- หน้าแรก
- กวีพลิกโลก ท่วงทำนองไร้พ่าย
- บทที่ 3 - ยุคสมัยใหม่ จุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งจุดสูงสุด
บทที่ 3 - ยุคสมัยใหม่ จุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งจุดสูงสุด
บทที่ 3 - ยุคสมัยใหม่ จุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งจุดสูงสุด
บทที่ 3 - ยุคสมัยใหม่ จุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งจุดสูงสุด
ห้องรับรอง บริษัทบันเทิงเทียนอวี่
สิบโมงเช้า คือเวลานัดหมายระหว่างหวังเซวียนและเฉินข่าย เมื่อมาถึง หวังเซวียนก็พบว่าในห้องรับรองไม่ได้มีแค่เฉินข่ายเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนอื่นร่วมวงอยู่ด้วย
เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้หวังเซวียนรู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
เฉินข่ายรับหน้าที่เป็นคนกลางแนะนำให้รู้จักกัน "เอาล่ะ เดี๋ยวฉันแนะนำให้ทุกคนรู้จักกันก่อนนะ นี่คือหวังเซวียน คนที่แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] หวังเซวียน ส่วนนี่คือหลี่เทา หัวหน้าแผนกเพลงของค่ายเทียนอวี่ของเรา และนี่คือหลินรุ่ย คงไม่ต้องให้ฉันแนะนำตัวหรอกมั้ง"
"ไม่ต้องครับ ผมโตมากับเพลงของพี่รุ่ยเลยล่ะครับ" หวังเซวียนพูดยกยอไปอย่างนั้น ความจริงเขาเคยฟังเพลงของหลินรุ่ยแค่ไม่กี่เพลงเท่านั้นเอง ที่รู้จักก็เพราะความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกไว้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นนักร้องที่โด่งดังมาก
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้หวังเซวียน เพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] ของนายฉันชอบมาก ถึงขนาดอยากจะเปลี่ยนชื่อหนังเป็นชื่อนี้เลย แต่หลินรุ่ยเขาสนใจเพลงนี้อยู่เหมือนกัน ฉันก็เลยเรียกนายมาคุยกันหน่อย" เฉินข่ายเข้าเรื่อง
"พี่รุ่ยอยากจะร้องเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] งั้นเหรอครับ" หวังเซวียนถามตรงๆ
"หวังเซวียน พี่ไม่อ้อมค้อมเลยนะ ตอนนี้สถานการณ์ของพี่ค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ติดแหง็กอยู่ในระดับแถวหน้ามาหลายปีแล้ว ในบรรดานักร้องระดับเดียวกัน อายุของพี่ก็ถือว่าเยอะแล้ว ถ้าดันตัวเองขึ้นไปไม่ได้อีกก็คงหมดหวังแล้วล่ะ ตอนนี้พี่ขาดแค่อัลบั้มที่ยอดขายปังๆ สักชุด พี่ชอบเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] มากจริงๆ ไม่รู้ว่านายจะยอมสละของรักให้พี่ได้ไหม" หลินรุ่ยพูดอย่างตรงไปตรงมา
"น้องเซวียน พี่ขอพูดแทรกนิดนึงนะ ไม่ใช่แค่หลินรุ่ยที่ต้องการเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] หรอกนะ แต่บริษัทเทียนอวี่ของเราก็ต้องการมันเหมือนกัน ถ้าหลินรุ่ยสามารถคว้าตำแหน่งราชาเพลงมาครองได้สำเร็จ สถานะของค่ายเราในวงการก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ถ้านายยอมสละเพลงนี้ให้ เรายินดีจะเสนอราคาที่ทำให้นายพอใจอย่างแน่นอน" หลี่เทาเสริม
"เรื่องสละเพลงไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ ส่วนเรื่องราคาก็ค่อยว่ากัน แต่พวกคุณรับประกันได้ไหมล่ะครับว่าถ้าผมยกเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] ให้พี่รุ่ยแล้ว พี่รุ่ยจะได้ขึ้นเป็นราชาเพลงชัวร์ๆ" หวังเซวียนยิงคำถาม
"ถึงจะรับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่โอกาสก็มีสูงมาก ทางบริษัทเตรียมเพลงดีๆ ไว้ให้พี่หลายเพลงแล้ว ตอนนี้ขาดก็แค่เพลงไตเติลเท่านั้น" หลินรุ่ยตอบ
"พอจะให้ผมลองฟังดูหน่อยได้ไหมครับ" หวังเซวียนถาม
"ได้สิ"
พูดจบ ทุกคนก็ย้ายห้องไปที่ห้องอัดเสียงของค่ายเทียนอวี่
เมื่อสวมหูฟัง หวังเซวียนก็ได้รับเกียรติให้ฟังเพลงใหม่ของหลินรุ่ยก่อนแฟนคลับคนไหนๆ ทว่าหลังจากฟังจบ หวังเซวียนกลับส่ายหน้า "พูดตามตรงนะครับ เพลงพวกนี้ก็เพราะดีอยู่หรอก แต่มันยังไม่ทรงพลังพอที่จะส่งพี่ขึ้นไปถึงตำแหน่งราชาเพลงได้ ต่อให้รวมเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] ของผมเข้าไป หรือต่อให้ได้กระแสจากหนังของอาจารย์เฉินข่ายมาช่วยหนุน มันก็ยังขาดอะไรไปบางอย่างอยู่ดี"
"แต่นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของเราแล้วนะ" หลี่เทาแย้ง
"สิ่งที่เราต้องการคือความชัวร์ครับ ในเมื่อจะดันพี่รุ่ยขึ้นเป็นราชาเพลงทั้งที มันก็ต้องเอาให้สุดไปเลย ต้องขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดอย่างสง่างามไร้ข้อกังขา สถานะของพี่รุ่ยถึงจะมั่นคง รบกวนขอกระดาษกับปากกาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ" หวังเซวียนเอ่ยปาก
"ได้เลย" หลี่เทาหยิบกระดาษกับปากกามาให้
"นายเอากระดาษกับปากกาไปทำไม" เฉินข่ายถามด้วยความสงสัย
"ผมจะแต่งเพลงให้พี่รุ่ยอีกสักเพลงไงครับ" หวังเซวียนตอบ ความจริงก่อนจะมาที่นี่ เขาตั้งใจจะร้องเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] ด้วยตัวเอง แต่พอได้ฟังความตั้งใจของหลินรุ่ย เขาก็เปลี่ยนใจ
เขาไม่เพียงแต่จะยกเพลง [ม่านทรายครึ่งนคร] ให้หลินรุ่ยเท่านั้น แต่ยังตั้งใจจะแต่งเพลงเพิ่มให้อีกเพลงเพื่อส่งหลินรุ่ยขึ้นสู่จุดสูงสุด เพราะสำหรับหวังเซวียนแล้ว เขาไม่ได้ขาดแคลนเพลงแค่เพลงสองเพลง หรือขาดโอกาสในการเปิดตัว สิ่งที่เขาขาดคือคอนเนกชันและทรัพยากรต่างหาก
หากเขาสามารถส่งหลินรุ่ยขึ้นเป็นราชาเพลงได้ ไม่ใช่แค่หลินรุ่ยคนเดียวที่จะต้องติดหนี้บุญคุณเขา แต่ค่ายเทียนอวี่ต้นสังกัดของหลินรุ่ยก็ต้องเป็นหนี้บุญคุณเขาด้วย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การทำให้สิ่งที่ดีอยู่แล้วดียิ่งขึ้นไปอีก แต่มันคือการยื่นมือเข้าช่วยเหลือในยามลำบากที่สุดต่างหาก! ไม่มีอะไรจะมีค่าไปกว่าการช่วยเหลือคนที่กำลังเข้าตาจนอีกแล้ว
และในวงการบันเทิง อิทธิพลของราชาเพลงนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมองข้ามได้ อิทธิพลของค่ายเทียนอวี่ก็ยิ่งไม่ธรรมดา หากแบ่งค่ายบันเทิงออกเป็นสามระดับ สูง กลาง ต่ำ ค่ายเทียนอวี่ก็จัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางระดับสูงเลยทีเดียว
สรุปแล้ว ดีลนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังเซวียนก็จรดปากกาลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงสิบนาที โน้ตเพลงฉบับสมบูรณ์ก็เสร็จสิ้น หวังเซวียนเติมเนื้อร้องลงไปแล้วส่งให้หลี่เทา "ถ้าได้เพลงนี้เข้าไปเสริมก็น่าจะพอแล้วล่ะครับ"
ทำไมหวังเซวียนถึงได้มั่นใจนักน่ะเหรอ ก็เพราะเพลงที่เขาส่งให้หลี่เทาคือเพลงที่มีชื่อว่า [สายลมตะวันออกรำเพย] บทเพลงที่สร้างปรากฏการณ์ระดับผู้บุกเบิกบนโลกเดิม และเป็นบทเพลงที่จะต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงจีนอย่างแน่นอน
เพลงนี้นี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของดนตรีสไตล์ตะวันออก และเป็นจุดสูงสุดในเวลาเดียวกัน!
จุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งจุดสูงสุด อย่างน้อยหวังเซวียนก็คิดเช่นนั้น
หลายคนอาจจะมองว่าเพลง [เครื่องลายคราม] คือจุดสูงสุดของดนตรีสไตล์ตะวันออก หวังเซวียนเองก็ชอบเพลงเครื่องลายครามมากๆ แต่เขาก็ยังคงเชื่อว่า [สายลมตะวันออกรำเพย] คือสุดยอดของสไตล์ตะวันออกอย่างแท้จริง มันคือผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานเครื่องดนตรีโบราณอย่างผีผาและเอ้อหูเข้ากับดนตรีป๊อปได้อย่างลงตัว เนื้อร้องและทำนองยอดเยี่ยม ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง เศร้าแต่ไม่ฟูมฟาย เรียกได้ว่าแทบจะไร้ที่ติ
เอาเป็นว่าเพลงแนวย้อนยุคหลายๆ เพลง หรือแม้แต่เพลงสไตล์ตะวันออกในยุคหลังๆ ของเจย์ ก็ยังฟังสบายสู้ [สายลมตะวันออกรำเพย] ไม่ได้ เพราะเพลงนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างนุ่มนวล ไม่ได้พยายามยัดเยียดความรู้สึกคิดถึงหรือความโศกเศร้า แต่ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้น คุณจะสัมผัสได้ถึงความคิดถึงและความเศร้าจางๆ โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดจนเกินไป คำว่าเศร้าแต่ไม่ฟูมฟายคือคำอธิบายที่ตรงจุดที่สุดสำหรับเพลงนี้
การหยิบเพลงนี้มาให้หลินรุ่ย เอาจริงๆ หวังเซวียนก็แอบเสียดายอยู่ลึกๆ แต่ถ้าไม่ยอมลงทุนก็หวังผลกำไรก้อนโตไม่ได้ ถ้าไม่เอาเพลง [สายลมตะวันออกรำเพย] ออกมา หลินรุ่ยและค่ายเทียนอวี่จะยอมผูกมัดตัวเองไว้กับหวังเซวียนได้อย่างไร
"เป็นไงบ้าง" เฉินข่ายถามขึ้น
"พูดยากแฮะ หลินรุ่ย นายลองดูสิ" หลี่เทายื่นโน้ตเพลงให้หลินรุ่ย
"เนื้อเพลงใช้ได้นะ แต่ทำนองดูเรียบๆ ไปหน่อย" นี่คือความเห็นของหลินรุ่ยหลังจากอ่านจบ
หวังเซวียนยิ้มโดยไม่โต้แย้งอะไร เขาดึงโน้ตเพลงกลับมาจากมือของหลินรุ่ย แล้วเขียนโน้ตเพิ่มเติมลงไปจนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
"นายเรียบเรียงเสียงประสานได้ด้วยเหรอ" หลี่เทาถามด้วยความประหลาดใจ
"ในเมื่อผมแต่งทำนองได้ การที่ผมจะเรียบเรียงเสียงประสานได้ด้วยมันแปลกตรงไหนล่ะครับ" หวังเซวียนย้อนถาม "ที่นี่มีนักดนตรีที่เล่นผีผา ขิม เอ้อหู แล้วก็กลองชุดไหมครับ เรียกพวกเขามารวมตัวกันหน่อยสิ ผมอยากให้ลองเล่นให้ฟังสดๆ เลย"
"มีสิ แต่เพลงนี้ต้องใช้ผีผากับเอ้อหูด้วยเหรอ เครื่องดนตรีโบราณสองชนิดนี้แทบไม่เคยถูกเอามาใช้ในเพลงป๊อปสมัยใหม่เลยนะ" หลี่เทาถามด้วยความสงสัย พลางสั่งให้ทีมงานไปตามตัวนักดนตรีมา
"ผีผากับเอ้อหูนี่แหละครับ คือกุญแจสำคัญของเพลง [สายลมตะวันออกรำเพย]" หวังเซวียนตอบพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ขอให้หลี่เทาเอาโน้ตเพลงไปถ่ายเอกสารแจกให้นักดนตรีทุกคน ก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบาย "ส่วนของขิมกับกลองชุดผมคงไม่ต้องพูดอะไรมาก ในโน้ตมีเขียนบอกไว้หมดแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือผีผากับเอ้อหูต่างหาก ในช่วงท่อนแยกแรก ให้ใช้ผีผาดีดรัวไต่ระดับเสียงขึ้นไปเพื่อส่งเข้าท่อนต่อไป ส่วนท่อนแยกที่สองให้ใช้เอ้อหู ในช่วงท้ายของเพลง ให้ใช้เทคนิคการดีดแบบรัวนิ้วของผีผามาเล่นคลอเป็นพื้นหลัง แล้วปิดท้ายด้วยเสียงเอ้อหู รายละเอียดทั้งหมดผมจดไว้ในโน้ตแล้ว ทุกคนลองทำความคุ้นเคยกับโน้ตและท่องจำส่วนของตัวเองไปก่อน เดี๋ยวเราจะมาลองเล่นพร้อมกันดู"
"มันจะเวิร์กเหรอ" หลี่เทายังคงคลางแคลงใจ
แต่หลังจากนั้นเพียงสิบนาที เมื่อเสียงดนตรีแบ็กกราวนด์เพลง [สายลมตะวันออกรำเพย] ในเวอร์ชันที่ยังไม่สมบูรณ์แบบนักดังขึ้น เมื่อเสียงอันสดใสของผีผาและเสียงอันโหยหวนของเอ้อหูผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีตะวันตกได้อย่างกลมกลืน ก่อเกิดเป็นท่วงทำนองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายโบราณ เศร้าสร้อย และเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นตะวันออกอย่างเข้มข้น ความคลางแคลงใจของหลี่เทาก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงขั้นสุด
หลินรุ่ยเองก็เบิกตากว้างด้วยความทึ่งไม่แพ้กัน
แม้แต่นักดนตรีที่กำลังเล่นอยู่ก็ยังเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
และต่อให้เป็นเฉินข่ายที่ไม่ได้รู้เรื่องดนตรีอะไรมากมาย ก็ยังอดเบิกตากว้างด้วยความทึ่งไม่ได้
เพราะนี่คือปรากฏการณ์ที่จะต้องพลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการเพลงอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ เครื่องดนตรีตะวันตกมักจะมีบทบาทนำในวงการเพลงป๊อปมาตลอด เคยมีคนพยายามเอาเครื่องดนตรีโบราณของจีนมาผสมผสานกับเพลงป๊อปอยู่เหมือนกัน แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่ามาโดยตลอด จนกระทั่งนานวันเข้า คนทั้งโลกก็พากันสรุปไปแล้วว่าเครื่องดนตรีโบราณของจีนไม่เหมาะกับเพลงป๊อป
แต่ภาพที่พวกเขาเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้คืออะไร เครื่องดนตรีโบราณของจีนกลับสามารถผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีตะวันตกได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ ก่อเกิดเป็นเพลงป๊อปที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายตะวันออกและเกือบจะสมบูรณ์แบบ
แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตื่นตะลึงจนอ้าปากค้างได้อย่างไร
[จบแล้ว]