- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 48 หา? ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง โดนหลอกไปประเทศทางเหนือเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 หา? ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง โดนหลอกไปประเทศทางเหนือเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 หา? ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง โดนหลอกไปประเทศทางเหนือเหรอเนี่ย?
บทที่ 48 หา? ลูกชายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง โดนหลอกไปประเทศทางเหนือเหรอเนี่ย?
“หัวหน้า เอาไงดี?”
พอได้ยินเสียงของเม่ยหู สีหน้าของทิวลิปกับโอเฒ่าก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ส่วนนกกระจอกเทศกับคิงลูเธอร์ที่รออยู่ในรถ ก็กำอาวุธในมือแน่นขึ้น
ขอแค่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติแม้แต่นิดเดียว พวกเขาก็พร้อมจะสาดกระสุนใส่ทันที!
“ไม่เป็นไร ใจเย็น ๆ ไว้”
เสิ่นเฟยส่งสายตาบอกให้ทั้งสี่คนนิ่งเข้าไว้ จากนั้นก็ค่อย ๆ หันหลังกลับไปอย่างใจเย็น สีหน้าเรียบเฉย
เยือกเย็นจนน่ากลัว!
.......
ในห้องไลฟ์สด
เมื่อผู้ชมหลักล้านคนเห็นฉากนี้เข้า ก็พลอยลุ้นระทึกใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไปด้วย
ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังสงครามสุดมันส์ ฉากที่พระเอกกำลังจะหนีรอดอยู่รอมร่อ แต่ดันมาโดนตัวร้ายสกัดดาวรุ่งซะงั้น
“เชี่ยเอ๊ย อีกก้าวเดียวก็จะหนีพ้นอยู่แล้วเชียว!”
“ขอนับถือความนิ่งของลูกพี่เลย ถ้าเป็นฉันล่ะก็ ป่านนี้ลนลานจนเผยพิรุธไปแล้วแน่ ๆ!”
“พระเจ้าช่วย ลูกพี่อารมณ์เหมือนเพิ่งฆ่าคนในโรงพักเสร็จ แล้วเดินออกมาจ๊ะเอ๋กับตำรวจสืบสวนพอดีเลย น่าขนลุกชะมัด!”
“ลูกพี่ห้ามเป็นอะไรไปนะ ยังมีสาวสวยอีกเพียบรอจะไลฟ์คู่ด้วยอยู่นะโว้ย!”
“หรือว่า... เม่ยหูจะจับสังเกตอะไรได้แล้ว?”
“เป็นไปได้สูงมาก!”
“ขอเตือนไว้ก่อนนะ: ดูไลฟ์สดก็หายใจได้นะเว้ย อย่ากลั้นหายใจจนขาดใจตายไปซะล่ะ!”
“แม่ถามว่าทำไมฉันถึงคุกเข่าดูไลฟ์สด พอเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ลงมาคุกเข่าดูเป็นเพื่อนฉันเลย”
.........
ในเวลาเดียวกัน
เมืองหลวง กรมความมั่นคงไซเบอร์
ภายในห้องประชุม
หลังจากแผนการที่จะแฮ็กห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยล้มเหลว เจ้าหน้าที่ไอทีก็ถอนกำลังออกไปหมดแล้ว
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงอธิบดีเฉินแห่งกรมความมั่นคงไซเบอร์ ผู้กองโจวแห่งกองพลรบพิเศษหมาป่า และทหารที่เพิ่งมาใหม่อีกสามนาย
ซึ่งก็คือ ผบ.จี้เจี๋ย แห่งกรมตำรวจเมืองหลวง และ ผบ.กองพลเหอจื้อจวิน แห่งกองพลรบพิเศษหมาป่า
เป้าหมายที่ทั้งสองท่านเดินทางมาในวันนี้ ก็เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการว่าจ้างทีมสังหาร ให้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศทางเหนือนั่นเอง
ผบ.กองพลเหอในชุดทหารสีเขียวขี้ม้า ประดับยศพลตรี ชี้ไปที่รูปของเสิ่นเฟยในจอภาพ แล้วถามว่า “ไอ้หนุ่มนี่น่ะเหรอ ที่คุณเรียกว่าชูร่า?”
ผู้กองโจวพยักหน้า ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ใช่ค่ะ เขาแหละค่ะ ตอนนี้เป็นหัวหน้าทีมสังหาร”
ผบ.จี้เจี๋ย ในชุดเครื่องแบบตำรวจ รูปร่างอวบเล็กน้อย ไว้ผมสั้น เอ่ยชมว่า “ดูหน่วยก้านใช้ได้เลยนะ ลูกทีมก็ดูนิ่ง ๆ มีวุฒิภาวะดี ไว้ใจได้ไหมล่ะ?”
ไว้ใจได้ไหมล่ะ?
เมื่อเจอคำถามนี้ ผู้กองโจวก็ส่ายหน้า แล้วตอบตามความจริง “ไม่รู้สิคะ ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขามีน้อยมาก รู้แค่ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะเป็นคนประเทศมังกร!”
ข้อมูลของเสิ่นเฟยถูกระบบเข้ารหัสไว้หมดแล้ว
ใครจะไปสืบเจอได้ล่ะ!
ต่อให้มีรูปถ่ายหน้าตรง เอาไปรันระบบจดจำใบหน้า ผลลัพธ์ก็คือหาข้อมูลไม่พบอยู่ดี
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวนะ แต่สมาชิกทีมสังหารทุกคน ก็ได้รับการคุ้มครองข้อมูลในระดับเดียวกันหมด
“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเราเล่นขายของกันหรอกเหรอ?”
สีหน้าของผบ.กองพลเหอเริ่มตึงเครียดขึ้น “ผู้กองโจว คุณก็น่าจะรู้ดี ว่าเป้าหมายของภารกิจในครั้งนี้ คือการถอนรากถอนโคนกลุ่มวอลลี และช่วยเหลือคนประเทศมังกรทุกคนกลับมาให้ได้!”
“ซึ่งในจำนวนนั้น ก็รวมถึงซุนเสี่ยวชง ลูกชายของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งด้วย!”
“ขืนส่งทีมที่เราไม่รู้ประวัติความเป็นมาไปทำภารกิจแบบนี้ คุณจะกล้ารับประกันความน่าเชื่อถือของพวกเขาได้ยังไง?”
พอผบ.กองพลเหอท้วงติงแบบนี้ ผบ.จี้เจี๋ยก็พยักหน้าเห็นด้วย
ผู้กองโจวสีหน้าไม่เปลี่ยน เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าท่านผู้บัญชาการจะต้องตั้งคำถามแบบนี้
เธอตอบกลับอย่างเยือกเย็น “ท่านผู้บัญชาการคะ ฉันดูไลฟ์สดของทีมสังหารมาตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันมั่นใจมากว่าพวกเขาไม่ลงรอยกับพวกประเทศทางเหนือ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขายังไปก่อเรื่องฆ่าคนในสมาคมทหารรับจ้าง จนเป็นศัตรูกับสมาคมไปแล้วด้วย”
“ท่านทราบไหมคะว่า เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? ก็เพื่อจะเปิดโปงความจริงของประเทศทางเหนือให้ชาวเน็ตทุกคนได้รับรู้ไงล่ะคะ”
“ถึงแม้ฉันจะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของเขา แต่จากจุดนี้ ก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่า ทีมสังหารมีคุณธรรม รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี และสามารถไว้ใจได้ค่ะ!”
ผบ.กองพลเหอมีสีหน้าประหลาดใจ “มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
ผู้กองโจวพยักหน้ายืนยันอย่างจริงจัง
อธิบดีเฉินแห่งกรมความมั่นคงไซเบอร์ ก็ช่วยเสริมอีกแรง “ผบ.กองพลเหอครับ สิ่งที่ผู้กองโจวพูดเป็นความจริงทุกประการครับ ชูร่าถึงจะไม่มีประวัติเบื้องหลัง แต่ผมคิดว่าเขาเป็นคนดีมีความรับผิดชอบคนนึงเลยนะ”
“อีกอย่าง ขอแค่เราให้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ ทีมทหารรับจ้างอย่างพวกเขา ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธงานนี้ไม่ใช่เหรอครับ?”
พอมีคนยืนยันถึงสองคน การเจรจาก็ดูจะราบรื่นขึ้นมาก
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง เสียงของเม่ยหูก็ดังขึ้นมาจากในห้องไลฟ์สด
พวกเขาต่างก็เห็นภาพเสิ่นเฟยที่เกือบจะหลบหนีไปได้อย่างราบรื่น แต่กลับถูกเรียกให้หยุดซะก่อน
ผบ.จี้เจี๋ยพูดด้วยความเป็นห่วง “แย่แล้ว ไอ้หนุ่มนี่คงจะเจอปัญหาเข้าให้แล้วล่ะ”
อธิบดีเฉินมีสีหน้าหนักใจ พูดด้วยความกังวลว่า “แบบนี้แย่แน่ ๆ ถ้าเกิดเรื่องที่พวกเขาฆ่าคนถูกจับได้ขึ้นมา อย่าว่าแต่เรื่องที่จะมาทำงานให้เราเลย แค่จะเอาชีวิตรอดออกไปจากสวีเดน ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากเลยด้วยซ้ำ!”
แม้ใบหน้าของผู้กองโจวจะยังคงเรียบเฉย แต่ในใจก็แอบรู้สึกกังวลเช่นกัน
อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเสิ่นเฟยขึ้นมา
ในฐานะผู้บัญชาการแห่งกองพลรบพิเศษหมาป่า ผบ.กองพลเหอกลับดูใจเย็นมาก
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ก็ดี ถือซะว่านี่เป็นการทดสอบพวกเขาไปในตัวเลยก็แล้วกัน”
“ถ้าแค่หนีออกจากสวีเดนยังทำไม่ได้ พวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะไปปฏิบัติภารกิจลับที่ประเทศทางเหนือหรอก!”
.........
สวีเดน
สมาคมทหารรับจ้าง ชั้น 1
เสิ่นเฟยเดินเข้าไปหาเม่ยหู แล้วถามว่า “หัวหน้าครูฝึก มีธุระอะไรกับผมเหรอ?”
ดูเหมือนจะทำตัวสบาย ๆ แต่ความจริงแล้วในใจก็แอบหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ ไม่แน่ว่าเธออาจจะจับสังเกตอะไรจากสีหน้าของพวกเขาได้ก็ได้
เม่ยหูใช้ดวงตาเรียวสวยแบบตาหงส์ กวาดตามองเสิ่นเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วพูดว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าใครหน้าไหน มันช่างกล้ามาก่อเรื่องในสมาคมทหารรับจ้างของฉัน”
“หัวหน้าทีมชูร่า นายพอจะรู้อะไรบ้างไหมล่ะ?”
เหตุระเบิดในวันนี้มันดูมีเงื่อนงำเกินไป
เม่ยหูแทบจะมั่นใจได้เลยว่า ต้องเป็นฝีมือของพวกทหารรับจ้างหน้าใหม่แน่ ๆ
และทีมที่มีฝีมือพอจะทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้ ก็มีอยู่แค่ไม่กี่ทีมเท่านั้นแหละ
ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือทีมสังหารของเสิ่นเฟย และทีมมังกรดำจากประเทศทางเหนือนั่นเอง
“ผมเหรอ?”
เสิ่นเฟยชี้มาที่ตัวเอง แล้วยิ้ม “หัวหน้าครูฝึกพูดเป็นเล่นไป ผมเองก็เพิ่งตื่นเพราะเสียงระเบิดเมื่อกี้นี้เอง ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด”
เพิ่งตื่นงั้นเหรอ?
เห็นได้ชัดว่าเม่ยหูไม่เชื่อคำแก้ตัวของเขา เธอชี้ไปที่ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ “หัวหน้าทีมชูร่า ถูกปลุกให้ตื่นเพราะเสียงระเบิดแท้ ๆ แต่กลับมีเวลาเตรียมตัวใส่อุปกรณ์ครบชุด นายกับเพื่อนร่วมทีมนี่... ไม่ธรรมดาเลยนะ”
จริงด้วย
ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ที่อยู่แถวนี้ ส่วนใหญ่ก็คว้าอาวุธติดมือมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น
แต่คนที่แต่งตัวสวมอุปกรณ์ครบชุดพร้อมรบ มีแค่ทีมสังหารของเสิ่นเฟยทีมเดียวเท่านั้นในล็อบบี้แห่งนี้
ก็แหงล่ะ การจะสวมอุปกรณ์ครบชุด มันต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายนาที
ในสถานการณ์ที่เกิดระเบิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบนี้ การเอาชีวิตรอดหนีออกจากตึกคือสิ่งสำคัญที่สุด คงไม่มีใครมัวมานั่งแต่งตัวใส่ชุดเกราะหรอก
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที
โอเฒ่ากับทิวลิปเตรียมพร้อมที่จะสู้ทุกเมื่อ
เป็นคนที่ช่างสังเกตจริง ๆ
เสิ่นเฟยแอบประหลาดใจอยู่ในใจ และยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็นแน่ ๆ ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ชัวร์
เขายิ้มตอบกลับไปว่า “หัวหน้าครูฝึก คุณคงจะคิดมากไปแล้วล่ะครับ”
“เพื่อป้องกันไม่ให้พวกคุณแอบจัดการทดสอบแบบสายฟ้าแลบในตอนกลางคืน ก่อนนอนผมก็เลยกำชับลูกทีมให้จัดเตรียมนอนหนุนอาวุธไว้ให้พร้อมน่ะครับ”
“ก็เลยได้ภาพอย่างที่คุณเห็นในตอนนี้นี่แหละ”
เป็นคำแก้ตัวที่แทบจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
แม้แต่ทิวลิปกับโอเฒ่า ยังอดทึ่งในไหวพริบการเอาตัวรอดของหัวหน้าทีมตัวเองไม่ได้
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง....”
เม่ยหูพยักหน้า ยิ้มแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะเข้าใจหัวหน้าทีมชูร่าผิดไปสินะ ถ้าไม่รังเกียจ ฉันอยากจะเชิญนาย.....”
ทว่า
ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องวุ่นวายนี้กำลังจะจบลง จู่ ๆ ก็มีทหารรับจ้างคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ตะโกนเสียงหลงว่า “รายงานหัวหน้าครูฝึก ทีมมังกรดำ.... พวกเขา.... ถูกฆ่าตายหมดแล้วครับ.....”