- หน้าแรก
- เกิดใหม่ก่อนวันสิ้นโลก พร้อมเสบียงเต็มคลังและพลังโกงระดับเทพ
- บทที่ 11: พวกมันมาเคาะประตูแล้ว!
บทที่ 11: พวกมันมาเคาะประตูแล้ว!
บทที่ 11: พวกมันมาเคาะประตูแล้ว!
บทที่ 11: พวกมันมาเคาะประตูแล้ว!
กู้ชูเซี่ยไม่ใช่นักบุญ และไม่ได้มีใจอยากจะไปก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น
หลายคนพยายามติดต่อเธอ ยื่นไมตรีจิตและชักชวนให้เธอเข้าร่วมด้วย ถึงกับยื่นข้อเสนออันแสนเย้ายวนใจว่าจะมีอาหารให้กินอิ่มทุกวัน
ต้องเข้าใจก่อนว่าฝนตกหนักมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว หลายคนต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวัน และการได้กินอาหารร้อนๆ ก็กลายเป็นความหรูหราที่เกินเอื้อม
แต่สำหรับกู้ชูเซี่ยที่มีเสบียงเหลือเฟือ เธอมีอาหารให้กินมากเท่าที่ต้องการ!
วันนี้เธอทำหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วชามโตที่ส่งกลิ่นหอมหวนชวนหิว
แม้ว่าเธอจะยังกะไฟไม่ค่อยถูกตอนเคี่ยวน้ำตาลจนรสชาติมันออกขมไปนิด แต่มันก็ยังดูน่ากินมากอยู่ดี
กู้ชูเซี่ยรินน้ำผลไม้ให้ตัวเองหนึ่งแก้ว และตักน้ำราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ อย่างจุใจ
ขณะที่เธอกำลังจะลงมือกิน เสียงแจ้งเตือน WeChat ในโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นรัวๆ ไม่หยุด
จ้าวหมิง?
กู้ชูเซี่ยลืมเขาไปแล้วจริงๆ
เธอบล็อกครอบครัวของกู้เซิงไปหมดแล้ว แต่กลับลืมไอ้สารเลวจ้าวหมิงไปเสียสนิท
จ้าวหมิงส่งข้อความมาถามไถ่กู้ชูเซี่ยก่อนสองสามข้อความ
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบ เขาก็โทรวิดีโอคอลมาหาโดยตรง
กู้ชูเซี่ยรับสายทันที
และก็เป็นไปตามคาด เสียงของกู้เซิงดังมาจากฝั่งของจ้าวหมิง
"ชูเซี่ย ตกลงแกอยู่ที่ไหนกันแน่? รู้ไหมว่าพวกเราติดต่อแกไม่ได้ แล้วพ่อก็เป็นห่วงแกจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!"
เป็นห่วงเหรอ? เขาคงเป็นห่วงเพราะไม่มีที่อยู่ของเธอมากกว่าล่ะมั้ง!
จริงสิ เธอจะลืมไปได้ยังไง?
จ้าวหมิงก็มีอพาร์ตเมนต์หรูอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเธอเหมือนกัน
ดูจากฉากหลังแล้ว เขาคงอยู่ที่ห้องของเขาแน่ๆ
เขาไม่ได้ติดต่อเธอมาเป็นเดือนแล้ว ที่ติดต่อมาตอนนี้ก็คงเพราะพวกเขากินอาหารจนหมดแล้วใช่ไหมล่ะ?
และก็เป็นอย่างที่คิด จ้าวหมิงพูดขึ้นมา
ด้วยความกลัวว่ากู้เซิงจะทำให้กู้ชูเซี่ยรำคาญ เขาถึงกับผลักกู้เซิงออกไปให้พ้นทาง
"เซี่ยเซี่ย ที่ห้องคุณพอจะมีของกินบ้างไหม? ผมไม่มีอะไรจะกินแล้ว แถมพวกเราก็หิวโซมาหลายวันแล้วด้วย!"
"งั้นเหรอ? เอาจริงๆ ที่บ้านฉันก็ไม่ค่อยมีของกินเหลือเหมือนกันนะ
ดูสิ วันนี้ฉันก็ต้องทนกินหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วเนี่ย!"
พูดจบ กู้ชูเซี่ยก็จงใจหันกล้องไปให้จ้าวหมิงเห็นว่าเธอกำลังกินอะไรอยู่
เมื่อจ้าวหมิงเห็นโต๊ะอาหารของกู้ชูเซี่ย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
ทนกินหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วเนี่ยนะ?
เห็นชัดๆ ว่ามีผลไม้หั่นชิ้นจัดเต็มจานวางอยู่ข้างๆ! แถมยังมีข้าวสวยร้อนๆ ชามโตอีก!
กู้ชูเซี่ยตั้งใจทำแบบนี้เพื่อให้พวกเขาเห็น ยิ่งพวกเขาทุรนทุรายมากเท่าไหร่ กู้ชูเซี่ยก็ยิ่งรู้สึกสะใจมากเท่านั้น
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะของกู้ชูเซี่ย จ้าวหมิงก็ยิ่งกระวนกระวายมากขึ้น
"เซี่ยเซี่ย ผมรู้ว่าคุณต้องมีของกินแน่! พ่อคุณกับผมหิวจนไส้กิ่วมาหลายวันแล้ว
ว่าแต่ คุณพักอยู่ที่เซิ่งหัวการ์เด้นใช่ไหม? ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้แหละ!"
กู้ชูเซี่ยกลัวแต่ว่าพวกเขาจะไม่มาน่ะสิ!
เธอถึงกับถ่ายรูปตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยอาหารและส่งไปให้จ้าวหมิงดู
แน่นอนว่ามันยิ่งไปกระตุ้นต่อมความหิวของจ้าวหมิงเข้าไปอีก
เขาพ่นคำหวานสารพัดใส่กู้ชูเซี่ยทาง WeChat และแทบจะอยากบินไปหาเธอให้รู้แล้วรู้รอด
กู้ชูเซี่ยรู้ว่าจ้าวหมิงมีเรือสปีดโบ๊ท และเนื่องจากสถานที่ที่พวกเขาพักอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ไกลจากคอมเพล็กซ์ที่พักอาศัยของเธอมากนัก การจะเดินทางมาหาเธอจึงเป็นเรื่องง่ายดาย
อย่างไรก็ตาม ขามาน่ะง่าย แต่ขากลับคงไม่หมูอย่างนั้นแน่
กู้ชูเซี่ยอาศัยช่วงที่ยังมีไฟฟ้าเหลืออยู่ นำแบตเตอรี่ทั้งหมดในมิติมาเสียบชาร์จจนเต็ม
เธอยังชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดของเธอด้วย
ถังเก็บน้ำถูกเติมจนเต็ม และเธอยังขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ในมิติชั้นที่สองเพื่อเลี้ยงเป็ด ซึ่งก็ถูกเติมน้ำจนเต็มเช่นกัน
การเตรียมการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์
สัญญาณมือถือเริ่มติดๆ ดับๆ แล้ว
กู้ชูเซี่ยรู้ดีว่าคืนนี้เครือข่ายทั้งหมดจะถูกตัดขาด และตามมาด้วยการถูกตัดไฟและน้ำประปา
กู้ชูเซี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางจิบน้ำส้มในมือ
อีกไม่นาน วันสิ้นโลกที่แท้จริงก็จะมาเยือน!
"ปัง ปัง ปัง! ชูเซี่ย เปิดประตูหน่อย พวกเรามาแล้ว!"
ก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิท เสียงของกู้เฉินหัวก็ดังมาจากนอกประตู
แม้ว่าคอมเพล็กซ์ที่พักอาศัยทั้งสองแห่งจะไม่ได้อยู่ใกล้กันนัก และการต้องลุยน้ำที่ท่วมสูงหลายเมตรก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อฝนหยุดตกและไม่มีลม การขับเรือสปีดโบ๊ทมาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
กู้ชูเซี่ยก้าวไปข้างหน้าและเปิดประตูเหล็กทึบสองชั้นด้านในออก เหลือเพียงประตูมุ้งลวดเหล็กกันขโมยที่ยังปิดอยู่
ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็เห็นกู้เฉินหัว ภรรยา ลูกสาว และพ่อแม่ของจ้าวหมิง รวมทั้งหมดเจ็ดคนยืนอยู่ข้างนอก
เมื่อเห็นกู้ชูเซี่ยเปิดประตู ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกาย
เมื่อพวกเขาเห็นขนมปังที่ถูกกัดไปครึ่งหนึ่งในมือของกู้ชูเซี่ย พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเอื๊อก
เมื่อเทียบกับท่าทางสบายๆ ของกู้ชูเซี่ยแล้ว คนที่อยู่ข้างนอกนั้นดูไม่ได้เลย!
เสื้อผ้าของพวกเขาเปียกชุ่ม ลู่ติดตัว และพวกเขาก็กำลังสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ
ใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาหลายมื้อแล้ว
"เซี่ยเซี่ย ในที่สุดก็เจอคุณสักที! คุณไม่รู้หรอกว่าผมเป็นห่วงคุณแค่ไหนตอนที่ติดต่อคุณไม่ได้
เร็วเข้า เปิดประตูให้ผมเข้าไปหน่อย!"
จ้าวหมิงมองดูขนมปังในมือของกู้ชูเซี่ยด้วยสายตาเป็นประกาย พร้อมกับส่งสายตาที่เขาคิดว่าหล่อเหลาที่สุดไปให้เธอ
ท้ายที่สุดแล้ว กู้ชูเซี่ยคนก่อนเคยรักจ้าวหมิงอย่างหมดหัวใจ และไม่ว่าเขาจะขอร้องอะไร กู้ชูเซี่ยก็พร้อมจะตอบสนองให้ทุกอย่าง
ดังนั้น ในหัวของจ้าวหมิงตอนนี้ กู้ชูเซี่ยจะต้องดีใจเนื้อเต้นที่ได้เห็นเขา เปิดประตูต้อนรับพวกเขาเข้าไป และประเคนอาหารให้ถึงมือแน่นอน
ทว่า กู้ชูเซี่ยกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
เธอค่อยๆ กัดขนมปังคำเล็กๆ แทน
"งั้นเหรอ? นายเป็นห่วงฉัน หรือเป็นห่วงคนที่อยู่ในอ้อมแขนกันแน่?"
จ้าวหมิงหน้าถอดสี
เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาตัวติดกับกู้เซิงแทบจะตลอดเวลา และตอนนี้แขนของกู้เซิงก็ยังควงแขนเขาอยู่ เขาถึงกับเคยชินกับมันไปแล้ว!
ต้องบอกว่าจ้าวหมิงหลงใหลในความรู้สึกของการได้สับรางระหว่างผู้หญิงสองคนเป็นอย่างมาก!
เขายังคิดด้วยซ้ำว่าการที่ทำให้สองพี่น้องมาหลงใหลคลั่งไคล้เขาได้นั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมีเสน่ห์ของเขา!
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว!
จ้าวหมิงรีบผลักกู้เซิงออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน ถึงกับผลักหล่อนราวกับว่าหล่อนเป็นตัวเชื้อโรค!
"เซี่ยเซี่ย อย่าเข้าใจผิดนะ
กู้เซิงต่างหากที่ดึงดันจะเข้ามากอดผม
คุณก็รู้ว่าความรู้สึกที่ผมมีให้คุณนั้นมาจากใจจริง และผมก็เห็นเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น!"
"พี่หมิง~" กู้เซิงมองจ้าวหมิงด้วยสีหน้าน่าสงสาร ดวงตาของหล่อนเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและโศกเศร้า
หล่อนถึงกับมองกู้ชูเซี่ยด้วยสายตาน่าสงสารแบบเดียวกัน ราวกับว่ากู้ชูเซี่ยไปแย่งแฟนของหล่อนมาอย่างนั้นแหละ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กู้เซิงไม่กล้าพูดอะไรออกไป เพราะกลัวว่าจะทำให้กู้ชูเซี่ยรำคาญและไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไป
ตอนนี้พวกเขากำลังฝากความหวังไว้กับอาหารในห้องของกู้ชูเซี่ย!
"เซี่ยเซี่ย อย่าเข้าใจผิดสิ
ลูกก็รู้ว่ากู้เซิงมองจ้าวหมิงเป็นพี่เขยมาตลอด!
เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ
พ่อไม่ได้กินข้าวดีๆ มาหลายวันแล้วนะ
รีบเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปหาอะไรกินเร็วเข้า!"
พูดจบ กู้เฉินหัวก็ก้าวไปข้างหน้า ส่งสัญญาณให้กู้ชูเซี่ยเปิดประตูมุ้งลวดเหล็ก
"เดี๋ยวก่อน!"
"จะเดี๋ยวอะไรอีกล่ะ? รีบให้พวกเราเข้าไปสิ!"
กู้เยว่ น้องชายต่างแม่ของกู้ชูเซี่ยพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
แน่นอนว่ากู้ชูเซี่ยไม่มีทางให้พวกเขาเข้ามาหรอก
ในชาติก่อน สองครอบครัวนี้ทำร้ายเธออย่างสาหัสสากรรจ์
เธอรับประกันได้เลยว่าทันทีที่เธอปล่อยให้พวกเขาเข้ามา คนต่อไปที่จะถูกเฉดหัวทิ้งก็คือเธอ กู้ชูเซี่ย!