- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 8 ความแตก ถูกจับได้เสียแล้ว
บทที่ 8 ความแตก ถูกจับได้เสียแล้ว
บทที่ 8 ความแตก ถูกจับได้เสียแล้ว
"โอ๊ย! ผู้ใดผลักข้ากัน!" บุรุษที่ถูกจิ่งเยวี่ยคว้าตัวไว้เซถลาหน้าคะมำ เขาหันขวับกลับมาตวาดลั่น ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ดังกลบยิ่งกว่าเดิม ไร้ซึ่งผู้ใดสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนลอบกลิ้งตัวมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถม้าอย่างเงียบเชียบ
"น้อมรับเสด็จท่านอาเก้าเข้าสู่เมืองพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าประตูเมือง เสียงตะโกนก้องอย่างพร้อมเพรียงของเหล่าทหารที่คุกเข่าลงทำเอาจิ่งเยวี่ยสะดุ้งโหยง นางพลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ไฉนถึงได้รู้สึกราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องนางอยู่นะ?
จิ่งเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่น พยายามผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาที่สุด พร้อมกับพึมพำภาวนาในใจอย่างเงียบๆ 'รีบเข้าเมืองเร็วเข้า... รีบเข้าเมืองเสียที...'
จู่ๆ รถม้าของท่านอาเก้าก็ชะงักไปเล็กน้อย ทำเอาหัวใจของจิ่งเยวี่ยกระตุกวูบ หยุดทำไมกัน? หรือว่าเขาจะค้นพบนางแล้ว?
ฝ่ามือของจิ่งเยวี่ยเริ่มมีเหงื่อเย็นซึมชื้น เรี่ยวแรงที่ยึดเกาะใต้ท้องรถม้าก็เริ่มถดถอย หากไม่รีบขยับเขยื้อน นางคงทนเกาะต่อไปไม่ไหวเป็นแน่...
บางทีท่านอาเก้าอาจจะได้ยินเสียงเพรียกพ้องในใจของจิ่งเยวี่ย ในที่สุดรถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวเมืองอย่างช้าๆ จิ่งเยวี่ยค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจพลันร่วงหล่น ขอบคุณสวรรค์ ในที่สุดก็เข้ามาในเมืองได้แล้ว...
เดี๋ยวก่อนนะ!
ผ่อนลมหายใจงั้นหรือ?
ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่างของจิ่งเยวี่ย ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว จิตสังหารอันเย็นเยียบก็พุ่งทะลวงตรงมายังหน้าผากของนาง จิ่งเยวี่ยหดตัวเข้าหากัน กะพริบตาปริบๆ จ้องมองคมมีดแหลมปลาบที่จ่ออยู่ห่างจากหน้าผากเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เหงื่อเย็นเยียบแตกพลั่กเต็มแผ่นหลังในชั่วพริบตา
บ้าเอ๊ย ความแตกเสียแล้ว!
"หึ" เสียงแค่นหัวเราะเยาะหยันดังก้อง ใบหน้าของจิ่งเยวี่ยซีดเผือด นางเตรียมจะปล่อยมือจากใต้ท้องรถม้าแล้วกลิ้งตัวหลบหนี ทว่าคาดไม่ถึงเลยว่าบุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถม้าจะกระทืบเท้าทะลวงพื้นรถม้าลงมา พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่พุ่งเข้าบีบลำคอของจิ่งเยวี่ยอย่างฉับพลัน
"แค่ก..." เรี่ยวแรงมหาศาลจากฝ่ามือนั้นเกือบทำเอาเจ้าของลำคออย่างจิ่งเยวี่ยสิ้นสติไปในทันที
"เด็กเมื่อวานซืนมาจากที่ใดกัน" ร่างของจิ่งเยวี่ยถูกดึงพรวดขึ้นมาจากใต้ท้องรถม้า และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง รถม้าก็หยุดชะงักลง
"แค่กๆ... ปล่อยนะ... แค่ก..." จิ่งเยวี่ยดิ้นรนสุดชีวิต สองมือพยายามแกะฝ่ามือหนาที่บีบรัดลำคอแน่น นางฝืนปรือตาขึ้นมอง ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นนัยน์ตาคู่ที่แสนคุ้นเคย นัยน์ตาคู่นั้น...
เป็นเขานั่นเอง! บุรุษในป่าคืนนั้น!
หัวใจของจิ่งเยวี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นางไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าบุรุษผู้นั้นให้ชัดเจน นางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดตวัดเท้าเตะออกไปอย่างสุดแรง เสยเข้าที่ปลายคางของชายหนุ่มอย่างจัง เขาหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเผลอคลายมือออก จิ่งเยวี่ยอาศัยจังหวะนั้นมุดตัวกลับลงไปใต้ท้องรถม้า โทสะพาดผ่านใบหน้าของบุรุษหนุ่ม เขาเอื้อมมือออกไปเพื่อคว้าตัวนางไว้
"แควก!" เสียงฉีกขาดของเนื้อผ้าดังลั่น ชายหนุ่มจ้องมองเศษผ้าสีดำที่ขาดติดมือมาด้วยความตื่นตะลึง ใบหน้าของเขาถมึงทึงจนดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"ท่านอาเก้า เกิด... เกิดอันใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ทหารยามที่คุ้มกันอยู่ด้านนอกมองดูท่านอาเก้าที่เลิกม่านรถม้าขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"จับนักฆ่า! จับนักฆ่าเร็วเข้า!" ทว่าสิ้นคำถามของนายทหาร เสียงตะโกนเอะอะตื่นตระหนกก็ดังมาจากด้านหลังรถม้า ท่ามกลางความตกตะลึงนั้นเอง เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าปลายคางของท่านอาเก้ามีรอยบวมแดงปรากฏอยู่
"หากเจ้าบังอาจมองอีกเพียงครั้งเดียว เปิ่นหวังจะควักลูกตาของเจ้าออกมาเสีย!" บุรุษในชุดคลุมลายหม่างมังกรสีดำทะมึนค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนตรง เปลวเพลิงแห่งโทสะลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาสีดำขลับดุจน้ำหมึกคู่นั้น เครื่องหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติแผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นเยียบและดุดัน คิ้วกระบี่ที่พาดเฉียงจรดขมับขมวดเข้าหากันแน่น
"เด็กสาวอายุราวสิบสี่สิบห้าปี สวมชุดสีดำ รูปร่าง... บอบบาง ไปจับตัวนางมา!" น้ำเสียงเย็นเยียบของท่านอาเก้าเอ่ยสั่ง แฝงไว้ด้วยความโอหังและดุดัน เมื่อได้ยินพระกระแสรับสั่งของท่านอาเก้า เหล่าทหารก็ยืดอกรับคำสั่งด้วยเสียงดังกึกก้อง "พ่ะย่ะค่ะ!"