- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 26 ตกตะลึงกันทั้งบาง นี่มันยังใช่คนอยู่ไหมเนี่ย?
บทที่ 26 ตกตะลึงกันทั้งบาง นี่มันยังใช่คนอยู่ไหมเนี่ย?
บทที่ 26 ตกตะลึงกันทั้งบาง นี่มันยังใช่คนอยู่ไหมเนี่ย?
บทที่ 26 ตกตะลึงกันทั้งบาง นี่มันยังใช่คนอยู่ไหมเนี่ย?
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ในช่วงเวลาก่อนตาย เวลาจะถูกยืดออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้นกกระจอกเทศได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้ว ว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง
ในช่วงเวลาหนึ่งถึงสองวินาทีก่อนที่จะตกลงไปตายกระแทกพื้น เรื่องราวในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาราวกับภาพฉายในม้วนฟิล์ม
เขาคิดอะไรไปมากมาย หลายเรื่องเหลือเกิน………
ตอนสามขวบ เขาเคยแอบดูพี่สาวข้างบ้านอาบน้ำ
ตอนห้าขวบ เขาจุดไฟเผาเปียผมของเด็กผู้หญิง
ตอนเจ็ดขวบ เขาได้สัมผัสปืนพกเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่เขาเรียนรู้วิธีการยิงปืน
ตอนอายุสิบเอ็ดปี เขาได้อ่านประวัติศาสตร์ของยูโกสลาเวีย และตั้งปณิธานว่าจะเป็นทหาร เพื่อกอบกู้ประเทศอันยิ่งใหญ่นั้นกลับคืนมา
ต่อมาเขาก็ได้เข้าเกณฑ์ทหารสำเร็จ แต่น่าเสียดาย……
ยูโกสลาเวียกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
ประเทศของเขาในตอนนี้ มีชื่อว่าเซอร์เบีย
เขาปลดประจำการ และอยากใช้ชีวิตที่ตื่นเต้นเร้าใจ
เขามาเป็นทหารรับจ้าง แต่กลับพบว่าชีวิตมันก็ยังน่าเบื่ออยู่ดี
ในที่สุด เขาก็ได้พบกับหัวหน้าทีมที่ดี และพี่น้องที่พร้อมจะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปด้วยกัน
เพิ่งจะเมื่อวานนี้เอง ที่พวกเขาร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณ ว่าจะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน
ใครจะไปคิดล่ะว่า วันนี้เขาจะต้องขอตัวล่วงหน้าไปก่อนซะแล้ว
“ไม่คิดเลยว่านกกระจอกเทศอย่างฉัน จะต้องไปเข้าเฝ้าพระเจ้าตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้”
“สาวสวยทั้งหลายครับ คงต้องรอชาติหน้าแล้วล่ะ ที่ผมจะได้ไปประลองฝีมือกับพวกคุณ”
“หัวหน้า... ขอโทษนะ... โอเฒ่า... ขอโทษนะ.... ทิวลิป... ขอโทษนะ.... คิงลูเธอร์...”
“ช่างเถอะ ไอ้หมอนั่นคงภาวนาให้ฉันรีบ ๆ ตายไปซะมากกว่ามั้ง?”
“น่าเสียดายจังเลย ที่ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมกับพวกนาย ไม่ได้อยู่ดูความยิ่งใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างเทวทูตตกสวรรค์ของเรา……”
“ขอให้ชาติหน้า ได้กลับมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกนายอีกนะ!”
“อาเมน....”
นกกระจอกเทศมีสีหน้าสงบนิ่ง ค่อย ๆ หลับตาลง รอคอยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่า ในช่วงเวลาความเป็นความตายนั้นเอง นกกระจอกเทศที่กำลังร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงมหาศาล
แรงนั้นหยุดร่างของเขาเอาไว้กลางอากาศดื้อ ๆ!!!
แกร๊ก……
ตามมาด้วยเสียงข้อต่อหลุดที่ดังฟังชัด
เงียบ
เงียบสงัดราวกับป่าช้า!
ดวงตากว่าร้อยคู่ในล็อบบี้ของโรงแรม ต่างเบิกกว้างจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
พวกเขามองเห็นชายสวมหมวกไหมพรมสีดำคนหนึ่ง
มือข้างหนึ่งของเขากำเสารูดลงฉุกเฉินเอาไว้แน่น
ส่วนมืออีกข้าง คว้าตัวนกกระจอกเทศที่กำลังตกลงมาด้วยความเร็วสูงเอาไว้
แล้วก็หยุดมันเอาไว้ดื้อ ๆ แบบนั้นเลยเนี่ยนะ?!
นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้เหรอ?
น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
เอื๊อก……
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้น
ซี้ด……
เสียงสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บดังตามมา
ทหารรับจ้างบางคนที่เพิ่งวิ่งลงมาถึงล็อบบี้ ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ ลืมแม้กระทั่งวิ่งเข้าไปต่อแถว
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นในหมู่ทหารรับจ้าง
“แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
“ซูเปอร์แมนชัด ๆ?”
“นี่……… นี่คือทหารรับจ้างหน้าใหม่ที่มาเข้ารับการทดสอบแน่เหรอ?”
“พลังมหาศาลอะไรขนาดนี้!”
“ฟักเอ๊ย! อุปกรณ์ที่กำลังจะได้ หลุดมือไปซะแล้ว!”
แม้แต่ครูฝึกหลายคน ก็ยังมีแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
ในเวลานี้ นกกระจอกเทศค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เขาหันขวับไปมองหัวหน้าทีมของตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ขอบ… ขอบคุณนะ…”
คอของนกกระจอกเทศแห้งผาก จนแทบจะพูดไม่ออก
เสิ่นเฟยสบถด่าไปหนึ่งคำ พร้อมกับปล่อยมือ “ขอบคุณปู่แกสิ ถ้ามีคราวหน้าอีก แกก็ไปลงนรกซะเถอะ!”
ตุ้บ!
นกกระจอกเทศหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง ใบหน้าจูบกับพื้นอย่างแนบแน่น
ตอนนั้นเอง พวกทิวลิปก็วิ่งเข้ามาถึงพอดี
และแน่นอนว่า ทุกคนต่างเมินเฉยต่อนกกระจอกเทศที่นอนหน้าแตกอยู่บนพื้น แล้วรีบเข้าไปล้อมรอบเสิ่นเฟยทันที
โอเฒ่าถามด้วยความเป็นห่วง “หัวหน้า แขนของนายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เสิ่นเฟยส่ายหน้า “น่าจะแค่ข้อต่อหลุด ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอก”
พูดจบ เขาก็ใช้เท้าเขี่ยนก้นนกกระจอกเทศที่นอนอยู่บนพื้น แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ตายหรือยัง ถ้ายังไม่ตายก็ลุกมาต่อแขนให้ฉันเดี๋ยวนี้”
“ได้เลยครับ!” นกกระจอกเทศรีบเงยหน้าขึ้นมา ไม่สนใจแม้แต่จะเช็ดเลือดที่กำเดาไหล เขารีบลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว
เขาจับแขนของเสิ่นเฟยไว้ ตรวจสอบดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาใหญ่ ก่อนจะออกแรงดันเข้าไปเต็มแรง
แกร๊ก!
แขนที่หลุดออกจากข้อต่อ ถูกต่อกลับเข้าไปอย่างสมบูรณ์
พูดก็พูดเถอะ ฝีมือการแพทย์ของไอ้หมอนี่ก็ไม่เบาเลยทีเดียว
ในต่างประเทศไม่ได้เหมือนกับประเทศมังกร หมอที่ต่อกระดูกเป็นนั้นหาตัวจับยากมาก
เสิ่นเฟยลองขยับแขนดู
โชคดีที่ร่างกายของเขาได้รับการเสริมความแข็งแกร่งมาแล้ว จึงไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอะไร ไม่งั้นคงโดนนกกระจอกเทศเล่นงานจนเดี้ยงแน่ ๆ
เสิ่นเฟยเมินเฉยต่อสายตาแปลก ๆ ของคนรอบข้าง เขานำลูกทีมไปยืนอยู่ที่ริมสุดของแถวรวมพล
บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ทหารรับจ้างที่ยังไม่ได้เข้าไปยืนในแถว ถึงค่อยตั้งสติได้ และรีบวิ่งเข้าไป
ทว่า
ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปในแถวนั้น กลับถูกผู้ชายคนหนึ่งที่สวมชุดครูฝึกขวางเอาไว้เสียก่อน
ครูฝึกคนนี้อายุประมาณ 40 ปี หน้าตาแบบคนเอเชีย โครงหน้าเหลี่ยม ผิวคล้ำ รูปร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อม ๆ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกนายถูกคัดออกแล้ว”
อะไรนะ?
ถูกคัดออกแล้ว?
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทหารรับจ้างกว่าสิบคนที่ยังไม่ทันได้เข้าแถว ก็ร้อนรนขึ้นมาทันที
“หมายความว่าไง? พวกเราก็ไม่ได้ช้าไปกว่าคนอื่นเท่าไหร่เลยนะ!”
“ใช่ เมื่อกี้พวกเราแค่อึ้งไปนิดเดียว ไม่งั้นก็เข้าแถวทันแล้ว!”
“นึกจะคัดออกก็คัดออกเลยเหรอ? พวกนายจะเผด็จการเกินไปแล้วนะ!”
“ฉันไม่ยอม!”
“ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน!”
คนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นทหารรับจ้างที่กล้าได้กล้าเสียและเคยผ่านการฆ่าคนมาแล้วทั้งนั้น
การจะให้พวกเขายอมเดินจากไปง่าย ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สีหน้าของครูฝึกคนนั้นเย็นชายิ่งกว่าเดิม เขาพูดอย่างไม่ไว้หน้า “ที่นี่ กฎของฉันคือกฎ”
“ถ้าพวกนายไม่ยอมรับ ฉันยินดีลงไปเป็นคู่ซ้อมให้พวกนายเอง!”
พูดพลาง เขาก็ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนสุดออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ และรอยแผลเป็นน่ากลัวที่ลากยาวลงมาจากลำคอ
เมื่อเห็นภาพนั้น ทหารรับจ้างสิบกว่าคนนั้น ก็ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
เห็นได้ชัดว่า นี่ไม่ใช่คนที่ควรไปแหยมด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงแรมของสมาคมทหารรับจ้าง ซึ่งเป็นถิ่นของอีกฝ่าย
ถ้าไปมีเรื่องกับครูฝึกเข้า ก็จะส่งผลเสียต่อการทดสอบของเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ด้วย
แต่จะให้ยอมถูกคัดออกแบบนี้เหรอ?
พวกเขาก็ไม่ยอมเหมือนกัน!
ในตอนนั้นเอง ทหารรับจ้างคนที่ถูกคัดออกคนหนึ่ง ก็ชี้ไปที่พวกเสิ่นเฟยที่อยู่ไม่ไกลด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด พร้อมกับตั้งคำถาม “พวกเรามาสายเลยต้องถูกคัดออก”
“แล้วพวกล่ะ? พวกเขาก็มาสายเหมือนกัน ทำไมถึงไม่เป็นไร?”
ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีทหารรับจ้างอีกหลายคนส่งเสียงสนับสนุนทันที
“พูดถูก!”
“ใช่ ทำไมพวกเขาถึงไม่ถูกคัดออก? สองมาตรฐานชัด ๆ!”
“ฉันไม่ยอม ฉันจะร้องเรียนสมาคมทหารรับจ้างของพวกนาย!”
“ถ้าไม่ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลกับพวกเรา พวกเราจะไปฟ้องเบื้องบนของสมาคม!”
ทหารรับจ้างจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้าร่วมขบวนการประท้วง
เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนวุ่นวายไปหมด
ตึก… ตึกตึก……
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาก็ดังขึ้น
ทุกคนหันไปมองตามเสียง ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดทหารสีดำ ไว้ผมสั้นสีขาว รูปร่างเย้ายวนเดินเข้ามา
เธอสวยมาก และก็เย้ายวนมาก ราวกับปีศาจจิ้งจอกจำแลง
ไม่เพียงแต่ดึงดูดสายตาของทหารรับจ้างทุกคนเท่านั้น แต่ยังทำให้หลายคนหัวใจเต้นแรงอีกด้วย
“ขอแนะนำตัวหน่อยก็แล้วกัน รหัสของฉันคือ เม่ยหู เป็นหัวหน้าครูฝึกของการทดสอบครั้งนี้”
น้ำเสียงของเธอช่างยั่วยวน ราวกับเสียงครางกระเส่า
ทว่า เนื้อหาในคำพูดของเธอ กลับทำให้ทุกคนตกตะลึง
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ผู้หญิงที่สวยและเย้ายวนขนาดนี้ จะเป็นถึงหัวหน้าครูฝึกของการทดสอบทหารรับจ้างในครั้งนี้?
เม่ยหูไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและหื่นกระหายที่มองมา
เธอมองทหารรับจ้างสิบกว่าคนที่ถูกคัดออก ชี้ไปที่เสารูดลงฉุกเฉินข้าง ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าพวกนายไม่อยากถูกคัดออกล่ะก็……”
“พวกนายก็ทำเหมือนที่เขาทำเมื่อกี้ พาเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง กระโดดลงมาจากชั้นสิบเจ็ดสิ”
“ถ้าพวกนายยังมีชีวิตรอดอยู่ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะให้พวกนายเข้าร่วมการทดสอบต่อไป”
“ว่าไงล่ะ? เหล่าทหารรับจ้างผู้น่ารักที่ดีแต่เห่า?”