- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 37 เบื้องหลังของเสิ่นเฟย น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
บทที่ 37 เบื้องหลังของเสิ่นเฟย น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
บทที่ 37 เบื้องหลังของเสิ่นเฟย น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
บทที่ 37 เบื้องหลังของเสิ่นเฟย น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
เรื่องการไลฟ์คู่ระหว่างอวี่เจียงจุนกับเสิ่นเฟย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่ว
นอกจากชาวเน็ตที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลามแล้ว แม้แต่ผู้บริหารของโต่วอินเอง ก็กำลังจับตาดูเรื่องนี้อยู่อย่างใกล้ชิด
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่
ผู้บริหารระดับสูงของโต่วอินสิบกว่าคน รวมไปถึงเหมยโหลวเฟิง ผู้ดูแลระบบของแอปโต่วอิน ต่างจับจ้องไปที่ภาพบนหน้าจอโปรเจกเตอร์อย่างไม่คลาดสายตา
ตอนแรกทุกอย่างก็ดูปกติดี
แต่ทันทีที่เสิ่นเฟยหลุดปากว่าจะไลฟ์สดตอนฆ่าคน บรรยากาศในห้องประชุมก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
เพราะดูยังไง เสิ่นเฟยก็ไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด
ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกเสิ่นเฟยแล้ว และยืนยันว่าเป็นปืนจริงทั้งหมด!
ยิ่งไปกว่านั้น...
ปืนซุ่มยิงความแม่นยำสูงของประเทศมังกรที่ไม่มีขายในตลาดต่างประเทศ ก็ยังไปตกอยู่ในมือของพลซุ่มยิงหญิงในทีมสังหารอีกด้วย
หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า เสิ่นเฟยคือทหารรับจ้างของแท้แน่นอน
แล้วที่เขาบอกว่าจะฆ่าคนล่ะ จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?
ผู้บริหารวัยกลางคนสวมแว่นตา ท่าทางภูมิฐาน ถามเหมยโหลวเฟิงด้วยความกังวลว่า “เหมยโหลวเฟิง ตอนนี้ยอดคนดูเท่าไหร่แล้ว?”
เหมยโหลวเฟิงจ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปตาไม่กะพริบ ตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย “ยอดคนดูรวมทั้ง 9 ห้องไลฟ์ ทะลุ 7 ล้านคนไปแล้ว ยอดวิวรวมก็เกิน 10 ล้านวิวครับ!”
10 ล้านวิว!
นี่ไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ เลยนะ!
ถ้าเกิดมีภาพความรุนแรงหรือฉากนองเลือดโผล่มาจริง ๆ โต่วอินทั้งแพลตฟอร์มต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน
ผู้บริหารคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่ง “ไม่ว่าเขาจะตั้งใจฆ่าคนจริง ๆ หรือไม่ ก็ต้องจำกัดการมองเห็นไลฟ์สตรีมของเขาไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย!”
“แล้วก็เหมยโหลวเฟิง นายต้องจับตาดูห้องไลฟ์ให้ดี ถ้ามีอะไรที่ดูรุนแรงเกินไป ให้แบนบัญชีเขาทันที!”
การจำกัดการมองเห็น
และการแบนบัญชี!
สองอย่างนี้คืองานถนัดของเหมยโหลวเฟิงอยู่แล้ว
เขาคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี
เขาพยักหน้ารับคำสั่ง แล้วเริ่มป้อนคำสั่งลงในระบบ เพื่อจัดการกับห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟย
แต่ทว่า....
เมื่อเขาป้อนคำสั่งจำกัดการมองเห็น หน้าจอกลับแจ้งเตือนว่า [การทำงานไม่สำเร็จ]!
เหมยโหลวเฟิงถึงกับชะงัก
เสิ่นเฟยก็แค่เจ้าของห้องไลฟ์ธรรมดา ๆ คนนึง ทำไมเขาถึงไม่มีสิทธิ์จัดการล่ะ?
ด้วยความไม่ยอมแพ้ เขาจึงลองทำซ้ำอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้....
ก็ยังคงเป็น [การทำงานไม่สำเร็จ].....
ผู้บริหารที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงขมวดคิ้วถาม “มีอะไรหรือเปล่า?”
สายตาของผู้บริหารทุกคน หันมาจับจ้องที่เขา
เหมยโหลวเฟิงมีสีหน้าประหลาดใจและสับสน รายงานตามตรงว่า “ท่านผู้บริหารครับ ไม่รู้ทำไม ผมถึงไม่สามารถควบคุมห้องไลฟ์ของชูร่าได้เลยครับ!”
ควบคุมไม่ได้?
ผู้บริหารทุกคนถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน
ที่โต่วอินสามารถเติบโตมาได้ขนาดนี้ ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คืออัลกอริทึมข้อมูลที่ยอดเยี่ยม และระบบหลังบ้านที่รัดกุม
จะเป็นไปได้ยังไงที่ระบบจะไม่สามารถจำกัดการมองเห็นของห้องไลฟ์ธรรมดา ๆ ได้?
ผู้บริหารฝ่ายไอที ขมวดคิ้วถาม “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เหมยโหลวเฟิงตอบ “ตอนนี้ผมยังไม่ทราบสาเหตุครับ ระบบหลังบ้านของชูร่าถูกล็อกไว้ ในทางทฤษฎีแล้ว มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถจัดการมันได้”
“ผมกำลังพยายามกู้คืนระบบอยู่ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน!”
เป็นอีกหนึ่งข่าวที่น่าตกใจ
ผู้บริหารทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครรู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
มีการขู่ว่าจะไลฟ์สดตอนฆ่าคน
แต่ระบบหลังบ้านกลับไม่สามารถจัดการกับห้องไลฟ์ของเขาได้
ทุกอย่างมันดูผิดปกติไปหมด!
ตึก... ตึกตึก....
ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ เคาะนิ้วเป็นจังหวะ สีหน้าเรียบเฉยจนเดาใจไม่ถูก
“ดูเหมือนว่า เรื่องนี้จะรุนแรงเกินกว่าที่เราคาดไว้ซะแล้ว”
ผู้บริหารระดับสูงขมวดคิ้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “แจ้งให้ประธานจางทราบ รายงานสถานการณ์ให้เขารู้”
“และก็ ประสานงานไปยังตำรวจไซเบอร์ ขอให้พวกเขาเข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วย!”
เมื่อได้รับคำสั่ง ผู้บริหารหลายคนก็เริ่มลงมือทำงานกันอย่างขะมักเขม้น
ส่วนผู้บริหารคนอื่น ๆ รวมถึงเหมยโหลวเฟิง ยังคงจับจ้องไปที่ห้องไลฟ์บนโปรเจกเตอร์ ภาวนาในใจขออย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นเลย
ไม่อย่างนั้นล่ะก็...
พวกเขาทุกคนคงเดือดร้อนกันหมดแน่
......
ณ คณะศิลปะวอลลี ประเทศทางเหนือ
ถาวจิ่วฝูก็กำลังติดตามห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยอยู่เช่นกัน
ตอนแรกเขากะจะรอดูตอนที่เสิ่นเฟยพ่ายแพ้ให้กับอวี่เจียงจุน แล้วต้องคุกเข่าขอโทษ
แต่ใครจะไปคิดว่า จะได้ยินเสิ่นเฟยประกาศว่าจะไลฟ์สดฆ่าคนซะงั้น
เขาจะฆ่าใครล่ะ?
คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขากลับพอจะเดาออก
ต้องเกี่ยวกับทีมมังกรพิษแน่ ๆ!
“กล้าลงมือกับทีมมังกรพิษ ในโรงแรมของสมาคมทหารรับจ้างเนี่ยนะ!”
“ชูร่า แกนี่มันใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
“แต่ก็ดีเหมือนกัน ขืนพวกแกตายกันหมด ก็ไม่มีใครโทษทีมมังกรพิษได้หรอก!”
ถาวจิ่วฝูทำหน้าเหี้ยมเกรียม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรบอกทีมมังกรพิษ ให้เตรียมตัวตั้งรับ และหาทางตอบโต้ทีมสังหารของชูร่าให้ได้
แต่ทว่า...
พอเขาโทรไป กลับได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้
พอโทรหาคนอื่น ๆ ก็เป็นแบบเดียวกันหมด
แม้กระทั่งโทรไปที่โรงแรมของสมาคมทหารรับจ้าง ก็ยังติดต่อไม่ได้!
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
“มันตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตของโรงแรมงั้นเหรอ?!”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ถ้าสัญญาณอินเทอร์เน็ตของโรงแรมถูกตัดขาดกะทันหัน พวกเขาก็ต้องรู้ตัวสิ จะปล่อยให้เงียบกริบแบบนี้ได้ยังไง!”
ถาวจิ่วฝูผุดลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ถ้าทีมมังกรพิษถูกลอบโจมตีจริง ๆ ประเทศทางเหนือคงเสียหน้าอย่างหนักแน่
ในขณะเดียวกัน
ความคิดที่กล้าบ้าบิ่น ก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในหัวของถาวจิ่วฝู
หรือว่า คนที่คอยหนุนหลังทีมสังหารอยู่ ก็คือประเทศมังกร?
ไม่อย่างนั้น จะอธิบายเรื่องปืนซุ่มยิงความแม่นยำสูงของทิวลิปได้ยังไงล่ะ?
ปืนแบบนั้น มันหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้หรอกนะ
“นี่....”
“ถ้าคนที่อยู่เบื้องหลังพวกนั้นคือประเทศมังกรจริง ๆ ล่ะก็....”
“พวกเราคงไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้วล่ะ!”
ถาวจิ่วฝูหน้าซีดเผือด รีบกดโทรศัพท์หาเบอร์ลึกลับเบอร์หนึ่ง
เขาต้องรีบรายงานเรื่องนี้ให้ทางกลุ่มวอลลีทราบ ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้!
.......
ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ณ โรงแรมของสมาคมทหารรับจ้าง สวีเดน
ชั้น 12 ห้อง 1243
ภายในห้องมีคนอยู่หลายคน ทั้งชายและหญิง
สมาชิกทีมมังกรพิษทั้งหกคน ต่างกำลังโอบกอดสาวสวยชาวสวีเดน นั่งดื่มเหล้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความยั่วยวน
ลูกทีมคนหนึ่งลูบคลำสาวผมบลอนด์ข้างกายอย่างหื่นกระหาย
เขาพูดด้วยความหงุดหงิดว่า “เวรเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ชูร่านั่น วันนี้ทีมมังกรพิษของเราคงได้ที่หนึ่งไปแล้ว!”
พอพูดถึงเรื่องนี้ สมาชิกทุกคนในทีมก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ลูกทีมอีกคนกระดกเบียร์อึกใหญ่ แล้วสบถด่าตาม “พรุ่งนี้ตอนทดสอบภาคสนาม ฉันจะเอาหัวมันมาทำเป็นกระโถนให้ได้คอยดู!”
“พี่น้องอย่าเพิ่งโมโหไปเลย พวกนายไม่เห็นเหรอ ว่าในทีมพวกมันมีผู้หญิงอยู่ด้วยคนนึง!” มีคนพูดขึ้น “พรุ่งนี้พอหัวหน้าเปิดซิงเสร็จ พวกเราก็จะได้สนุกกันบ้างไงล่ะ!”
เมื่อนึกถึงทิวลิป หลายคนก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
ถึงจะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า แต่หุ่นของเธอนี่สิ สุดยอดไปเลย
เทียบไม่ติดกับพวกผู้หญิงบ้าน ๆ ในห้องนี้เลยสักนิด
พอนึกถึงว่าจะได้สนุกกับผู้หญิงสวย ๆ แบบนั้น บรรยากาศในห้องก็ยิ่งเร่าร้อนขึ้นไปอีก
แม้แต่เฮยหู่ หัวหน้าทีม ก็ยังแอบยิ้มมุมปาก หัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม “ไม่ต้องห่วง พอฉันสนุกเสร็จเมื่อไหร่ จะยกให้พวกแกต่อแน่นอน”
“ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล น่าตื่นเต้นจริง ๆ แฮะ!”
ปัง
ทันใดนั้นเอง
ในขณะที่เขาพูดจบ ประตูห้องพักก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง
เสิ่นเฟย โอเฒ่า และทิวลิป บุกเข้ามาในห้อง
“หืม?”
“น่าตื่นเต้นมากเลยเหรอ?”
“งั้นให้ฉันช่วยทำให้ตื่นเต้นกว่าเดิมเอาไหมล่ะ?”
น้ำเสียงเย็นเยียบของเสิ่นเฟย ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องที่กำลังวุ่นวาย