่ามีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากทีเดียว”

“แต่น่าเสียดายที่มันต้องมาเจอกับค้างคาวปีกกระดูก วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของมันแล้วล่ะครับ”

“เเละถ้าหากมู่หรงซินซินสามารถจัดการสิงโตคลั่งกระหายเลือดได้ จำนวนสัตว์อสูรที่เธอล่าได้ทั้งหมดก็จะเพิ่มเป็น 51 ตัวครับ!”

ตอนนี้ บนกระดานคะแนนที่ฉายบนหน้าจอขนาดใหญ่มู่หรงซินซินอยู่อันดับหนึ่ง เเละเธอล่าสัตว์อสูรไปแล้ว 50 ตัว

เมื่อเห็น​เเบบนี้, ในห้องถ่ายทอดสดก็มีคนแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก

[คุณหนูมู่หรงคือเทพธิดาของฉัน!]

[พรสวรรค์แบบนี้ เธอแข็งแกร่งกว่ามู่หรงหยางซั่ว พี่ชายของเธออีกนะ!]

[ใครที่แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ คงไม่กล้าสู้ภรรยา​อย่าง​เเน่นอน!]

ตอนนี้​ มู่หรงซินซินดูแข็งแกร่งมาก

พลังของเธอบดบังรัศมีของมู่หรงหยางซั่ว พี่ชายของเธอไปเลย

แต่อันที่จริง​แล้ว มู่หรงหยางซั่วยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด

เขาเป็นคนไม่ชอบโอ้อวด สำหรับผลการทดสอบ…แค่ดีพอประมาณก็พอแล้ว

ในการทดสอบนี้ นักเรียนใหม่ทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบจะต้องสวมนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์

บนหน้าปัดนาฬิกาจะแสดงข้อมูลคะแนนแบบเรียลไทม์ เเละเมื่อเห็นว่าน้องสาวอยู่อันดับหนึ่ง ใบหน้าที่เย็นชาของมู่หรงหยางซั่วก็เผยรอยยิ้มออกมา

"ดูท่าแล้ว การทดสอบครั้งนี้น้องสาวน่าจะได้ที่หนึ่ง ในฐานะพี่ชาย ฉันก็จะไม่ไปแย่งกับน้องหรอก"

เห็นได้ชัดว่า เด็กหนุ่มผมขาวที่ดูเย็นชาและไร้หัวใจคนนี้ จริงๆแล้วเป็นคนอบอุ่นและรักน้องสาวมาก

ทันใดนั้น สีหน้าของมู่หรงหยางซั่วก็เปลี่ยนไป

มุมปากของเขาหดลง เพราะบนหน้าปัดนาฬิกาแสดงให้เห็นว่า อันดับของมู่หรงซินซินตกลงมาอยู่อันดับที่สองเรียบร้อย​แล้ว​

"มีคนแซงหน้าน้องสาวฉันงั้นเหรอ?"

"ตอนนี้ ที่หนึ่งคือใคร..."

"หืม….เซียวซิงหยู"

นี่เป็นครั้งแรกที่มู่หรงหยางซั่วรู้จัก​ชื่อนี้

……..

ย้อนกลับไปเมื่อสักครู่

ณ หน้าผาแห่งนั้น ตอนที่สิงโตคลั่งกระหายเลือดที่บาดเจ็บสาหัสกำลังจะถูกมู่หรงซินซินต้อนจนมุม เเละค้างคาวปีกกระดูกกางปีกเพื่อเตรียมปล่อยท่าไม้ตาย

เเต่ ณ เวลานั้น มันก็มีเงาของใครบางคนปรากฏขึ้น

"เฮยเฟิง จัดการ!"

บู๊ววววว~

เสียงหอนของหมาป่าดังกึกก้องไปทั่วหน้าผา

ฉัวะ!

เเละในทันใดนั้น บนร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลของสิงโตคลั่งกระหายเลือดก็มีรอยกรงเล็บหมาป่าที่ลุกเป็นไฟปรากฏขึ้น

พรู่ดดดดด!!!

เลือดพุ่งออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำพุ

สิงโตคลั่งกระหายเลือดล้มลงกับพื้น เเละนอนตายตาไม่หลับ

ตอนนี้​ เซียวซิงหยูที่ขี่หมาป่าวายุนรกได้ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบหน้าผา

มู่หรงซินซินเงยหน้าขึ้นมอง เเละได้สบตากับเซียวซิงหยูเป็นครั้งแรก

ที่โต๊ะผู้บรรยาย หยางซู่ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับตะโกนเสียงดังผ่านไมโครโฟน

"ฉากนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ, ม้ามืดประจำรุ่นอย่างเซียวซิงหยู ได้ฉกสัตว์อสูรที่มู่หรงซินซินกำลังจะจัดการไปครับ!”

“เเละผมขอเเจ้งให้ทราบ ตอนนี้เซียวซิงหยูได้ขึ้นเป็นที่หนึ่งแล้ว!”

ณ เวลานี้​บนกระดานคะแนนอิเล็กทรอนิกส์

ที่หนึ่ง: เซียวซิงหยู ล่าสัตว์อสูรไปแล้ว 51 ตัว

ที่สอง: มู่หรงซินซิน ล่าสัตว์อสูรไปแล้ว 50 ตัว

ที่สาม: มู่หรงหยางซั่ว ล่าสัตว์อสูรไปแล้ว 41 ตัว

เซียวซิงหยูขึ้นเป็นที่หนึ่ง ด้วยการฉกสัตว์อสูรจากมู่หรงซินซินไปเพียงตัวเดียว

ผู้ชมในช่องแสดงความคิดเห็นต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเมามัน​

[ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจจริงๆ!]

[สิงโตคลั่งกระหายเลือดมันใกล้ตายอยู่แล้ว เซียวซิงหยูแค่เข้าไปซ้ำแค่นั้นเอง]

[มู่หรงซินซินระวังหน้าระวังหลังหน่อย, สุดท้ายเเล้วจะไม่พ้นเเพ้ให้เซียวซิงหยูคนนี้นะ!]

[ว่าเเต่ทั้งสองคนนี้ต่างก็เป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่ง​มาก​นะ, พวกเขา​จะตีกันไหมเนี่ย?]

…….

ณ หน้าผาแห่งนั้น บรรยากาศเริ่มตึงเครียดอย่างถึงที่สุด​

เซียวซิงหยูยิ้มอย่างมีเลศนัยเเล้วเอ่ยออกมา

"คุณหนูมู่หรง ขอบคุณสำหรับสัตว์อสูรตัวนี้นะ"

สีหน้าของมู่หรงซินซินดูเย็นชาและแข็งกระด้างเหมือนกับพี่ชายของเธอ

เธอจ้องมองเซียวซิงหยูโดยไม่พูดตอบกลับอะไร

เเต่ในตอนนั้นเอง มันก็มีเสียงบางอย่างดังมาจากพุ่มไม้ จากนั้น​มดปีศาจสามตาตัวหนึ่งก็ได้คลานออกมาจากพุ่มนั้น

เมื่อ​เห็น​เเบบนี้, หยางซู่ก็รีบบรรยายด้วยความตื่นเต้น

"เอาล่ะครับ เป็นเรื่องเเล้ว…"

"เซียวซิงหยูและมู่หรงซินซินกำลังสบตากัน"

"จากที่ผมสังเกต​แววตาที่ปะทะกัน, ดูเหมือนว่าทั้งคู่ต้องการจะจัดการมดปีศาจสามตาตัวนี้ให้ได้นะ!"

……………………

จบบทที่ บทที่ 29 : มู่หรงหยางซั่ว, มู่หรงซินซิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว