- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 130 แต่งงานกับคนที่รัก
บทที่ 130 แต่งงานกับคนที่รัก
บทที่ 130 แต่งงานกับคนที่รัก
ซั่งกวนหลิงหลานผายมือออกเล็กน้อยขณะเอ่ยเล่า เมื่อจิ่งเยวี่ยได้ฟังก็ถึงกับเบิกตากว้าง นางรู้มานานแล้วว่าราชวงศ์มีองค์ชายอยู่หลายพระองค์ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีมากมายถึงเพียงนี้!
"แล้ว... องค์ชายพระองค์อื่นๆ เล่า" จิ่งเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ พลางเอ่ยถาม
"ในการแย่งชิงบัลลังก์ ผู้ใดที่สมควรตายก็ล้วนตกตายไปหมดแล้ว" ซั่งกวนหลิงหลานโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูจิ่งเยวี่ยอย่างระแวดระวัง "ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโอรสกว่าสิบพระองค์ บางพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่แรกประสูติ"
"ซี๊ด..." จิ่งเยวี่ยสูดลมหายใจเฮือก นี่คือการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักของจริงเลยหรือนี่!
"ตอนนี้อำนาจในราชบัลลังก์ตกอยู่ในมือขององค์รัชทายาทและองค์ชายรอง" ซั่งกวนหลิงหลานลดเสียงลงขณะพูดกับจิ่งเยวี่ย "เรื่องนี้ข้าก็แอบได้ยินท่านพ่อพูดมาอีกที องค์รัชทายาทมีท่านอาเก้าคอยหนุนหลัง จึงสามารถครองตำแหน่งรัชทายาทไว้ได้อย่างมั่นคง มิเช่นนั้นคงถูกปลดออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว"
"เอ๊ะ?" จิ่งเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเซียวจิ่งหรานถึงคอยตั้งตนเป็นปรปักษ์กับเซียวเฉินอยู่เสมอ ที่แท้เซียวเฉินก็คอยช่วยเหลือองค์รัชทายาทอยู่นี่เอง
"แต่มันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้านี่นา" ซั่งกวนหลิงหลานมองดูสีหน้าหวาดหวั่นของจิ่งเยวี่ย นางยกมือขึ้นตบไหล่สหายเบาๆ พลางเอ่ย "เจ้าเป็นเพียงสตรีที่ไร้เบื้องหลังและฐานะ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อบรรดาองค์ชายเหล่านั้น พวกเขาไม่มามุ่งความสนใจไว้ที่เจ้าหรอก"
"ช่างดีเหลือเกินที่เจ้าไม่ต้องแบกรับความกดดันจากตระกูล..." ซั่งกวนหลิงหลานตบไหล่จิ่งเยวี่ยด้วยความอิจฉา
"มันมีอันใดดีกันเล่า" จิ่งเยวี่ยไหวไหล่อย่างจนใจ
"เจ้าสามารถแต่งงานกับคนที่เจ้ารักได้อย่างไรเล่า!" ซั่งกวนหลิงหลานมองจิ่งเยวี่ยพลางเอ่ย "ในฐานะคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพ การแต่งงานของข้าในภายภาคหน้า ไม่เพียงแต่ต้องแต่งกับผู้ที่มีฐานะทัดเทียมกัน แต่บางทีข้าอาจต้องแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองด้วยซ้ำ" ซั่งกวนหลิงหลานหลุบตาลงต่ำ
"ไม่มีทาง นั่นมันคลุมถุงชนชัดๆ!" จิ่งเยวี่ยเบิกตากว้าง
"เยวี่ยเยวี่ย เรื่องของตระกูลใหญ่ก็เป็นเช่นนี้แหละ ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย" หนิงเซียงหยวนเอ่ย ประกายความเศร้าสร้อยพาดผ่านดวงตาของนาง
"..." จิ่งเยวี่ยเงียบไปถนัดตา ทุกสิ่งย่อมมีได้มีเสีย ทุกคนต่างหมดความสนใจในการแข่งขันรอบต่อๆ ไป จิ่งเยวี่ยเองก็กลับมานั่งข้างกายเซียวเฉิน นางใช้มือเท้าคางและมีท่าทีเหม่อลอย ความเงียบขรึมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของจิ่งเยวี่ยทำเอาเซียวเฉินรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
"เบื่อแล้วหรือ" เซียวเฉินหันไปถามจิ่งเยวี่ยที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อลอย
"..." จิ่งเยวี่ยปรายตามองเซียวเฉินเรียบๆ ทว่าไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
เซียวเฉินขมวดคิ้วมุ่น การปรายตามองโดยไม่พูดอันใดนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
"ฮ่าๆๆ... จิ่งหลางผู้นี้ฝีมือรุดหน้าขึ้นทุกวันเลยนะ!" เสียงตรัสชื่นชมของฮ่องเต้เซียวเยี่ยดังมาจากแท่นประทับสูง จิ่งเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ถึงได้เห็นว่ามีผู้เล่นอีกคนลงสู่สนาม และคนผู้นั้นกลับเป็นจิ่งหลางอย่างนั้นหรือ
ในชุดขี่ม้า รูปลักษณ์อันหล่อเหลาของเขาช่างมีกลิ่นอายของยอดแม่ทัพอย่างแท้จริง จิ่งเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ จ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของจิ่งหลาง และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเขาใช้วิธีการเดียวกับนางตอนที่เผชิญหน้ากับเซียวจิ่งหรานไม่มีผิด นั่นคือการฝ่าวงล้อมและทำประตูด้วยตัวคนเดียว!
"น่าสนใจ... ฮ่าๆๆ..." ฮ่องเต้เซียวเยี่ยย่อมทรงสังเกตเห็นเช่นกัน ทรงตบพระหัตถ์และสรวลลั่นอย่างเบิกบานพระทัย พระองค์หันมาทางจิ่งเยวี่ยที่นั่งอยู่ด้านข้างแล้วตรัสว่า "ดูการต่อสู้นี่สิ เจิ้นไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะเรียนรู้วิธีการของเจ้า ช่างน่าสนุกเสียนี่กระไร!"
"แหะๆๆ..." จิ่งเยวี่ยหัวเราะแห้ง นางกะพริบตาขณะมองดูจิ่งหลางก้าวออกมารับรางวัลที่ฮ่องเต้เซียวเยี่ยประทานให้ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่จิ่งหลางกำลังจะเดินจากไป สายตาของเขาก็ตกลงบนร่างของจิ่งเยวี่ย ทว่าเขากลับปรายตามองนางเพียงแวบเดียวก่อนจะเบือนหน้าหนี โดยไม่แสดงท่าทีผิดปกติใดๆ ออกมา
หลังจากเทศกาลหานสือในวันนั้นจบลง จิ่งเยวี่ยก็เหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ นางลากสังขารอันหนักอึ้งกลับมายังเรือนของตนเอง