- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 1 ถือกำเนิดเนตรต่างสี ดาวมฤตยู
บทที่ 1 ถือกำเนิดเนตรต่างสี ดาวมฤตยู
บทที่ 1 ถือกำเนิดเนตรต่างสี ดาวมฤตยู
บนผืนฟ้าอันมืดมิด สายฟ้าสีขาวสว่างวาบแหวกทะลุม่านฝน ตามติดมาด้วยเสียงอัสนีคำรามลั่น ขับเน้นให้อากาศในฤดูร้อนที่อบอ้าวอยู่ก่อนแล้วยิ่งทวีความชวนอึดอัดจนแทบขาดใจ
ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ค่ำคืนนี้ ณ จวนอัครเสนาบดีแห่งแคว้นตงชิงกลับไร้ซึ่งความสงบสุข เสียงร้องแผดจ้าของทารกน้อยดังเสียดแทงทะลุราตรี กึกก้องผสานไปกับเสียงเอะอะวุ่นวายที่ดังมาจากเบื้องในจวน
ท่ามกลางห่าฝน ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าองครักษ์นับไม่ถ้วน
"จิ่งจ้าน รีบส่งตัวสัตว์ประหลาดนั่นมาเดี๋ยวนี้!" ชายวัยกลางคนตวาดกร้าวอย่างทรงอำนาจท่ามกลางสายฝน อาภรณ์หรูหราเนื้อดีที่สวมใส่บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งในฐานะนายท่านแห่งจวน นามของเขาคือ จิ่งถิงเหอ อัครเสนาบดีคนปัจจุบันแห่งแคว้นตงชิง
"ท่านพ่อ! นี่คือลูกของข้านะขอรับ! ไม่ใช่สัตว์ประหลาด!" ชายหญิงที่ถูกล้อมล้วนมีสภาพทุลักทุเล ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและเด็ดเดี่ยวตระกองกอดทารกน้อยในห่อผ้าฝ้ายไว้แน่น ดวงตาจ้องมองจิ่งถิงเหออย่างไม่ยอมจำนน
"บังอาจ! เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับเนตรต่างสี มันคือตัวอัปมงคล!" จิ่งถิงเหอถลึงตาตอบกลับด้วยความเดือดดาล
"ตัวอัปมงคลเหลวไหลอันใดกัน! ท่านย่าอายุมากแล้ว เหตุใดท่านถึงหูเบาเชื่อคำพูดเลอะเลือนของนาง จนถึงขั้นคิดจะสังหารหลานสาวแท้ๆ ของตัวเองลงคอเชียวหรือ!" ร่างของจิ่งจ้านสั่นสะท้าน แววตาเปี่ยมไปด้วยความปวดร้าว
"ท่านพี่..." หญิงสาวที่เกาะกุมแขนจิ่งจ้านไว้มีใบหน้าซีดเผือด อาภรณ์ที่ยังคงเปรอะเปื้อนคราบเลือดสดจากการคลอดบุตรแนบลู่ไปกับเรือนร่าง ยิ่งขับเน้นให้ดูเปราะบางและอ่อนแอยิ่งนัก
"หากท่านพ่อต้องการพรากชีวิตลูกของข้าไป ก็จงข้ามศพข้าไปก่อนเถิด!" จิ่งจ้านกระชับอ้อมกอดปกป้องทารกน้อยไว้แนบอก ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ อีกต่อไป เขากวัดแกว่งกระบี่ยาวในมือ ก่อนจะหันขวับพุ่งทะยานฝ่าวงล้อมออกไป
จิ่งถิงเหอบันดาลโทสะจัด นำกำลังไล่ล่าตามไปติดๆ
ความโกลาหลในค่ำคืนนี้รับรู้กันเพียงแค่ผู้คนภายในจวนอัครเสนาบดีเท่านั้น หาได้เล็ดลอดไปสร้างความแตกตื่นแก่โลกภายนอกไม่
หนึ่งเดือนเต็มของการหลบหนี จิ่งจ้านพาภรรยาและบุตรสาวรอนแรมมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก หลบหนีข้ามพรมแดนแคว้นตงชิงเข้าสู่ป่าลั่วหมาน ผืนป่าที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในแผ่นดิน
อาณาเขตของผืนป่าแห่งนี้ทอดยาวนับพันลี้ พาดผ่านยอดเขานับสิบลูก เชื่อมต่อเขตแดนของทั้งสี่แคว้นเข้าด้วยกัน
ทางตอนเหนือของป่าคือแคว้นเป่ยมู่ ทางใต้คือแคว้นหนานหลี ทางตะวันตกคือแคว้นซีอู่ ในขณะที่แคว้นตงชิงซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจิ่งจ้านนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
บริเวณชายป่า จิ่งจ้านในสภาพมอมแมมเปื้อนโคลนเต็มตัวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาแน่วแน่ "อาอวิ๋น เจ้าพาลูกไปซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปทางโน้นเพื่อล่อพวกที่ตามล่าเราไปเอง"
การหลบหนีหัวซุกหัวซุนตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ทำให้บุรุษผู้เคยหล่อเหลาและองอาจมีใบหน้าซีดเซียวและเหนื่อยล้า หนวดเคราขึ้นครึ้มไร้การดูแล สภาพรุ่งริ่งของเขาในยามนี้ไม่หลงเหลือเค้าลางของความสูงศักดิ์แม้แต่น้อย
"อาจ้าน ระวังตัวด้วยนะ" หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายหยาบกระด้างมีเบ้าตาลึกโหลและริมฝีปากซีดเผือด ความงดงามหมดจดในกาลก่อนมลายหายไปสิ้น ทารกน้อยในอ้อมแขนหลับตาแน่นสนิท ใบหน้าเล็กๆ ซีดเซียวอมม่วง คิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ บ่งบอกถึงความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส
"รอข้ากลับมานะ" จิ่งจ้านประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของสตรีผู้เป็นที่รักอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหยิบกระบี่ยาวขึ้นมาโดยไม่รั้งรอ แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางขอบป่าทึบด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว
หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างโอนเอน มือข้างหนึ่งตระกองกอดลูกน้อย ส่วนอีกข้างใช้ท่อนไม้ค้ำยันประคองร่าง ฝืนเดินลึกเข้าไปในป่าดงดิบ
ทันใดนั้น เสียงตะโกนโหวกเหวกก็แว่วมาจากเบื้องหลัง ทำเอาหัวใจของนางกระตุกวูบ
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ นางก็พบเข้ากับปากถ้ำแห่งหนึ่ง
นางทอดสายตามองทารกน้อยในอ้อมอกอย่างสุดแสนอาลัย ก่อนจะวางร่างเล็กลงในถ้ำ แล้วกระซิบแผ่วเบา "เยวี่ยเอ๋อร์ ลูกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีนะ"
สิ้นคำ หยาดน้ำตาก็พรั่งพรูรินไหลอาบสองแก้ม
นางปลดสร้อยคอลูกปัดหยกออกจากลำคอ เอื้อมมือไปสวมมันลงบนตัวของทารกน้อย นัยน์ตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่ทะนุถนอมและความอาวรณ์สุดแสน
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางก็ไม่อาจชักช้าได้อีกต่อไป
หญิงสาวรีบคว้าวัชพืชและใบไม้แห้งแถวนั้นมาพรางปิดปากถ้ำเอาไว้ ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ที่เคยใช้ห่อหุ้มตัวทารกไว้แน่น แล้วหันหลังวิ่งเตลิดไปอีกทาง
เสียงโหวกเหวกไล่กวดกระชั้นชิดเข้ามาทุกที จนบีบบังคับให้นางต้องล่าถอยไปจนมุมอยู่ที่ริมหน้าผาชัน
หญิงสาวโอบกอดเสื้อคลุมขนสัตว์ในอ้อมแขนไว้แน่น แสร้งทำราวกับว่ายังมีทารกน้อยซุกซ่อนอยู่ภายใน
นางกวาดตามองเหล่าองครักษ์ที่รายล้อมเข้ามา ก่อนจะกรีดร้องลั่นทั้งน้ำตานองหน้า "ลูกแม่ แม่ขอโทษ!"