- หน้าแรก
- ไม่ไหวจะรวย กลับบ้านปีใหม่เปย์หนักจนได้แยกตะกูล
- บทที่ 406 - บริษัทยักษ์ใหญ่กดดัน งัด "แบล็กลิสต์" ขายฝันหวังข่มขู่
บทที่ 406 - บริษัทยักษ์ใหญ่กดดัน งัด "แบล็กลิสต์" ขายฝันหวังข่มขู่
บทที่ 406 - บริษัทยักษ์ใหญ่กดดัน งัด "แบล็กลิสต์" ขายฝันหวังข่มขู่
บทที่ 406 - บริษัทยักษ์ใหญ่กดดัน งัด "แบล็กลิสต์" ขายฝันหวังข่มขู่
หลังจากจางเจี้ยนกั๋ววางสาย เขาก็ลงมืออย่างรวดเร็วชนิดที่น่าตกใจ
เขารู้ดีว่าการจะจัดการกับพวกตัวป่วนแบบนี้ ต้องรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด ห้ามปล่อยให้มีโอกาสได้พักหายใจเด็ดขาด
เขาใช้บารมีของกลุ่มธุรกิจหัวเถิงที่มีในมณฑล ดึงตัวบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรับจ้างผลิตเสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ และของเล่นกว่าสิบแห่งที่ต้องพึ่งพาแรงงานราคาถูกอย่างหนัก มารวมหัวกันตั้ง "สมาคมพันธมิตรธุรกิจเพื่อจัดระเบียบองค์กร" ขึ้นมากลางดึก
ไอ้พวกนายทุนที่ปกติแทบจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งออเดอร์แค่ไม่กี่สตางค์ พอต้องมาเจอกับ "ศัตรู" คนเดียวกัน กลับแสดงความสามัคคีและทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพจนน่าเหลือเชื่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ตามตลาดนัดแรงงาน เว็บไซต์หางาน และหน้าประตูโรงงานทุกแห่งในสมาคม ล้วนมีการแขวนป้ายไวนิลขนาดใหญ่ พิมพ์ตัวอักษรสีขาวบนพื้นแดงที่สะดุดตาสุดๆ
ด้านบนคือแถลงการณ์ร่วมที่มีถ้อยคำรุนแรงขั้นสุด——[ประกาศการจัดการร่วมระดับอุตสาหกรรม ว่าด้วยกลุ่มบุคคลที่ลาออกผิดปกติและจงใจก่อกวนความสงบของตลาดแรงงาน]
ประกาศฉบับนี้ ถูกพวกคนงานเรียกกันลับหลังอย่างตรงไปตรงมาว่า "แบล็กลิสต์คนงานคืนถิ่น"
เนื้อหาในแถลงการณ์เขียนไว้อย่างโจ่งแจ้ง เต็มไปด้วยการข่มขู่และคุกคาม
"ผู้ใดที่ในช่วงเวลานี้ เพิกเฉยต่อสัญญาจ้างงาน ลาออกโดยพละการด้วยเหตุผลที่ไม่ปกติ และเดินทางไปยังพื้นที่อำเภอชิงเหอหรือพื้นที่อื่นๆ เพื่อเข้าร่วมโครงการที่ให้ค่าจ้างสูงอย่างประสงค์ร้าย จะถูกถือว่าละเมิดเจตนารมณ์แห่งสัญญาอย่างร้ายแรง"
"นับตั้งแต่วันที่ออกประกาศฉบับนี้เป็นต้นไป บุคคลดังกล่าวทั้งหมด จะถูกขึ้นบัญชีดำการจ้างงานตลอดชีพของทุกบริษัทในเครือสมาคม!"
"บริษัทในสมาคมจะแชร์รายชื่อนี้ร่วมกัน และในอนาคต จะปฏิเสธการรับบุคคลใดๆ ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เข้าทำงานตลอดกาล!"
นี่ไม่ใช่แค่การขู่ แต่มันคือการตัดทางถอยของพวกคนงานที่จะกลับบ้านเกิดให้ขาดสะบั้น
ถ้าแกกลับไปแล้ว ต่อไปก็อย่าหวังจะได้กลับเข้ามาทำงานในโรงงานใหญ่ๆ ในเมืองอีก!
แค่นั้นยังไม่พอ
เพื่อรั้งตัวพวกคนงานที่ยังอยู่ในโรงงานแต่กำลังหวั่นไหวและลังเลใจเอาไว้
ผอ.โรงงานอย่างจางเจี้ยนกั๋ว ถึงขั้นลงทุนวิ่งไปที่โรงอาหารพนักงานที่มีคนเยอะที่สุด แย่งไมค์จากพนักงานกระจายเสียง แล้วถือโทรโข่งตะโกนแหกปากใส่ฝูงคนงานมืดฟ้ามัวดินด้านล่าง
"เพื่อนพ้อง! พี่น้องทั้งหลาย!"
"ทุกคนอย่าปล่อยให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ตรงหน้ามาบังตาเด็ดขาด!"
"ไอ้โรงงานเถื่อนบ้านนอกแบบนั้น มันจะเปิดไปได้สักกี่วัน? เดือนนึง? สองเดือน? พอเงินมันหมด แล้วพวกคุณจะทำยังไง?"
"กลุ่มธุรกิจหัวเถิงของเรา เป็นบริษัทใหญ่ระดับมณฑล มองการณ์ไกลไปถึงระดับโลก! สิ่งที่เราให้พวกคุณได้ คืออนาคต! คือความหวัง!"
จางเจี้ยนกั๋วชูแขนขึ้นสูง ประกาศด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"ผมขอเป็นตัวแทนของคณะกรรมการบริหาร ให้คำมั่นสัญญากับทุกคนตรงนี้เลย!"
"บริษัทตัดสินใจแล้วว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จะผลักดันโครงการให้พนักงานทุกคนถือหุ้น! ปลายปี เราจะหักกำไร 5 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มธุรกิจ มาแจกเป็นออปชันให้พนักงานดีเด่นที่มีผลงานยอดเยี่ยมทุกคน!"
"ขอแค่ทุกคนตั้งใจทำงานอยู่กับบริษัทต่อไป ในอนาคต พวกคุณจะไม่ใช่แค่ลูกจ้างอีกต่อไป! พวกคุณทุกคนคือผู้ถือหุ้นของบริษัท! คือเจ้าของร่วมกัน!"
"ทุกคนต้องมองการณ์ไกลเข้าไว้! อย่ามัวแต่จะเก็บเศษงาบนพื้น จนทิ้งแตงโมลูกโตในอ้อมกอดไปสิ!"
ต้องยอมรับเลยว่า คอมโบ "ตบหัวลูบหลัง" ชุดนี้ เล่นได้เจ้าเล่ห์และได้ผลชะงัดนัก
...
อำเภอชิงเหอ ทางออกสถานีรถไฟความเร็วสูง
เจียงเสี่ยวหู่พาลูกพี่ลูกน้องที่กรำศึกหนักมาด้วยกันกว่าสิบคน เพิ่งเดินออกจากประตูกั้น ยังไม่ทันจะได้สูดอากาศของบ้านเกิดเข้าปอดให้เต็มคราบ
คนรู้จักที่ยังไม่กล้าลาออกจากโรงงาน ก็โทรศัพท์มาหา
น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความกังวลและกระวนกระวาย เล่าเรื่อง "แบล็กลิสต์" และ "ออปชัน" ให้ฟังจนหมดเปลือก
"เสี่ยวหู่... พวกนาย... พวกนายอาจจะกลับมาไม่ได้แล้วนะ..."
"ตอนนี้ในโรงงานลือกันให้แซ่ด บอกว่าชื่อพวกนายโดนแขวนบนแบล็กลิสต์ไปแล้ว ต่อไปโรงงานใหญ่ๆ ทั้งมณฑลเขาจะไม่รับพวกนายเข้าทำงานแล้ว..."
"แถม... แถมผอ.จางยังบอกว่า ปลายปีจะแจกหุ้นอีก... หลายคนที่ตอนแรกอยากจะออก ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขยับเลย..."
พอวางสาย สีหน้าของเจียงเสี่ยวหู่ก็ดูแย่ลงทันตา
ลูกพี่ลูกน้องคนนึงในกลุ่มที่อายุน้อยสุด เพิ่งจะ 18 หมาดๆ เผยสีหน้าตื่นตระหนกและอยากจะถอยหลังกลับ
"พะ... พี่หู่..."
"ถะ... ถ้าเป็นเรื่องจริง พวกเรา... ถ้าพวกเราทำเสร็จในหนึ่งเดือนนี้ แล้วต่อไปโรงงานใหญ่ๆ เขาไม่รับพวกเราจริงๆ จะทำยังไงล่ะพี่?"
"จะให้... จะให้ขุดดินอยู่ในหมู่บ้านไปตลอดชีวิตก็คงไม่ไหวหรอกมั้ง?"
คำถามของเด็กหนุ่ม จี้ใจดำและสะกิดความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ลึกที่สุดของทุกคนออกมา
เหตุผลที่พวกเขายอมจากบ้านเกิดเมืองนอนมา ก็เพราะอยู่บ้านเกิดมันไม่มีทางรอดไงล่ะ
แล้วถ้าตอนนี้ทางถอยเพียงทางเดียวถูกปิดตาย อนาคตจะทำยังไง?
บรรยากาศในกลุ่ม กลายเป็นอึดอัดและตึงเครียดขึ้นมาทันที
เจียงเสี่ยวหู่มองสีหน้าลังเลและหวาดหวั่นของพวกพี่น้อง แล้วกัดฟันกรอด
เขาง้างหมัดขึ้นมา แล้วทุบเปรี้ยงเข้าที่เสาเหล็กเย็นเฉียบข้างๆ อย่างแรง
"ปัง!" เสียงทุบดังก้อง
"ออปชันส้นตีนอะไรล่ะ!"
เจียงเสี่ยวหู่ตาแดงก่ำ ตะคอกลั่น
"ไอ้ของพรรค์นั้น กูทนฟังไอ้หัวหน้าเวรนั่นขี้โม้มา 3 ปีเต็มแล้ว! แม่งเอ๊ย แค่เศษขนมปังสักก้อนกูยังไม่เคยได้แดกเลย!"
"กูเชื่อแค่เงินสดๆ ของพี่เฉินเท่านั้น!"
ถึงแม้เจียงเสี่ยวหู่จะออกตัวแรงและมีท่าทีเด็ดเดี่ยว
แต่อำนาจข่มขู่จาก "แบล็กลิสต์" ก็ยังคงเป็นเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดมาราดรดไฟในใจของหลายคนจนมอดดับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ที่ไซต์งานตำบลชิงสุ่ย จำนวนคนที่มาต่อคิวลงทะเบียนทำงาน ลดฮวบลงไปกว่าครึ่งจนเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะพวกที่มาจากต่างอำเภอ หลายคนพอได้ยินข่าวลือ ก็รีบซื้อตั๋วกลับกันไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
พวกเขากลัว
พวกเขาไม่กล้าเอาชีวิตที่เหลือทั้งชีวิต ไปเดิมพันกับค่าแรงวันละ 800 บาทแค่เดือนเดียว
หวังต้าโก่วมองดูไซต์งานที่โล่งโจ้งไปถนัดตา ร้อนใจจนมุมปากพองเป็นตุ่ม ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ไม่หยุด
เขาวิ่งไปหาเจียงเฉินที่กำลังนั่งจิบชาสบายใจเฉิบ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบ่นหน้ามุ่ย
"พี่เฉิน! แย่แล้วพี่! ไอ้พวกเถ้าแก่ในเมืองแม่งโคตรเหี้ยเลย! พวกมันเล่นสกปรก!"
"ไปตั้งกฎบ้าบออะไรก็ไม่รู้เป็นแบล็กลิสต์ ปล่อยข่าวขู่คนไปทั่ว! บอกว่าใครมาทำงานกับเรา ต่อไปจะตัดทางทำมาหากินให้หมด!"
"ตอนนี้หลายคนเริ่มใจเสียกันแล้ว! คนที่มาลงทะเบียนเมื่อวาน วันนี้โผล่มาไม่ถึงครึ่งเลย! เอาไงดีล่ะพี่?"
เจียงเฉินค่อยๆ วางถ้วยชาจื่อซาในมือลง สีหน้าไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย ราวกับทุกอย่างอยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
เขามองดูฝูงชนที่บางตาลงถนัดตากลุ่มนั้น มุมปากกลับเผยรอยยิ้มเย็นเยียบออกมา
"กะจะเล่นสงครามประสาท ใช้เล่ห์เหลี่ยม ขายฝันงั้นเหรอ?"
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อผ้า
"ไป เรียกเจียงเสี่ยวหู่กับแก๊งวัยรุ่นที่เพิ่งกลับมาจากทางใต้มาหาฉันหน่อย"
"ฉันจะให้พวกมันได้เห็นกับตา ว่าอะไร... ถึงจะเรียกว่ากฎของจริง"