- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 30 เสียใจก็สายไปแล้ว!
ตอนที่ 30 เสียใจก็สายไปแล้ว!
ตอนที่ 30 เสียใจก็สายไปแล้ว!
ตอนที่ 30 เสียใจก็สายไปแล้ว!
มื้อเย็นจบลงแล้ว แต่ ฮั่ว ฉีอัน ยังรู้สึกไม่อิ่ม
“อวี่อวี่ พี่ไม่อิ่มเลยนะ”
คำพูดนี้มีนัยแฝง แต่ยัยเด็กนี่คงฟังไม่ออกหรอก
อย่างที่คิด ถัง ซืออวี่ ตอบกลับอย่างจริงจังตามนิสัย “จะลดน้ำหนักก็ต้องทานให้น้อยลง ลดพวกคาร์โบไฮเดรตไงคะ”
“อวี่อวี่ ปกติเธอศึกษาเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้ถือสา เขาเองก็คิดจะลดน้ำหนัก เพราะตัวเลขตอนนี้เริ่มส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว
ในฐานะเศรษฐีร้อยล้านหน้าใหม่เขาย่อมต้องดูแลตัวเองเป็นธรรมดา
“ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นรูมเมตที่แชร์ค่าเช่าด้วยกัน รายนั้นคุมน้ำหนักทุกวันจนฉันพลอยได้ยินไปด้วย”
เดิมที ถัง ซืออวี่ เป็นเพียงสาวโรงงานทั่วไปที่หารห้องพักอยู่กับกลุ่มเพื่อนร่วมงาน
แต่หลังจากย้ายแผนกก็เริ่มเข้ากับเพื่อนกลุ่มเดิมไม่ได้
เพื่อนร่วมห้องคนปัจจุบันเป็นเพื่อนของเพื่อนร่วมรุ่นที่เคยเรียนขับรถด้วยกัน และอยู่ห้องเดียวกันมาสองปีแล้ว
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที “รูมเมตเธอเชี่ยวชาญเรื่องนี้เหรอ พี่อยากลดน้ำหนักสักสิบห้ากิโลกรัม ให้เหลือไม่เกินแปดสิบกิโล
ช่างเถอะ ไว้วันหลังพี่ลองไปหาฟิตเนสดูดีกว่า”
“พี่ฉีอัน เดี๋ยวฉันกลับไปถามรูมเมตให้นะคะว่ามีคำแนะนำอะไรบ้าง”
ถัง ซืออวี่ เริ่มกังวลว่าการคุมอาหารของเขาแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
“อืม ไม่ต้องรีบ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่งๆ อยู่”
ฮั่ว ฉีอัน ก้มมองนาฬิกา เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว
“อืม! พี่ฉีอัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของฉันยังจอดอยู่ตรงหัวสะพานเลยค่ะ”
ถัง ซืออวี่ นึกถึงยานพาหนะของตนเองขึ้นมาได้
ฮั่ว ฉีอัน เพิ่งนึกได้เช่นกันว่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเขาก็จอดทิ้งไว้หน้าห้างว่านต๋า
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเธอเอารถที่หัวสะพาน วันนี้จะได้พักผ่อนเร็วหน่อย”
“ได้ค่ะ”
ใจจริง ถัง ซืออวี่ อยากจะไปเที่ยวต่ออีกสักพักแต่เวลานี้ค่อนข้างลำบากใจ จะไปดูหนังก็ไม่ทันเพราะเพิ่งทานมื้อเย็นเสร็จ
ส่วนการจะไปที่ห้องของ ฮั่ว ฉีอัน หรือให้เขาไปที่ห้องของเธอนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
เธอกลัวว่าจะโดนรวบเลยน่ะสิ
ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เป็นเพราะทุกอย่างดำเนินไปรวดเร็วเกินไป
“งั้นไปกันเถอะ”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้รุกไล่ต่อ เขารู้ดีว่าการปั่นค่าความชอบให้ถึง 90 แต้มนั้นยากแค่ไหน ขนาด ซูชิง ยังทำไม่สำเร็จ แล้วนับประสาอะไรกับ ถัง ซืออวี่ ตอนนี้
เงินร้อยล้านเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว หากใจร้อนปั่นค่าความชอบต่อย่อมดูไม่เหมาะสม
ความผิดพลาดที่สุดของผู้ชายที่ชอบตามตื๊อผู้หญิง คือการคิดว่าขาดเธอไม่ได้ จนไม่กล้าแม้แต่จะเล่นตัวหรือเว้นระยะห่าง
ต่อให้ตามตื๊อจนสำเร็จ แต่หากไม่รู้จักจังหวะรุกรับย่อมไม่มีทางรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว
“อืมๆ!”
เมื่อลุกขึ้น ถัง ซืออวี่ ควงแขนชายหนุ่มพร้อมเอนตัวพิงเบาๆ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
ฮั่ว ฉีอัน ขับรถมาส่งเธอที่หัวสะพานจุดเดิม มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังคงจอดอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมถนน
“อวี่อวี่ เธอขี่รถนำไปเลยนะ เดี๋ยวพี่ขับตามไปส่ง”
“โอเคค่ะ!”
ถัง ซืออวี่ ลงจากรถแล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทันที
ฮั่ว ฉีอัน ชะลอความเร็วขับตามไปไม่นานก็ถึงหน้าหมู่บ้านที่ค่อนข้างหรูหราแห่งหนึ่ง
ค่าเช่าที่นี่สูงกว่าที่อื่นเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเกินเอื้อม เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ย่านนี้อยู่ในเกณฑ์นี้อยู่แล้ว
เขาจอดรถชิดขอบทางแบบย้อนศรเพื่อให้ฝั่งคนขับอยู่ติดทางเท้าพอดี
ถัง ซืออวี่ ลงจากรถแล้วเดินมาที่หน้าต่างฝั่งเขา
“พี่ฉีอัน พรุ่งนี้พี่ไม่ว่าง แล้วมะรืนนี้ล่ะคะ ว่างไหม”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้ตอบรับในทันที แต่ตอบแบบเลี่ยงๆ “มะรืนนี้เธอนอนพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน ตื่นแล้วค่อยทักมา ถ้าพี่ว่างจะแวะมารับนะ
อ้อ รอพี่คุยเรื่องหุ้นกับพี่จ้าวเรียบร้อยแล้วจะทักไปบอก หรือไว้เจอกันค่อยเล่าให้ฟังก็ได้”
“ได้ค่ะ”
ถัง ซืออวี่ รู้สึกว่าอนาคตที่ดีกำลังรอเธออยู่ ทั้งเรื่องบ้าน รถ และหุ้นโรงงานที่เคยทำให้เครียดล้วนได้รับการจัดการ
หากหลังจากนี้สามารถย้ายจากฝ่ายผลิตไปอยู่ฝ่ายธุรการชั้นสามได้ก็ยิ่งสมบูรณ์แบบเข้าไปใหญ่
ฮั่ว ฉีอัน ยื่นหน้าออกไปจูบเธอเบาๆ คล้ายแมลงปอแตะผิวน้ำ
“พี่ฉีอัน พี่นี่เก่งเรื่องจูบจังเลยนะคะ”
ถัง ซืออวี่ ยิ้มกว้างด้วยความสุข เธอรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในช่วงคลั่งรัก แม้ทุกอย่างจะรวดเร็วแต่เมื่อนึกถึงว่ารู้จักกันมานานถึงหกปีและรู้นิสัยใจคอกันดี ความสัมพันธ์นี้จึงแตกต่างจากคู่อื่น
“ก็เพราะอวี่อวี่น่ารักเกินไป”
ฮั่ว ฉีอัน เอ่ยชมก่อนจะเสริมเพื่อรักษามาด “ถ้าเงินไม่พอใช้ก็บอกพี่ ของของพี่ก็เหมือนของเธอ ว่างๆ ก็ลองดูรถที่อยากได้รวมถึงเรื่องบ้านด้วย เธอต้องเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้”
“อืมค่ะ”
ถัง ซืออวี่ ยื่นหน้าไปจูบเขาตอบแทน
“พี่ฉีอัน งั้นฉันกลับก่อนนะ พี่เองก็รีบพักผ่อนด้วย”
“โอเค วันนี้วิ่งวุ่นมาทั้งวันเริ่มง่วงเหมือนกัน เดี๋ยวพี่กลับไปอาบน้ำนอนเลย”
ฮั่ว ฉีอัน มองส่ง ถัง ซืออวี่ ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านไปจนลับสายตา เขาจึงค่อยขับรถออกไป
………………………………………
“แฮ่!”
ขณะที่ ถัง ซืออวี่ กำลังขี่รถอยู่ในหมู่บ้าน จู่ๆ มีคนพุ่งออกมาจากข้างทาง
“ว้าย! เวินหร่าน ทำฉันตกใจหมดเลย”
“ก็ตั้งใจให้ตกใจน่ะสิ นึกไม่ถึงเลยนะว่าเธอจะแอบซุกผู้ชายไว้โดยไม่บอกฉัน”
เวินหร่าน เอ่ยพร้อมกระโดดขึ้นซ้อนท้าย
“บ้า! เธอพูดอะไรมั่วซั่ว นั่นแฟนฉันต่างหาก”
ถัง ซืออวี่ ไม่ได้ถือสาเพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทเพียงแค่ล้อเล่น
“แฟนจริงๆ เหรอ ขับ Audi มาส่งด้วยนะเนี่ย คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เวินหร่าน ไม่ทันสังเกตความผิดปกติของเพื่อนสนิทเลย จู่ๆ ก็มีแฟนโผล่มาซะงั้น
เมื่อครู่เธอมองไม่ชัดว่าผู้ชายในรถหน้าตาเป็นอย่างไรเนื่องจาก ถัง ซืออวี่ บังหน้าต่างไว้ซะมิดชิด
“รู้จักกันที่โรงงานน่ะ”
ถัง ซืออวี่ จอดรถตรงลานจอดใต้ถุนตึกซึ่งมีปลั๊กไฟให้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อชาร์จแบตเตอรี่
ทางโครงการออกแบบไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขึ้นลิฟต์
“อวี่อวี่ ไหนบอกว่ามองข้ามพวกผู้ชายในโรงงานไง”
เวินหร่าน อยู่ในชุดวอร์มสีดำสนิท บนใบหน้ามีเหงื่อเกาะพราวจากการเพิ่งกลับจากวิ่งจ๊อกกิง
“เขาไม่เหมือนคนอื่น”
ถัง ซืออวี่ เอ่ยอย่างขัดเขินก่อนถูกเพื่อนสนิทลากตัวขึ้นลิฟต์ไป
………………………………………
ฮั่ว ฉีอัน ขับรถมาจอดหน้าซาลอนแห่งหนึ่ง สำหรับร้านประเภทนี้เขาถือเป็นลูกค้าประจำ
เขายังจำได้ดีว่าในช่วงที่คบกับแฟนเก่า เงินเดือนที่ออกตอนเช้าถูกใช้จนเกือบหมดก่อนถึงเวลาเลิกงาน
เพียงครึ่งวันเขาสูญเสียเงินไปกว่าห้าพันหยวน มาคิดดูตอนนี้ ตอนนั้นเขาคงโง่มากจริงๆ
ในจำนวนเงินห้าพันหยวนนั้นหมดไปกับค่าดัดผมถึงแปดร้อยหยวน ส่วนที่เหลือถูกนำไปเติมในบัตรสมาชิก
เขาเคยมีประสบการณ์นั่งรออดีตแฟนสาวในร้านเสริมสวยครั้งละหลายชั่วโมงมาแล้ว
“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณผู้ชายรับบริการสระผมไหมคะ”
พนักงานเดินเข้ามาต้อนรับทันที โดยปกติจะเป็นพนักงานสระผมที่ผลัดเวรมาคอยรับลูกค้าหน้าร้าน
ที่หรงเฉิงมักให้บริการแบบนอนสระซึ่งไม่ว่าลูกค้าจะตัดผมหรือไม่ส่วนใหญ่จะถูกพาไปสระผมก่อนเสมอ
“มารอคนครับ”
ฮั่ว ฉีอัน กวาดสายตามองไปรอบร้านก่อนจะเห็น ซูชิง นั่งม้วนผมพร้อมกดโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงมุมห้อง
ซูชิง เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยแล้วจึงตะโกนเรียก “พี่ฉีอัน หนูอยู่นี่ค่ะ”
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน เดินเข้าไปหา ขณะนี้เวลาสองทุ่มครึ่งซึ่งเร็วกว่าเวลาที่เขาคาดการณ์ไว้ครึ่งชั่วโมง
“พี่ฉีอัน พี่แต่งตัวแบบนี้หล่อมากเลยค่ะ”
ซูชิง มองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย
“พอดีตอนบ่ายมีธุระเรื่องงานน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน นั่งลงข้างเธอ
วันนี้ ซูชิง สวมชุดเดรสเผยให้เห็นท่อนแขนและขาที่เรียวบาง รูปร่างระดับนี้หากเธอเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจริง เพียงแค่ยกกระเป๋าเดินทางใส่ช่องเก็บเหนือศีรษะก็น่าจะหอบเหนื่อยแล้ว
“พี่ฉีอัน อีกสิบกว่านาทีหนูก็เสร็จแล้ว พี่รอแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ”
ซูชิง ไม่คาดคิดว่าจะต้องให้เขามานั่งรอ
“ไม่รีบ วันนี้พี่ไม่มีธุระอื่นแล้ว”
ฮั่ว ฉีอัน ปรับตัวง่าย เขาสามารถนั่งรอได้ทุกที่ ทักษะนี้ได้มาจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่จำกัดของโรงงานมานานนั่นแหละ
“ระหว่างรอ พี่ไปสระผมและนวดศีรษะผ่อนคลายก่อนไหมคะ”
ซูชิง ไม่อยากให้เขานั่งรอเฉยๆ
“ก็ดีเหมือนกัน”
ฮั่ว ฉีอัน เห็นด้วยทันที มุมมองเรื่องการใช้เงินของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ในวัยสามสิบปีนอกจากเข้าร้านตัดผม เขายังไม่เคยรับบริการสระผมแยกต่างหากมาก่อน
ว่าแล้ว เขาก็ถอดแว่นตาส่งให้หญิงสาวถือไว้
ซูชิง ตะโกนบอกพนักงาน “ขอช่างสระผมคนหนึ่งค่ะ”
“มาแล้วค่า”
เสียงตอบรับดังมาจากด้านหลัง
ฮั่ว ฉีอัน หันไปมองด้วยความแปลกใจ ช่างสระผมถูกเปลี่ยนคน ไม่ใช่พนักงานสาวที่ออกมารับแขกเมื่อครู่
พนักงานคนก่อนหน้ามีคะแนนไม่ถึง 70 เขาจึงไม่ได้สนใจจะสแกนตรวจสอบ
ปัจจุบันหากคะแนนต่ำกว่า 80 เขาก็ไม่อยากเสียเวลาตรวจสอบ เว้นแต่จะมีแรงดึงดูดบางอย่างเป็นพิเศษ
แต่ผู้หญิงตรงหน้าเขากลับประเมินได้ยาก เธอแต่งหน้าจัดจ้านแต่ภาพรวมดูสวยงามโดดเด่น โดยเฉพาะผมดัดลอนสีบลอนด์ทองที่สะดุดตา
ส่วนรูปร่างยังมองไม่ออกเนื่องจากสวมผ้ากันเปื้อนคลุมมิดชิด
“คุณผู้ชาย เชิญทางนี้ค่ะ”
หญิงสาวผมบลอนด์ผายมือเชิญ
“โอเค”
ฮั่ว ฉีอัน ลุกขึ้นเดินตามไปด้านใน
ซูชิง เบิกตากว้าง เธอเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมา ทำไมต้องเลือกร้านนี้ด้วยนะ แถมยังเสนอให้พี่ฉีอันไปสระผมอีก
เมื่อกี้เธอก็ไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่า ยัยช่างสระผมผมบลอนด์จอมมารยานี่โผล่มาจากไหน
แต่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปแล้ว
แต่เธอก็เชื่อใจพี่ฉีอันนะ ขนาดไฉ่หลิงกับซาง จื่อซี เขายังไม่สนใจเลย พวกผู้หญิงไก่กาข้างนอกนี่คงไม่เข้าตาเขาหรอกมั้ง