- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาทั้งที ขอเป็นเทพมังกรที่แกร่งที่สุดก็แล้วกัน
- บทที่ 25 - วันเวลาไหลผ่านดุจสายน้ำ
บทที่ 25 - วันเวลาไหลผ่านดุจสายน้ำ
บทที่ 25 - วันเวลาไหลผ่านดุจสายน้ำ
บทที่ 25 - วันเวลาไหลผ่านดุจสายน้ำ
ตัดกลับมาทางด้านนี้ เป้ยเป้ยปรับสภาพร่างกายจนพร้อมแล้ว
ระหว่างวงแหวนวิญญาณหมื่นปีและกระดูกวิญญาณส่วนนอก เขาเลือกที่จะดูดซับวงแหวนวิญญาณก่อนแล้วค่อยตามด้วยกระดูกวิญญาณ
กระดูกวิญญาณส่วนนอก ยิ่งเป็นกระดูกวิญญาณส่วนนอกที่บริเวณฝ่ามือด้วยแล้ว มันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้เพียงน้อยนิด จึงไม่อาจช่วยเหลือในการดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีได้มากนัก
ที่สำคัญกว่านั้นคือ วงแหวนวิญญาณไม่เหมือนกระดูกวิญญาณที่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป แต่มันจะค่อยๆ สลายหายไปตามกาลเวลา
พลังวิญญาณโคจรไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน ชักนำวงแหวนวิญญาณของมังกรทรราชหมื่นปีเข้ามา
"วื้ด!"
เสียงสั่นสะเทือนดังแว่วเข้าหู วงแหวนวิญญาณสีดำสนิทดุจน้ำหมึกลอยขึ้นไปเหนือศีรษะ
พลังวิญญาณอันหนักหน่วงและดุดันไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย ชะล้างและไหลเวียนไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในร่างอย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเหยเก แต่ก็ยังดูดีกว่าตอนที่ดูดซับวงแหวนวิญญาณครั้งแรกที่หน้าตาบิดเบี้ยวจนแทบจะดูไม่ได้อยู่มาก
แน่นอนว่าการที่ความแข็งแกร่งของร่างกายสามารถรองรับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีได้นั้น เป็นเพียงแค่ด่านแรกเท่านั้น
ด่านที่สองของการดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีข้ามระดับ และเป็นด่านที่อันตรายที่สุด นั่นก็คือจิตวิญญาณและพลังจิต ว่าจะสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณ และสะกดข่มเจตจำนงที่ไม่ยอมจำนนนั้นได้หรือไม่
เพียงชั่วครู่เดียว หยาดเหงื่อก็ผุดซึมเต็มหน้าผากของเป้ยเป้ย
ความรู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกขาดจู่โจมเส้นประสาทรับความรู้สึกอย่างต่อเนื่อง
นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณกำลังจู่โจมเข้ามาแล้ว!
ภายในห้วงทะเลแห่งจิตวิญญาณ เงาร่างวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของมังกรทรราชเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง มันก่อคลื่นยักษ์ถาโถม ทำให้ห้วงทะเลแห่งจิตวิญญาณปั่นป่วนอย่างหนัก
โชคดีที่พรสวรรค์ด้านพลังจิตของเป้ยเป้ยนั้นไม่เลวเลย โดยพื้นฐานแล้วเทียบเท่ากับวิญญาจารย์ระดับเดียวกันที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ห้วงทะเลแห่งจิตวิญญาณที่ถูกทำลาย จะถูกจิตสำนึกของเป้ยเป้ยชักนำพลังจิตมาซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว
นี่ก็คือแผนรับมือของเป้ยเป้ย เขาอาศัยพื้นฐานพลังจิตที่ดีเยี่ยมในการต่อสู้ยืดเยื้อ เพื่อบั่นทอนความดุร้ายของมันลงเรื่อยๆ
รอจนกว่าความบ้าคลั่งระลอกแรกของเศษเสี้ยววิญญาณมังกรทรราชจะผ่านพ้นไป เมื่อนั้นแหละจะเป็นเวลาที่เขาจะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นต่อ
เป็นอย่างที่คิดไว้ ต่อให้เศษเสี้ยววิญญาณมังกรทรราชจะแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็เป็นเพียงต้นหญ้าไร้ราก หลังจากบ้าคลั่งจนสุดขีดแล้ว มันก็เริ่มหมดแรงลงเรื่อยๆ
ตอนนี้ไม่ใช่ฝ่ายมันที่เป็นคนก่อคลื่นยักษ์อีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นเกลียวคลื่นจากห้วงทะเลแห่งจิตวิญญาณที่กำลังซัดกระหน่ำใส่มันแทน
ในตอนนี้ สถานการณ์พลิกผัน ฝ่ายตั้งรับกลายเป็นฝ่ายรุก!
ในขณะที่เศษเสี้ยววิญญาณของมังกรทรราชกำลังถอยร่นอย่างต่อเนื่อง จิตสำนึกของเป้ยเป้ยก็สื่อสารกับห้วงทะเลแห่งจิตวิญญาณ
เขาใช้พลังจิตก่อร่างขึ้นมาเป็นเงาคนจำลองขนาดเล็กที่ดูเลือนลาง จากนั้นก็ก่อร่างมังกรที่มีขนาดใหญ่กว่าถึงร้อยเท่าหมอบกราบอยู่แทบเท้าของคนร่างเล็กนั้น และนำไปแสดงอยู่เบื้องหน้าเศษเสี้ยววิญญาณของมังกรทรราช
"โฮก——"
เป็นแค่เศษเสี้ยววิญญาณแท้ๆ แต่กลับเปล่งเสียงคำรามด้วยความพังทลาย
ผู้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครอย่างมัน คงคาดไม่ถึงว่าหลังจากตายไปแล้วจะต้องมาหมอบกราบอยู่แทบเท้ามนุษย์ตัวจ้อยแบบนี้!
นี่สินะคือพลังกดดันของราชันมังกรสายเลือดสูงส่ง ต่อให้มันจะตายไปแล้ว แต่แรงกดดันนั้นก็ไม่เคยเลือนหาย ซ้ำยังมีแต่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ในจังหวะนั้นเอง เงาคนร่างเลือนลางก็ปล่อยหมัดออกไป
รอยหมัดที่ก่อตัวจากพลังจิตประทับลงบนเศษเสี้ยววิญญาณของมังกรทรราชที่กำลังจะพังทลาย ทำให้มันแหลกสลายหายไปอย่างสมบูรณ์
เป้ยเป้ยที่นั่งขัดสมาธิอยู่เบิกตากว้างขึ้นในทันที
วงแหวนวิญญาณหมื่นปีสีดำสนิทดุจน้ำหมึกลอยขึ้นมาจากด้านล่าง วนเวียนอยู่รอบกาย ปลดปล่อยกลิ่นอายที่เทียบเท่ากับสัตว์วิญญาณหมื่นปีออกมา
วงแหวนวิญญาณวงที่สามระดับหมื่นปี สำเร็จแล้ว!
ในเมื่อดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีของมังกรทรราชได้แล้ว การจะดูดซับกระดูกวิญญาณส่วนนอกที่มันสร้างขึ้นมาก็ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
เมื่อไร้ซึ่งเจตจำนงที่ไม่ยอมจำนน ภายใต้การปกครองอันเข้มงวดของระดับสายเลือดเผ่ามังกร ต่อให้เป็นพลังที่บ้าคลั่งแค่ไหน ก็มีแต่จะต้องถูกบดขยี้เท่านั้น
ไม่นานนัก เป้ยเป้ยที่หลอมรวมวงแหวนวิญญาณและกระดูกวิญญาณเสร็จสิ้นก็ลุกขึ้นยืนทันที
พลังอำนาจที่แผ่ซ่านออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าเมื่อหลายชั่วยามก่อนหลายเท่าตัว
นิ้วทั้งห้าของมือขวางอลงเล็กน้อย กรงเล็บมังกรอันแหลมคมก็โผล่ออกมาปกคลุมเล็บเดิมเอาไว้
ทักษะกระดูกวิญญาณกรงเล็บมังกร ได้สืบทอดพลังโจมตีอันดุดันและน่าสะพรึงกลัวมาจากมังกรทรราช
มันสามารถเข้ากับกรงเล็บมังกรทองในสภาวะวิญญาณยุทธ์สถิตร่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผลลัพธ์ของการโจมตีเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ
แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ผลาญพลังวิญญาณอย่างมหาศาล
"อืม... ช่างเถอะ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างนี่นะ"
เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู เดินมุ่งหน้าสู่แสงอาทิตย์อัสดง และก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งกาลเวลาที่ไม่อาจหวนกลับ
ไม่เคยได้ยินหรือว่า กาลเวลาโบยบินดุจอาชาไนย วันเวลาไหลผ่านดุจสายน้ำ เวลาไม่เคยเดินช้าลงหรอกนะ
แต่ระดับพลังฝึกตนของเป้ยเป้ยน่ะเดินช้าลงแล้ว!
ในขณะนี้ เวลาได้ล่วงเลยมาสามเดือนแล้วนับตั้งแต่เขาได้รับวงแหวนวิญญาณวงที่สาม
ข้อเสียของธาตุขั้นสุดยอดเริ่มปรากฏให้เห็น ทำให้คำพูดของหม่าเสี่ยวเถากลายเป็นจริง
การดูดซับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีข้ามระดับ ทำได้เพียงดันระดับพลังวิญญาณของเขาขึ้นไปอยู่ที่ระดับสามสิบสองเท่านั้น
การฝึกฝนตลอดสามเดือน ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นเพียงแค่ระดับเดียว ตอนนี้หยุดนิ่งอยู่ที่ระดับสามสิบสาม และไม่มีวี่แววว่าจะทะลวงผ่านไปได้เลย
ความเร็วในการฝึกฝนระดับนี้ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่จะขึ้นเป็นอัคราจารย์วิญญาณแล้ว ถือว่าต่ำต้อยจนน่าใจหาย ชนิดที่เรียกได้ว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ให้ความรู้สึกเหมือนกับราชทินนามพรหมยุทธ์ทั่วไป ที่เมื่อฝึกฝนไปจนถึงระดับเก้าวงแหวนแล้ว ความก้าวหน้าของพลังวิญญาณก็เป็นไปอย่างเชื่องช้าราวกับน้ำหยดลงหิน หรือการฝนหมึกจากแท่นฝนหมึกก็ไม่ปาน
แน่นอนว่านี่คือการเปรียบเทียบกับตัวเขาเองเท่านั้น เพราะเมื่อเทียบกับคนทั้งชั้นเรียน ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ อยู่ดี
ตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว หลังจากเป้ยเป้ยฝึกฝนทักษะการต่อสู้ที่ท่านทวดทวดคิดค้นขึ้นเอง และทักษะลับที่สืบทอดมาจากตระกูลเสร็จ เขาก็มานั่งอมทุกข์อยู่ริมทะเลสาบเทพสมุทร ทอดสายตามองผืนน้ำที่ระยิบระยับ พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เฮ้อ~"
แต่ที่ด้านหลังซึ่งเขาไม่ทันสังเกตเห็น หญิงสาวร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้
เธอรวบชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เป้ยเป้ยอย่างสง่างาม พลางใช้มือสางผมที่ปรกหน้าผากเบาๆ
"มีเรื่องอะไรให้ต้องมานั่งถอนหายใจแบบนี้ล่ะ"
ในฐานะพี่สาวแสนดีอย่างจางเล่อเซวียนที่เติบโตมาพร้อมกับเป้ยเป้ยตั้งแต่เด็ก เธอมักจะเป็นคนแรกเสมอที่รู้ว่าช่วงนี้เป้ยเป้ยมีเรื่องกลุ้มใจอะไร
"วิญญาจารย์ที่มีวิญญาณยุทธ์ธาตุขั้นสุดยอด จะมีความเร็วในการฝึกฝนลดลงในช่วงที่อยู่ในระดับอัคราจารย์วิญญาณจนถึงจักรพรรดิวิญญาณ นี่เป็นเรื่องที่คนในโลกวิญญาจารย์ต่างก็ยอมรับกันดีนะ"
"ดูจากนิสัยของเจ้าแล้ว เจ้าก็น่าจะเตรียมใจรับเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วไม่ใช่หรือไง"
เป้ยเป้ยหยิบก้อนกรวดขึ้นมาปาลงไปในทะเลสาบ ก่อนจะระบายความในใจออกมา
"เรื่องความเร็วในการฝึกฝนลดลงหลังจากได้วงแหวนวงที่สาม ถึงข้าจะเก็บมาคิดบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ถึงขนาดทำให้ข้ากังวลหรอกครับ"
"สิ่งที่ข้ากังวลก็คือ แผนการฝึกฝนแบบเฉพาะเจาะจงที่ข้ายื่นเสนอให้ศาลาเทพสมุทรพิจารณาในวันนี้ จะผ่านการอนุมัติหรือเปล่าต่างหาก"
แผนการฝึกฝนแบบเฉพาะเจาะจง หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การพัฒนาอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ โดยไม่ขัดแย้งกับเป้าหมายหลักในการก้าวข้ามขีดจำกัด หลังจากที่ความเร็วในการฝึกฝนของวิญญาณยุทธ์ธาตุขั้นสุดยอดลดลง
ถึงอย่างไรจางเล่อเซวียนก็เป็นถึงผู้สืบทอดตำแหน่งรองประธานศาลาเทพสมุทรรุ่นถัดไป ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษเทียบเท่ากับผู้อาวุโส
เรื่องนี้เธอย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
นับตั้งแต่เหตุการณ์นิมิตฟ้าดินตอนที่วิญญาณยุทธ์ของเป้ยเป้ยตื่นขึ้น ก็ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว
ทั่วทั้งทวีปที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสี่อาณาจักรนั้นไม่ได้สงบสุขเลย มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นอยู่แทบจะทุกเมื่อเชื่อวัน
กระแสความสนใจเรื่องนิมิตฟ้าดินถูกกลบไปอย่างรวดเร็ว สายลับของอาณาจักรและขุมกำลังต่างๆ ที่แฝงตัวอยู่ในสื่อไหลเค่อ หากไม่ถูกกำจัด ก็ถูกไถ่ตัวกลับไป หรือไม่ก็สืบอะไรไม่ได้เลยจนต้องยอมถอยกลับไปอย่างเงียบๆ
แผนการฝึกฝนที่เจาะจงสำหรับเป้ยเป้ย ย่อมถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของเหล่าผู้อาวุโสอย่างแน่นอน
[จบแล้ว]