- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 126 ขี่ม้าราวกับขี่หมาป่า
บทที่ 126 ขี่ม้าราวกับขี่หมาป่า
บทที่ 126 ขี่ม้าราวกับขี่หมาป่า
จิ่งเยวี่ยค่อยๆ หันหน้าไปมององค์หญิงเล่อหยางพลางแย้มยิ้มแล้วกล่าวว่า "ขออภัยด้วย ข้าขอไปก่อนล่ะ"
องค์หญิงเล่อหยางทอดพระเนตรม้าของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ แซงหน้าไป โทสะพลันปะทุขึ้นในอก นางเงื้อแส้ม้าขึ้นตวัดฟาดใส่จิ่งเยวี่ยอย่างกะทันหัน การกระทำนี้ตกอยู่ในสายตาของผู้คนรอบข้าง พวกเขาต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และเบิกตาค้างมองดูแส้ที่องค์หญิงเล่อหยางตวัดออกไป
สีหน้าของจิ่งเยวี่ยทะมึนลงทันที นางโอบกอดม้าใต้ร่าง ร่างกายไถลไปด้านข้างและเอนตัวลงต่ำเพื่อหลบหลีกคมแส้ขององค์หญิงเล่อหยางที่ฟาดลงมา ท่วงท่าการหลบหลีกอันยากลำบากนี้ปรากฏแก่สายตาของทุกคน ในพริบตาเดียวนัยน์ตาทุกคู่ต่างเบิกกว้าง เต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
"เยี่ยม!" ฮ่องเต้เซียวเยี่ยทรงลุกขึ้นยืน ทรงทอดพระเนตรจิ่งเยวี่ยที่พลิกตัวกลับขึ้นมานั่งบนหลังม้าอย่างรวดเร็ว ปรายตาอันเย็นเยียบมององค์หญิงเล่อหยาง ก่อนจะเร่งควบม้าพุ่งตรงไปยังเส้นชัยโดยไม่รั้งรออีกต่อไป ร่างอันสง่างามที่พุ่งทะยานข้ามเส้นชัยไปนั้นทำเอาฮ่องเต้เซียวเยี่ยถึงกับส่งเสียงร้องชื่นชมเสียงดัง ทรงไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ทอดพระเนตรการแข่งม้าที่น่าตื่นเต้นเยี่ยงนี้ในวันนี้
เซียวเฉินมองดูจิ่งเยวี่ยควบม้าผ่านเส้นชัย มือที่กำถ้วยชาแน่นค่อยๆ คลายออก ทว่าสายตาที่เขาทอดมองไปยังองค์หญิงเล่อหยางกลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบและลึกล้ำ
"องค์หญิงเล่อหยาง ท่านแพ้แล้ว" จิ่งเยวี่ยนั่งอยู่บนหลังม้า ทอดมององค์หญิงเล่อหยางที่ควบตามเข้าเส้นชัยมา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากขณะเอ่ยว่า "เรื่องแส้เมื่อครู่ข้าจะไม่เอาความ ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษที่ข้าเคยหยอกล้อท่านที่เหลาอาหารก็แล้วกัน วันนี้... หากท่านทำตามสัญญาที่พนันกันไว้ เรื่องระหว่างเราถือว่าหายกัน"
"ผู้ใดต้องการความเมตตาจากเจ้ากัน!" องค์หญิงเล่อหยางมองจิ่งเยวี่ยอย่างเย็นชา นางลงจากหลังม้าแล้วก้าวยาวๆ ไปยังแท่นประทับ คุกเข่าลงและทูลว่า "เล่อหยางรู้ตัวว่าละเมิดกฎการแข่งขันจนเกือบทำให้จิ่งเยวี่ยตกจากหลังม้า หม่อมฉันยินดีไปรับโทษที่หอชำระความเพคะ! ขอฝ่าบาทโปรดประทานอนุญาต!"
จิ่งเยวี่ยมองดูการกระทำขององค์หญิงเล่อหยางด้วยความประหลาดใจ นัยน์ตาของนางไหวระริกเล็กน้อย นางไม่ทันตระหนักเลยว่าแท้จริงแล้วองค์หญิงเล่อหยางก็เป็นคนที่กล้าทำกล้ารับผู้หนึ่ง
"เรื่องนี้..." ฮ่องเต้เซียวเยี่ยขมวดพระขนงเล็กน้อย ทรงทอดพระเนตรไปยังฟู่รั่วฉิง
"ฝ่าบาท ผู้ใดทำผิดก็สมควรถูกลงโทษ ในฐานะเจ้าแผ่นดิน ฝ่าบาทย่อมต้องทรงความยุติธรรมในการปูนบำเหน็จและลงทัณฑ์เพคะ" สีหน้าของฟู่รั่วฉิงนั้นยากจะคาดเดา นางหลุบตาลงต่ำเล็กน้อยขณะทูลตอบ
"ช่างเถิด โบยสิบไม้เพื่อเป็นการตักเตือนก็แล้วกัน!" ฮ่องเต้เซียวเยี่ยตรัสพลางขมวดพระขนง
"ขอบพระทัยฝ่าบาท!" องค์หญิงเล่อหยางลุกขึ้นยืน นางหมุนตัวกลับไปมองจิ่งเยวี่ยที่ลงจากหลังม้าแล้ว พลางแค่นเสียงเยาะเย้ยเย็นชา "ข้าไม่มีวันปล่อยเรื่องของเจ้าไปแน่!"
"หึ หากท่านรนหาที่ตาย ข้าก็จะไม่เกรงใจเช่นกัน!" จิ่งเยวี่ยเลิกคิ้วด้วยความเหยียดหยามพลางเอ่ย "อย่าลืมทองคำของข้าล่ะ! จำเอาไว้ ข้าไม่ต้องการสิ่งอื่นใด ข้าต้องการแค่ทองคำเท่านั้น!" จิ่งเยวี่ยหรี่ตา ฉีกยิ้มกว้างให้องค์หญิงเล่อหยาง
ใบหน้าขององค์หญิงเล่อหยางแดงก่ำด้วยความโกรธ ทว่านางก็ทำสิ่งใดไม่ได้ จึงหันหลังและเดินตามองครักษ์ไปยังหอชำระความทันที จิ่งเยวี่ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับฟู่รั่วฉิง แววตาอันเย็นเยียบที่จ้องมองมานั้นทำเอาจิ่งเยวี่ยถึงกับหนาวสะท้านไปทั้งตัว
ดีเยี่ยมไปเลย ข้าได้ล่วงเกินทุกคนที่สามารถล่วงเกินได้ไปหมดแล้ว
แถมยังเป็นการล่วงเกินอย่างสาหัสเสียด้วย!
"จิ่งเยวี่ย เจ้าทำให้เจิ้นต้องมองเจ้าใหม่จริงๆ!" ฮ่องเต้เซียวเยี่ยตรัสกับจิ่งเยวี่ยด้วยรอยยิ้ม "ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีทักษะการขี่ม้าที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้"
"โธ่ ไม่ได้วิเศษอันใดหรอกเพคะ" จิ่งเยวี่ยไหวไหล่พลางทูล "หม่อมฉันก็แค่ขี่ม้าเหมือนกับที่ขี่หมาป่าก็เท่านั้นเอง"
"อะไรนะ ขี่ม้าเหมือนขี่หมาป่างั้นรึ" ฮ่องเต้เซียวเยี่ยเบิกพระเนตรกว้าง ก่อนจะทรงพระสรวลลั่น ทรงหันพระพักตร์ไปทางเซียวเฉินแล้วตรัสว่า "น้องเก้า พระชายาของเจ้านี่ช่างน่าสนใจเสียจริง! นางยังรู้จักเล่าเรื่องตลกให้เจิ้นฟังอีกด้วย ฮ่าๆๆ..."
มารดามันเถอะ! ผู้ใดกำลังเล่าเรื่องตลกให้ท่านฟังกันเล่า!