- หน้าแรก
- สัประยุทธ์ ยิ่งลูกมาก ยิ่งเทพ
- บทที่ 30: สมบัติล้ำค่าเหนือความคาดหมาย
บทที่ 30: สมบัติล้ำค่าเหนือความคาดหมาย
บทที่ 30: สมบัติล้ำค่าเหนือความคาดหมาย
ขณะที่หลินหรานกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด ผู้ประมูลในชุดคลุมสีดำก็อธิบายถึงสรรพคุณและที่มาของหญ้ารงจูโลหิตมังกรอย่างละเอียดถี่ถ้วน คำอธิบายของเขาเรียกเสียงตอบรับจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนไม่น้อยที่สนใจหญ้ารงจูโลหิตมังกรต้นนี้
พวกเขาอาจไม่รู้วิธีนำหญ้ารงจูโลหิตมังกรไปหลอมเป็นโอสถกระดูกมังกรวัชระ ทว่าสรรพคุณทางยาของสมุนไพรชนิดนี้นั้นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แม้ไม่ได้นำไปหลอมเป็นโอสถ เพียงแค่กลืนกินเข้าไปตรงๆ ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
"ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ข้าเชื่อว่าทุกท่านคงทราบถึงสรรพคุณของหญ้ารงจูโลหิตมังกรต้นนี้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุรุษเพศหากได้รับประทานเข้าไปแล้ว หึหึหึ..."
นักปรุงโอสถในชุดคลุมดำหัวเราะในลำคอ เผยรอยยิ้มที่บุรุษทุกคนต่างรู้กันดี "จากการประเมินของเรา ราคาเริ่มต้นของหญ้ารงจูโลหิตมังกรต้นนี้อยู่ที่สองแสนเหรียญทอง ขอเชิญทุกท่านเริ่มการประมูลได้"
ราคาเริ่มต้นที่สองแสนเหรียญทองนั้นนับว่าสูงลิ่ว ผู้คนจำนวนมากในลานประมูลที่ตอนแรกให้ความสนใจกลับต้องถอดใจไปตามๆ กัน
เงินสองแสนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ สำหรับพวกเขา หญ้ารงจูโลหิตมังกรเป็นเพียงสมุนไพรบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพในด้านนั้นเท่านั้น สมุนไพรชนิดนี้ไม่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยังมีตัวยาอื่นที่สามารถใช้ทดแทนได้อีกมากมาย
การทุ่มเงินถึงสองแสนเพื่อสมุนไพรเช่นนี้จึงดูไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
"สองแสนหนึ่งหมื่น!"
แน่นอนว่ายังมีบรรดานายน้อยที่เงินทองไม่ใช่ปัญหา สำหรับพวกเขาแล้ว ความแข็งแกร่งในเรื่องพรรค์นั้นคือสิ่งสะท้อนถึงศักดิ์ศรี
"สองแสนสี่หมื่น!"
"สองแสนแปดหมื่น!"
"..."
เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนผู้เสนอราคาก็ลดน้อยลงสวนทางกับราคาที่พุ่งสูงขึ้น ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงแย่งชิงสมุนไพรต้นนี้ และราคาประมูลก็ทะยานขึ้นไปถึงสามแสนแปดหมื่นแล้ว
คนเหล่านี้ล้วนเป็นนายน้อยเสเพลจากเมืองเฮยเหยียน แต่ละคนมีใบหน้าซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำ ดูราวกับคนที่ถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น
ทว่าในเวลานี้ พวกเขากลับหน้าดำหน้าแดง แผดเสียงตะโกนแย่งชิงหญ้ารงจูโลหิตมังกรเพียงต้นเดียวนี้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย
"ห้าแสน"
ในขณะที่บรรดานายน้อยกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด น้ำเสียงเรียบเฉยก็ดังขัดขึ้น ดันราคาสมุนไพรให้พุ่งสูงปรี๊ดจนคนธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึง
ราคาที่พุ่งพรวดกะทันหันดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน นายน้อยเสเพลหลายคนที่กำลังแย่งชิงกันก่อนหน้านี้ถึงกับชะงักงัน บางคนถึงขั้นสบถด่าไปยังต้นเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ไอ้สารเลวหน้าไหนกล้ามาแย่งของของนายน้อยผู้นี้?!"
ทว่าเมื่อสายตาของพวกเขาตวัดไปมองยังห้องส่วนตัวบนชั้นสอง คำผรุสวาทก็พลันกลืนหายลงไปในลำคอ ราวกับเป็ดที่ถูกบีบคอจนไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีก
ผู้ที่สามารถเสนอราคาหลักแสนหรือหลักล้านย่อมไม่ใช่คนจากตระกูลธรรมดา และแทบทุกคนในบรรดาพวกเขาล้วนได้รับคำเตือนตั้งแต่ตอนที่งานประมูลในวันนี้เริ่มต้นขึ้น
ห้ามล่วงเกินแขกวีไอพีในห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่งบนชั้นสองเป็นอันขาด ผู้ใดฝ่าฝืนต้องรับผลที่ตามมาเอาเอง!
หากเป็นเพียงคำเตือนธรรมดาๆ ลูกหลานตระกูลใหญ่จอมเสเพลที่คุ้นเคยกับการเบ่งอำนาจบาตรใหญ่เหล่านี้ย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ ทว่าคำเตือนนี้ท่านเจ้าเมืองเฮยเหยียนเป็นผู้ถ่ายทอดด้วยตัวเองไปยังผู้อาวุโสของแต่ละตระกูล พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อฟัง
อย่างไร้ข้อกังขา หลังจากหลินหรานเอ่ยปาก นายน้อยเสเพลทุกคนต่างก็หุบปากฉับ ได้แต่รอคอยให้ผู้ประมูลเคาะค้อนลงมา
เสียงค้อนไม้กระทบแท่นดังขึ้น เป็นอันประกาศความเป็นเจ้าของหญ้ารงจูโลหิตมังกร
หลังจากที่หญ้ารงจูโลหิตมังกรถูกประมูลออกไป งานประมูลทั้งงานก็เข้าสู่ช่วงที่เข้มข้นที่สุด ในเวลาต่อมา ของวิเศษและของล้ำค่าหายากนานาชนิดก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละชิ้น ทั้งเคล็ดวิชาบ่มเพาะ ทักษะโต้ว สมุนไพรวิเศษ หรือแม้กระทั่งสูตรโอสถ
แม้ว่าของเหล่านี้จะไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับหลินหราน แต่สำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่ มันคือสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินได้
ชั่วขณะหนึ่ง เสียงตะโกนเสนอราคาด้วยความตื่นเต้นก็ดังระงมไปทั่วทั้งโถงประมูล
หากไม่มีทหารยามจำนวนมากคอยคุ้มกันรอบโรงประมูล และไม่มีบุคคลสำคัญอย่างท่านเจ้าเมืองนั่งอยู่บนชั้นสอง ผู้คนที่กำลังหน้าแดงเถียงกันแย่งชิงของอย่างดุเดือดเหล่านี้คงจะได้ลงไม้ลงมือกันไปแล้ว!
หลินหรานเองก็ร่วมเสนอราคาอยู่ประปราย และได้ของชิ้นเล็กๆ ที่น่าสนใจมาบ้าง
ตัวอย่างเช่น สมุนไพรวิเศษหายาก หรือแม้แต่พิษของสัตว์อสูรระดับห้าอย่างแมงมุมหมาป่าพิษสวรรค์... ทว่าแม้การประมูลจะดำเนินไปอย่างดุเดือด แขกรายใหญ่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสองกลับแทบไม่เคลื่อนไหวเลย ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่
เมื่อการประมูลใกล้จะสิ้นสุดลง สิ่งของชิ้นหนึ่งที่ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งงานประมูล จนแม้แต่หลินหรานยังเผยสีหน้าประหลาดใจ ก็ถูกผู้ประมูลนำออกมาแสดง
มันคือขวดหยกที่บรรจุโลหิตเอาไว้ ขวดที่เต็มไปด้วยโลหิตสีเขียวเข้มส่องประกายราวกับอัญมณี!
"และนี่คือสินค้ารองสุดท้ายในงานประมูลพิเศษครั้งนี้ โลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรระดับหก จักรพรรดิอสรพิษดำแปดปีก!"
"อะไรนะ?!"
"โลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรระดับหกงั้นรึ?!"
"โรงประมูลหินดำของเราได้ของล้ำค่าระดับนี้มาตั้งแต่เมื่อใดกัน ถึงกับมีโลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรระดับหกมาประมูลด้วย?!"
สิ้นเสียงของผู้ประมูล ทั่วทั้งลานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
สัตว์อสูรระดับหก นั่นคือตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่เทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับโต้วหวงเลยทีเดียว! โลหิตแก่นแท้ของมันจะมาปรากฏอยู่ในเมืองเฮยเหยียนเล็กๆ แห่งนี้ได้อย่างไร? นี่มันเรื่องเหลวไหลชัดๆ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!"
ภายในห้องส่วนตัวหมายเลขสอง ท่านเจ้าเมืองเฮยเหยียนลุกพรวดขึ้นยืน กลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามของยอดฝีมือระดับโต้วหลิงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทุกคนในห้อง
โดยเฉพาะพนักงานของโรงประมูลหินดำที่ยืนอยู่ด้านข้าง ซึ่งกำลังสั่นสะท้านไปทั้งตัวและเหงื่อแตกพลั่กจนเปียกชุ่ม
"ข้าต้องการคำอธิบายที่ฟังขึ้น"
สายตาของท่านเจ้าเมืองเฮยเหยียนตวัดมองไปยังพนักงาน "รายชื่อของประมูลที่เจ้าให้ข้ามา ไม่มีของชิ้นนี้อยู่"
"ท่านเจ้าเมือง โปรดไว้ชีวิตด้วย! ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!"
พนักงานผู้นั้นทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก พลางตะโกนเสียงหลง "ของชิ้นนี้ถูกเพิ่มเข้ามากะทันหันขอรับ! ท่านประธานสั่งห้ามไม่ให้พวกเราปริปากบอกใคร ข้าน้อยก็เลยไม่ได้เรียนให้ท่านทราบ!"
"เพิ่มเข้ามากะทันหันรึ?"
ท่านเจ้าเมืองเฮยเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูพนักงานที่กำลังร้องห่มร้องไห้ ก็รู้ดีว่าเอาผิดไปก็ไร้ประโยชน์ เขาแค่นเสียงเย็นชาทันที "ไปตามประธานของพวกเจ้ามา"
"ขะ..ขอรับ ท่านเจ้าเมือง"
พนักงานรีบพยักหน้ารับคำและลุกพรวดพราดวิ่งเตลิดหนีออกจากห้องส่วนตัวไปราวกับกำลังหนีตาย ในขณะที่สายตาของท่านเจ้าเมืองกวาดมองไปยังห้องส่วนตัวอื่นๆ บนชั้นสอง
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของเขา
เงาร่างนั้นมีเรือนร่างอวบอิ่ม ทรวดทรงอรชร และเอวคอดกิ่วอันอ่อนช้อยเย้ายวนราวกับงูน้ำ
รูปร่างอันแสนยั่วยวนของนาง เพียงแค่ชำเลืองมองแวบเดียวก็ทำให้หัวใจของท่านเจ้าเมืองสั่นสะท้าน
ไม่ใช่ว่าท่านเจ้าเมืองเป็นพวกมักมากในกามารมณ์แต่อย่างใด ทว่าเขาจับสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่มิอาจต้านทานซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างอันงดงามนั้นต่างหาก
"ยะ... ยอดฝีมือระดับโต้วหวัง?!"
สีหน้าของท่านเจ้าเมืองเฮยเหยียนเปลี่ยนไปอย่างหนัก ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดประธานโรงประมูลหินดำที่คอยโอนอ่อนผ่อนตามเขามาโดยตลอด ถึงได้กล้าปิดบังข้อมูลการประมูลเช่นนี้
โลหิตแก่นแท้ของสัตว์อสูรสีเขียวเข้มส่องแสงเรืองรองดูพิศวงภายใต้แสงไฟของโรงประมูล ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนให้จับจ้องมองไป
ทว่าคำพูดประโยคต่อมาของผู้ประมูลกลับดับฝันของพวกเขาลงในพริบตา
"มูลค่าของโลหิตแก่นแท้สัตว์อสูรระดับหก จักรพรรดิอสรพิษดำแปดปีกขวดนี้ คงไม่ต้องให้ข้าอธิบายให้มากความ ข้าเชื่อว่าทุกท่านคงทราบดี ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขายได้ระบุเอาไว้ว่านางไม่ต้องการเงินทอง แต่ต้องการให้ผู้ซื้อทำสิ่งหนึ่งให้นางเป็นการแลกเปลี่ยน"
"นั่นคือการหลอมโอสถระดับหก!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั่วทั้งลานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง
ภายในห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่ง หลินหรานคลี่หยิ้มบางเบา สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาร่างอันงดงามนั้น
"น่าสนใจดีนี่"
"นางมาเพื่อข้าอย่างนั้นหรือ?"