เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - ผู้ลอบมองปริศนา

บทที่ 50 - ผู้ลอบมองปริศนา

บทที่ 50 - ผู้ลอบมองปริศนา


บทที่ 50 - ผู้ลอบมองปริศนา

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"พวกเธอมองฉันทำไมกัน สวรรค์ นี่พวกเธอถึงขั้นรังเกียจเนื้อวัวแล้วหรือ พวกเราเป็นแค่คนรับใช้นะ ไม่ใช่ขุนนาง ถึงหน้าตาจะดูแปลกๆ แต่ต่อให้ท่านลอร์ดสั่งให้กินอึของจริง พวกเธอก็ต้องกินอยู่ดี"

พูดจบสแปร์โรว์ก็ใช้ช้อนตักเนื้อวัวขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วตักเข้าปากด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร

วินาทีต่อมา

ต่อมรับรสของสแปร์โรว์ก็ถูกปราบด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ทันที เนื้อวัวที่หมักมาอย่างพิถีพิถัน ถูกนำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ทุกคำที่กัดลงไปเต็มไปด้วยน้ำซุปเนื้อที่ชุ่มฉ่ำ วิธีการทำอาหารแบบผัดกระทะแห้งช่วยยกระดับรสสัมผัสของเนื้อวัวขึ้นไปอีกขั้น ผักต่างๆ ดูดซับความอร่อยของเนื้อวัวเอาไว้ และมอบความหอมสดชื่นของผักกลับคืนมา

สมบูรณ์แบบที่สุด แฮมดองตุ๋นส้มอัลมอนด์บ้าบออะไรนั่น มันก็แค่ขยะดีๆ นี่เอง

มิน่าล่ะท่านลอร์ดถึงไม่ชอบกิน

สแปร์โรว์นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะฝืนทำหน้าตาพะอืดพะอม "เทพีอยู่เบื้องบน รสชาติหมาไม่แดกเลยจริงๆ ฉันเอาไปทิ้งดีกว่า"

"จะเอาไปทิ้งข้างนอกทำไมล่ะ ไม่อร่อยก็เอาไปให้พวกทาสสิ"

ซิสเซอร์หรี่ตาลง เผยสีหน้าเคลือบแคลงใจ เธอเอื้อมมือไปหยิบเนื้อ แต่สแปร์โรว์กลับเบี่ยงตัวหลบ

"มีอะไรแปลกๆ เธอมีพิรุธนะ"

ทุกคนได้สติกลับมาทันที รีบพุ่งเข้าไปแย่งกันยกใหญ่ ไม่นานนักเนื้อผัดกระทะแห้งชามเล็กๆ ก็ถูกจัดการจนหมดเกลี้ยง แม้แต่เครื่องปรุงที่ติดอยู่บนจานก็ยังถูกเลียจนสะอาดหมดจด

"อร่อยจังเลย" ซิสเซอร์เดาะลิ้น ยังคงรู้สึกอยากกินอีก "สมกับเป็นท่านลอร์ดจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านจะรู้จักของอร่อยแบบนี้ด้วย"

"แน่ล่ะสิ ก็เจ้านายของเราเป็นขุนนางนี่นา"

มีเพียงเพลตที่เป็นพ่อครัวเท่านั้นที่เสียความมั่นใจ เขาพึมพำกับตัวเอง "เป็นไปได้ยังไงกัน ทำไมถึงอร่อยขนาดนี้ได้"

ทางด้านฟีลด์กลับรู้สึกว่ารสชาติมันธรรมดามาก อย่างน้อยก็ไม่ใช่รสชาติที่เขาต้องการ

"ใส่เกลือเยอะเกินไป แถมยังคุมไฟไม่ดีด้วย อีกอย่างในนี้ใส่ผงกะหรี่หวานลงไปใช่ไหม รสชาติมันถึงได้แหม่งๆ" ฟีลด์เดาะลิ้น "อาชิน่า เธอคิดว่ายังไงบ้าง"

อาชิน่าเคี้ยวข้าวเต็มสองแก้มจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงชูนิ้วหัวแม่มือให้ฟีลด์

"ยัยคนตะกละเอ๊ย" ฟีลด์จิบชาอย่างเชื่องช้า

เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะพักผ่อนสักสามวันเพื่อผ่อนคลายให้เต็มที่ แต่สุดท้ายฟีลด์ก็ทนอยู่เฉยๆ ในวันที่สองไม่ได้ ดินแดนไม่มีผลผลิตอะไรเลย แถมยังตั้งอยู่ในพื้นที่อันตราย หากไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาก็คงจะรู้สึกกระวนกระวายใจ

เรื่องในดินแดนมีมากมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ด้วยคำพูดแค่ประโยคสองประโยค ฟีลด์จึงตัดสินใจที่จะไปแก้ปัญหาขาดแคลนไม้ก่อน

ฟีลด์จัดการแต่งตัวเสร็จสรรพ พอเปิดประตูห้องออกมา ก็เจอเข้ากับอาชิน่าที่สะพายธนูและถือหอกอยู่พอดี

ดูเหมือนเธอเพิ่งกลับมาจากข้างนอก บนใบหน้ายังมีรอยเลือดเน่ากระเซ็นติดอยู่ แผนที่ย่อเองก็มีพื้นที่ว่างที่ไม่มีเครื่องหมายหัวกะโหลกเพิ่มขึ้นมาอีกผืน เห็นได้ชัดว่าเป็นผลงานของเธอ

"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ นายท่าน" เมื่ออาชิน่าเห็นฟีลด์ ความเคร่งขรึมบนใบหน้าของเธอก็มลายหายไปทันที เธอฉีกยิ้มหวานพลางยกชายกระโปรงขึ้นเพื่อทักทาย "วันนี้ต้องการให้ข้าทำอะไรหรือเจ้าคะ ข้าพักผ่อนจนพอแล้ว"

พูดจบอาชิน่าก็ชี้ไปที่ดวงตาของตัวเอง

จริงอย่างที่คิด รอยคล้ำใต้ตาจางๆ ก่อนหน้านี้หายไปแล้ว นัยน์ตาหมาป่าสีแดงดูทั้งมีชีวิตชีวาและเย้ายวนใจ

ยัยนี่ฟันศัตรูมาตลอดทางตั้งแต่เมืองเมเปิล ฟันแบบมาราธอนถึงสี่วันสี่คืน เมื่อวานเพิ่งจะได้พักแค่วันเดียว ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ตาไม่แห้งเลยสักนิด

"ผู้ถูกเลือกจากพระเจ้าฟื้นตัวเร็วดีจริงๆ" ฟีลด์ถอนหายใจด้วยความชื่นชม "พอดีเลย ฉันกำลังเตรียมพากองทหารไปยึดค่ายตัดไม้คืนมา ต้องการให้เธอไปช่วยคุ้มกันหน่อย"

"เย้ การได้ไปทำงานกับนายท่านเป็นเรื่องน่าสนุกมากเลยเจ้าค่ะ" หญิงสาวแกว่งหางไปมา จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงขมวดคิ้ว "นายท่าน ข้ารู้สึกว่าเมื่อคืนนี้มีบางอย่างผิดปกติ ช่วงดึกประมาณตีสาม มีบางสิ่งกำลังลอบมองดินแดนของเราอยู่ ข้าออกไปเดินตรวจดูรอบๆ หลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไรเลย แต่ข้าเชื่อว่าประสาทสัมผัสของข้าไม่มีทางผิดพลาดแน่"

"มิน่าล่ะเธอถึงพกอาวุธติดตัวไปด้วย เธอรู้ไหมว่าสิ่งนั้นคืออะไร คงไม่ใช่พวกก็อบลินอีกใช่ไหม" ฟีลด์ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาทันที เขาใช้มือลูบคางพลางครุ่นคิด "แต่ก็ไม่น่าใช่นะ ก็อบลินไม่มีทางรอดพ้นจากกรงเล็บของเธอไปได้หรอก"

"ไม่ใช่ก็อบลินเจ้าค่ะ ข้าจำกลิ่นของพวกมันได้ กลิ่นที่ได้สัมผัสเมื่อคืนนี้ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์แน่นอน แต่มันเป็นกลิ่นแปลกใหม่ แถมยังสามารถปิดกั้นการรับรู้ของข้าได้ด้วย สายลมบอกข้าทุกอย่าง กลิ่นของสิ่งนั้นเจือปนไปด้วยจิตสังหารและความมุ่งร้ายที่รุนแรงมาก"

ฟีลด์เงียบไปครู่หนึ่ง "ฉันเข้าใจแล้ว เธอไปกินมื้อเช้าก่อนเถอะ ฉันจะไปสั่งให้ทหารยามที่ลาดตระเวนระวังตัวให้มากขึ้น"

อาชิน่าส่ายหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า "อืม ทางที่ดีควรบีบแนวป้องกันให้แคบลง จัดเวรยามลาดตระเวนกลุ่มละห้าคน และเตรียมแตรเขาสัตว์ไว้ด้วยนะเจ้าคะ"

เธอแทบจะไม่เคยออกความคิดเห็นในเรื่องการทหารเลย ส่วนเรื่องการบริหารกิจการภายในเธอยิ่งไม่ปริปากพูด ฟีลด์สั่งให้เธอทำอะไรเธอก็ทำตาม หากอาชิน่าไปรับราชการในยุคจีนโบราณ ฮ่องเต้จะต้องโปรดปรานเธออย่างแน่นอน

แต่ก็เป็นเพราะอาชิน่าไม่แสดงความคิดเห็นง่ายๆ นี่แหละ ฟีลด์ถึงได้ให้ความสำคัญกับความคิดของเธอเป็นพิเศษ

"อันตรายถึงขั้นนี้เชียวหรือ" ฟีลด์พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขนาดอาชิน่าเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดหนูระดับสามเธอยังไม่เปลี่ยนสีหน้าเลย สิ่งที่ทำให้เธอตื่นตัวได้ ย่อมไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตรอย่างแน่นอน

"คงต้องเริ่มเปิดรับสมัครทหารรอบใหม่แล้ว กองกำลังป้องกันในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ เรื่องนี้ปล่อยให้เทย์ตจัดการก็แล้วกัน" ฟีลด์นวดหว่างคิ้วเบาๆ "หวังว่าที่ค่ายตัดไม้จะยังมีไม้เหลืออยู่นะ ถ้ามีกำแพงไม้ การป้องกันก็จะง่ายขึ้นเยอะ"

"ข้าจะปกป้องท่านด้วยชีวิตเจ้าค่ะ" อาชิน่าให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง

ค่ายตัดไม้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของไร่ไวน์ขนาดใหญ่ ตรงรอยต่อระหว่างป่าและทะเลสาบ ทะเลสาบแห่งนี้เดิมทีเป็นริบบิ้นแสนสวยที่พาดผ่านคฤหาสน์ขนาดใหญ่และทะเลสาบสตาร์ไนท์ ทว่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยโครงกระดูก มีต้นอ้อกลายพันธุ์สีเทาขาวและโครงกระดูกนับไม่ถ้วนยืนตระหง่านอยู่ในน้ำ สภาพน้ำก็เปลี่ยนเป็นสีเทาดำเช่นกัน

หากต้องการชำระล้างทะเลสาบแห่งนี้ให้สะอาด คงต้องใช้น้ำยาชำระล้างเป็นหมื่นขวด

นอกจากเถาวัลย์ที่ดิ้นขยุกขยิกและกระดูกขาวที่ตกอยู่กระจัดกระจายแล้ว สิ่งที่พบเห็นได้มากที่สุดระหว่างทางก็คือหนวดยุกยิก พวกมันกลายพันธุ์มาจากวัชพืช ฟีลด์ชินชากับภาพเหล่านี้มานานแล้ว ตอนที่เพิ่งสัมผัสกับบรรยากาศสไตล์คธูลูเป็นครั้งแรก ภาพที่น่าขยะแขยงทำให้ฟีลด์รู้สึกหวาดกลัวและขวัญผวา แต่พอมองไปนานๆ ก็รู้สึกว่าหนวดเล็กๆ บนพื้นนั้นไร้รสชาติสิ้นดี แถมยังแอบดูน่ารักนิดๆ ด้วยซ้ำ

หนวดพวกนี้ไม่ใช่แบบในอนิเมะผู้ใหญ่ที่เอะอะก็จับผู้หญิงมาทำเรื่องอย่างว่าเพื่อแพร่พันธุ์ พวกมันไม่มีพลังโจมตีและไม่มีพละกำลังเลย อย่างมากก็แค่ทำให้ล้อรถและม้าเดินทางได้ลำบากขึ้นเท่านั้น

ความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของฟีลด์ก็คือการใช้หอกทหารม้าแทงหนวดรอบตัวเล่นๆ แล้วมองดูพวกมันม้วนตัวขดเป็นก้อนเหมือนต้นไมยราบ

หลังจากเดินทัพมาสักพัก แม่น้ำก็ค่อยๆ เข้าสู่รัศมีทำการของตะเกียงขับไล่หมอก ทุกคนเริ่มมองเห็นค่ายตัดไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามลางๆ อาคารขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด ราวกับเป็นสัตว์ร้ายยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินผู้คน

พวกทหารยามกระจายกำลังออกไปปะทะกับพวกซากศพแล้ว

"อย่าส่งเสียงดังเกินไป หูของพวกซากศพไวมาก พวกนายคอยเป็นลูกมือให้ฉันก็แล้วกัน"

แมวป่าผู้เป็นหัวหน้ากองทหารยามลดเสียงบอกลูกน้องข้างกายสองคน ก่อนจะก้มตัวเดินแกมวิ่งเข้าไปด้านหน้า และคลำทางไปจนถึงด้านหลังของซากศพที่มีรูปร่างคล้ายหญิงสาว

"ฉึก"

แมวป่าจับตรงกลางด้ามง้าว แล้วแทงเข้าที่คอของซากศพด้วยการเคลื่อนไหวที่เล็กที่สุด ทหารยามที่อยู่ข้างๆ รีบพุ่งเข้าไปคว้าผมของซากศพที่กำลังจะกรีดร้องเอาไว้ แล้วประสานงานกับแมวป่ากระชากหัวของซากศพหลุดออกมาโดยตรง ภาพอันน่าขยะแขยงนี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาสองคนขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - ผู้ลอบมองปริศนา

คัดลอกลิงก์แล้ว