- หน้าแรก
- ระบบสุ่มกาชาทะลุมิติมาทำฟาร์มสุดกวน
- บทที่ 29 - พยัคฆ์มารอัคคี
บทที่ 29 - พยัคฆ์มารอัคคี
บทที่ 29 - พยัคฆ์มารอัคคี
บทที่ 29 - พยัคฆ์มารอัคคี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ลึกลงไปในป่าเขาลำเนาไพร ห่างจากฐานที่มั่นกระท่อมไม้ของซูเฉินออกไปกว่าร้อยกิโลเมตร ณ บริเวณเขตภูเขาไฟที่ร้อนระอุ
เสือยักษ์ที่มีเกล็ดสีดำไหม้เกรียมปกคลุมทั่วทั้งตัวกำลังนอนหลับตาอยู่บนแท่นหินที่ยื่นออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ
ตามรอยแยกของเกล็ดบนตัวมันมีลวดลายสีแดงคล้ำราวกับลาวาไหลเวียนอยู่ ราวกับมีไฟนรกแล่นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง
หัวเสือขนาดมหึมาของมันดูดุร้ายน่ากลัว บนหัวมีเขาเกลียวคู่หนึ่งที่ดูราวกับหินออบซิเดียนประดับอยู่
ภายในปากที่เผยอออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่ดูเหมือนเหล็กกล้าที่ถูกเผาจนแดงฉาน
จู่ๆ จมูกของมันก็กระตุกสองสามครั้ง ก่อนจะเบิกตากว้างเผยให้เห็นดวงตาสีทองหลอมเหลว
"หืม กลิ่นอายนี้มัน..." พยัคฆ์มารอัคคียันตัวลุกขึ้นจากแท่นหิน แล้วสูดดมกลิ่นในอากาศอย่างละเอียด
"ถึงกับทำให้สายเลือดของข้าสั่นสะท้านได้เชียวหรือ"
"มันมาจากทิศทางนั้น!"
ทิศทางที่พยัคฆ์มารอัคคีทอดสายตาไปนั้น ก็คือทิศทางที่เป็นที่ตั้งฐานที่มั่นของซูเฉินนั่นเอง
ในขณะเดียวกัน ซูเฉินเพิ่งจะกินอาหารเช้าเสร็จ เขากำลังมองดูเสี่ยวหลีกัดผลอัคคีระเบิดเข้าปากไปหนึ่งคำ
กลิ่นหอมประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากเนื้อผลไม้ในทันที
ยังไม่ทันที่ซูเฉินจะเอ่ยปากถาม เขาก็เห็นเปลวไฟเล็กๆ บนปลายหางทั้งสามเส้นของเสี่ยวหลีลุกพรึบขึ้นมาสูงปรี๊ด
ทำเอาเขาตกใจจนสะดุ้ง
"แกทำอะไรเนี่ย จะเล่นกายกรรมหรือไง"
"พลังวิเศษธาตุไฟในผลไม้มันแรงเกินไป ข้าชักจะคุมไม่อยู่แล้ว" เสี่ยวหลียกขาเกาหัวด้วยความเขินอาย
ซูเฉินสูดดมกลิ่นหอมยวนใจของผลไม้ในอากาศแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ
"กินเข้าไปแล้วรู้สึกยังไงบ้าง"
"ก็รู้สึกอุ่นๆ ไปทั้งตัว..." เสี่ยวหลีพูดไปได้ครึ่งประโยคก็ชะงักไปกะทันหัน
"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ข้า...ข้าเหมือนจะทะลวงขั้นแล้ว!"
วินาทีต่อมา ซูเฉินก็เห็นวงแหวนแห่งเปลวไฟหลายวงหมุนวนปรากฏขึ้นรอบตัวเสี่ยวหลี
เสี่ยวหลีหลับตาแน่นและหมอบลงกับพื้น ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย
พลังงานอันรุ่มร้อนและบ้าคลั่งปะทุออกมาจากร่างของมัน
เมื่อพลังงานนี้ถูกปลดปล่อยออกมา วงแหวนแห่งเปลวไฟรอบตัวมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน พร้อมกับระเบิดแสงไฟอันเจิดจ้าบาดตา
หางของมันก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
ขนสีแดงเพลิงในตอนแรก เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดที่เข้มขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากโคนหาง
"โฮก!!!"
เสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นแว่วมาจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น
เสี่ยวหลีที่กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการทะลวงขั้น ร่างกายกระตุกอย่างรุนแรง
เปลวไฟที่โอบล้อมตัวมันพลันเสียการควบคุมและลุกลามออกไปรอบทิศทาง!
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากดวงตา จมูก หู และปากของมันพร้อมกัน
บนตัวของมันก็ปรากฏรอยปริแตกหลายแห่ง ยิ่งบริเวณใบหน้าที่ขนสั้นก็ยิ่งดูน่ากลัวเป็นพิเศษ
"แย่แล้ว!" ต่อให้ซูเฉินจะไร้ประสบการณ์แค่ไหน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าการทะลวงขั้นของเสี่ยวหลีเกิดข้อผิดพลาดเข้าแล้ว
"อู๊ดๆ!"
"จิ๊บๆ!"
เผิงเผิงและเจ้านกน้อยสีทองที่เป็นสัตว์อสูรนั้นมีสัมผัสที่เฉียบคมกว่าซูเฉินมาก พวกมันส่งเสียงร้องออกมาด้วยความร้อนใจ
"เวรเอ๊ย ไอ้เสือเวร จะคำรามหาป้าแกหรือไง!"
ซูเฉินมองเงาดำรูปเสือขนาดมหึมาที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากขอบฟ้าด้วยความโกรธจัด
เมื่อเห็นว่ามันบินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ซูเฉินก็สัมผัสได้ถึงอันตราย เขารีบท่องคาถาในใจพร้อมกับตะโกนเสียงต่ำ
"ค่ายกลจงทำงาน!"
ค่ายกลปราณคุ้มภัยเก้าชั้นฟ้าทำงานตอบรับคำสั่ง ม่านพลังสีทองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกป้องพื้นที่ภายในอาณาเขตค่ายกลไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อค่ายกลเปิดทำงาน ซูเฉินก็รีบหันกลับมามองเสี่ยวหลี
เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดของเสี่ยวหลีไม่ยอมหยุด รอยปริแตกบนร่างกายก็ยังคงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
"ทำยังไงดี เสี่ยวหลีจะทนไม่ไหวแล้ว!" ซูเฉินร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติด "ต้องรีบคิดหาทางสิ!"
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึง โอสถมังกรเร้นหยินหยาง ที่เคยใช้รักษาเจ้านกน้อยสีทองขึ้นมาได้
"หวังว่าโอสถนี่จะช่วยได้นะ!"
ซูเฉินรีบล้วงเอาขวดโอสถมังกรเร้นหยินหยางออกมาจากถุงเก็บของแล้วเทโอสถออกมาหนึ่งเม็ด
เขาดึงพลังวิเศษธาตุไม้มาคลุมร่างเพื่อป้องกันความร้อนจากเปลวไฟของเสี่ยวหลี แล้วรีบสาวเท้าเข้าไปหามัน
เขาไม่สนใจเลือดที่ไหลท่วมมุมปากของมัน ยัดโอสถเข้าไปในปากของมันทันที
ทันทีที่โอสถเข้าปาก บาดแผลบนตัวเสี่ยวหลีก็เริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เลือดที่ไหลจากทวารทั้งเจ็ดหยุดลงแล้ว เปลวไฟที่บ้าคลั่งรอบตัวก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง
"ฟู่!"
เมื่อเห็นภาพนี้ ซูเฉินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"มนุษย์ ส่งผลไม้วิเศษบนพื้นนั่นมาให้ข้าซะ!"
เสียงแหบพร่าและดุดันราวกับเสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มขึ้นกลางอากาศ
ซูเฉินเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเสือยักษ์สีดำที่เมื่อครู่ยังอยู่ตรงขอบฟ้า
ตอนนี้กลับมาลอยนิ่งอยู่เหนือหัวพวกเขาแล้ว โดยถูกม่านพลังของค่ายกลขวางเอาไว้ด้านนอก
"ไสหัวไป!"
ซูเฉินชี้หน้าด่าเสือยักษ์บนฟ้าทันที
"ไอ้เสืออัปลักษณ์! ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับแกเลย แกยังมีหน้ามาขอผลไม้จากข้าอีกเหรอ!"
"ไอ้หนู แกรอนรนหาที่ตาย!" พยัคฆ์มารอัคคีเดือดดาลทันทีที่โดนซูเฉินด่าว่าเป็น ไอ้เสืออัปลักษณ์
"โฮก!"
มันคำรามลั่น ลำแสงเปลวไฟขนาดยักษ์พ่นออกมาจากปากของมัน พุ่งกระแทกเข้าใส่ม่านพลังสีทองของค่ายกลปราณคุ้มภัยเก้าชั้นฟ้าอย่างจัง
อานุภาพการโจมตีของเสือตัวนี้ รุนแรงกว่าราชาหมาป่าจันทราสีเงินระดับเจ็ดและจิ้งจอกแดงหกหางก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
ดูจากทรงแล้ว ระดับพลังของมันคงต้องอยู่เหนือระดับแปดขึ้นไปแน่ๆ!
แต่ซูเฉินกลับไม่รู้สึกหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
ระบบเคยบอกไว้ว่า ค่ายกลนี้สามารถต้านทานการโจมตีจากสัตว์อสูรระดับเก้าได้สบายๆ!
"ถุย! ไอ้เสืออัปลักษณ์ แกต่างหากที่รอนรนหาที่ตาย!"
ซูเฉินยังคงกร้าวร้าวไม่เลิก เขาชี้หน้าด่าพยัคฆ์มารอัคคีที่อยู่นอกค่ายกล
"ถ้าแน่จริงก็ลงมาดวลกันตัวต่อตัวสิโว้ย!"
พยัคฆ์มารอัคคีไม่เคยโดนหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อน
"โฮก!"
มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ลูกไฟสีแดงชาดเก้าลูกก่อตัวขึ้นรอบตัวมันในพริบตา
ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ เก้าดวงที่พุ่งกระหน่ำลงมาใส่ซูเฉิน
ลูกไฟทั้งเก้าลูกกระแทกเข้าใส่ม่านพลังสีทองอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นสั่นไหวไม่หยุด
เมื่อเห็นว่าทำอะไรม่านพลังไม่ได้ พยัคฆ์มารอัคคีก็ตะหวาดลั่น
"ระเบิด!"
ตูม!
ลูกไฟทั้งเก้าลูกระเบิดออกพร้อมกัน ลาวาสีแดงเดือดพล่านจำนวนมหาศาลพุ่งทะลักออกมาราดรดลงบนม่านพลัง ทำให้เกิดระลอกคลื่นสั่นไหวอย่างรุนแรงบนพื้นผิวม่านพลัง
ทว่าเมื่อลาวาทั้งหมดสลายไป ม่านพลังสีทองก็ยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
พยัคฆ์มารอัคคีจ้องมองม่านพลังที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ด้วยสีหน้าสับสนวุ่นวาย
"ค่ายกลทั่วไป หากโดนท่าโจมตีกลืนกินอย่างต่อเนื่องของข้าเข้าไป ไม่มีทางที่จะไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย" มันเริ่มสงสัยในใจ
"หรือว่าไอ้เด็กนี่ จะเป็นลูกหลานของขุมกำลังอำนาจใหญ่โตฝ่ายมนุษย์กันแน่"
"กรร!"
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องแหลมเล็กและดังกังวานก็แว่วมาจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น
ซูเฉินและพยัคฆ์มารอัคคีหันไปมองพร้อมกัน
ก็เห็นนกยักษ์ที่มีเปลวไฟลุกโชนทั่วทั้งตัวและมีปีกกว้างถึงสามสิบเมตร กำลังบินโฉบตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
[จบแล้ว]